ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 231 คำาพูด้ของผู้หญิงเจ้ากมเชื่ออย่างนั้นรึ?
- Home
- ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี
- บทที่ 231 คำาพูด้ของผู้หญิงเจ้ากมเชื่ออย่างนั้นรึ?
“พวกเรากมไปกันเถอะ”
เหมนว่าเผยฉีฉีเด้ินออกไปก่อน หลีเหย่ที่รูปร่างอ้วนเตี้ยกม หยิบเอากำาไลข้อมือชิ้นหนึ่งออกมาจากในแหวนเกมบของแล้วส่งให้ เนี่ยเทียน “สวมมันไว้ซะ”
กำาไลชิ้นนั้นเป็นสีเขียวอ่อน ด้้านในมีลำาแสงเปล่งวาบให้ เหมนได้้รำาไร เนี่ยเทียนรับกำาไลนั้นมากมองเหมนว่ามีแสงวิเศษสีเขียว ราวกับน้ำาวงหนึ่งปกคลุมไปรอบกายเขาทันที
หลีเหย่เองกมหยิบกำาไลแบบเด้ียวกันออกมาสวมไว้บนข้อ มือ แล้วเขากมถูกม่านแสงสีเขียวปกคลุมร่างทันทีเช่นกัน
เหมนว่าเนี่ยเทียนสวมกำาไลข้างนั้นแล้วหลีเหย่ถึงได้้กล่าว อย่างจริงจังว่า “รอกลับไปถึงเมืองโพ่เมี่ยแล้วเจ้าต้องคืนกำาไลหยก เขียวนี่ให้ข้าด้้วย”
“ข้าเข้าใจแล้ว” เนี่ยเทียนยิ้ม
เขาใช้กระแสจิตกลุ่มหนึ่งออกไปรับสัมผัสกมเหมนว่า ในกำาไลหยกมีค่ายกลลึกลับแห่งหนึ่งประทับอยู่ ค่ายกลนั้นด้ึงเอา พลังที่อยู่ในกำาไลหยกอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มันปลด้ปล่อยเป็นแสงสี เขียวขมุกขมัว กลายมาเป็นม่านปองกันตัวหนึ่งชั้น
ในสายตาของเนี่ยเทียน ประโยชน์ที่สำาคัญที่สุด้ของ กำาไลหยกนี้น่าจะเพื่อต้านทานการรุกเข้ากัด้กินของปราณวิญญาณ สกปรกในเทือกเขาฮว้านคง
“เอาล่ะ ไปกันได้้แล้ว”
หลีเหย่ก้าวเด้ินออกไปจากม่านวิเศษที่ปกคลุมทั่วถ้ำา ตามหลังเผยฉีฉีไป และมายืนอยู่ตรงตำาแหน่งกลางภูเขาลูกหนึ่ง
เนี่ยเทียนจึงเด้ินตามเขาออกไป
“ฟู่วๆ!”
เมื่อเด้ินออกจากถ้ำา เนี่ยเทียนจึงสังเกตเหมนว่าเมื่อม่านแสง สีเขียวสัมผัสเข้ากับอากาศภายนอกกมีควันสีเขียว ระเหยออกมาเป็น เส้นๆ
เขาไม่ได้้สนใจกำาไลหยกต่อ เนี่ยเทียนกับหลีเหย่เด้ินตาม ทางหินที่ทอด้ยาวลงไปด้้านล่าง ไม่นานกมาถึงตีนเขา
เผยฉีฉีรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว
ตรงตีนเขา เนี่ยเทียนมองประเมินไปรอบด้้านทั้งยังปลด้ ปล่อยกระแสจิตออกไปรับสัมผัส
กระแสจิตของเขาที่แผ่ออกไปห้าร้อยเมตรสัมผัสไม่ได้้ถึง การเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตใด้ๆ
ในพื้นที่ที่เส้นสายตาของเขามองไปถึง เหมนเพียงแค่ก้อน หินสีเทาซีด้ และยังมีเศษหินแปลกประหลาด้ที่กระจัด้กระจายไปทั่ว
นอกจากนี้กมคือรอยแยกห้วงมิติหลายรอยที่ขยับไหวอย่าง ต่อเนื่อง
รอยแยกห้วงมิติเหล่านั้นไม่ได้้มีรูปแบบที่แน่นอน คล้ายว่า มันล่องลอยไปตามใจชอบ หลังจากที่รอยแยกห้วงอากาศเหล่านั้น สัมผัสเข้ากับตัวภูเขากมคล้ายมีด้ที่หั่นลงบนก้อนเต้าหู้ ทำาให้ภูเขาหิน เกิด้เป็นรอยปริแตกได้้อย่างง่ายด้าย
เนี่ยเทียนจึงตระหนักได้้ทันทีว่าที่บนภูเขาเลมกเตี้ยซึ่งเขา เหยียบลงไปเมื่อครู่นี้มีรอยปริแตกเตมไปหมด้กมเพราะเกิด้จากฝีมือ ของรอยแยกห้วงมิติเหล่านั้น
“ไม่ถูกสิ!” เขาหน้าเปลี่ยนสีเลมกน้อย
เมื่อครู่ตอนที่อยู่กลางภูเขา เขาไม่สามารถมองเหมนได้้อย่าง ชัด้เจน ตอนนี้พอยืนอยู่ตรงตีนเขาและมองไปอย่างตั้งใจถึงได้้พบว่า ภูเขาลูกเตี้ยนั้น…ไม่มีทางสูงถึงหนึ่งพันเมตรแน่นอน
เขาสังเกตเหมนว่ายอด้เขาของภูเขาลูกเตี้ยราบเรียบราว กระจก ไม่มีจุด้เว้าจุด้โค้งเลยแม้แต่นิด้เด้ียว
ไพล่นึกไปถึงรอยแยกห้วงมิติที่เคลื่อนไหวเหล่านั้น เขา พลันตระหนักได้้ว่าภูเขาเตี้ยลูกนั้นน่าจะถูกรอยแยกห้วงมิติขนาด้ ใหญ่ยักษ์รอยหนึ่งผ่าครึ่งท่อน
ภูเขาเตี้ยที่เขาเหมนในตอนนี้อาจเป็นเพียงแค่ส่วนเลมกๆ ของภูเขาที่ก่อนหน้านี้ยังไม่แตกหัก
“หัวเทียน เจ้าตามข้ามา อย่าอยู่ห่างจากข้าเกินไปนัก” ขณะที่เขาใคร่ครวญเงียบๆ หลีเหย่กมเอ่ยกำาชับด้้วยสีหน้าจริงจัง “จำา ไว้ว่าอย่าใช้กระแสจิตของเจ้าไปตรวจสอบรอยแยกห้วงมิติที่ เคลื่อนไหวเหล่านั้น อีกอย่างอยู่ให้ห่างจากรอยแยกห้วงมิติพวกนั้น ให้ได้้มากที่สุด้ เจ้าไม่มีทางรู้เลยว่านาทีถัด้มาในรอยแยกห้วงมิติพวก นั้นจะพ่นอะไรออกมาบ้าง”
“ไม่ว่าจะเป็นอะไรกมตาม ด้้วยตบะของเจ้าแล้วล้วนมิอาจ ต้านทานได้้! โด้นเมื่อไหร่เจ้ากมตายเมื่อนั้น!”
ท่าทางเหมือนเผชิญกับศัตรูตัวฉกาจของหลีเหย่ทำาให้เนี่ย เทียนพลันตื่นตระหนกขึ้นมาทันที เขาพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “วางใจ เถอะ ข้าไม่รนหาที่ตายหรอก นับแต่นี้ไปข้าจะตามติด้เจ้า เจ้าไป ที่ไหน ข้ากมตามไปที่นั่นด้้วย”
“อืม แบบนี้แหละถึงจะฉลาด้ที่สุด้” หลีเหย่เอ่ยชมหนึ่ง ประโยค
จากนั้นกลุ่มคนหนึ่งที่มีเผยฉีฉีนำาทางอยู่ข้างหน้า ส่วนเนี่ย เทียนและหลีเหย่ตามติด้มาด้้านหลังกมค่อยๆ เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอยู่ ในเทือกเขาฮว้านคงที่มีเศษหินกระจัด้กระจายเตมไปทั่ว
ระหว่างทาง เผยฉีฉีล้วนสามารถหลบเลี่ยงรอยแยกห้วง มิติที่ล่องลอยไปทั่วได้้อย่างปราด้เปรียว มีบางครั้งทั้งๆ ที่เหมนว่าเผย ฉีฉีมุ่งหน้าเข้าหารอยแยกห้วงมิติแห่งหนึ่ง เนี่ยเทียนที่มองดู้อยู่ยังอก สั่นขวัญแขวน ทว่ารอจนเผยฉีฉีเข้าไปใกล้แล้ว รอยแยกห้วงมิตินั้น กลับค่อยๆ เคลื่อนย้ายไปอยู่ตำาแหน่งอื่น ทำาให้เขาและหลีเหย่ไม่ถูก ทำาร้าย
เผยฉีฉีที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติคล้ายสามารถจับทิศทาง การเคลื่อนไหวของรอยแยกห้วงมิติ และเตรียมพร้อมรับมือได้้ล่วง หน้า
ลำาพังเพียงแค่ความสามารถนี้กมทำาให้เผยฉีฉีได้้เปรียบเมื่อ อยู่ในเทือกเขาฮว้านคง หากอยู่ในสนามรบ ความสามารถนี้ของนาง กมยิ่งจะโด้ด้เด้่นยอด้เยี่ยมมากกว่าเด้ิม
เด้ินอยู่ได้้พักหนึ่ง เนี่ยเทียนจึงเริ่มมองเหมนว่าในบรรด้ารอย แยกของก้อนหินมีโครงกระดู้กสีเทาซีด้อยู่มากมาย
โครงกระดู้กเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นของเผ่ามนุษย์ และมีส่วนน้อยที่น่าจะเป็นของสัตว์วิเศษที่แขมงแกร่ง
“ไหนว่าอาณาจักรเลี่ยคงไม่มีสัตว์วิเศษอย่างไรล่ะ?” เขา ถามหลีเหย่ด้้วยความสงสัย
หลีเหย่ที่เอาแต่เร่งเด้ินทางกมรู้สึกเบื่อเช่นกันจึงตอบคำาถาม ของเขา “สัตว์วิเศษส่วนใหญ่ล้วนสูญพันธ์ไปเพราะไม่สามารถปรับ ตัวเข้ากับสภาพแวด้ล้อมอันเลวร้ายของอาณาจักรเลี่ยคงได้้ แต่กมี สัตว์วิเศษส่วนน้อยที่เนื่องจากเรือนกายแขมงแกร่งยิ่งกว่าเผ่ามนุษย์ ของเราจึงสามารถฝึกบำาเพมญตบะได้้ด้้วยการดู้ด้ซับปราณวิญญาณ สกปรก”
“สัตว์วิเศษที่มีชีวิตอยู่พวกนี้เมื่อเทียบกับสัตว์วิเศษก่อน หน้านี้กมเรียกได้้ว่าแขมงแกร่งกว่าเยอะมาก”
“เจ้าจำาไว้ว่าสัตว์วิเศษที่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้้มักจะเข้าๆ ออกๆ อยู่ในเทือกเขาฮว้านคง หากบังเอิญเจอเข้ากมต้องระวังให้มาก คนหลายคนที่มาเสี่ยงโชคในเทือกเขาฮว้านคงหากไม่ถูกรอยแยกห้วง มิติที่ล่องลอยไปทั่วสังหารกมเพราะถูกสัตว์วิเศษที่แขมงแกร่งเหล่านั้น ฉีกทึ้งกัด้กิน”
“คนส่วนใหญ่ยังไม่ทันได้้สำาเรมจรอยแยกห้วงมิติกมตายไป ก่อนแล้ว”
“อ่อนแอเป็นเหยื่อแขมงแกร่งเป็นผู้ล่า ผู้ที่ปรับตัวได้้กมีชีวิต อยู่ต่อ ประโยคนี้ดู้เหมือนว่าไม่เพียงแต่เหมาะสมกับเผ่ามนุษย์ของ เราเท่านั้น ยังเหมาะสมกับสัตว์วิเศษด้้วย” เนี่ยเทียนพึมพำา
เขากับหลีเหย่เด้ินไปพลางคุยกันไป เมื่อมีสิ่งที่สงสัยเขากม ถามเอากับหลีเหย่
หลีเหย่อยู่ว่างๆ กมเบื่อจึงไขความสงสัยให้เขาอย่างตั้งใจ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เรือนกายสูงโปร่งอรชรของเผยฉีฉีที่นำาทาง อยู่ข้างหน้าโด้ยไม่ได้้สนใจคนทั้งสองพลันหยุด้ชะงัก
“ศิษย์พี่หญิง มีอะไรหรือ?” หลีเหย่เด้ินขึ้นไปข้างหน้า
“มีกลิ่นคาวเลือด้” เผยฉีฉีขมวด้คิ้ว บอกเป็นนัยว่าไม่ให้ หลีเหย่และเนี่ยเทียนพูด้คุยกันต่อ เรือนร่างที่สวมชุด้สีฟอาเหมือนน้ำา ของนางพลันพุ่งพรวด้ไปข้างหน้าอย่างรวด้เรมว
เนี่ยเทียนเบิกตากว้างมองนางที่หายไปจากเส้นสายตาของ ตนเพียงเวลาแค่ชั่วพริบตาเด้ียว
“ไป พวกเรารีบไปดู้กันว่าเกิด้เรื่องอะไรขึ้น” หลีเหย่กล่าว อย่างฮึกเหิม
เนี่ยเทียนเองกมก้มหน้าก้มตาวิ่งตามไปติด้ๆ
ไม่นานหลังจากนั้น เขาและหลีเหย่กมาปรากฏตัวอยู่ด้้าน หลังเศษหินขนาด้ใหญ่ยักษ์ก้อนหนึ่ง ก่อนหน้านั้นตรงนี้น่าจะมีการ ต่อสู้นองเลือด้เกิด้ขึ้นมาก่อน บนร่างมีศพอยู่สามศพที่เลือด้ยังไหลไม่ หยุด้
ศพสามร่างนั้นตรงหน้าอกมีปักรูปเปลวเพลิงเอาไว้ แค่มอง กมรู้ว่ามากจากเปลวอัคคีที่ครอบครองซากปรักหักพัง
“เผยฉีฉี!”
เสียงกรีด้ร้องแหลมด้ังลอยมาจากจุด้ที่ห่างไปไม่ไกล ใน เสียงนั้นเตมเปี่ยมไปด้้วยความหวาด้กลัว
เนี่ยเทียนได้้ยินเสียงร้องด้้วยความเจมบปวด้กมรีบพุ่งเข้าไปดู้ แล้วกมเหมนว่าผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่งที่หน้าอกมีภาพพระจันทร์เสี้ยวสี เทาปักอยู่แขนขาทั้งสี่ถูกกระบี่แหลมคมปักตรึงไว้บนเศษหินก้อน หนึ่งจนมิอาจขยับเขยื้อนได้้
เผยฉีฉียืนอยู่เบื้องหน้าเขา ใช้สายตาเฉยเมยมองไปที่เขา ด้้วยความเยมนชา
กระบี่แหลมคมทั้งสี่เล่มที่ตอกตรึงคนผู้นั้นน่าจะเป็นของ เผยฉีฉี ก่อนหน้าที่เนี่ยเทียนและหลีเหย่จะตามมาถึง สถานที่แห่งนี้ น่าจะเพิ่งผ่านการต่อสู้กันในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
เนี่ยเทียนใช้กระแสจิตไปตรวจสอบกมพบว่าคนผู้นั้นมีตบะ กลางสวรรค์ช่วงท้ายเช่นเด้ียวกับหลีเหย่
“เผยฉีฉี! เจ้าไว้ชีวิตข้าเถอะ ข้ามีข่าวสำาคัญจะบอกเจ้า!” สายตาที่คนผู้นั้นมองเผยฉีฉีราวกับมองเหมนภูตผีปีศาจตนหนึ่ง เขา เอ่ยวิงวอนด้้วยความเจมบปวด้ “ข้าสาบานว่าข่าวนี้มีค่ามากพอจะ แลกชีวิตของข้าได้้!”
“อ้อ งั้นเจ้ากมพูด้มาสิ” เผยฉีฉีกล่าวเสียงเรียบ
“เจ้ารับปากก่อนว่าจะไว้ชีวิตข้า!” คนผู้นั้นจ้องเผยฉีฉี เขมมง
เผยฉีฉีพยักหน้า
“บริเวณใกล้เคียงกับเปลวอัคคีค้นพบเทือกเขาสำาหรับขุด้ หยกคงหลิงอยู่แห่งหนึ่ง เทือกเขานั้นเคยถูกขุด้มาก่อน ทว่ายังไม่ถูก ขุด้หมด้!” คนผู้นั้นเอ่ยด้้วยความตื่นเต้น “ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องการหยก คงหลิงมาก วัตถุด้ิบวิเศษที่ล้ำาค่าเช่นนี้คือวัสดุ้หายากที่จำาเป็นสำาหรับ การสร้างค่ายกลนำาส่งแห่งมิติมากมาย เจ้าย่อมต้องการมันแน่ๆ”
“ข้าจะบอกตำาแหน่งกับเจ้าตอนนี้เลย เจ้าปล่อยข้า ตกลง ไหม?”
“ไม่ตกลง” เผยฉีฉีส่ายหัว
กล่าวจบกระบี่แหลมคมสี่เล่มที่เสียบอยู่บนร่างของเขากม พลันถูกด้ึงออกแล้วพุ่งเข้าเสียบจุด้ตายอย่างหัวใจและลำาคอของเขา
“เผยฉีฉี เจ้ามันนางมารชั่วช้า! เจ้ารับปากแล้วว่าจะไว้ ชีวิตข้า!” คนผู้นั้นร้องโหยหวนด้้วยความเจมบปวด้
“คำาพูด้ของผู้หญิงเจ้ากมเชื่อด้้วยรึ?” เผยฉีฉีเบ้ปาก ภายใต้ การควบคุมกำาลังอย่างเหมาะสมของนาง กระบี่คมสี่เล่มนั้นกมแทง เข้าไปที่หัวใจและลำาคอของคนผู้นั้น หลังจากที่คนผู้นั้นตายไปอย่าง ไม่เตมใจแล้ว เผยฉีฉีถึงได้้พูด้ต่อว่า “อีกอย่างข่าวที่เจ้ามอบให้กมไม่มี ค่าใด้ๆ กับข้าแม้แต่นิด้เด้ียว”
กระบี่แหลมคมสี่เล่มหลังจากสังหารคนเสรมจกมบินกลับเข้า มาในแหวนเกมบของของนางโด้ยที่ไม่มีคราบเลือด้ติด้มาแม้แต่เส้น เด้ียว
“พวกเจ้ามาแล้วหรือ?” นางหันไปมองเนี่ยเทียนและหลี เหย่
“ศิษย์พี่หญิง พวกเราเพิ่งมาถึง” หลีเหย่เอ่ย
เนี่ยเทียนมองใบหน้างามพิลาสที่สีหน้าเรียบเฉยราวกับ ผิวน้ำานั่น ในใจกมพลันรู้สึกเยมนเยียบ
“รอข้าสักครู่” เผยฉีฉีหันตัวกลับไปอีกครั้ง เกมบเอากำาไล เกมบของของคนที่เพิ่งถูกฆ่าตายเมื่อครู่ไป จากนั้นถึงได้้ก้มตัวลงตรวจ หาของมีค่าอื่นๆ บนร่างเขาอย่างละเอียด้
มองเหมนท่าทางคุ้นเคยเป็นธรรมชาติของเผยฉีฉีกมรู้ว่าการ กวาด้เอาทรัพย์สินมาจากร่างของศพแบบนี้นางคงทำามาแล้วไม่รู้กี่ รอบ
ด้วงตาเนี่ยเทียนฉายแววแปลกใจ เริ่มค่อยๆ รู้จักผู้หญิง คนนี้มากขึ้น เขาคิด้ว่าตัวเองเข้าใจแล้วว่าทำาไมเมื่อพวกคนชั่วร้ายที่ อยู่ในเมืองโพ่เมี่ยเผชิญหน้ากับเผยฉีฉีแล้วถึงได้้แสด้งท่าทีอ่อนน้อม ต่อนางเช่นนั้น
“ทรัพย์สินของคนตาย…”
ใจเนี่ยเทียนกระตุก พลันไพล่นึกไปถึงคนของเปลวอัคคี สามคนที่เขาพบตอนเด้ินมา
เขาที่ขาด้แคลนหินวิเศษอย่างถึงที่สุด้ด้วงตาพลันเป็น ประกาย รีบย้อนกลับไปทางเด้ิมหมายจะค้นหาเอาทรัพย์สินจากศพ ทั้งสามเฉกเช่นเผยฉีฉี
“อย่าเสียเวลากลับไปเลย ข้าผ่านมาทางนั้นแล้วมีหรือจะ ปล่อยทิ้งของให้เหลือมาถึงมือเจ้า”
เผยฉีฉีที่หันหลังให้กับเนี่ยเทียนและยังคงควานหา ทรัพย์สินบนร่างของคนผู้นั้นไม่หยุด้ไม่ต้องหันหลังกลับมากมรู้ว่าเนี่ย เทียนคิด้จะทำาอะไร ด้ังนั้นจึงเอ่ยขึ้นมาด้้วยประโยคเรียบเฉย
เนี่ยเทียนอึ้งงัน แต่ใจกมยังหวังว่าจะโชคด้ี จึงยังคงเด้ินกลับ ไปทางเด้ิม
“เจ้าโง่” เผยฉีฉีประเมินด้้วยน้ำาเสียงเยมนชา
“เหมนได้้ชัด้ว่าเขาไม่รู้จักวิถีของศิษย์พี่หญิง” หลีเหย่ยืนนิ่ง อยู่ที่เด้ิมคล้ายกำาลังรอหัวเราะเยาะเนี่ยเทียน
ผ่านไปครู่หนึ่งเนี่ยเทียนกมเด้ินหน้าม่อยคอตกกลับมาที่เด้ิม แล้วกมไม่ได้้รับผลพวงใด้กลับมาด้ังคาด้
“เป็นไง?” หลีเหย่ถามด้้วยรอยยิ้ม
เนี่ยเทียนสีหน้ามืด้มน ส่ายหัวกล่าวว่า “กวาด้เสียเกลี้ยง ไม่เหลือหินวิเศษแม้แต่ก้อนเด้ียว”
“ฮ่าๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้” หลีเหย่ทำาสีหน้า ราวกับว่านี่เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว “ศิษย์พี่หญิงมาถึงก่อนพวกเรากม เพื่อทำาสิ่งนี้นั่นแหละ ข้าติด้ตามนางมาหลายปี มีหรือจะไม่รู้วิถีของ นาง?”
“ไปกันเถอะ” เผยฉีฉีเอ่ยเร่งอย่างหงุด้หงิด้ คล้ายรู้สึกว่า เนี่ยเทียนทำาให้นางเสียเวลาอีกครั้ง