ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 22 จนตรอก!
“ท่านปอาใหญ่ ข้ารู้สึกว่า…นับแต่วันนี้ไป เกรงว่าตระกูล ของพวกเราคงไม่สามารถขุด้หินเมฆอัคคีออกมาจากเหมืองนั่นได้้อีก
แล้ว” ระหว่างทางที่กลับเมืองเฮยอวิ๋น เนี่ยเทียนเงียบงันไปนาน ใน ที่สุด้กมทนไม่ไหว พูด้การคาด้เด้าในใจออกมา
ช่วงสายัณห์ แสงสนธยาลอด้ผ่านช่องโหว่ระหว่างต้นไม้ที่ ขึ้นหนาแน่น ตกกระทบลงบนทางหินที่ปูทอด้ยาวระหว่างต้นไม้
เนี่ยเฉี่ยนที่กำาลังรีบเด้ินทาง พอได้้ยินคำาพูด้ประโยคนี้ของ เขา ฝีเท้าพลันชะงัก
นางจ้องมองเนี่ยเทียนด้้วยความสงสัย สายตาค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นจริงจังและเข้มงวด้ “เจ้าว่าอะไรนะ? หินเมฆอัคคีของ เหมืองนั่น ตระกูลเราขุด้เจาะกันมาหลายปี ก่อนหน้านี้ไม่นานผู้ฝึก ลมปราณของสำานักหลิงอวิ๋นเพิ่งจะมาสำารวจ บอกว่าดู้จากความเรมว ในการขุด้ของพวกเรา อย่างน้อยกมยังขุด้ได้้อีกหลายสิบปี อยู่ๆ จะ ไม่มีให้ขุด้ได้้อย่างไร?”
หินเมฆอัคคีในเหมืองแร่คือสายเลือด้แห่งชีวิตของตระกูล เนี่ย ตระกูลเนี่ยต้องขุด้หินเมฆอัคคีเท่านั้นถึงจะได้้รับการคุ้มครอง จากสำานักหลิงอวิ๋น
หากตระกูลเนี่ยสูญเสียประโยชน์ข้อนี้ไป สำาหรับสำานักหลิ งอวิ๋นแล้ว ตระกูลเนี่ยกมถือว่าไร้คุณค่าใด้ๆ อีก
ต่อให้วันนี้เนี่ยเป่ยชวนจะกลายเป็นผู้อาวุโสใหญ่ของ ตระกูล ต่อให้นางและเนี่ยตงไห่จะไม่ได้้รับการปฏิบัติอันด้ีจากคนใน
ตระกูล แต่นางกมไม่มีทางยอมให้สำานักหลิงอวิ๋นทอด้ทิ้งตระกูลเนี่ย เด้มด้ขาด้
“ข้าขอโทษ” เนี่ยเทียนก้มหน้า หยิบเอากระดู้กสัตว์ชิ้นนั้น ออกมา พูด้ด้้วยน้ำาเสียงที่เตมไปด้้วยความรู้สึกผิด้และขออภัย: “เป็น เพราะมัน เลือด้หยด้นั้นที่ก่อตัวขึ้นมาด้้านในของมัน พลังเปลวเพลิง ทั้งหมด้ที่มันต้องการล้วนมาจากหินเมฆอัคคีทุกก้อนในเหมือง! มัน สร้างเลือด้หยด้นั้นได้้สำาเรมจ ทว่ากลับด้ึงเอาพลังเปลวเพลิงของหิน เมฆอัคคีทั้งหมด้ไปจนแห้งเหือด้ หินเมฆอัคคีทุกก้อนล้วนกลายมา เป็นหินธรรมด้า ต่อให้ขุด้ออกมาจริง ในหินพวกนั้นกมไม่มีพลังเปลว เพลิงเหลืออยู่แม้แต่เส้นเด้ียว”
“ก่อตัวขึ้นมาเป็นเลือด้หนึ่งหยด้กลับต้องดู้ด้เอาพลังเปลว เพลิงจากหินเมฆอัคคีทั้งหมด้ไป นี่…นี่จะเป็นไปได้้อย่างไร?” เนี่ย เฉี่ยนตะลึงพรึงเพริด้
“ข้ารู้สึกว่ามันเป็นเช่นนี้” เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน
“เป็นไปไม่ได้้ ไม่มีทางเป็นไปได้้เด้มด้ขาด้!” เนี่ยเฉี่ยนส่าย หัวติด้ต่อกัน ทำาท่าทางราวกับเนี่ยเทียนคิด้เพ้อเจ้อไปเอง
“ท่านไม่เชื่อกมช่างเถอะ” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างไม่สบ อารมณ์
“ข้าไม่เถียงกับเจ้าแล้ว ฟอาใกล้มืด้แล้ว พวกเราต้องรีบ กลับไปถึงเมืองเฮยอวิ๋นให้เรมวหน่อย” เนี่ยเฉี่ยนมองไปด้้านหน้า “เหมืองแร่เกิด้เรื่องใหญ่ขนาด้นั้น ข้าต้องการนำาเรื่องนี้ไปบอกท่าน ตาของเจ้า ให้เขาได้้เตรียมใจเอาไว้ก่อน”
“กมได้้” เนี่ยเทียนไม่พูด้อะไรอีก
จากนั้นคนทั้งสองจึงหยุด้ถกเถียงกัน เด้ินทางตรงด้ิ่งไปยัง เมืองเฮยอวิ๋น
ผ่านไปประมาณสิบห้านาที ขณะที่พวกเขากำาลังจะลอด้ ผ่านผืนป่าหนาแน่นออกมา เนี่ยเฉี่ยนกลับหยุด้ชะงักกะทันหัน
“มีอะไรหรือ?” เนี่ยเทียนถามด้้วยความไม่เข้าใจ
เนี่ยเฉี่ยนสีหน้าเคร่งเครียด้ แม้แต่ลมหายใจกมยังเปลี่ยนมา เป็นถี่กระชั้น คลื่นพลังวิญญาณที่แม้แต่เนี่ยเทียนกมยังสัมผัสไม่ได้้ กระเพื่อมออกไปด้้านนอกราวลูกคลื่นโด้ยมีนางเป็นจุด้ศูนย์กลาง
“ซ่า ซ่า ซ่า!”
ใบไม้ส่ายไหวทั้งๆ ที่ไม่มีลม
“เนี่ยเทียน! รีบวิ่งกลับไปที่เขาหลิงอวิ๋นให้เรมวที่สุด้!” เนี่ย เฉี่ยนตะโกนก้อง
“ฟิ้ว!”
กำาไลสีเงินหลายชิ้นบนข้อมือของนางพลันหลุด้จากข้อมือ กลายเป็นแสงสีเงินบินทะยานไปยังต้นไม้ใหญ่สองต้นด้้านหลัง
“กรุางกริกง กรุางกริกง!”
ด้้านหลังต้นไม้ใหญ่ทั้งสองนั้นมีเสียงโลหะกระทบกันด้ัง ลอยออกมา ทั้งยังมีเสียงหัวเราะประหลาด้ต่ำาลึกสองเสียงแทรกมา ด้้วย
ได้้ยินเสียงหัวเราะนั้น เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีทันควัน ตระหนักได้้ถึงลางร้าย
“ไป!” เนี่ยเฉี่ยนฮึด้ฮัด้หนึ่งเสียง จากนั้นกมกรีด้ร้องเสียง แหลม
นางหันกลับไปมองเนี่ยเทียน ด้วงตาเตมไปด้้วยความ หวาด้กลัว สีหน้าร้อนรนอย่างถึงที่สุด้
“สวบ!”
กำาไลข้อมือหลายเส้นของนางที่บินออกไปก่อนหน้านั้น อ้อมวนไปที่ด้้านหลังต้นไม้ใหญ่สองต้นด้้วยความเรมวกว่าเด้ิม
หลังจากกำาไลเงินวนผ่านไป ชายสวมชุด้สีฟอาสองคนทยอย กันเด้ินออกมาด้้วยรอยยิ้มเสแสร้ง
“วิ่ง? เขาจะวิ่งไปไหนได้้?” หนึ่งคนในนั้นมองเนี่ยเทียน ด้้วยสายตาเยมนชา
“ปัง!”
ตอนนี้เอง กำาไลข้อมือสีเงินที่บินกลับมากระแทกอย่างแรง บนกำาแพงน้ำาที่เนี่ยเฉี่ยนใช้พลังวิญญาณสร้างขึ้นมากางกั้น
ร่างกายบอบบางของเนี่ยเฉี่ยนถอยกรูด้ไปสองก้าว กำาไล เงินเหล่านั้นลอยอยู่บนกำาแพงน้ำา ไม่ได้้ร่วงลงไปทันที
นางยื่นมือออกไปคว้ากำาไลเงินแต่ละชิ้นกลับเข้ามาด้ังเด้ิม มองชายชุด้ฟอาสองคนด้้วยสีหน้าซีด้ขาว “ข้าเคยเจอพวกเจ้าในเมือง เฮยอวิ๋น!”
นางจำาได้้แม่นยำาว่าเมื่อหลายเด้ือนก่อน ในบรรด้าคน แปลกหน้ามากมายที่เด้ินเตรมด้เตร่อยู่รอบจวนตระกูลเนี่ย มีสองคน ด้้านหน้านี้อยู่ด้้วย
นางตระหนักได้้ทันทีว่าที่คนทั้งสองมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ต้อง เป็นเพราะหยวนชิวอิ๋ง เพราะความขัด้แย้งคราวก่อนอย่างแน่นอน
“ยังไงกมต้องตายอยู่แล้ว พวกเราพี่น้องกมไม่กลัวที่จะบอก เจ้าว่าพวกเราได้้รับคำาสั่งมาจากฮูหยินหยวน” ชายสวมชุด้ฟอาอีกคน หนึ่งแสยะปากยิ้ม
“เป็นนางจริงๆ ด้้วย!” เนี่ยเฉี่ยนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“เจ้าสอง เจ้าไปฆ่าไอ้ลูกหมานั่นก่อน ส่วนนางผู้หญิงคน นี้…” ชายชุด้ฟอาที่หางตามีรอยแผลเป็นเลมกๆ หนึ่งรอยยกยิ้มพลัน หัวเราะเสียงประหลาด้ “ข้าจะจัด้การนางเอง ฮูหยินหยวนกำาชับมา แล้วว่าห้ามให้นางตายเรมวเกินไปนัก รับค่าจ้างคนอื่นมาเพื่อช่วยขจัด้ ภัยให้กับเขา ยังไงข้ากมต้องทำาให้ฮูหยินหยวนพอใจให้ได้้”
ชายอีกคนหนึ่งจึงหัวเราะอย่างรู้ใจ พยักหน้ากล่าวว่า: “พี่ ใหญ่ ฆ่าเจ้าเด้มกนั่นเสรมจแล้ว ข้าจะมารอต่อจากท่าน”
“ตกลง ฮ่าๆ!”
คนทั้งสองพูด้จาหยอกล้ออย่างกำาเริบเสิบสาน เหมนได้้ชัด้ ว่าไม่เหมนเนี่ยเฉี่ยนและเนี่ยเทียนอยู่ในสายตาสักนิด้ สำาหรับพวกเขา แล้ว เนี่ยเทียนและเนี่ยเฉี่ยนนั้นถือเป็นคนที่ตายไปแล้ว
“เขายังเป็นแค่เด้มกคนหนึ่ง ขอร้องล่ะ ปล่อยเขาไปเถอะ!” เนี่ยเฉี่ยนอ้อนวอน “หยวนชิวอิ๋งให้อะไรกับพวกเจ้า กลับบ้านไปข้า จะให้พวกเจ้าอีกสามเท่า ตระกูลเนี่ยของข้ายังมีทรัพย์สมบัติ มากมาย เชื่อข้าเถอะ!”
จากการลองหยั่งเชิงเมื่อครู่นี้ทำาให้นางแน่ใจว่า ชายชุด้ฟอา สองคนด้้านหน้า อย่างน้อยกมีตบะอยู่ในขั้นท้ายสวรรค์ช่วงกลาง อีก ทั้งบนร่างยังแผ่ไอดุ้ร้ายออกมาชัด้เจน นี่หมายความทั้งสองคนไม่ได้้
เป็นเพียงผู้ฝึกลมปราณที่ชีวิตยากลำาบากเท่านั้น แต่เป็นคนโหด้เหี้ยม ที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางการสังหารผู้คน
ในใจนางรู้ด้ีว่าไม่ว่าใครกมตามในสองคนนี้ นางกมล้วนต่อกร ด้้วยไม่ได้้
“พวกเราสองพี่น้อง เมื่อก่อนเคยได้้รับพระคุณจากตระกูล หยวน พวกเราเป็นคนรู้จักบุญคุณคน” ชายผู้มีแผลเป็นตรงหางตา หัวเราะหึหึ ลูบคางแล้วกล่าวว่า: “อีกอย่างข้ากมชอบใบหน้าของเจ้า มาก เจ้ายอมรับชะตากรรมซะเถอะ”
คำาพูด้นี้ด้ังออกมา เนี่ยเฉี่ยนกมรู้ทันทีว่าวันนี้คงยากที่จะ เลี่ยงพ้นภัยร้ายไปได้้จึงกรีด้ร้องเสียงแหลม: “เนี่ยเทียน! รีบหนีเรมว!”
“กริกง กริกง!”
มือทั้งสองข้างของนางสะบัด้ กำาไลสีเงินเหล่านั้นกระทบ กันเกิด้เป็นเสียงแหลมด้ังบาด้หู ทั้งยังบินทะยานแยกไปหาคนทั้งสอง ด้้วยความเรมวน่าตะลึง
“ว่ากันว่าตระกูลเนี่ยไม่รุ่งโรจน์ดุ้จเด้ิมแล้ว เป็นจริงด้ั่งที่ เขาว่ากันเสียด้้วย” ชายที่เป็นตัวนำาส่ายหัว มองกำาไลสีเงินที่พุ่งเข้า มาหาด้้วยความรวด้เรมว กล่าว: “ตัวเป็นถึงคุณหนูใหญ่ของตระกูล เนี่ย ทั้งเป็นภรรยาเก่าของอวิ๋นจื้อกั๋ว ของที่นำามาใช้กลับเป็นเพียง แค่อาวุธวิเศษระด้ับต่ำาเตี้ยเรี่ยด้ินเช่นนี้”
ขณะที่พูด้เย้ยหยัน โล่กลมโบราณทรงสี่เหลี่ยมหน้าตัด้สี ทองแด้งพลันลอยขึ้นมา
“ตึง!”
คลื่นแสงสีแด้งเหลืองเปล่งประกายออกมาจากบนโล่กลม ลายเส้นของโล่ที่ตัด้สลับกันแน่นขนัด้ยิ่งฉายชัด้จ้าแสบตาตามแสงที่ เปล่งออกมาก่อนหน้านั้น
“แรงโน้มถ่วงจงเปลี่ยน!”
ชายที่เป็นผู้นำาแค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้ง แรงโน้มถ่วงรอบกาย เขากมเพิ่มพรวด้ขึ้นมาหลายเท่าในพริบตาเด้ียว
กำาไลเงินที่คำารามเข้ามาหา เมื่อแรงโน้มถ่วงเกิด้การ เปลี่ยนแปลงจึงร่วงตุบลงไปบนพื้น!
“เจ้าสอง แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเราจะสำารวจกันมาก่อน แล้ว แต่เพื่อรับประกันว่าจะไม่มีใครผ่านทางมา พวกเราต้องจัด้การ ให้เสรมจโด้ยเรมวที่สุด้!”
“พี่ใหญ่ ข้าจะไปฆ่าไอ้ลูกหมานั่นเด้ี๋ยวนี้!”
อีกคนหนึ่งกล่าวเสรมจกมไม่สนใจเนี่ยเฉี่ยนอีก รีบพุ่งเข้าใส่ เนี่ยเทียนทันที
กำาไลเงินที่บินมาหาเขาพวกนั้น เนื่องจากแรงโน้มถ่วงเกิด้ การเปลี่ยนแปลง ยามนี้จึงร่วงลงบนพื้นหมด้แล้ว ไม่ก่อให้เกิด้ภัยคุก คามใด้ๆ ต่อตัวเขาอีก
“เนี่ยเทียน! รีบหนีไปสิ!” เนี่ยเฉี่ยนตะโกนร้องอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าขณะที่คนผู้นั้นพุ่งเข้ามาหา แม้นัยน์ตาเนี่ยเทียนจะลุก ไหม้ด้้วยโทสะเคียด้แค้น ทว่าร่างของเขากลับแน่นิ่งไม่ไหวติง
“กมแค่ตบะหลอมลมปราณขั้นสี่เท่านั้น อยู่ภายใต้แรงโน้ม ถ่วงห้าเท่าของโล่อำาพันลึกลับของพี่ใหญ่ข้า เขาหนีไปได้้น่ะสิถึงจะ แปลก” ชายที่พุ่งเข้าใส่เนี่ยเทียนด้วงตาเยมนเยียบ กล่าวเสียด้สี
ได้้ยินเขาพูด้เช่นนี้ เนี่ยเฉี่ยนกมรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาในพริบตา กรีด้ร้องคลุ้มคลั่ง: “ต่อให้ตายข้ากมต้องลากให้พวกเจ้าตกนรกหมก ไหม้ไปด้้วยกัน!”
“เฮือก เฮือก!”
เนี่ยเทียนหอบหายใจไม่หยุด้ พลังวิญญาณในร่างกายมา รวมตัวกันที่ขาทั้งสองข้าง พยายามเตมที่เพื่อขัด้ขืนแรงโน้มถ่วงจาก พื้นด้ินที่เพิ่มขึ้นกะทันหัน คิด้จะขยับเคลื่อนร่างกาย
ทว่าผืนด้ินใต้ฝ่าเท้าของเขา ยามนี้ราวกับกลายมาเป็นแม่ เหลมกขนาด้ยักษ์ก้อนหนึ่ง ด้ึงดู้ด้เขาเอาไว้แน่น
เขาออกแรงทั้งหมด้ที่มีแต่กมยังไม่สามารถสลัด้แรงดู้ด้จาก พื้นด้ิน ฝ่าเท้าคล้ายถูกหินก้อนใหญ่กด้ทับเอาไว้ ไม่ว่าจะอย่างไรกมไม่ สามารถขยับเขยื้อนได้้
อารมณ์สิ้นหวัง ไม่ยินยอมทับซ้อนกันไปมาบ้าคลั่ง ยิ่งคนผู้ นั้นเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ใจของเขากมยิ่งเต้นกระหน่ำา
และเวลานี้เอง เขากมพลันสัมผัสได้้ว่ากระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นที่ ถืออยู่ในมือกำาลังร้อนลวกขึ้นมาอย่างรวด้เรมว