ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 232 กระบี่ไร้รอย
เนี่ยเทียนที่ใจเตมไปด้้วยความกลัด้กลุ้มได้้แต่ฝากความหวัง ไว้ข้างหน้า ยอมเคลื่อนหน้าตามเผยฉีฉีไปต่อแต่โด้ยด้ี
มีเผยฉีฉีนำาทาง เขาและหลีเหย่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้้ มากมาย สามารถมองเมินภัยคุกคามที่มาจากรอยแยกห้วงมิติ จำานวนนับไม่ถ้วนได้้อย่างสิ้นเชิง
“ศิษย์พี่หญิง ทำาไมสถานที่แห่งนั้นถึงถูกเปิด้โปงได้้?” หลีเหย่ ถามขึ้นกะทันหัน
“เจ้าหมายถึงเหมืองหยกคงหลิงน่ะหรือ?” เผยฉีฉีพูด้โด้ยไม่ คิด้จะหันกลับมามอง
“ใช่แล้ว” หลีเหย่รู้สึกสงสัยเลมกน้อย “เหมืองหยกคงหลิงพวก เราเป็นคนค้นพบไม่ใช่หรือ? สถานการณ์ของที่นั่นซับซ้อน ขนาด้เข้า กมยังยากลำาบากอย่างถึงที่สุด้ แล้วเปลวอัคคีหามันเจอได้้อย่างไร?”
“พวกเรายังเจอได้้ คนอื่นๆ กมย่อมเจอได้้เหมือนกัน” เผยฉีฉีก ล่าวเสียงเรียบ
“เหมืองหยกคงหลิง…” เนี่ยเทียนมีสีหน้าตื่นเต้น
จากคำาพูด้ของคนทั้งสอง เขาตระหนักได้้ว่าข้อมูลที่คนของ เด้ือนด้ับคิด้จะเปิด้เผยให้เผยฉีฉีรับรู้ก่อนหน้านั้น บางทีอาจไร้คุณค่า ใด้ๆ ต่อเผยฉีฉีและหลีเหย่อย่างแท้จริง
เพราะว่าเด้ิมทีเหมืองหยกคงหลิงนั่นกมเป็นเปอาหมายในการมา ครั้งนี้ของเผยฉีฉีและหลีเหย่อยู่แล้ว
“หลีเหย่ บางครั้งคนของเปลวอัคคีและเด้ือนด้ับกมเข้ามาใน เทือกเขาฮว้านคงด้้วยหรือ?” เนี่ยเทียนเอ่ยถามด้้วยความใคร่รู้
“แน่นอน” หลีเหย่ตอบรับลวกๆ “เปลวอัคคี เด้ือนด้ับ และ กะโหลกเลือด้ต่างกมสร้างค่ายกลนำาส่งขนาด้เลมกไว้ในเทือกเขาฮว้าน คง จากค่ายกลนำาส่งเหล่านั้นพวกเขาสามารถเด้ินทางจากพื้นที่ที่ถูก ทิ้งร้าง ซากปรักหักพัง และเมืองโพ่เมี่ยตรงมายังเทือกเขาฮว้านคงได้้ เลย ไม่จำาเป็นต้องเด้ินทางให้ลำาบาก”
“และกมเป็นเพราะว่ามีค่ายกลด้ำารงอยู่ สมาชิกของเปลวอัคคี เด้ือนด้ับ และกะโหลกเลือด้จึงมักจะมาสำารวจเทือกเขาฮว้านคงอยู่ เป็นประจำา”
“เทือกเขาฮว้านคงในตอนนี้หากเทียบกับเมื่อครั้งอด้ีตแล้ว แน่นอนว่าย่อมเทียบไม่ติด้ ไม่ได้้มีวัตถุด้ิบวิเศษอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง อีกแล้ว และกมยากที่จะค้นฟอาโลกใบใหม่ได้้จากในรอยแยกห้วงมิติ เหล่านั้น”
“แต่ว่าบางจุด้ที่ค่อนข้างห่างไกลและอันตรายของเทือกเขาฮ ว้านคงยังคงมีโอกาสบางอย่างรออยู่”
“อีกอย่างในรอยแยกห้วงมิติที่ล่องลอยอยู่ในเทือกเขาฮว้านคง บางครั้งกมีวัตถุแปลกๆ ร่วงออกมา ซึ่งวัตถุแปลกๆ เหล่านั้นล้วน เป็นวัตถุที่ล้ำาค่าอย่างมากสำาหรับผู้ฝึกลมปราณ”
“เพียงแต่ว่าเนื่องจากเทือกเขาฮว้านคงในตอนนี้ อันตรายเกินไป สัตว์วิเศษแขมงแกร่งที่มีชีวิตอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง ส่วนใหญ่ล้วนใช้ชีวิตกันอยู่ที่นี่ นั่นถึงได้้ทำาให้ระด้ับความยากในการ ค้นหามีเพิ่มมากขึ้น”
“รอยแยกห้วงมิติที่บิด้เบือนอยู่ไม่นิ่งกมักจะเปลี่ยนมา เป็นพลุ่งพล่านไม่อาจควบคุม พลังในการสังหารเรือนกายที่มีเลือด้ เนื้อนั้นน่ากลัวจนยากจะจินตนาการได้้”
“…”
หลีเหย่ที่อยู่ว่างๆ จึงพูด้พลางเด้ินไปด้้วย อธิบาย สถานการณ์ของเทือกเขาฮว้านคงในตอนนี้ให้กับเนี่ยเทียนฟังอีกรอบ
ผ่านไปครู่หนึ่ง
ร่างของเผยฉีฉีกมหยุด้ชะงักอีกครั้ง พลันพูด้ขึ้นว่า “มี คน”
คำาพูด้นี้ด้ังออกมา เนี่ยเทียนจึงปลด้ปล่อยกระแสจิต ออกไปทันใด้ รวบรวมสมาธิไปตรวจสอบมัน
ทว่าหลังจากที่พลังจิตของเขาแผ่ออกไปกลับไม่ค้นพบ ความผิด้ปกติใด้ๆ
เวลานี้เขาจึงค่อยๆ ตระหนักได้้ว่าเนื่องจากความพิเศษ ของสถานการณ์ในเทือกเขาฮว้านคง และความผิด้ปกติของคลื่นมิติ ได้้ทำาให้ขอบเขตการรับสัมผัสของกระแสจิตเขาหด้เลมกลงมาไม่น้อย แม้แต่ระด้ับความแม่นยำาในการรับสัมผัสกมยังถูกจำากัด้ไปด้้วย
ทว่าสำาหรับเผยฉีฉีที่เชี่ยวชาญเวทลับแห่งมิติแล้ว ทั้งหมด้นี้ล้วนไม่เป็นปัญหา—นางได้้เปรียบเมื่ออยู่ในเทือกเขาฮว้าน คง
“ฟิ้ว!”
จากนั้นเผยฉีฉีกมห้อตะบึงไปข้างหน้ากะทันหันอีกครั้ง คล้ายไม่ยินด้ีรอเนี่ยเทียนและหลีเหย่
เนี่ยเทียนที่เมื่อครู่นี้ผ่านประสบการณ์ที่ต้องกลับมามือ เปล่าพอเหมนนางเคลื่อนไหวจึงติด้ตามไปด้้วยความเรมวที่มากที่สุด้ ทันที
“ฟิ้วๆ!”
เบื้องใต้รอยแยกห้วงมิติมากมายที่ตัด้สลับกัน เศษหินที่ มีรูปแบบไม่สมประกอบกระจัด้กระจายไปทั่ว ซึ่งบนเศษหินขนาด้ ใหญ่หลายก้อนในนั้นมีผู้ฝึกลมปราณของเปลวอัคคียืนอยู่หกคน
ผู้ฝึกลมปราณเหล่านั้นล้วนมีตบะกลางสวรรค์ ปราณ ดุ้ร้ายเข้มข้นระลอกแล้วระลอกเล่าถูกปลด้ปล่อยออกมาจากร่างกาย ของพวกเขา
“เผยฉีฉี!”
ผู้ฝึกลมปราณหกคนที่มาจากเปลวอัคคีเมื่อมองเหมนว่า เผยฉีฉีปรากฏตัวต่างกมหน้าเปลี่ยนสีกะทันหัน
“อู้ๆ!”
แม้ว่าเนี่ยเทียนและหลีเหย่จะมาถึงช้าไปพักหนึ่ง แต่กม ยังตามมาทันเวลา
ไม่เหมือนกับคราวก่อน ครั้งนี้เผยฉีฉีมาถึงล่วงหน้าทว่า กลับไม่ได้้รีบร้อนลงมือ แต่มองรอยแยกห้วงมิติที่ตัด้สลับอยู่เหนือ ศีรษะของคนเหล่านั้นแล้วทำาท่าครุ่นคิด้
หลีเหย่ตามมาทัน สายตาที่เขามองรอยแยกห้วงมิติ เหล่านั้นกมจริงจังอย่างเหมนได้้ชัด้
เนี่ยเทียนไม่เข้าใจ ทว่าดู้จากสีหน้าของเผยฉีฉีและหลี เหย่กมเด้าออกว่าในรอยแยกห้วงมิติเหล่านั้นอาจจะมีความลึกลับบาง อย่างซุกซ่อนอยู่
“ใครอยู่ด้้านใน?”
เผยฉีฉีถอนสายตากลับ ด้ึงกระแสจิตกลุ่มหนึ่งออกมา จากในรอยแยกห้วงมิติแห่งหนึ่ง คล้ายเข้าใจสถานการณ์แล้ว
“เจ้า…เจ้ารู้ได้้อย่างไร?” ผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่งของ เปลวอัคคีได้้ยินคำาถามของเผยฉีฉีกมหน้าถอด้สีทันที
“เหมืองหยกคงหลิงพวกเราเป็นคนค้นพบก่อน เจ้าถาม พวกเรารึว่ารู้ได้้อย่างไร?” หลีเหย่เด้มกอ้วนแค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้ง “ข้ามองออกแล้ว พวกเจ้าหกคนเป็นคนเฝอาต้นทางใช่ไหม? คนที่ เข้าไปขุด้เหมืองหยกคงหลิงด้้านในมีกี่คน? แบ่งออกเป็นตบะอะไร บ้าง? ยังไม่บอกมาตามตรงอีก!”
“เหมืองหยกคงหลิง! อยู่ในรอยแยกห้วงมิติที่ตัด้สลับ กัน?” เนี่ยเทียนตะลึงงัน
“อันที่จริงข้าต้องการคนที่มีชีวิตคนเด้ียวเท่านั้น” เหมน ว่าคนทั้งหกไม่ได้้พูด้อะไร เผยฉีฉีกมีท่าทางหงุด้หงิด้อย่างเหมนได้้ชัด้ กระบี่สี่เล่มจึงบินออกมาจากในแหวนเกมบของของนางอย่าง เงียบเชียบอีกครั้ง
“ฟิ้วๆๆๆ!”
นาทีถัด้มา กระบี่สี่เล่มนั้นกมพุ่งตรงเข้าหาคนสี่คน
“กระบี่ไร้รอย!”
เมื่อผู้ฝึกลมปราณหกคนของเปลวอัคคีมองเหมนว่าเผย ฉีฉีเรียกเอากระบี่สี่เล่มออกมาใช้กมพลันหน้าเปลี่ยนสี ร้องอุทานเสียง แหลมอย่างอด้ไม่อยู่
เนี่ยเทียนมองกระบี่สี่เล่มนั้น มองความประหลาด้ใน การบินของมันกมหน้าปลี่ยนสีไปเช่นกัน
กระบี่สี่เล่มนั้นห้อทะยานอยู่กลางอากาศครู่หนึ่งแล้วกม หายวับไปไม่เหมนเงา
ราวกับว่าอยู่ๆ กระบี่สี่เล่มกมตกเข้าไปอยู่ในห้วงมิติอื่น ระหว่างทาง หายไปทั้งตัวและปราณ
ไม่ว่าจะใช้สายตาหรือกระแสจิตไปมอง เนี่ยเทียนกม ล้วนสัมผัสไม่ได้้ถึงความเคลื่อนไหวและตำาแหน่งของกระบี่สี่เล่มนั่น
“สวบๆๆๆ!”
เมื่อกระบี่สี่เล่มมาปรากฏตัวอยู่ในเส้นสายตาของเขา อีกครั้งกมเสียบเข้าไปที่ลำาคอของผู้ฝึกลมปราณสี่คนของเปลวอัคคี แล้ว ทำาให้ทั้งสี่คนของเปลวอัคคีถูกสังหารไปในพริบตา
อีกอย่าง สี่คนนั้น…ยังไม่ใช่เปอาหมายสุด้ท้ายที่กระบี่ทั้ง สี่เล่มจะโจมตีด้้วย!
“กระบี่ไร้รอย!”
เนี่ยเทียนลูบคลำาลำาคอของตัวเองโด้ยอัตโนมัติ ใน ใจเยมนเยียบ ยิ่งรู้สึกกริ่งเกรงในตัวเผยฉีฉีมากขึ้นไปอีก
กระบี่บินทั้งสี่เล่มซึ่งมีชื่อว่า “กระบี่ไร้รอย” ที่เผยฉีฉีผู้ เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติใช้ สามารถซ่อนตัวอยู่ในความว่างเปล่าได้้ ระยะสั้นๆ ทำาให้ผู้ที่ถูกโจมตีไม่สามารถจับร่องรอยและทิศทางของ มันได้้
กระบี่ไร้รอยลอด้ผ่านความว่างเปล่า และเมื่อปรากฏ อีกครั้งอย่างกะทันหันกมได้้เสียบเข้าไปอยู่ในเลือด้เนื้อของศัตรูแล้ว
กระบี่ไร้รอยทั้งสี่เล่มนี้หากหายวับไปเมื่อใด้ ต่อให้ ปองกันมากแค่ไหนกมเอาไม่อยู่
“ฟิ้วๆ!”
กระบี่ไร้รอยที่สังหารคนไปแล้วสี่คนมีสองเล่มที่ไม่มี คราบเลือด้ติด้แม้แต่เส้นเด้ียวถูกด้ึงออกมา ปลายกระบี่ส่ายสะบัด้ไม่ อยู่นิ่ง เลมงไปที่ผู้ฝึกลมปราณเปลวอัคคีสองคนที่เหลืออยู่
“ใครอยู่ข้างในบ้าง? มีตบะเช่นไร ข้าจะถามพวกเจ้า เป็นครั้งสุด้ท้าย” เผยฉีฉีเอ่ยด้้วยน้ำาเสียงเฉยเมย
สองคนที่ยังมีชีวิตอยู่หลังจากมองเหมนว่าปลายกระบี่ไร้ รอยสองเล่มส่ายสะบัด้อยู่ครู่หนึ่งแล้วหายไปอีกครั้งกมคล้ายถูกโจมตี สติสัมปชัญญะให้แตกกระเจิง แย่งกันตอบจนแทบฟังไม่ได้้ศัพท์
“มีคนสี่คนอยู่ข้างใน! คนหนึ่งตบะต้นสวรรค์ช่วงต้น สามคนคือกลางสวรรค์ช่วงท้าย!”
“คนที่มีตบะต้นสวรรค์ช่วงต้นคือไต้เท้าหยางหลิงแห่ง เปลวอัคคีของพวกเรา!”
“พวกเขาเพิ่งจะเข้าไปได้้ครึ่งชั่วยาม ให้พวกเรารออยู่ ข้างนอกเพื่อคุ้มกันและคอยเกมบหยกคงหลิงที่อาจลอยออกมาได้้ทุก เมื่อ!”
“เนื่องจากความพิเศษของสถานการณ์ด้้านในเลยไม่ สามารถใช้ปราณวิญญาณได้้ หากใช้ปรากฏวิญญาณจะชักนำาให้เกิด้ ความเคลื่อนไหวที่รุนแรงผิด้ปกติ ทำาให้รอยแยกห้วงมิติเปลี่ยนมา เป็นไม่มั่นคงถึงขีด้สุด้!”
“พวกเจ้าโปรด้ปล่อยพวกเราไปเถอะ เรื่องที่ควรพูด้ พวกเรากมพูด้หมด้แล้ว!”
“ให้พวกเราจากไปเถอะนะ!”
“…”
ผู้ฝึกลมปราณเปลวอัคคีขอบเขตกลางสวรรค์สองคนนี้ ปกติเป็นแค่พวกอวด้เก่งด้ีแต่ข่มขู่คนอื่น พอมาเผชิญหน้ากับเผยฉีฉี จึงไม่มีแม้แต่ความกล้าในการต่อสู้
“หยางหลิง!” หลีเหย่ขมวด้คิ้วมุ่น กล่าว “ศิษย์พี่หญิง เจ้าหมอนั่นรับมือได้้ไม่ค่อยง่ายนะ”
“หากอยู่ข้างนอกหยางหลิงอาจจัด้การได้้ค่อนข้างยาก แต่หากอยู่ข้างในกมไม่น่าจะเป็นปัญหามากนัก” เผยฉีฉีตอบกลับหนึ่ง ประโยค
“ฟิ้วๆ!”
กระบี่บินสองเล่มที่หายไปพลันปรากฏพรวด้ออกมา แล้วแทงทะลุไปยังหัวใจของผู้ฝึกลมปราณเปลวอัคคีสองคนที่แย่งกัน พูด้ทันที
ถึงตอนนี้ผู้แขมงแกร่งเปลวอัคคีที่เฝอาอยู่ด้้านนอกทั้งหก คนกมล้วนถูกกระบี่ไร้รอยของเผยฉีฉีสังหารจนสิ้น ไม่เหลือใครรอด้ ชีวิตแม้แต่คนเด้ียว
“ทรัพย์สินคนตาย!”
ด้วงตาของเนี่ยเทียนพลันเป็นประกายแล้วรีบพุ่งเข้าไป ที่ศพศพหนึ่ง เตรียมจะกวาด้วัตถุวิเศษบนร่างของเขา
“หยุด้นะ!” เผยฉีฉีใบหน้ามึนตึง กล่าว “เจ้านี่มันไม่รู้ กติกาเลยหรือไร? คนที่ข้าฆ่า รางวัลจากการต่อสู้ทั้งหมด้กมย่อมต้อง ตกเป็นของข้า!”
“หากเจ้าคิด้จะรวยกมใช้ความสามารถของตัวเองไปฆ่า คนอื่น!”
“ขอแค่เขาตายด้้วยน้ำามือเจ้า ไม่ว่าเขาเป็นใคร ทรัพย์สินทุกอย่างบนร่างของเขากมล้วนกลายมาเป็นของเจ้า”
“หัวเทียน เจ้าอย่าทำาให้ศิษย์พี่หญิงโกรธเชียวนา เชื่อ ฟังนางเสียด้ีๆ เถอะ” หลีเหย่รีบพูด้เกลี้ยกล่อม
เนี่ยเทียนที่เด้ินมาได้้ครึ่งทางจึงพลันหยุด้ชะงัก หลัง จากยิ้มกระอักระอ่วนกมพยักหน้าพูด้ว่า “งั้น…กมได้้”
จากนั้นเขากมได้้แต่มองเผยฉีฉีเด้ินมาหยุด้อยู่ข้างศพที่ เขาเลมงไว้ก่อนหน้าด้้วยท่าทางไม่รีบไม่ร้อน จากนั้นนางกมควานหา วัตถุวิเศษที่อยู่บนร่างของเขาอย่างละเอียด้
หลังจากที่ทรัพย์สินทั้งหมด้ซึ่งอยู่บนร่างของศพทั้งหก ล้วนตกมาอยู่ในมือนางหมด้แล้ว นางถึงได้้พูด้อีกครั้งว่า “เอาล่ะ พวกเราเข้าไปกันตอนนี้เลย”