ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 223 ผู้ชี้ทางสว่าง
กลางด้ึก เมืองโบราณหินเขียว สำานักภูตผี
หลังจากที่ภูตผีปีศาจถอนกำาลังไปจากสำานักภูตผี เมือง โบราณหินเขียวกมได้้ต้อนรับความสงบสุขอย่างที่ไม่เคยเจอมานาน ลูกศิษย์สำานักภูตผีที่รอด้ชีวิตมาจากภัยพิบัติ หากไม่ร้องไห้น้ำาหูน้ำาตา ไหลพรากเพราะคนที่สนิทชิด้เชื้อตายไป กมตั้งใจฝึกบำาเพมญตบะ เตรียมรอรับการท้าทายครั้งใหม่
ผู้แขมงแกร่งของวังยมบาล สำานักโลหิตและสำานักภูตผีต่างกม กำาลังปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด้กับฝ่ายในของสำานักว่าควรจะเผชิญ หน้ากับแรงกด้ด้ันจากอีกแปด้อาณาจักรอย่างไร
ส่วนเนี่ยเทียนเมื่อได้้รับการจัด้การจากโจวอี้กมได้้มาอาศัย ชั่วคราวอยู่ในที่พักแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองโบราณหิน เขียว
ส่วนเรือนกายของโครงกระดู้กปีศาจเลือด้กมวางอาบ แสงจันทร์อยู่ในลานบ้านที่กว้างใหญ่แห่งนี้
ในบ้านพักที่แง้มประตูเอาไว้ เนี่ยเทียนนั่งนิ่งอยู่ภายใน มือ ถือคัมภีร์เล่มหนึ่ง ซึ่งคัมภีร์เล่มนี้หลีจิ้งเป็นคนมอบให้เขาก่อนที่จะ จากไป นางต้องการให้เขาตั้งใจศึกษามัน
คัมภีร์นี้มีชื่อว่าเวทหลอมโลหิต
เวทหลอมโลหิตคือคาถาวิเศษอันเป็นคาถาพื้นฐานของ สำานักโลหิต ลูกศิษย์สำานักโลหิตทุกคนล้วนจำาเป็นต้องใช้มันมาฝึก บำาเพมญตบะ
ไม่เหมือนกับคาถาวิเศษส่วนใหญ่ของสำานักอื่นใน อาณาจักรหลีเทียน เวทหลอมโลหิตของสำานักโลหิตจำาเป็นต้องใช้ เลือด้สัตว์วิเศษมาฝึกฝน
ใช้เวทหลอมโลหิตมาชักนำาเลือด้สด้ของสัตว์วิเศษ เอา ปราณวิญญาณที่ด้ึงออกมาจากเลือด้ของสัตว์เข้ามาไว้ในมหาสมุทร วิญญาณ
นอกจากเวทหลอมโลหิตแล้ว หลีจิ้งยังมอบยาโลหิตให้กับ เนี่ยเทียนอีกสามเมมด้ ให้เขาใช้เวทหลอมโลหิตมาด้ึงพลังวิญญาณ ของเลือด้ออกมาจากในยาโลหิต นำาพลังวิญญาณของเลือด้ไปรวม อยู่ในมหาสมุทรวิญญาณ จากนั้นกมให้มันก่อตัวขึ้นเป็นน้ำาวนลูกหนึ่ง ที่เกิด้จากเลือด้ลมบริสุทธิ์
เวทหลอมโลหิตทำาความเข้าใจได้้ง่าย เนี่ยเทียนแค่พลิก อ่านดู้ไม่กี่หน้ากมประจักษ์แจ้งถึงจุด้มหัศจรรย์ของเวทหลอมโลหิต
ทว่าเมื่อเขาพยายามใช้เวทหลอมโลหิตมาหลอมละลายยา โลหิตเมมด้นั้นกลับพบว่าพลังเลือด้ลมในยาโลหิตกลับไม่ถูกควบคุม และไม่สามารถชักนำามายังมหาสมุทรวิญญาณของเขาได้้
ปราณเลือด้เป็นเส้นๆ ที่ไหลออกมาจากในยาโลหิต เมื่อ เขาใช้มหาสมุทรวิญญาณมากลั่นหลอมกลับพบว่ามีส่วนหนึ่งไหลเข้า สู่หัวใจ แล้วถูกปราณเลือด้สีเขียวเส้นนั้นที่ครอบครองหัวใจเขา เขมือบกลืน
อีกส่วนหนึ่งเมื่อเขาจะนำาไปรวมที่มหาสมุทรวิญญาณ มัน กลับกระจายอยู่ตามเลือด้สด้ในหลอด้เลือด้ของเขาแทน
“เวทหลอมโลหิตคือการนำาพลังเลือด้ลมไปรวมที่ มหาสมุทรวิญญาณทีละนิด้ แต่ดู้เหมือนว่าวิชานี้…จะไม่เหมาะสมกับ ข้า”
หลังจากที่ฤทธิ์ของยาโลหิตเมมด้หนึ่งหายเกลี้ยงไปแล้ว เนี่ย เทียนกมโยนคัมภีร์เล่มนั้นเข้าไปในไว้กำาไลเกมบของ ขมวด้คิ้วครุ่นคิด้ อย่างหนัก
เขาตรวจสอบอย่างละเอียด้หนึ่งรอบกมพบว่าพลังเลือด้ลมที่ ออกมาจากยาโลหิตเมมด้นั้นมีแต่ทำาให้ร่างกายเขาได้้รับผลประโยชน์ เท่านั้น ทำาให้ปราณเลือด้สีเขียวเส้นนั้นขยายใหญ่ขึ้นมาเลมกน้อย แต่ กลับไม่อาจไปรวมกันอยู่ที่มหาสมุทรวิญญาณได้้
เขาไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
เขาจึงหันไปมองโครงกระดู้กปีศาจเลือด้โด้ยอัตโนมัติ
เขาเลยนึกได้้ทันทีว่าตอนที่โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ตื่นขึ้น มา และเมื่อมันสังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำาที่สำานักโลหิตและสำานักภูตผี อย่างกำาเริบเสิบสาน กมได้้เอาเวทหลอมโลหิตมาหลอมเลือด้สด้ของ ภูตผีปีศาจชั้นต่ำาเหล่านั้นเหมือนกัน
แต่โครงกระดู้กปีศาจเลือด้คือเผ่าโครงกระดู้ก ดู้เหมือน ว่า…จะไม่มีมหาสมุทรวิญญาณจุด้ตันเถียน
ปราณเลือด้สด้ที่โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ใช้เวทหลอมโลหิต มาด้ึงออกไป ดู้เหมือนว่ากมจะกระจายไปตามเลือด้สด้ที่ไหลอยู่ใน โครงกระดู้กของมัน
“หรือสาเหตุเป็นเพราะในร่างกายข้ามีสายเลือด้ที่พิเศษ อยู่?” เนี่ยเทียนใคร่ครวญ
“เวทหลอมโลหิต?” และเวลานี้เอง ในลานกว้างพลันมีเงา ร่างหนึ่งโผล่พรวด้ออกมา
เงาร่างนั้นแรกเริ่มยังพร่าเลือน รอจนเนี่ยเทียนได้้ยินเสียง ของอีกฝ่ายและหันไปมองด้้วยความตกตะลึงกมพบว่าเงาร่างพร่า เลือนนั้นเปลี่ยนมาเป็นชัด้เจนอย่างรวด้เรมว
“ท่านหัว?” เนี่ยเทียนตะลึง “ท่านมาที่นี่ได้้อย่างไร?”
“แน่นอนว่าต้องมาหาเจ้าน่ะสิ” หัวมู่ยิ้มน้อยๆ กล่าวว่า “เจ้ากำาลังฝึกเวทหลอมโลหิตของสำานักโลหิตอยู่รึ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า “ดู้เหมือนว่าข้าจะไม่ค่อยเหมาะกับเวท หลอมโลหิตเท่าไหร่นัก”
“ไม่ เจ้าเข้าใจผิด้แล้ว” หัวมู่ส่ายหน้า กล่าวอย่างจริงจัง “เจ้าเหมาะสมกับการฝึกเวทหลอมโลหิตอย่างมาก เพียงแต่ว่าเจ้าไม่ จำาเป็นต้องฝึกตามวิธีของสำานักโลหิต เลือด้ของเจ้าไม่เหมือนคนปกติ เจ้าจำาเป็นแค่ต้องใช้เวทหลอมโลหิตมาหลอมเลือด้ให้บริสุทธิ์ไปทีละ นิด้กมพอแล้ว”
คำาพูด้นี้ด้ังออกมา เนี่ยเทียนกมอึ้งงันไปทันที “หรือว่าวิธี การฝึกก่อนหน้านี้ของข้านั้นถูกต้องแล้ว?”
“อืม มีเพียงผู้ที่ในร่างไม่มีสายเลือด้พิเศษเท่านั้นถึงจำาเป็น ต้องใช้พลังเลือด้ลมมาชักจูงไปยังมหาสมุทรวิญญาณ แต่เจ้าไม่ เหมือนคนอื่น เจ้ามีเลือด้แห่งพลังชีวิต และตามความเหมนข้า สาย เลือด้ของเจ้า…ได้้ฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว” สีหน้าหัวมู่ตื่นเต้นเลมกน้อย กล่าว “เลือด้แห่งพลังชีวิตของเจ้าสามารถใช้เวทหลอมโลหิตมา ทำาให้แขมงแกร่งขึ้นได้้ เวทหลอมโลหิตนี่เหมาะสมกับเจ้ามาก”
“ท่านมองออกด้้วยหรือ?” เนี่ยเทียนตะลึง
ก่อนหน้าที่เขาจะเด้ินทางไปยังประตูสวรรค์ หัวมู่กมเคย บอกแล้วว่าบางทีตอนอยู่ในประตูสวรรค์เขาอาจจะได้้รับรู้ความลับ
ของร่างกายตัวเอง ตอนนั้นเขางุนงงไม่เข้าใจ รู้สึกแค่ว่าหัวมู่ช่าง ลึกลับซับซ้อนยิ่งนัก
ตอนนี้เขากลับออกมาจากในประตูสวรรค์ ปราณเลือด้สี เขียวเส้นนั้นที่เลื้อยพันหัวใจของเขาเอาไว้ เหมนได้้ชัด้ว่ามันกมคือสาย เลือด้แห่งชีวิตที่ฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว
อีกทั้งพรสวรรค์ชนิด้หนึ่งในสายเลือด้แห่งชีวิตของเขากมได้้ ฟื้นตื่นขึ้นมาด้้วย—การถ่ายโอนพลังแห่งชีวิต
เวลานี้เขากมยิ่งรู้สึกว่าเรื่องใด้กมตามที่หัวมู่ทำาลงไปล้วนแฝง เร้นไว้ด้้วยความหมายลึกล้ำา
“อืม นับตั้งแต่วันแรกที่ข้าพบเจ้า ข้ากมรู้ถึงความพิเศษใน ร่างเจ้าแล้ว” หัวมู่พยักหน้า จากนั้นกมพลันเงียบขรึมลงไป
ครู่ใหญ่หลังจากนั้นเขาถึงได้้ถอนหายใจ กล่าวว่า “ปีนั้นที่ ข้าทุ่มเทแรงกายแรงใจมากมายเพื่อช่วยกลั่นกรองสิ่งเจือปนที่อยู่ใน ร่างเจ้า แน่นอนว่าย่อมมีความเหมนแก่ตัวอยู่ด้้วย”
“ข้าพร้อมฟังคำาอธิบาย” เนี่ยเทียนสีหน้าจริงจัง
แต่ไหนแต่ไรมา หัวมู่คอยช่วยเหลือเขามาตลอด้ ไม่ว่าที่ เทือกเขาชื่อเหยียน หรือก่อนหน้าที่ประตูสวรรค์จะเปิด้ หัวมู่กมล้วนใช้ วิธีการของตัวเองมาแอบช่วยทำาเรื่องบางอย่างให้กับเขา
เขาจึงรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่เสมอ
“ข้ากมเหมือนกับอาจารย์ของเจ้านั่นคือ อายุขัย…ใกล้จะ หมด้สิ้นลงแล้ว วันหนึ่งข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถใช้เลือด้แห่งพลัง ชีวิตของเจ้ามาช่วยยืด้อายุขัยของข้าออกไป แน่นอนว่าด้้วยระด้ับ สายเลือด้ของเจ้าในตอนนี้ยังไม่มีความสามารถนั้น” หัวมู่ยิ้มและ กล่าวว่า “แต่ข้ารอได้้ รอได้้อีกหลายสิบปี ด้้วยพรสวรรค์และความ สามารถของเจ้า อีกหลายสิบปีให้หลัง น่าจะช่วยให้ข้ามีชีวิตอยู่ได้้อีก หลายปี”
“การถ่ายโอนทางพลังแห่งชีวิต?” เนี่ยเทียนเข้าใจโด้ย พลัน
หัวมู่ด้วงตาเป็นประกาย “พรสวรรค์แห่งสายเลือด้ของเจ้า ที่ฟื้นตื่นขึ้นมาคือการถ่ายโอนพลังชีวิตงั้นรึ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า “พรสวรรค์แรกของสายเลือด้กมคือการ ถ่ายโอนพลังชีวิต”
“เยี่ยมไปเลย!” หัวมู่ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด้ กล่าวว่า “ด้ีมาก ด้ีมากๆ เจ้าไม่ทำาให้ข้าผิด้หวังจริงๆ! ด้้วยพลังของสายเลือด้เจ้า บางทีอีกสิบปีกมน่าจะมีความสามารถมากพอช่วยถ่ายโอนพลังชีวิตให้ แก่ข้า! ข้ามองคนไม่ผิด้จริงๆ ด้้วย!”
จากนั้นหัวมู่กมพูด้อีกว่า “ท่านตาและท่านปอาใหญ่ของเจ้า ปลอด้ภัยด้ี ก่อนหน้าที่ภูตผีปีศาจชั้นต่ำาจะรุกรานเมืองเฮยอวิ๋น ข้าได้้ พิทักษ์พวกเขาไปส่งยังสถานที่ที่ปลอด้ภัยแล้ว ตอนนี้พวกเขาน่าจะ ถูกสำานักหลิงอวิ๋นรับตัวขึ้นเขาไปแล้ว เจ้าไม่จำาเป็นต้องเป็นห่วงพวก เขาสองคนอีก”
“ขอบพระคุณมากขอรับ” เนี่ยเทียนโค้งตัวลงต่ำา
“ไม่จำาเป็น” หัวมู่โบกมือ แล้วกล่าวอีกว่า “ใช่แล้ว ใน ประตูสวรรค์เจ้าได้้รับผลเกมบเกี่ยวอะไรมาบ้างไหม?”
“ได้้รับคาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นและบทกลางขอรับ” เนี่ย เทียนตอบอย่างเปิด้เผย
และกมไม่รู้ว่าทำาไม เขามักรู้สึกว่าสามารถเชื่อใจหัวมู่ได้้เตม ร้อย เพราะแม้แต่เรื่องที่แกนเลือด้ของเกราะมังกรเพลิงพาเขาไปยัง ด้ินแด้นลึกลับ หัวมู่กมยังรู้
“คาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นและบทกลาง เจ้าได้้มาจาก พระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าวงั้นรึ?” หัวมู่พลันตะลึงลาน
เนี่ยเทียนเปิด้สาบเสื้อตรงหน้าอกออกให้หัวมู่ได้้เหมนภาพ ด้าวหกแฉกสองด้วง
หัวมู่มองหนึ่งครั้งกมตัวสั่นเยือก คล้ายตกตะลึงอย่างแท้จริง
เนิ่นนานหลังจากนั้น หัวมู่ถึงได้้ใช้สายตาที่ซับซ้อนถึงขีด้ สุด้มองมาที่เขา กล่าว “เด้ิมทีเจ้ามีเกราะมังกรเพลิงอยู่กับตัวข้ากม รู้สึกว่าเจ้าไม่ควรอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนนานเกินไปนัก ตอนนี้ แม้แต่คาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นและบทกลางเจ้ากมยังได้้มาครองด้้วย เจ้ากมยิ่งไม่ควรอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนเข้าไปใหญ่”
“ว่าไงนะ?” เนี่ยเทียนอึ้งงัน
“ตราประทับรูปด้าวหกแฉกทั้งสองที่บันทึกคาถาสะเกมด้ ด้าวบทต้นและบทกลางเอาไว้นั้นมีความสำาคัญอย่างยิ่งยวด้ สำาคัญ เกินกว่าที่เจ้าจะคาด้คิด้ได้้ หากเจ้าอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนต่อไป เกรงว่าภัยที่จะมาสู่ตัวเจ้า แม้แต่ข้ากมคงมิอาจปกปองได้้” หัวมู่สูด้ลม หายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง “เชื่อข้าเถอะ ข้าไม่มีทางคิด้ร้ายต่อเจ้า แน่นอน คืนนี้เจ้าจากไปพร้อมกับข้าเลย”
“อูจี้อาจารย์ของข้า และยังมีหลีจิ้งเจ้าสำานักโลหิตล้วน พร้อมปกปองข้า” เนี่ยเทียนอธิบาย
หัวมู่ส่ายหัว “พวกเขาปกปองเจ้าไม่ได้้หรอก สิ่งของที่ วิมานสวรรค์แห่งอาณาจักรเสวียนเทียนต้องการมาอยู่ที่อาณาจักร หลีเทียน มีใครบ้างที่จะกล้าไม่ส่งมอบให้!”
“แล้ว…แล้วข้าต้องไปอยู่ที่ไหนล่ะ” เนี่ยเทียนกล่าวด้้วย ความงงงัน
“ข้าจะพาเจ้าไปสถานที่แห่งหนึ่ง เจ้าไปอยู่ที่นั่นสักพัก รอ จนเรื่องสงบลงแล้วเจ้าถึงจะกลับมาอาณาจักรหลีเทียนได้้อีกครั้ง” หลังจากที่หัวมู่ได้้ยินว่าเขาได้้รับตราประทับด้าวหกแฉกสองด้วงมากม แสด้งท่าทีร้อนรนอย่างเหมนได้้ชัด้ “ไปตั้งแต่คืนนี้เลย เพื่อหลีกเลี่ยง ไม่ให้สายเกินกาล!”
“ไปจากอาณาจักรหลีเทียนรึ?”
“ถูกต้อง ไปจากอาณาจักรหลีเทียน ไปสถานที่ที่วิมาน สวรรค์ไม่สามารถเอื้อมมือไปถึง ซ่อนตัวอยู่ที่นั่นสักพักเพื่อทำาความ เข้าใจกับคาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นและบทกลางในด้าวหกแฉกให้ทะลุ ปรุโปร่งอย่างแท้จริงเสียก่อน” หัวมู่พยักหน้าแรงๆ “มีเพียงเจ้า ผสานตราประทับทั้งสองนั้นไว้ในร่างได้้อย่างแท้จริง ถึงเวลาต่อให้ถูก เปิด้โปงและคนของวิมานสวรรค์หาตัวเจอ พวกเขากมไม่สามารถ บังคับช่วงชิงเอาไปได้้”
“ถึงเวลานั้น ไม่ว่าพวกเขายินด้ีหรือไม่กมล้วนจำาเป็นต้อง พึ่งพาเจ้า ทั้งยังต้องเป็นฝ่ายรับเจ้าเข้าวิมานสวรรค์เองด้้วยซ้ำา”
“และหากเจ้าเข้าไปอยู่ในวิมานสวรรค์ ต่อให้เจ้าพวกคน ของอาณาจักรอั้นหมิงรู้ว่าเกราะมังกรเพลิงอยู่ที่เจ้ากมยังทำาอะไรเจ้า ไม่ได้้”
เนี่ยเทียนรู้สึกมึนงงเลมกน้อย ยังไม่สามารถย่อยข้อมูล ทั้งหมด้ที่เขากล่าวออกมาได้้ ทำาได้้เพียงพูด้ว่า “ทุกอย่างทำาตามที่ ท่านต้องการกมแล้วกัน”
“อืม พวกเราไปกันตอนนี้เลย”