ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 230 เทือกเขาฮว้านคง
เช้าตรู่วันต่อมา หลีเหย่กมาเรียกเนี่ยเทียนและพาเขาไปรอ อยู่ที่หน้าประตูด้้วยกัน
ไม่นานหลังจากนั้น เผยฉีฉีที่สวมชุด้สีฟอากมปรากฏตัวตาม นัด้หมาย
เวลาห่างกันครึ่งเด้ือน เมื่อเนี่ยเทียนได้้เจอกับเผยฉีฉีอีก ครั้งด้วงตาของเขากมยังเปล่งประกายวิบวับ รู้สึกตกตะลึงไปกับความ งามของนาง
เขาแอบใช้พลังของสะเกมด้ด้าวทั้งเจมด้ด้วงที่อยู่ใน มหาสมุทรจิตวิญญาณเลมกน้อยถึงต้านทานเสน่ห์เย้ายวนที่มาจากเผย ฉีฉีและสามารถเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้นี้ด้้วยสภาพจิตใจที่เป็นปกติ ได้้
“หัวเทียน?” เผยฉีฉีที่เด้ินมาถึงช้าๆ มองเนี่ยเทียนหนึ่ง ครั้ง คิ้วงามขมวด้น้อยๆ เอ่ยถามหลีเหย่ “เจ้าพาเขามาทำาไม?”
“ศิษย์พี่หญิง แม้ว่าเนี่ยเทียนจะตบะไม่สูง ทว่าพละกำาลัง ของเขามีไม่น้อยจริงๆ” หลีเหย่อธิบายด้้วยใบหน้าประจบ “เขาไม่ ต้องใช้พลังวิญญาณสักเส้นกมสามารถผ่าไม้เฮยอิ๋นได้้ สถานที่ที่พวก เราจะไปสภาพเป็นอย่างไรท่านเองกมรู้ด้ี ยิ่งใช้พลังวิญญาณกมยิ่งทำาให้ เกิด้คลื่นเคลื่อนไหวมากกว่าเด้ิม”
“มีหัวเทียนอยู่ด้้วยผลพวงที่พวกเราจะได้้รับกมอาจจะเพิ่ม มากขึ้น”
เผยฉีฉีลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงพูด้ว่า “ขอบเขตเขาต่ำาเกินไป ข้า กังวลว่ายังไม่ทันไปถึงที่นั่นเขากมคงต้านทานไม่ไหว ถูกปราณ วิญญาณสกปรกกัด้กินร่างกายและหัวใจ พวกเราไปทำาธระ ไม่มีเวลา ว่างมาดู้แลตัวภาระหรอกนะ”
“ศิษย์พี่หญิง ก่อนหน้าจะไปถึงที่นั่นข้าจะดู้แลเขาเอง ท่าน วางใจเถอะ” หลีเหย่รับรอง
“ตัวภาระ…” เนี่ยเทียนลูบจมูกด้้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
จนถึงทุกวันนี้ นับตั้งแต่ประสบการณ์การประลองในโลก มายามรกต เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงในเทือกเขาชื่อเหยียน การ ประหัตประหารกันในประตูสวรรค์ เขายังไม่เคยถูกใครมองว่าเป็นตัว ภาระมาก่อน
นึกไม่ถึงว่าพอมาอยู่ในเมืองโพ่เมี่ย ในสายตาของเผยฉีฉีผู้ นี้ตนกลับกลายมาเป็นตัวภาระเสียได้้
“มันคุ้มแล้วหรือที่เจ้าจะคุ้มครองเขาจนไปถึงที่นั่น?” เผย ฉีฉีเอ่ยถามอีกครั้ง
หลีเหย่พยักหน้า “น่าจะคุ้มนะ”
“ถ้าอย่างนั้นกมด้ี” เผยฉีฉีไม่พูด้มากอีก แล้วจึงเด้ินนำาไปยัง ที่ตั้งของค่ายกลนำาส่งแห่งมิติในเมือง
เนี่ยเทียนและหลีเหย่เด้ินตามหลังนางไป
นับตั้งแต่ที่เหยียบย่างเข้ามาในเมืองโพ่เมี่ย นี่เป็นครั้งแรก ที่เนี่ยเทียนได้้เด้ินออกจากที่พัก เขาจึงมองซ้ายมองขวาไปด้้วยความ ใคร่รู้ตลอด้ทาง
สองข้างถนนที่กว้างขวางของเมืองโพ่เมี่ย หอเรือน มากมายหลายหลังต่างกมแขวนธงผ้าปักเอาไว้
บนธงผ้าปักเหล่านั้นแสด้งให้เหมนถึงข้อมูลมากมาย มีทั้ง ขายวัตถุด้ิบวิเศษ ขายยาวิเศษ อาวุธวิเศษชนิด้ต่างๆ ขายข่าวสารที่ ใหม่ที่สุด้ในอาณาจักรทั้งเก้าของด้ินแด้นด้าวตกและในเทือกเขาฮว้า นคง กิจกรรมการเชิญผู้แขมงแกร่งมารวมกลุ่มกัน มากมายหลายเรื่อง ราว
บนถนนในยามเช้าตรู่เริ่มมีร่างของคนออกมาเด้ินกันแล้ว ผู้ฝึกลมปราณเมืองโพ่เมี่ยเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วล้วนมีขอบเขตไม่ต่ำา
เมื่อลองใช้ทิพย์จักษุตรวจสอบดู้ เนี่ยเทียนกลับไม่เหมนคนที่ มีขอบเขตต่ำากว่ากลางสวรรค์สักคนเด้ียว ผู้ฝึกลมปราณทุกคนที่เด้ิน เข้าเด้ินออกหอเรือนเหล่านั้นโด้ยทั่วไปแล้วล้วนมีขอบเขตกลาง สวรรค์และต้นสวรรค์
และยังมีสองคนที่เนี่ยเทียนรู้สึกว่าน่าจะเป็นผู้ฝึกลมปราณ เขตสามัญ
ต่อให้คนเหล่านี้จะไม่ได้้ใช้พลังวิญญาณใด้ๆ เนี่ยเทียนกมยัง สัมผัสได้้ถึงไอสังหารที่เข้มข้นบนร่างของพวกเขา
เหมนได้้ชัด้ว่าผู้ฝึกลมปราณที่อยู่ในเมืองโพ่เมี่ยไม่มีใครเป็น คนด้ีสักคน ต่างกมเป็นพวกที่เด้ินออกมาจากในภูเขากระดู้กทะเลเลือด้ ทั้งนั้น
“สวัสด้ีขอรับคุณหนูเผย”
“ไม่เจอกันนานเลยนะคุณหนูเผย”
“ฝากทักทายอาจารย์เจ้าแทนข้าด้้วย”
“…”
คนมากมายที่เจอระหว่างทางล้วนรู้จักเผยฉีฉีกันทั้งสิ้น คน เหล่านั้นมีทั้งขอบเขตต้นสวรรค์ มีทั้งผู้แขมงแกร่งที่ไอสังหารอบอวล ทุกคนต่างกมทักทายนางด้้วยรอยยิ้มน้อยๆ
เผยฉีฉีทำาเพียงแค่ผงกหัวรับเบาๆ ไม่ค่อยได้้สนใจคนเหล่า นั้นเท่าไหร่นัก มีเพียงผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับคนหนึ่งที่บอกฝากให้ ทักทายอาจารย์ของนาง นางถึงได้้ตอบรับด้้วยคำาง่ายๆ ว่า “อืม”
ดู้เหมือนว่าคนเหล่านั้นเองกมจะรู้จักนิสัยของนางเป็นอย่าง ด้ี จึงไม่มีใครโกรธเคือง อีกทั้งเมื่อเผชิญหน้ากับนางกมไม่มีใครใช้ สายตาหื่นกระหายมามอง
ข้อนี้ทำาให้เนี่ยเทียนแอบแปลกใจอยู่กับตัวเอง
ใบหน้าของเผยฉีฉีนั้นงด้งามที่สุด้เท่าที่เขาเคยเจอมาใน ชีวิตนี้ และถึงแม้เขาเองจะเป็นคนที่มีตบะมั่นคง ตอนที่เจอนางแรกๆ กมยังหลงใหลไปช่วงสั้นๆ
ผู้แขมงแกร่งเหล่านั้นของเมืองโพ่เมี่ยต่างกมเป็นพวกกระหาย เลือด้ ท่าทางดุ้ด้ันกันทั้งสิ้น แถมหลายคนมองดู้แล้วกมน่าจะเป็นพวก หื่นกามไร้ศีลธรรม
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับเผยฉีฉี ไม่ว่าจะเป็นคำาพูด้หรือ สายตาของพวกเขากลับล้วนมีมารยาท ไม่มีใครกมเผยความไม่เหมาะ ไม่ควร เหมนได้้ชัด้ว่านี่ไม่สมเหตุสมผล
ด้้วยความสงสัยในข้อนี้เนี่ยเทียนจึงยิ่งจับสังเกตอย่าง ละเอียด้มากขึ้น จากนั้นถึงได้้พบว่าสายตาที่คนเหล่านั้นมองเผยฉีฉี แท้จริงแล้วปะปนไว้ด้้วยความหวาด้เกรง…
ในสายตาของคนเหล่านั้น เผยฉีฉีที่โฉมสะคราญเลิศล้ำา กลับคล้ายกลายมาเป็นสัตว์ร้ายด้ึกด้ำาบรรพ์ตัวหนึ่งที่อาจพุ่งเข้า เขมือบใครกมได้้ตลอด้เวลา
การค้นพบนี้ทำาให้เนี่ยเทียนตะลึงอย่างมาก เมื่อเขามองไป ยังเผยฉีฉีอีกครั้งจึงเกิด้ความรู้สึกแปลกๆ มักรู้สึกว่าเผยฉีฉีกมคือ บุคคลที่น่ากลัวแบบนั้นจริงๆ
ตลอด้ทางที่เด้ินไป เผยฉีฉีรักษาความเยมนชาไว้ตลอด้เวลา ไม่ว่ากับใครกมล้วนไม่แสด้งท่าทีเป็นมิตร
ในที่สุด้เนี่ยเทียนกมตามเผยฉีฉีและหลีเหย่มาถึงค่ายกลนำา ส่งแห่งมิติที่อยู่กลางลานกว้างของเมืองโพ่เมี่ย
ผู้ฝึกลมปราณชุด้ด้ำาหลายคนที่ตรงหน้าอกปักลายหัว กะโหลกสีเลือด้เอาไว้พอเหมนเผยฉีฉีปรากฏตัวกมเด้ินขึ้นมารับหน้า ด้้วยรอยยิ้ม
สมาชิกเหล่านั้นของกะโหลกเลือด้ แต่ละคนหยิ่งยโสโอหัง เยมนชาไร้ปราณี วันนั้นที่เนี่ยเทียนและหัวมู่มาถึงกมได้้เหมนความดุ้ร้าย ของคนเหล่านี้แล้ว
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับเผยฉีฉี แม้แต่พวกเขาเองกมยังยอม เกมบความดุ้ด้ันเอาไว้ ทั้งยังแสด้งท่าทีเอาอกเอาใจออกมาอีกด้้วย
“คุณหนูเผยจะยืมใช้ค่ายกลนำาส่งหรือขอรับ?” คนที่เป็น หัวหน้าโค้งตัวเอ่ยถาม ท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างบอกไม่ถูก ทั้งยัง เป็นฝ่ายยอมลงให้ก่อน
“อืม” เผยฉีฉีใช้สายตาบอกเป็นนัยให้แก่หลีเหย่
หลีเหย่เด้ินหน้าเข้าไปหาแล้วกล่าวว่า “ท่านอาหลิวคัง พวกเราจะไปที่เทือกเขาฮว้านคงกันสักหน่อย นี่คือหินวิเศษที่ต้อง
จ่าย” ระหว่างพูด้เขากมหยิบเอาหินวิเศษห้าสิบก้อนออกมาส่งให้ชาย ชุด้ด้ำาผู้นั้น
สมาชิกกะโหลกเลือด้ที่มีนามว่าหลิวคังรับเอาหินวิเศษมา แล้วจึงเด้ินไปขยับพิกัด้บอกตำาแหน่งของค่ายกลนำาส่งแห่งมิติ
เผยฉีฉีและหลีเหย่น่าจะไม่ได้้ใช้ค่ายกลนำาส่งแห่งมิตินี้ เข้าไปในเทือกเขาฮว้านคงเป็นครั้งแรกแล้ว ด้ังนั้นหลิวคังจึงจด้จำา พิกัด้ได้้ชัด้เจนเป็นพิเศษ
หลังจากที่ตั้งตำาแหน่งพิกัด้อย่างแม่นยำา หลิวคังกมกล่าวกับ เผยฉีฉีว่า “คุณหนูเผย ไปได้้แล้วขอรับ”
เผยฉีฉีพยักหน้า เด้ินเข้าไปอยู่ในค่ายกลนำาส่งแห่งมิติก่อน ใคร หลีเหย่ตามติด้ไปด้้านหลัง
ขณะที่เนี่ยเทียนจะเด้ินเข้าไป หลิวคังผู้นั้นเปลี่ยนสีหน้ามา เป็นเยมนชา พลันยื่นมือเข้ามาขัด้ขวางเอาไว้ “เจ้าเป็นใคร?”
คราวก่อนที่เนี่ยเทียนมาพร้อมกับหัวมู่ หลิวคังกมอยู่ด้้วย ทว่าเขากลับจำาเนี่ยเทียนไม่ได้้เลยแม้แต่นิด้เด้ียว จึงมองเหมนเนี่ย เทียนเป็นพวกที่จะทำาเนียนติด้ตามไปด้้วย
“เขามากับพวกเรา” หลีเหย่กวักมือเรียก
ได้้ยินหลีเหย่กล่าวเช่นนี้ หลิวคังถึงได้้ปล่อยตัวเนี่ย เทียนมา แต่กมยังใช้สายตาสงสัยจับจ้องเขา คล้ายกำาลังคาด้เด้าว่า เนี่ยเทียนมีฐานะอะไร
“กะโหลกเลือด้มีท่าทีเป็นมิตรกับพวกเจ้ามากเลยนะ” เนี่ยเทียนมาหยุด้อยู่ข้างกายหลีเหย่แล้วจึงพูด้เบาๆ หนึ่งประโยค “คราวก่อนที่ข้ามา ท่าทางของพวกเขาแต่ละคนราวกับจะเขมือบหัว คนอย่างไรอย่างนั้น”
“ฮ่าๆ นั่นมันกมแน่อยู่แล้ว” หลีเหย่กด้เสียงลงต่ำา พูด้ ด้้วยความภาคภูมิใจ “เจ้าต้องเข้าใจนะว่าค่ายกลนำาส่งแห่งมิติที่พวก เรายืนอยู่นี้สร้างขึ้นมาได้้กมเพราะความช่วยเหลือของอาจารย์ข้า หาก ไม่มีอาจารย์ข้ายื่นมือเข้าช่วย ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติหลังนี้ของเมืองโพ่ เมี่ยกมไม่มีทางสำาเรมจขึ้นมาได้้”
“ที่แท้กมเป็นแบบนี้นี่เอง” เนี่ยเทียนกระจ่างแจ้งขึ้นมา ในฉับพลัน
“เอาล่ะ ข้าจะกระตุ้นใช้ค่ายกลแล้ว” และเวลานี้เอง หลิวคังที่ยืนอยู่ข้างค่ายกลกมเอามือกด้ลงไปบนภาพหนึ่งที่แปลก ประหลาด้
นาทีถัด้มา พวกเนี่ยเทียนสามคนกมถูกม่านแสงเป็นชั้นๆ ปกคลุมแล้วหายตัวไปจากเมืองโพ่เมี่ย
เทือกเขาฮว้านคง
ภูเขาลูกเตี้ยที่สูงเพียงพันเมตรทว่าบนตัวภูเขากลับเตม ไปด้้วยรอยปริแตก ในรอยแยกหนึ่งในนั้นพลันมีกลุ่มแสงสีขาวสว่าง วาบ
เมื่อแสงสีขาวเปล่งผ่านไป ร่างของคนทั้งสามกมโผล่พรวด้ออก มา
เนี่ยเทียนก้มหน้าลงมองกมพบว่าเขา เผยฉีฉีและหลีเหย่ กำาลังยืนอยู่ในค่ายกลนำาส่งเลมกๆ หลังหนึ่ง
ขนาด้ของค่ายกลนำาส่งนี้เมื่อเทียบกับในเมืองโพ่เมี่ย แล้วนับว่าเลมกว่าเป็นสิบเท่า มองดู้แล้วธรรมด้าเรียบง่ายอย่างมาก เหมือนว่าจะไม่ได้้ตกแต่งวัตถุด้ิบวิเศษของห้วงมิติที่ล้ำาค่าเข้าไปมาก นัก
อูจี้เคยบอกกับเขาเกี่ยวกับความลับบางอย่างของค่าย กลนำาส่งแห่งมิติ หากดู้จากความเข้าใจอันตื้นเขินของเขา ค่ายกลนำา ส่งขนาด้เลมกที่เขาเหยียบอยู่นี้น่าจะไม่มีความสามารถพาส่งข้าม อาณาจักรได้้
ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติขนาด้ใหญ่ของเมืองโพ่เมี่ยนั้น สามารถนำาส่งไปยังเก้าอาณาจักรของด้ินแด้นด้าวตก ทั้งยังทอด้ยาว ไปสู่ฟอาด้ินแห่งอื่นได้้ด้้วย
ทว่าค่ายกลหลังนี้น่าจะจำากัด้อยู่แค่ในอาณาจักรเลี่ยคง เท่านั้น ไม่สามารถออกไปนอกขอบเขตของอาณาจักรเลี่ยคงได้้
ย้ายเส้นสายตาออกจากค่ายกลนำาส่งขนาด้เลมกนั่น เนี่ย เทียนมองประเมินไปรอบด้้าน จากนั้นจึงมองออกว่าพวกเขาสามคน อยู่ในถ้ำาที่เป็นรอยแตกของหินก้อนหนึ่ง
ในถ้ำานี้นอกจากค่ายกลหลังนั้นแล้วกมไม่มีสิ่งใด้อีก ทว่า มีแสงวิเศษขมุกขมัวที่ปกคลุมถ้ำาเลมกๆ นี้เอาไว้
ประโยชน์ของแสงวิเศษกมน่าจะเป็นสกัด้กั้นไม่ให้ปราณ วิญญาณฟอาด้ินที่สกปรกแทรกซึมเข้ามา เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้ที่ถูกนำา ส่งต้องดู้ด้ซับเอาปราณวิญญาณฟอาด้ินที่สกปรกเข้าไปในร่างโด้ย ไม่ทันตั้งตัว และยังจำาเป็นต้องใช้เวลาในการกำาจัด้มันออกไป
เขามองผ่านม่านแสงวิญญาณที่โปร่งใสออกไปข้างนอก แล้วกมหันทันทีว่ามีรอยแตกห้วงมิติที่เลื้อยขยุกขยิกคด้เคี้ยวอยู่หลาย เส้น
ไม่รู้ว่ารอยแตกห้วงมิติเหล่านั้นทอด้ยาวไปยังตำาแหน่ง ใด้ พวกมันกำาลังล่องลอยอยู่ช้าๆ ไม่เคยหยุด้นิ่ง
บางครั้งในรอยแยกห้วงมิติเหล่านั้นกมยังมีสายฟอาโค้งงอ น่าหวาด้กลัวแลบปลาบออกมา และยังมีแสงจากเปลวเพลิงสีเขียว เป็นกลุ่มแลบวูบวาบ
ไม่รู้ว่าเหตุใด้ ทั้งๆ ที่มีแสงวิญญาณชั้นนั้นกั้นขวาง เนี่ยเทียนกมยังมีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่าหากเขาแตะโด้นสายฟอาและ เปลวเพลิงสีเขียวที่พวยพุ่งออกมาจากรอยแยกห้วงมิติโด้ยไม่ทัน ระวัง เขากมจะต้องตายอนาถทันที!
“หลีเหย่ จงดู้แลหัวเทียนด้้วย” เผยฉีฉีไม่ได้้มองคนทั้ง สองแม้แต่หางตากมเด้ินผ่านม่านแสงวิเศษที่ปกปองชั้นนั้นออกไปข้าง นอกก่อนใคร
เนี่ยเทียนพลันเบิกตากว้าง
ก่อนหน้าที่เผยฉีฉีจะเด้ินออกไปนอกขอบเขตที่แสง วิเศษปกคลุม เขากมสัมผัสได้้อย่างเฉียบคมว่าในร่างของเผยฉีฉีมีคลื่น ห้วงมิติแปลกประหลาด้กระเพื่อมออกมา
ราวกับว่ามีม่านกำาบังแห่งห้วงมิติชั้นหนึ่งที่ไม่สามารถ มองเหมนได้้ด้้วยตาเปล่าตัด้ขาด้ร่างของเผยฉีฉีกับโลกภายนอก
ใจเนี่ยเทียนสั่นไหว พลันปิด้ตาลง ทด้ลองใช้กระแสจิต ออกไปรับสัมผัส
เขาพลันค้นพบด้้วยความตกใจว่าปราณเลือด้เนื้อของ เผยฉีฉีหายไปท่ามกลางการรับสัมผัสของเขา
ทั้งๆ ที่เหมนอยู่ว่าเผยฉีฉีที่เด้ินออกไปนอกถ้ำาเมื่อครู่นี้อยู่ ตรงหน้าเขาชัด้ๆ แถมยังอยู่ห่างจากเขาแค่ไม่กี่เมตรด้้วย!
“เวทลับห้วงมิติ! หรือว่าคาถาวิเศษที่ผู้หญิงคนนี้ถนัด้ และธาตุในการฝึกของนางกมคือความลึกลับของห้วงมิติที่ มหัศจรรย์?” เนี่ยเทียนสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง มาถึงเวลานี้ดู้ เหมือนว่าเขาเพิ่งจะค้นพบความลึกลับบนร่างของเผยฉีฉีได้้อย่าง แท้จริง
ตระหนักได้้ถึงจุด้นี้ เขาถึงได้้รู้ว่าเหตุใด้เผยฉีฉีถึงกล้า พาหลีเหย่มายังเทือกเขาฮว้านคงที่อันตรายทุกก้าวย่าง
สิ่งที่น่ากลัวที่สุด้ของเทือกเขาฮว้านคงกมคือรอยแยก ของห้วงมิติมากมายที่มีอยู่ทุกหนแห่งอีกทั้งยังเคลื่อนไหวอยู่ตลอด้ เวลา ที่นี่กมคือพื้นที่ที่ห้วงมิติปั่นป่วนมากที่สุด้และไม่มั่นคงที่สุด้ในด้ิน แด้นด้าวตก
บางทีคงมีเพียงเผยฉีฉีที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ เท่านั้นถึงจะกล้ามาเยือนที่แห่งนี้ทั้งๆ ที่อายุยังน้อย