ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 224 ถอนตัวออกไปก่อน
กลางด้ึก ตำาหนักใหญ่ของสำานักภูตผี
ฉางเซิน กุ่ยถงและหลีจิ้งปรึกษากันยาวนานตลอด้ทั้งคืน เรื่องที่ว่าอันด้ับต่อไปควรจะรับมือกับวิกฤตจากแปด้อาณาจักร อย่างไร
อาณาจักรหลีเทียนมีค่ายกลนำาส่งแห่งมิติทั้งหมด้สามแห่ง ที่สามารถเชื่อมต่อกับต่างอาณาจักรได้้ ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติทั้งสาม แห่งนั้นอยู่ที่วังยมบาล สำานักภูตผีและหอหลิงเป่า
ก่อนหน้านี้สำานักทั้งเจมด้ของอาณาจักรหลีเทียนต่างกมใช้ ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติทั้งสามเด้ินทางไปยังอาณาจักรอื่นๆ
ตอนที่ภูตผีปีศาจบุกเข้ามา ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติทั้งสามใช้ การไม่ได้้ชั่วคราว เจมด้สำานักของอาณาจักรหลีเทียนคิด้จะใช้ค่ายกล นำาส่งแห่งมิติทั้งสามไปขอความช่วยเหลือจากอาณาจักรอื่นกลับพบ ว่าอาณาจักรทั้งแปด้ที่ก่อนหน้านี้มีการติด้ต่อกับอาณาจักรหลีเทียน ล้วนหยุด้การทำางานของค่ายกลนำาส่งอาณาจักรหลีเทียน
เด้ิมทีเจมด้สำานักของอาณาจักรหลีเทียนยังต้องการใช้ค่าย กลนำาส่งแห่งมิติทั้งสามพาตัวผู้ที่มีขอบเขตต่ำาต้อยให้ไปจาก อาณาจักรหลีเทียน หรือหากอาณาจักรหลีเทียนต้านทานไม่ไหว จริงๆ กมจะถอนทัพออกไปโด้ยอาศัยค่ายกลทั้งสามนั่น
น่าเสียด้ายที่แปด้อาณาจักรคล้ายจะมีการตกลงลับๆ ร่วม กัน เมื่อพวกเขาคิด้จะใช้ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติติด้ต่อกับอาณาจักรทั้ง แปด้ กลับพบว่าทั้งแปด้อาณาจักรล้วนปฏิเสธพวกเขา
และกมด้้วยเหตุนี้ พวกฉางเซินถึงได้้เข้าใจว่าทั้งแปด้ อาณาจักรต่างกมทอด้ทิ้งอาณาจักรหลีเทียนแล้ว
“ภูตผีปีศาจถอยกลับไป หากไม่ผิด้จากที่คาด้การณ์เอาไว้ เจ้าพวกคนของอาณาจักรอั้นหมิงและอาณาจักรคุนหลัวต้องได้้รับ ข่าวนี้ในอีกไม่นานและพากันมาเยือนอาณาจักรหลีเทียน” ฉางเซิน สีหน้าเคร่งขรึม “ตอนนี้พวกเราไม่มีอันตรายจากภูตผีปีศาจจึงไม่รีบ ร้อนกลับสำานัก การด้ำารงอยู่ของค่ายกลนำาส่งแห่งมิติทั้งสามกลับ เปลี่ยนมาเป็นช่องโหว่ให้กับแปด้อาณาจักร”
“ตามความเหมนข้า นับแต่วันนี้ไปพวกเราควรปิด้ผนึกค่าย กลนำาส่งแห่งมิติทั้งสามนั้นซะ ขัด้ขวางไม่ให้พวกต่างถิ่นจากแปด้ อาณาจักรเหยียบย่างเข้ามาในอาณาจักรหลีเทียน”
“อาณาจักรอั้นหมิงและอาณาจักรคุนหลัวค่อนข้างอยู่ใกล้ กับพวกเขา แต่เมื่อสูญเสียการติด้ต่อทางค่ายกลนำาส่งแห่งมิติไป พวกเขาคิด้จะข้ามทางช้างเผือกมากมยังจำาเป็นต้องใช้เวลาที่ค่อนข้าง นาน”
“นอกจากนี้ การข้ามทางช้างเผือกต้องเผชิญกับอันตราย มากมาย ข้าต้องการให้เจ้าพวกคนของอาณาจักรอั้นหมิงและอาณา จักรคุนหลัวเหล่านั้นได้้ลิ้มรสกับความยากลำาบากในทางช้างเผือก”
“ต่อให้พวกเขาข้ามทางช้างเผือกสำาเรมจ และเข้ามาใน อาณาจักรหลีเทียนได้้ พวกเขากมต้องมีบาด้เจมบกันไปไม่น้อย!”
ฉางเซินกล่าวความเหมนของตัวเองออกมา กุ่ยถงและหลีจิ้ง ต่างกมพยักหน้าเบาๆ แสด้งว่าเหมนด้้วย
ทันใด้นั้นกุ่ยถงกมจัด้การสั่งให้ผู้อาวุโสของสำานักภูตผีไปปิด้ ค่ายกลนำาส่งของสำานักภูตผีเสียก่อน
ฉางเซินเองกมคิด้จะใช้เวทลับติด้ต่อกับคนในสำานักที่เฝอา พิทักษ์อยู่ข้างค่ายกลนำาส่งแห่งมิติของวังยมบาล สั่งการให้พวกเขา ไปปิด้ค่ายกลนั้นเช่นกัน อีกทั้งพยายามติด้ต่อฝางฮุยแห่งหอหลิงเป่า ให้เขาร่วมมือปิด้ผนึกค่ายกลนำาส่งแห่งมิติของหอหลิงเป่าด้้วย
ทว่าผู้อาวุโสของสำานักภูตผีที่กุ่ยถงสั่งความไปเมื่อครู่นี้เพิ่ง จะถอยไปได้้ไม่นานกมรีบร้อนกลับมาอีกครั้ง
“เจ้าสำานัก มีคนสองคนใช้ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติของสำานัก ภูตผีเรามาถึงก่อนแล้ว” ผู้อาวุโสคนนั้นกล่าวด้้วยสีหน้าหวาด้กลัว “พวกเขาถือปอายคำาสั่งของเจ้าสำานักวิมานสวรรค์มาด้้วย พวกเขา ต้องการพบท่าน”
“วิมานสวรรค์? ปอายคำาสั่งของเจ้าสำานัก!” กุ่ยถงหน้า ถอด้สี
ฉางเซินและหลีจิ้งเองกมแสด้งท่าทีตกใจอย่างเหมนได้้ชัด้ อึ้ง งันไปกับการมาเยือนของแขกจากวิมานสวรรค์สองคนซึ่งถือคำาสั่ง เจ้าสำานักวิมานสวรรค์มาด้้วย
กุ่ยถงหันไปมองฉางเซิน
ฉางเซินใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งกมพยักหน้าเบาๆ กล่าวว่า “ดู้ ก่อนว่าพวกเขาจะว่าอย่างไร”
ด้ังนั้นกุ่ยถงจึงโบกมือ
ครู่หนึ่ง หนิงหยางและซูหลินที่เด้ินทางไกลมาจากวิมาน สวรรค์กมถูกผู้อาวุโสของสำานักภูตผีคนนั้นเชิญตัวมาหยุด้อยู่ต่อหน้า คนทั้งสาม
“คารวะผู้อาวุโสทั้งสามท่าน” หลังจากที่หนิงหยางมาถึงกม ทำาความเคารพด้้วยท่าทางไม่แขมงกระด้้างและไม่อ่อนน้อม
แล้วเขากมหยิบเอาปอายคำาสั่งแผ่นนั้นออกมาให้ฉางเซิน กุ่ยถงและหลีจิ้งดู้ทันที รอจนคนทั้งสามแน่ใจแล้วว่าปอายคำาสั่งนี้ไม่ใช่ ของปลอม หนิงหยางจึงบอกจุด้ประสงค์การมาของพวกเขาอยากไม่ รีบไม่ร้อน บอกว่าต้องการตัวเนี่ยเทียนผู้ที่ได้้ครอบครองคาถาสะเกมด้ ด้าวบทต้นและบทกลาง
เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาถึงตราประทับคาถาสะเกมด้ ด้าวบทต้นและบทกลางที่มาจากพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าวใน ประตูสวรรค์ทั้งสองบทว่ามีความสำาคัญอย่างยิ่งยวด้ มีเพียงตรา ประทับทั้งสามรวมกันเป็นหนึ่งเท่านั้นถึงสามารถปิด้ผนึกรอยแยกที่ ปรากฏขึ้นในอาณาจักรเสวียนเทียน อาณาจักรเชียนแจว๋ และ อาณาจักรหลีเทียน สกัด้กั้นการรั่วซึมของปราณปีศาจได้้
เรื่องที่หนิงหยางกล่าวมาแม้กระทั่งฉางเซินแห่งวังยมบาล เองกมยังไม่รู้ หลังจากที่ฉางเซินสามคนรู้ถึงความสำาคัญของตรา ประทับทั้งสอง รู้ถึงจุด้ประสงค์ที่แท้จริงของพวกภูตผีปีศาจ ต่างกมี สีหน้าเคร่งเครียด้ทันที
“พื้นที่ของอาณาจักรหลีเทียนเลมกที่สุด้ หากไม่สามารถปิด้ ผนึกรอยแยกโด้ยเรมว อย่างมากสุด้ยี่สิบปี อาณาจักรหลีเทียนกมจะถูก ปราณปีศาจกลบทับจนหมด้ เมื่อถึงเวลานั้น บางทีไม่จำาเป็นต้องให้ ภูตผีปีศาจออกโรงเอง เจมด้สำานักใหญ่ในอาณาจักรหลีเทียนของพวก ท่าน รวมไปถึงคนธรรมด้าทั้งหมด้กมคงต้องถูกบีบให้ย้ายออกไป”
“พวกเราได้้รับคำาสั่งให้เด้ินทางมาครั้งนี้กมเพื่อแก้ไขปัญหา นี้ ผู้ที่ได้้ครอบครองคาถาสะเกมด้ด้าวของอาณาจักรหลีเทียนขอบเขต ต่ำาต้อย ต่อให้เขาครอบครองตราประทับทั้งสองนั้นกมไม่สามารถ ผสานรวมได้้ในระยะเวลาอันสั้น”
“ขอทั้งสามท่านเหมนแก่ส่วนรวม มอบตัวเด้มกที่ชื่อเนี่ยเทียน มาให้ข้า ข้ารับรองว่าจะเอาแค่ตราประทับคาถาสะเกมด้ด้าวทั้งสอง บทมาเท่านั้น ไม่เอาชีวิตเขาแน่นอน”
“ขอแค่เอาตราประทับคาถาสะเกมด้ด้าวทั้งสองมาได้้ วิมาน สวรรค์และอีกหกอาณาจักรที่เหลือจะไม่ยื่นมือเข้าแทรกความขัด้แย้ง ระหว่างอาณาจักรหลีเทียนกับอาณาจักรอั้นหมิง และอาณาจักรคุน หลัว”
“ผู้อาวุโสทั้งสามท่านล้วนเป็นคนฉลาด้ คิด้ว่าคงจะรู้ว่า ควรจัด้การอย่างไร และรู้ว่าการตัด้สินใจแบบไหนถึงจะมีประโยชน์ ต่ออาณาจักรหลีเทียนสูงสุด้”
หลังจากหนิงหยางอธิบายสาเหตุทุกข้ออย่างชัด้เจนกมเงียบ งันไม่พูด้อะไรต่อ รอการตัด้สินใจจากพวกฉางเซินสามคนเงียบๆ
“เนี่ยเทียน! เป็นเนี่ยเทียนเองหรือนี่!” หลีจิ้งแห่งสำานัก โลหิตทั้งตะลึงและทั้งด้ีใจ “นึกไม่ถึงเลยว่าเนี่ยเทียนจะได้้ตราประทับ คาถาสะเกมด้ด้าวสองบทมาจากในประตูสวรรค์!”
“หลีจิ้ง! ตราประทับคาถาสะเกมด้ด้าวเกี่ยวพันกับเรื่องใหญ่ หากตราประทับทั้งสามไม่สามารถรวมเป็นหนึ่ง อาณาจักรหลีเทียนกม ยากจะผ่านเคราะห์ครั้งนี้ไปได้้!” ฉางเซินสงบสติอารมณ์และตัด้สิน
ใจได้้อย่างรวด้เรมว เขากล่าวว่า “เนี่ยเทียนที่ปลุกโครงกระดู้กปีศาจ เลือด้ขึ้นมา ช่วยอาณารจักรหลีเทียนได้้มาก ข้อนี้ข้าจด้จำาได้้ขึ้นใจ!”
“แต่ว่าอย่างไรซะเขากมีตบะแค่ท้ายสวรรค์ เขาครอบ ครองตราประทับคาถาสะเกมด้ด้าวสองบทนั่นกมไม่สามารถย่อยและ ผสานรวมมันได้้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี่จะนำาภัยมาสู่อาณาจักรหลี เทียน รวมไปถึงอาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนแจว๋ที่กม อาจจะตกอยู่ในภัยพิบัติครั้งนี้ไปด้้วยเพราะตราประทับทั้งสามไม่รวม เป็นหนึ่ง”
“ให้เขาส่งมอบตราประทับคาถาสะเกมด้ด้าวทั้งสองนั่นมา ซะ วังยมบาลของข้าจะชด้เชยให้กับเขาเอง!”
หลังจากที่กุ่ยถงรู้ว่าการที่รอยแยกซึ่งปลด้ปล่อยปราณ ปีศาจออกมาปรากฏขึ้นในอาณาจักรหลีเทียนมีความหมายเช่นไร เขากมลนลานไปเหมือนกัน
เขารู้ว่าในเมื่อหนิงหยางถึงขนาด้มาเยือนพร้อมปอายคำาสั่ง ของเจ้าสำานักวิมานสวรรค์ ย่อมไม่มีทางกลับไปมือเปล่าแน่นอน
ใช้ตราประทับคาถาสะเกมด้ด้าวทั้งสองของเนี่ยเทียนมาปิด้ ผนึกรอยแยกห้วงมิติในอาณาจักรหลีเทียน ทำาให้อาณาจักรหลีเทียน ไม่ต้องถูกปราณปีศาจกลบทับ ทั้งยังสามารถแก้ไขวิกฤตครั้งใหญ่ที่ อาณาจักรหลีเทียนต้องเผชิญได้้ด้้วย เขาเองกมคิด้ว่าเรื่องนี้สมควรทำา
หลีจิ้งที่เพิ่งมอบเวทหลอมโลหิตให้กับเนี่ยเทียนได้้ไม่นาน เมื่อเข้าใจสถานการณ์และกมรู้ว่าด้้วยกำาลังของนางคงไม่สามารถปก ปองเนี่ยเทียนได้้
อีกทั้งตราประทับคาถาสะเกมด้ด้าวทั้งสองนั้นกมสำาคัญมาก เกินไป สำาคัญถึงขั้นอาจเกี่ยวพันไปถึงสถานการณ์โด้ยภาพรวมของ ตลอด้ทั้งด้ินแด้นด้าวตกในอนาคตด้้วย แม้แต่ปอายคำาสั่งของเจ้า สำานักวิมานสวรรค์ยังมาปรากฏอยู่ที่อาณาจักรหลีเทียนแล้ว นางจึงรู้ ด้ีว่าในอาณาจักรหลีเทียนย่อมไม่มีใครคัด้ค้านการตัด้สินใจของวิมาน สวรรค์ได้้อีก!
ที่สำาคัญที่สุด้กมคือหากเนี่ยเทียนไม่ส่งมอบตราประทับคาถา สะเกมด้ด้าวทั้งสองบทนั้นมา อาณาจักรหลีเทียนกมจะต้องเด้ือด้ร้อน ก่อนใคร
ใบหน้าหลีจิ้งเปลี่ยนแปลงไปจนมิอาจคาด้เด้า เนิ่น นานถึงได้้มองมายังหนิงหยางแล้วกล่าวว่า “แค่เอาตราประทับคาถา สะเกมด้ด้าวเท่านั้น ไม่ทำาร้ายเนี่ยเทียนจริงๆ รึ?”
หนิงหยางเอ่ยคำาสาบานอย่างจริงจัง รับรองว่ามีเวทลับที่ สามารถกรีด้เอาตราประทับคาถาสะเกมด้ด้าวทั้งสองออกมาจากร่าง ของเนี่ยเทียนได้้โด้ยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการฝึกบำาเพมญตบะของเนี่ย เทียนในวันหน้า
เขายังถึงขั้นรับรองด้้วยว่าหลังจากที่ได้้ตราประทับคาถา สะเกมด้ด้าวทั้งสองไปแล้ว วิมานสวรรค์จะยังชด้เชยให้กับเนี่ยเทียน อีกทั้งจะกำาราบอาณาจักรคุนหลัวและอาณาจักรอั้นหมิง ไม่ให้พวก เขาเข้ามารุกรานอาณาจักรหลีเทียน
คำาสาบานของเขาในที่สุด้กมตัด้ความกังวลของหลีจิ้งไปได้้ “ถ้าอย่างนั้นกมด้ี ข้าจะพาพวกเจ้าไปหาเนี่ยเทียน”
“ยิ่งเรมวเท่าไหร่กมยิ่งด้ี” หนิงหยางกล่าว
จากนั้นหลีจิ้งกมพาพวกเขาเด้ินทางไปยังลานบ้านที่มีโครง กระดู้กปีศาจเลือด้นอนนิ่งอยู่
แต่ยังไม่ทันได้้เข้าไป ฉางเซิน กุ่ยถงและหลีจิ้งต่างกมหน้า เปลี่ยนสีน้อยๆ
กระแสจิตที่พวกเขาปลด้ปล่อยออกไปไม่สามารถสัมผัสได้้ ถึงวี่แววของสิ่งมีชีวิตใด้ๆ นี่หมายความว่าเนี่ยเทียนไม่ได้้อยู่ที่นี่
“เกิด้เรื่องอะไรขึ้น?” หนิงหยางถามอย่างคลางแคลง
หลีจิ้งขมวด้คิ้วน้อยๆ กล่าวว่า “บางทีอาจจะออกไปเด้ิน เล่น ไม่เป็นไร ข้าจำาปราณบนตัวเขาได้้ ขอแค่เขาอยู่ในเมืองแห่งนี้ ข้าต้องหาตัวเขาเจอแน่นอน”
กล่าวจบคลื่นมหาสมุทรวิญญาณที่เหมือนคลื่นน้ำาวงหนึ่งกม แผ่ออกไปรอบด้้านโด้ยมีหลีจิ้งเป็นจุด้ศูนย์กลาง
ผ่านไปครึ่งเค่อ ร่างของหลีจิ้งที่นั่งอยู่บนแท่นด้อกบัวสี เลือด้กมสั่นเยือกน้อยๆ กล่าวด้้วยความตะลึงพรึงเพริด้ “เนี่ยเทียนไม่ ได้้อยู่ในเมือง!”
“จะเป็นไปได้้อย่างไร?” ฉางเซินเองกมอึ้งงันไปเช่นกัน “อยู่ ด้ีๆ เจ้าเด้มกนั่นคงไม่ไปจากเมืองหรอกมั้ง หรือว่าเขาสัมผัสได้้ถึง วิกฤตล่วงหน้า? ด้้วยตบะและขอบเขตของเขา ต่อให้ไปจากเมืองกมไม่ น่าจะไปได้้ไกลนัก”
“แยกย้ายกันตามหา!” กุ่ยถงกลายร่างเป็นวิญญาณผี เลือนรางบินพรวด้ขึ้นกลางฟอา พริบตาเด้ียวกมหายวับไป
ฉางเซินลังเลเลมกน้อยกมทะยานขึ้นสู่ท้องฟอา มุ่งหน้าไปยัง ทิศทางที่ออกนอกเมือง ไปตามหาเนี่ยเทียนเช่นกัน
หลีจิ้งที่นั่งอยู่บนแท่นด้อกบัวสีเลือด้กมคำารามอู้ออกไป หลัง จากที่บินออกจากเมืองโบราณแล้วกมเริ่มปลด้ปล่อยกระแสจิตออกไป ตามหายังพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นคนละส่วนกับกุ่ยถงและฉางเซิน
เมื่อฟอาสว่าง คนทั้งสามกลับเข้ามาในเมืองโบราณด้้วย ใบหน้าห่อเหี่ยว สีหน้าแปลกประหลาด้อย่างถึงที่สุด้—พวกเขาตา มหาเนี่ยเทียนไม่เจอ