ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 243 การปฏิบัติที่แตกต่าง
หลังจากที่เผยฉีฉีจากไป เนี่ยเทียนที่ฝึกบำาเพมญตบะมา อย่างยากลำาบากตลอด้เจมด้วันในที่สุด้กมเด้ินออกมาจากห้องหินของ เขา
ตอนเที่ยงเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ร้อนแรงที่สุด้ของวัน
เนี่ยเทียนเงยหน้ามองด้วงอาทิตย์ร้อนแรงที่ราวกับลูกไฟกม พบว่าไม่มีแสงอาทิตย์เส้นใด้ที่สามารถลอด้ทะลุม่านคุ้มกันของเมือง โพ่เมี่ยสาด้ส่องเข้ามาในเมืองได้้
ยืนอยู่กลางลานบ้าน นี่เป็นครั้งแรกที่เขามองประเมินไป รอบด้้านอย่างตั้งใจ
ในลานบ้านที่กว้างขวางมีภูเขาจำาลองและน้ำาตก ทั้งยังมี สะพานหินอยู่หลายแห่ง
จุด้ที่อยู่ตรงข้ามกับประตูใหญ่มีหอเรือนหินเจมด้ชั้นหลัง หนึ่ง ซึ่งหอเรือนหินแห่งนั้นสูงกว่าหอเรือนหินบริเวณรอบๆ ระด้ับ หนึ่งอย่างเหมนได้้ชัด้
หอเรือนหินเจมด้ชั้นนั้นเป็นของอาจารย์ของเผยฉีฉีและหลี เหย่ ตามที่เผยฉีฉีและหลีเหย่เคยเล่าให้ฟัง อาจารย์ของพวกเขาปิด้ ด้่านบำาเพมญตบะเป็นประจำา และบางครั้งกมไม่ได้้อยู่ในเมืองโพ่เมี่ย
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนที่เขาและหัวมู่มาถึงยามค่ำาคืน อาจารย์ของพวกเขายังอยู่ที่นี่
แต่ก่อนหน้าที่พวกเขาจะเด้ินทางไปเทือกเขาฮว้านคง อาจารย์ของพวกเขาได้้ไปจากเมืองโพ่เมี่ยและเด้ินทางยังที่แห่งใด้ แม้แต่หลีเหย่กมยังไม่รู้
นอกจากหอเรือนหินเจมด้ชั้นหลังนั้นแล้ว สองข้างฝั่งของ ลานกว้างยังมีหอเรือนหินอีกสองแห่ง หอเรือนทั้งสองหลังนั้นล้วนสูง ห้าชั้น
เผยฉีฉีและหลีเหย่ต่างกมอาศัยอยู่ในหอหินสูงห้าชั้นกัน คนละหลัง และอาจารย์ของพวกเขากมรับแค่เผยฉีฉีและหลีเหย่เข้า เป็นศิษย์เท่านั้น
นอกจากนี้ บริเวณโด้ยรอบหอหินห้าชั้นยังมีหอหินเตี้ยๆ ชั้นเด้ียวอีกหลายหลัง ซึ่งคนที่อยู่อาศัยในหอหินเหล่านั้นต่างกมเป็นเห มือนเนี่ยเทียนที่ต้องทำางานให้เผยฉีฉีและหลีเหย่
เนี่ยเทียนยืนอยู่กลางลานกว้าง ใช้กระแสจิตรับสัมผัสเลมก น้อยกมพบว่าในลานกว้างแห่งนี้นอกจากเขา เผยฉีฉีและหลีเหย่แล้ว ยังมีปราณพลังชีวิตที่เด้่นชัด้อีกเจมด้ปราณ
คนเจมด้คนนั้นเด้ิมทีควรจะเป็นเหมือนเขาที่ทำางานรับใช้ เผยฉีฉีและหลีเหย่ ช่วยคนทั้งสองทำางานง่ายๆ เพื่อแลกหินวิเศษที่ เอาไว้ใช้ในชีวิตประจำาวัน
เมื่อฉุกคิด้ขึ้นมาได้้เขาจึงใช้พลังสะเกมด้ด้าวสร้างทิพย์จักษุ ข้างหนึ่งขึ้นมา รับสัมผัสความเคลื่อนไหวทางชีวิตของคนทั้งเจมด้ อย่างละเอียด้
“ห้าคนขอบเขตกลางสวรรค์ และยังมีสองคน…ที่มี ขอบเขตต้นสวรรค์!”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ เขานึกไม่ถึงว่าเจมด้คนที่ ทำางานให้กับเผยฉีฉีและหลีเหย่จะขอบเขตสูงกว่าเขาทุกคน และยังมี สองคนที่ขอบเขตสูงยิ่งกว่าเผยฉีฉีและหลีเหย่เสียอีก
การค้นพบนี้ทำาให้เขาแอบตกใจ
ไม่นานหลังจากนั้นเขากมาถึงหอหินห้าชั้นอันเป็นที่อยู่ อาศัยของหลีเหย่ หลังจากตะโกนเรียกด้ังๆ หนึ่งครั้ง เขากมได้้ยินเสียง หลีเหย่ลงจากเรือนมาอย่างรีบร้อนเพื่อเปิด้ประตูให้เขา
“เจ้ามาข้าหาทำาไม?” ผมเผ้าของหลีเหย่กระเซอะกระเซิง ดู้ท่าทางแล้วน่าจะเหนมด้เหนื่อยอย่างมาก
ในห้องที่เปิด้ออกมีผู้ฝึกลมปราณขอบเขตต้นสวรรค์ช่วง กลางคนหนึ่งยืนอยู่ คนผู้นั้นคือหญิงมีอายุรูปร่างอวบอึ๋มผู้หนึ่ง นาง สวมกระโปรงยาวสีฟอา กำาลังมองมายังเนี่ยเทียนด้้วยท่าทางสนอก สนใจ
หญิงผู้นี้มีนามว่าหูหัน มาอยู่เมืองโพ่เมี่ยนานมากแล้ว และ นางยังเป็นช่างหลอมอาวุธคนหนึ่งด้้วย
ที่นางยอมก้มหัวทำางานให้หลีเหย่แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะ ขอบเขตของหลีเหย่
แต่ที่นางให้ความสำาคัญกมคือวิธีการหลอมอาวุธที่หลีเหย่ได้้ ฝึกฝนมาจากอาจารย์ของเขา เวลาที่ช่วยหลีเหย่หลอมอาวุธ นางกม มักจะได้้รับแรงบันด้าลใจจากเขา
หูหันช่วยหลีเหย่หลอมอาวุธมาได้้ปีหนึ่งแล้ว ตอนที่เนี่ย เทียนมาอยู่ที่นี่ นางเองกมได้้ยินข่าวคราวมาบ้างเหมือนกัน
ก่อนหน้าที่เนี่ยเทียนยังไม่ได้้ไปเทือกเขาฮว้านคง เวลาที่ หลีเหย่หลอมอาวุธอยู่กับนางกมจะพูด้ถึงเนี่ยเทียนอยู่บ้างเป็นบางครั้ง ไม่ว่าจะคำาพูด้ไหนกมล้วนเตมไปด้้วยความเสียด้สีและเย้ยหยัน
ทว่าช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่หลีเหย่กล่าวถึงเนี่ย เทียนกลับเปลี่ยนแปลงท่าทีกะหันหัน บอกว่าเด้มกเนี่ยเทียนนั่นนิสัย ไม่เลว
การเปลี่ยนแปลงท่าทีของหลีเหย่ทำาให้หูหันแปลกใจอย่าง มาก ตอนนี้พอได้้เจอกับเนี่ยเทียนจึงอด้ไม่ได้้ที่จะมองประเมินเนี่ย เทียนอย่างจริงจัง แล้วกมพบทันทีว่าเนี่ยเทียนมีตบะแค่ท้ายสวรรค์ เท่านั้น นั่นยิ่งทำาให้นางแปลกใจเข้าไปใหญ่
“หลีเหย่ กะโหลกเลือด้มีห้องที่ใช้สำาหรับฝึกตนโด้ยเฉพาะ ด้้วยหรือ?” เนี่ยเทียนไม่ได้้เข้าไปข้างใน แค่ยืนถามอยู่หน้าประตู
“หืม ห้องที่ใช้สำาหรับฝึกตนโด้ยเฉพาะ?” หลีเหย่อึ้งไปครู่กม กล่าวว่า “ทำาไม? เจ้าอยากจะยืมใช้ห้องฝึกตนของกะโหลกเลือด้ อย่างนั้นหรือ? ห้องฝึกตนเหล่านั้นแพงมากเลยนะ”
“เจ้ามีตบะท้ายสวรรค์ คิด้จะยืมใช้ห้องฝึกตนระด้ับต่ำาที่สุด้ กมยังต้องจ่ายหินวิเศษสิบก้อนต่อหนึ่งชั่วยาม”
“สิบชั่วยามกมต้องใช้หินวิเศษหนึ่งร้อยก้อนแล้ว นี่เป็นการ เผาผลาญหินวิเศษอย่างน่าตกใจมากเกินไป”
หลีเหย่ยังไม่ทันกล่าวจบเขากมพลันนึกถึงอะไรขึ้นมาได้้ “ศิษย์พี่หญิงมอบหินวิเศษส่วนที่ควรเป็นของเจ้าให้เจ้าแล้วใช่ไหม?”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับด้้วยรอยยิ้ม
“อ้อ ที่แท้กมเป็นแบบนี้นี่เอง” หลีเหย่เข้าใจแล้ว “ถ้าอย่าง นั้นกมไม่มีปัญหาหรอก เจ้ามันรวยอู้ฟูอแล้วนี่น่า น่าจะรับไหว”
“คิด้จะยืมใช้ห้องฝึกตนของกะโหลกเลือด้? รวยแล้ว?” หู หันดู้ตกใจอย่างเหมนได้้ชัด้ นางยังจำาได้้ว่าก่อนหน้านี้หลีเหย่เคยบอก กับนางว่าเพื่อหาหินวิเศษมา เนี่ยเทียนจะต้องผ่าไม้เฮยอิ๋นให้กับเขา ทุกวัน ต้องทำาอยู่หลายวันกว่าจะได้้หินวิเศษสักก้อนหนึ่ง
หูหันคิด้ไม่ออกว่าเนี่ยเทียนใช้วิธีการใด้ถึงสามารถร่ำารวย ขึ้นมาได้้ในระยะเวลาอันสั้นแบบนี้
นางอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยมากมนานแล้ว และกมติด้ตามหลีเหย่มา พักใหญ่ ปริมาณหินวิเศษที่ได้้รับมามักมีจำากัด้เสมอ รู้สึกแค่เพียงว่า ชีวิตลำาบากยากแค้น ต้องคอยกลุ้มใจเรื่องหินวิเศษอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
เนี่ยเทียนเพิ่งมาได้้ไม่นานกลับร่ำารวยขึ้นมาได้้ สามารถใช้ จ่ายฟุ่มเฟือยอย่างการไปยืมใช้ห้องฝึกตนของกะโหลกเลือด้ นี่ทำาให้ หูหันรู้สึกอิจฉาอย่างมาก
“อืม ข้ารู้สึกว่าความเรมวในการฝึกช้าไปหน่อย คิด้จะยืมใช้ ห้องฝึกตนของกะโหลกเลือด้” เนี่ยเทียนตอบกลับ
“ได้้สิ” หลีเหย่ล้างมือในบ่อน้ำาด้้านข้าง จากนั้นกมจัด้ ระเบียบผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง เสรมจแล้วจึงเอ่ยสั่งความหูหัน “ข้าจะไปกับ เขาสักหน่อย ที่นี่เจ้ากมดู้แลก่อนแล้วกัน”
ไม่รอให้หูหันพูด้มากเขากมลากเนี่ยเทียนออกไปจากลาน กว้าง มุ่งหน้าไปยังกะโหลกเลือด้
หูหันเตมไปด้้วยความงุนงง นางมีตบะต้นสวรรค์ หลีเหย่กม ยังไม่เคยให้เกียรตินาง คิด้จะใช้กมต้องมาหา คิด้จะไล่กมต้องกลับไป
เนี่ยเทียนที่มีตบะเพียงท้ายสวรรค์ ทั้งยังไม่เข้าใจการ หลอมอาวุธเลยแม้แต่นิด้เด้ียวกมไม่น่าจะช่วยอะไรหลีเหย่ได้้ ทว่าท่าที ที่หลีเหย่ปฏิบัติต่อเนี่ยเทียนกลับกระตือรือร้นมากอย่างเหมนได้้ชัด้
นี่ทำาให้หูหันไม่เข้าใจเอามากๆ
“ผู้หญิงคนนั้น…ดู้เหมือนว่าจะมีตบะต้นสวรรค์?” ระหว่าง ที่เด้ินทางไปยังกะโหลกเลือด้ เนี่ยเทียนกมอด้ใจถามขึ้นมาไม่ไหว “นางกมช่วยเจ้าทำางานเหมือนข้าน่ะหรือ? เจ้าให้ผู้แขมงแกร่งขอบเขต ต้นสวรรค์คนหนึ่งช่วยเจ้าทำางาน?”
“ขอบเขตต้นสวรรค์แล้วอย่างไร?” หลีเหย่เชิด้หน้า เอ่ย ด้้วยน้ำาเสียงเรียบเฉย “ในเมืองโพ่เมี่ยของพวกเรา คนที่อยู่ขอบเขต ต้นสวรรค์อย่างนางมีเยอะนักล่ะ ไม่มีอะไรให้ต้องแปลกใจ นางเองกมรู้ วิธีการหลอมอาวุธ ทว่าวิธีการที่นางใช้หลอมอาวุธมาก่อนหน้านี้ ใน สายตาข้าแล้วกมแค่เศษสวะคนหนึ่งเท่านั้น! คนอย่างนาง อาจารย์ ของข้าไม่มีทางให้เกียรติ ข้าเองกมดู้หมิ่นเหมือนกัน”
ความโอหังและกำาเริบเสิบสานของหลีเหย่ทำาให้เนี่ยเทียน อึ้งตะลึง “เจ้ามีแค่ตบะกลางสวรรค์ มีสิทธิ์อะไรไปดู้ถูกนาง?”
“ฮ่าๆ!” หลีเหย่หัวเราะปากกว้าง “โลกของช่างหลอม อาวุธอย่างพวกเราไม่มีกำาหนด้ระด้ับสูงต่ำากันจากขอบเขตของตบะ หรอก พูด้กับเจ้าไปเจ้ากมไม่เข้าใจ นางทำางานให้ข้ายังได้้เรียนรู้อะไร มากมาย มิฉะนั้นเจ้าคิด้ว่าเหตุใด้นางถึงได้้ยอมหน้าด้้านหน้าทนอยู่ ต่อ ไม่ว่าไล่อย่างไรกมไล่ไม่ไปเล่า?”
“ไล่กมไล่ไม่ไป?” เนี่ยเทียนยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่
“เหลวไหล!” หลีเหย่แค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้งแล้วกล่าว ต่อว่า “ช่างหลอมอาวุธที่คิด้จะทำางานให้ข้ามีมากมายนัก หากนาง จากไป แน่นอนว่าย่อมมีคนมากมายพยายามสุด้ชีวิตเพื่อเข้ามา แทนที่!”
“เจ้าร้ายกาจขนาด้นี้เชียวรึ?” เนี่ยเทียนถามด้้วยความ แคลงใจ
“ความสำาเรมจในภายภาคหน้าของนายท่านหลีอย่างข้า ต่ำา สุด้กมคือช่างหลอมอาวุธระด้ับเชื่อมโยงวิญญาณ! หากข้าโชคด้ี ไม่แน่ ว่าอาจได้้กลายเป็นช่างหลอมอาวุธที่หลอมอาวุธวิเศษไม่ด้ับสลาย
ออกมาได้้!” หลีเหย่โบกไม้โบกมือ กล่าวอย่างถือด้ี “บุคคลอย่างข้ามี พรสวรรค์เลิศล้ำา ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนกมส่องแสงเจิด้จ้าไปแปด้ทิศ!”
“ด้้วยพรสวรรค์ของหูหันผู้นั้นต่อให้มุมานะไปชั่วชีวิต เกรงว่ากมยังเป็นได้้แค่ช่างหลอมอาวุธระด้ับสูงเท่านั้น นางจะมาเทียบ กับข้าได้้อย่างไร?”
หลีเหย่คุยโว พาเนี่ยเทียนมาถึงศูนย์ใหญ่ของกะโหลก เลือด้ในเมืองโพ่เมี่ย
ผู้ฝึกลมปราณของกะโหลกเลือด้และผู้ฝึกลมปราณในเมือง โพ่เมี่ยมากมายต่างกมเด้ินเข้าๆ ออกๆ พูด้คุยกันโฉงเฉงเสียงด้ัง ครึกครื้นราวกับตลาด้สด้
“ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปที่ตั้งของห้องฝึกตน” หลีเหย่ลาก ตัวเนี่ยเทียนตรงเข้าไปด้้านใน
สมาชิกกะโหลกเลือด้ขอบเขตต้นสวรรค์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ประตูต่างกมรู้จักหลีเหย่ พอเหมนเขามาจึงเอ่ยทักทายด้้วยรอยยิ้ม สีหน้าท่าทางกระตือรือร้นอย่างมาก
แต่เนี่ยเทียนกลับสังเกตเหมนว่าก่อนหน้าที่เขาและหลีเหย่ จะมา สมาชิกกะโหลกเลือด้ขอบเขตต้นสวรรค์เหล่านั้นต่างกมีสีหน้า เยมนชาน่าสะพรึงกลัว
กว่าที่คนอื่นๆ จะเข้าไปข้างในได้้ต่างกมถูกพวกเขาซักถาม อย่างละเอียด้ ไม่ไว้หน้าเลยแม้แต่นิด้เด้ียว
เวลาที่ปฏิบัติต่อหลีเหย่พวกเขาจะมีสีหน้าอย่างหนึ่ง ทว่า เวลาที่ปฏิบัติต่อคนอื่นกลับมีสีหน้าอีกอย่างหนึ่ง ความแตกต่างใน การปฏิบัติแตกต่างกันอย่างเหมนได้้ชัด้
“นายท่านหลี่”
“ฮ่าๆ ไม่เจอนายท่านหลีเหย่นานเลย”
“อาจารย์ของเจ้าสบายด้ีไหม”
เมื่อเข้ามาในประตู พวกผู้คนดุ้ร้ายมากมายในเมืองโพ่เมี่ย พอเหมนหลีเหย่ต่างกมเอ่ยถามด้้วยรอยยิ้มและท่าทีที่กระตือรือร้นมาก เป็นพิเศษ
ดู้เหมือนคนเหล่านั้นจะรู้ว่าหลีเหย่ต้องการได้้ยินคำาพูด้ แบบใด้ ทั้งๆ ที่อายุเยอะกว่าหลีเหย่มาก แต่กลับยอมเรียกเขาว่านาย ท่านหลีกมเพราะจงใจประจบประแจง
หลีเหย่หัวเราะฮ่าๆ พาเนี่ยเทียนเด้ินผ่านคนเหล่านั้นโด้ย ไม่ได้้สนใจพวกเขาเลยแม้แต่นิด้
“เจ้าเด้มกนั่นที่อยู่กับหลีเหย่คือใคร?”
“ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเลยนะ”
“ไม่รู้จัก ก่อนหน้านี้ดู้เหมือนว่าจะไม่เคยปรากฏตัวในเมือง โพ่เมี่ยมาก่อน”
หลังจากที่หลีเหย่และเนี่ยเทียนจากไป ทุกคนกมพากัน วิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา