ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 251 รบนองเลือด้ติด้ต่อกัน
เมืองโพ่เมี่ย
กลางด้ึกด้ื่น หลีเหย่ถือหอกสั้นสีเงินเล่มหนึ่งที่เพิ่งหลอม เสรมจเอาไว้ในมือแล้วเงยหน้าหัวเราะเสียงด้ัง
เสียงหัวเราะของเขาปลุกให้ทุกคนที่อยู่ในลานที่พักตื่นขึ้น มาจากการฝึกตน แอบสบถด้่ากับความประสาทของหลีเหย่
ในห้องหินที่กว้างขวางแห่งหนึ่ง เผยฉีฉีตั้งใจสลักภาพค่าย กลวิเศษภาพหนึ่ง เสียงโหวกเหวกของหลีเหย่ทำาเอานางตกใจจนมือ เรียวยาวสั่นไหว
“แคราก!”
หยกคงหลิงก้อนหนึ่งพลันแตกกระจายออก
บนใบหน้างด้งามของเผยฉีฉีเตมไปด้้วยความขุ่นเคือง ลอยฉิวออกไปจากในห้องหิน
สิบกว่าวินาทีหลังจากนั้น เผยฉีฉีกมาปรากฏอยู่ข้างกาย หลีเหย่อย่างไม่บอกไม่กล่าวราวกับวิญญาณตนหนึ่ง แล้วต่อยหน้า หลีเหย่โด้ยไม่รอให้เขาอธิบาย
“ผลักวะ!”
ร่างอ้วนท้วนของหลีเหย่ลอยขึ้นกลางอากาศแล้วร่วง ลงพื้นอย่างแรง ส่วนใบหน้ากมปูด้บวด้ขึ้นมาทันใด้
“ศิษย์พี่หญิง ด้ึกด้ื่นแบบนี้ท่านเป็นบ้าอะไรของท่าน?” หลี เหย่ลุกขึ้นนั่ง นวด้คลึงใบหน้าตัวเองพร้อมแสยะปากร้องโอด้โอย เตมไปด้้วยความขมขื่น
“ข้าต่างหากที่ต้องถามเจ้าว่าเป็นบ้าอะไรของเจ้า?” เผย ฉีฉีเอ่ยพร้อมความโกรธ
“หา? หรือว่าข้าไปรบกวนท่าน?” หลีเหย่มีปฏิกิริยาตอบ สนองกลับมาอย่างฉับพลัน รีบพูด้ด้้วยรอยยิ้มประจบ “ในที่สุด้หอก สั้นสีเงินที่ข้าช่วยผู้หญิงนามว่าหูหันหลอมกมออกจากเตาแล้ว ข้า ทด้ลองดู้กมพบว่าหอกสั้นสีเงินชิ้นนี้น่าจะเป็นอาวุธวิเศษระด้ับสูงชิ้น หนึ่ง ฮ่าๆ!”
“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้ากมคือช่างหลอมอาวุธวิเศษ ระด้ับสูงแล้ว!” หลีเหย่กล่าวอย่างลำาพองใจ แล้วกมเต้นแรงเต้นกา อย่างฮึกเหิม
“หูหัน?” เผยฉีฉีขมวด้คิ้ว “ข้าบอกเจ้าแต่แรกแล้วว่าผู้ หญิงคนนี้ไม่ได้้มีเจตนาด้ี บอกให้เจ้ารีบๆ ไล่นางไป ทำาไมเจ้าถึงไม่ เชื่อฟังข้า?”
“กมช่วยไม่ได้้นี่นา อย่างไรซะนางกมหลอมอาวุธเป็น สามารถช่วยงานข้าได้้ไม่น้อย” หลีเหย่ยิ้มเจื่อนด้้วยความจนใจอย่าง มาก “นอกจากหูหันผู้นั้นแล้ว คนอื่นๆ ที่เหลือกมไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยว กับการหลอมอาวุธสักอย่าง โด้ยเฉพาะหัวเทียนที่ไม่รู้อะไรเลย อยู่กับ ข้ากมช่วยอะไรไม่ได้้ หรือจะให้ข้าหวังพึ่งเขากันล่ะ?”
“หัวเทียน…”
ได้้ยินหลีเหย่เอ่ยถึงเนี่ยเทียน เผยฉีถึงนึกขึ้นมาได้้ในฉับ พลัน นางไม่ได้้สัมผัสถึงการด้ำารงอยู่ของเนี่ยเทียนมานานแล้ว “เจ้า หมอนั่นยังอยู่ที่กองบัญชาการกะโหลกเลือด้อยู่หรือ?”
“เปล่า เขาไปเทือกเขาฮว้านคงแล้ว” หลีเหย่กล่าว
“เทือกเขาฮว้านคง!” เผยฉีฉีหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ “ไป อย่างไร?”
“กมไปผ่านค่ายกลนำาส่งแห่งมิติที่ท่านจัด้วางไว้ในเทือกเขา ฮว้านคงอย่างไรล่ะ” หลีเหย่หัวเราะเฮอๆ พูด้อย่างอวด้ฉลาด้ “หัว เทียนคือหลานของท่านหัว แถมท่านหัวยังมาส่งด้้วยตัวเอง แน่นอน ว่าเขาย่อมไม่ใช่คนนอก หึ ทุกครั้งที่ท่านอาจารย์พูด้ถึงท่านหัวมักมี สีหน้าผิด้ปกติ ข้าเด้าว่าท่านหัวกับอาจารย์ของพวกเรา…”
“กมเพราะว่าท่านหัวเป็นคนพามาอย่างไรล่ะ ข้าถึงได้้ พยายามรักษาความปลอด้ภัยให้แก่เขา! แต่เจ้ากลับให้เขาไปที่เทือก
เขาฮว้านคงเพียงลำาพัง? หลีเหย่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขามีตบะเพียงท้าย สวรรค์ เขาไปที่เทือกเขาฮว้านคงคนเด้ียวกมเท่ากับไปหาที่ตาย!” เผย ฉีฉีถลึงตาใส่หลีเหย่ที่กำาลังลำาพองใจอย่างดุ้ด้ัน
“หรือเจ้าคิด้จริงๆ ว่าเมื่ออยู่ในเทือกเขาฮว้านคง เขาจะ สามารถสังหารหยางหลิงได้้อย่างง่ายด้าย?”
“เจ้ามันโง่!”
เผยฉีฉีด้่ากราด้ ทำาให้หลีเหย่หัวหด้ด้้วยความหวาด้กลัว เขา ได้้แต่หัวเราะประจบ “แน่นอนว่าข้าย่อมต้องจัด้การเป็นธุระให้ ข้า ให้หูหันผู้นั้นไปพร้อมกับเขาด้้วย ก่อนที่หูหันจะจากไป ข้ายังบีบให้ นางกลืนยากัด้ใจลงไป ด้้วยความสามารถของหูหันย่อมไม่สามารถ หายาแก้เจอแน่นอน นางจะต้องดู้แลเนี่ยเทียนตามคำาสั่งของข้า”
“ว่าไงนะ!?” เผยฉีฉีตกใจอีกครั้ง มองเขาด้้วยสายตา ราวกับด้่าว่าเขาเป็นคนโง่ “เจ้ายังให้นางหูหันผู้นั้นตามไปด้้วย? เจ้ารู้ หรือไม่ว่าหูหันมาที่นี่เพราะจุด้ประสงค์อันใด้?”
“อะไรหรือ?” หลีเหย่เอ่ยถามด้้วยความสงสัย
เผยฉีฉีไม่ได้้ตอบคำาถาม น้ำาเสียงกมเปลี่ยนมาเป็นเคร่งเครียด้ “พวก เขาไปกันนานแค่ไหนแล้ว?”
“สิบกว่าวันแล้วกระมัง” หลีเหย่เองกมรู้สึกได้้ว่าท่าไม่ด้ี จึงเกมบ รอยยิ้มกลับคืนแล้วเอ่ยถามอย่างจริงจัง “ศิษย์พี่หญิง ท่านไปรู้อะไร มา?”
“สิบกว่าวันงั้นหรือ หวังว่าจะยังทัน!” เผยฉีฉีออกจาก ห้องของหลีเหย่ไปอย่างเงียบเฉียบ เงาร่างของนางหายวับไปแล้ว ทว่ายังคงมีเสียงด้ังลอยมา “เจ้ารออยู่ที่นี่ให้ด้ี ช่วงนี้อย่าออกจาก เมืองโพ่เมี่ยแม้แต่ก้าวเด้ียว! หลังจากข้ากลับมาแล้วจะเล่าให้เจ้าฟัง อย่างละเอียด้!”
จุด้ที่นางหายตัวไปยังคงมีคลื่นแห่งมิติที่แปลก ประหลาด้ชั้นหนึ่งกระเพื่อมไหวช้าๆ
ไม่นานหลังจากนั้น นางกมาปรากฏอยู่ตรงที่ตั้งค่ายกล นำาส่งแห่งมิติกลางเมืองโพ่เมี่ย แล้วจึงบอกกับหลิวคังว่าต้องการใช้ ค่ายกลนำาส่งเด้ี๋ยวนี้
หลิวคังจึงจัด้การให้นางทันที
“ฟิ้ว!”
ไม่นานร่างของเผยฉีฉีกมาปรากฏตัวอยู่ในค่ายกลนำา ส่งแห่งมิติขนาด้เลมกที่เทือกเขาฮว้านคง
เพิ่งจะปรากฏตัวและเหมนว่าค่ายกลนำาส่งแห่งมิติขนาด้ เลมกนั้นยังอยู่ นางจึงแอบคลายใจลงได้้
มือซ้ายของนางวางเบาๆ ลงไปที่มุมหนึ่งของค่ายกลนำา ส่งแห่งมิติ แล้วใช้เวทห้วงมิติกระตุ้นมัน
ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติขนาด้เลมกนั้นเมื่ออยู่ภายใต้การ ควบคุมจากเวทคาถาที่ประณีตของนางจึงหด้ตัวลงเลมกอย่างรวด้เรมว ครู่เด้ียวกมเปลี่ยนมามีขนาด้เท่าฝ่ามือ แล้วถูกนางเกมบกลับไปอย่าง ง่ายด้าย
หลังจากเกมบเอาค่ายกลนำาส่งแห่งมิตินั้นไปแล้ว นางจึง เด้ินออกมาจากในถ้ำา และมาปรากฏอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงที่มีรอย แยกห้วงมิติล่องลอยอยู่
นางลอด้ทะลุผ่านรอยแยกห้วงมิติเหล่านั้น และไปยัง ทิศทางที่เนี่ยเทียนฝึกบำาเพมญตบะตามที่หลีเหย่บอกเอาไว้
ผู้ฝึกลมปราณกลุ่มหนึ่งของเด้ือนด้ับที่มีหม่าจิ่วเป็น หัวหน้ามุ่งหน้ามายังตำาแหน่งที่ตั้งของค่ายกลนำาส่งแห่งมิติตามที่หู หันบอก
“นางมารเผย!”
แค่มองปราด้เด้ียวหม่าจิ่วกมเหมนเผยฉีฉีที่เด้ินอยู่ตามรอย แยกห้วงมิติภายใต้แสงจันทร์เยมนกระจ่าง
“หม่าจิ่ว” เผยฉีฉีหน้าเปลี่ยนสีเลมกน้อย
“หึ! เจ้ามาปรากฏตัวเองเลยรึ กมด้ีเหมือนกัน!” หม่าจิ่ว มีความรู้สึกด้ีใจที่ได้้เจอเรื่องไม่คาด้คิด้ แล้วจึงยกมือซ้ายเพื่อออกคำา สั่งทันที “ร่วมกันสังหารนางมารเผย จับเป็นหรือจับตายกมได้้ทั้งนั้น!”
ผู้ฝึกลมปราณเด้ือนด้ับกลุ่มหนึ่งพากันกระจายตัวออก หมายจะล้อมสังหารเผยฉีฉี
เผยฉีฉีเหมนว่าผู้แขมงแกร่งมากมายของเด้ือนด้ับลงมือ พร้อมกันจึงเด้าได้้ทันทีว่าหูหันเปิด้เผยที่ตั้งของค่ายกลนำาส่งแห่งมิติ ขนาด้เลมกของนางแล้ว มิฉะนั้นพวกหม่าจิ่วแห่งเด้ือนด้ับย่อมไม่มา ปรากฏตัวอยู่ที่นี่อย่างบังเอิญแบบนี้แน่นอน
หม่าจิ่วมีตบะต้นสวรรค์ช่วงท้าย เขาคือผู้รับผิด้ชอบ ของเด้ือนด้ับที่ตั้งหลักปักฐานอยู่ในเทือกเขาฮว้านคง ข้างกายหมา จิ่วยังมีผู้แขมงแกร่งขอบเขตต้นสวรรค์อีกสองคน ลำาพังเพียงสามคนนี้ กมากพอจะสังหารนางได้้ง่ายๆ เมื่ออยู่โลกภายนอก
แต่ยังด้ีที่ที่นี่คือเทือกเขาฮว้านคง
“อ้อ มีความสามารถกมเข้ามาสิ” เรือนกายอรชรของ เผยฉีฉีพลันหลบเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีรอยแยกห้วงมิติรวมตัวกันอยู่ มากที่สุด้ ปล่อยให้รอยแยกห้วงมิติเหล่านั้นล่องลอยไปโด้ยไม่คิด้จะ ออกมา
ผู้แขมงแกร่งเด้ือนด้ับที่มีหม่าจิ่วเป็นหัวหน้าไม่กล้า เข้าไปในพื้นที่ที่มีรอยแยกห้วงมิติรวมตัวกัน ทำาได้้เพียงห้อมล้อมเผย ฉีฉีอยู่ห่างๆ และคอยเคลื่อนที่ไปตามรอยแยกห้วงมิติที่ล่องลอย
อีกฝั่งหนึ่ง
หลังจากที่เนี่ยเทียนใช้ทิพย์จักษุจนสัมผัสได้้ถึงการต่อสู้ จึงลุกขึ้นยืนทันที
เขาค่อยๆ ใช้กระแสจิตที่ปะปนไว้ด้้วยแสงด้าวสร้าง ทิพย์จักษุขึ้นมาอีกหกด้วง
ทิพย์จักษุทั้งเจมด้ข้างปรากฏขึ้นทั้งหมด้ เขาจึงมอง สภาพแวด้ล้อมรอบด้้านได้้อย่างชัด้เจน
“หัวเทียน เจ้ายังอยู่ตรงนั้นหรือไม่?”
ขณะที่เขาเตรียมจะเคลื่อนไหว ในหินส่งข้อความเสียง ซึ่งอยู่ตรงเอวของเขากมีเสียงเรียกของหูหันด้ังลอยออกมา
“บังเอิญเสียจริง” เนี่ยเทียนอึ้งงันไปครู่ แล้วจึงหยิบ เอาหินส่งข้อความเสียงออกมากล่าวว่า “ข้ายังอยู่ แต่ตอนนี้ข้าพบ ว่ามีการต่อสู้เกิด้ขึ้น กำาลังจะไปดู้”
“ไม่ต้องมา! เจ้ารอข้าอยู่ที่เด้ิมนั่นแหละ!” หูหันพูด้ด้้วย น้ำาเสียงร้อนรน “ด้้วยตบะของเจ้า ทางที่ด้ีที่สุด้อย่าเข้าร่วมกับการ
ต่อสู้ปะทะหน้าใด้ๆ! การต่อสู้ที่เกิด้ขึ้นในเทือกเขาฮว้านคงไม่ใช่คนที่ อยู่ในขอบเขตอย่างเจ้าสามารถเข้ามาเกี่ยวข้องด้้วยได้้ หากอยู่ๆ เจ้า ตายขึ้นมาเด้ี๋ยวจะทำาข้าซวยไปด้้วย”
เสียงของหูหันที่ด้ังออกมาจากในหินส่งข้อความเสียง ฟังดู้ร้อนใจอย่างมาก
เนี่ยเทียนสัมผัสได้้ว่าหูหันน่าจะกำาลังเร่งรุด้เด้ินทางมา ที่นี่อย่างบ้าคลั่ง ถึงได้้หอบหนักเพียงนั้น
ทว่าเขากลับไม่ได้้สนใจคำาสั่งของหูหัน เนี่ยเทียนเกมบ หินข้อความเสียงลงไปไว้ที่เด้ิม และเข้าไปใกล้พื้นที่การต่อสู้ตามการ ชักนำาของทิพย์จักษุ
ตัวเขายังมาไม่ถึงทว่าทิพย์จักษุเจมด้ข้างนั้นของเขาได้้ มาจับตาดู้สถานการณ์การสู้รบก่อนแล้ว
สองฝ่ายที่ต่อสู้กันหนึ่งในนั้นสวมชุด้ของกะโหลกเลือด้ คือชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีอายุประมาณยี่สิบเจมด้ยี่สิบแปด้ปี ตบะกลาง สวรรค์ช่วงท้าย เป็นผู้นำาของทางฝ่ายกะโหลกเลือด้ และกมเป็นคนที่มี ขอบเขตสูงสุด้
มือทั้งสองข้างของเขาต่างกมสวมถุงมือสีด้ำาสนิท บน ถุงมือนั้นเตมไปด้้วยเขี้ยวแหลมคมมากมาย หามองปราด้ๆ มือสอง ข้างนั้นกมคล้ายกับปากของสัตว์ร้ายที่แสยะฟันแหลมคม
คนผู้นี้โบกมือที่สวมถุงมือ ตัวคนเด้ียวต่อสู้กับผู้ที่มี ขอบเขตเด้ียวกันถึงสองคนอย่างห้าวหาญ
นอกจากนี้ยังมีสมาชิกของกะโหลกเลือด้ขั้นกลาง สวรรค์อีกสองคนที่หันหลังเข้าหากัน คนหนึ่งถือทวนยาวสีด้ำา คน หนึ่งถือกระบี่เล่มใหญ่สองเล่ม กำาลังถูกผู้ที่มีขอบเขตท้ายสวรรค์ช่วง ต้นและช่วงกลางห้าคนโอบล้อมโจมตี
คนที่โจมตีกะโหลกเลือด้มีทั้งหมด้เจมด้คน เจมด้คนนั้น สวมเสื้อผ้าปะปนกัน เหมนได้้ชัด้ว่าไม่ได้้มาจากขั้วอิทธิพลเด้ียวกัน
แต่ร่างของคนทั้งเจมด้นั้นกลับปลด้ปล่อยกลิ่นคาวเลือด้ ที่เข้มข้นออกมา นัยน์ตาของพวกเขาฉายแสงแห่งความโหด้เหี้ยม และกระหายเลือด้ ทำาท่าทางหมายจะแร่เนื้อเถือหนังของกะโหลก เลือด้สามคนทั้งเป็น
“พี่น้องทั้งหมด้! ไฉ่โยวคือลูกชายของผู้นำากะโหลก เลือด้! ทางที่ด้ีที่สุด้คือจับเป็นเขา ไฉ่โยวที่มีชีวิตอยู่สามารถแลกหิน วิเศษและอาวุธวิเศษมากมายได้้จากกะโหลกเลือด้!” ชายหนุ่มผู้ที่มี ตบะกลางสวรรค์ช่วงท้ายคนหนึ่งแสยะยิ้มชั่วช้า “พี่น้องของพวกเรา มักจะถูกคนของพวกกะโหลกเลือด้จับกุมกวาด้ล้างเวลาเข้าออกจาก เมืองเป็นประจำา ตอนนี้คว้าโอกาสเอาไว้ได้้ จะไม่ยอมปล่อยมันไป เด้มด้ขาด้!”
“จับตัวไฉ่โยวเอาไว้ หินวิเศษและวัตถุด้ิบวิเศษที่ทุกคน ได้้รับมากพอจะทำาให้พวกเราออกไปให้ไกลจากเมืองโพ่เมี่ยและไปใช้ ชีวิตด้ีๆ อยู่ในพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและซากปรักหักพัง!”
“ทุกคนจงออกแรงกันให้เตมที่! อย่าให้ไฉ่โยวหนีไป ได้้!”
คนทั้งเจมด้ให้กำาลังใจกันและกัน ท่าทางแต่ละคนดุ้ร้าย อย่างถึงที่สุด้ ทั้งยังกระตุ้นพลังวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง โบกสะบัด้ อาวุธวิเศษหลากหลายชนิด้ที่อยู่ในมือ พยายามโจมตีเข้าใส่สมาชิก ของกะโหลกเลือด้ทั้งสามคน
“ไฉ่โยว!”
เมื่อใช้ทิพย์จักษุทั้งเจมด้ข้าง เนี่ยเทียนที่มองเหมนสภาพ การต่อสู้ได้้อย่างชัด้เจนกมตกตะลึงไปเลมกน้อย
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนที่เขาจะยืมใช้ห้องฝึกตน ของกองบัญชาการกะโหลกเลือด้แล้วหลีเหย่เอ่ยถึงไฉ่เยว่ลูกสาวของ ผู้นำากะโหลกเลือด้กมได้้กล่าวถึงไฉ่โยวบ้างเลมกน้อย
ผู้นำากะโหลกเลือด้มีลูกชายหนึ่งคนและลูกผู้หญิงหนึ่ง คน ลูกสาวคือไฉ่เยว่ ลูกชายคือไฉ่โยว
ตามที่หลีเหย่เล่าให้ฟัง ไฉ่โยวไม่ค่อยได้้อยู่ในเมืองโพ่ เมี่ย แต่อาศัยอยู่ในเทือกเขาฮว้านคง ใช้การต่อสู้ที่นองเลือด้มา ขัด้เกลาพละกำาลังและศิลปะในการต่อสู้ของตัวเอง
ไฉ่โยวได้้รับความสำาคัญจากผู้แขมงแกร่งบางส่วนที่เป็น สมาชิกของกะโหลกเลือด้ ไม่ใช่เพราะว่าเขาคือลูกชายของผู้นำา กะโหลกเลือด้ แต่เป็นเพราะเขาผ่านการต่อสู้ที่เหี้ยมโหด้มาหลายครั้ง จนได้้รับความเคารพนับถือจากคนเหล่านั้น
“ลำาพังเพียงแค่เศษสวะอย่างพวกเจ้ากมคิด้จะจับคุณ ชายไฉ่ของข้าอย่างงั้นรึ ฝันไปเถอะ!”
ผู้ที่มือทั้งสองข้างถือกระบี่เล่มใหญ่แหงนหน้าคำาราม อย่างโกรธแค้น ไม่สนใจอาวุธวิเศษรูปกรวยของคนผู้หนึ่งที่ทิ่มแทง เข้ามา ด้าบกว้างใหญ่นั่นชักนำาให้เกิด้เสียงฟอาร้อง แล้วฟอากมแลบ ปลาบออกมาเป็นเส้นๆ หนาเท่าแขนเด้มก
“เปรี้ยงๆๆ!”
คู่ต่อสู้คนหนึ่งของเขาพลันถูกสายฟอากลบทับ และเซ ถอยหลังออกไป บนร่างกมีควันสีเขียวล้อมวน
“สวบ!”
ทว่าอาวุธวิเศษรูปกรวยของอีกคนหนึ่งกลับแทงเข้ามา ตรงหน้าท้องของเขา และทะลุเกราะหนังที่เขาสวมอยู่ ตรงหน้าท้อง เขาจึงมีเลือด้สด้ไหลรินออกมาทันที
“คุณชายไฉ่! ไม่ต้องสนใจพวกเรา ท่านไปก่อนได้้เลย!”
คนผู้นั้นข่มกลั้นความเจมบปวด้ ระหว่างที่โบกสะบัด้ กระบี่เล่มกว้าง สายฟอาหลายเส้นกมพุ่งเข้าใส่ผู้ที่มีตบะกลางสวรรค์ ช่วงท้ายสองคน คิด้จะใช้พลังของตัวเองมาแบ่งเบาความกด้ด้ันของ ไฉ่โยว เพื่อให้ไฉ่โยวฉวยโอกาสหนีไปได้้
“ไสหัวไปซะ! ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามาดู้แล!” ไฉ่โยวกล่า วเด้ือด้ด้าล
“กะโหลกเลือด้ ไฉ่โยว…”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่ติด้ตามทิพย์จักษุทั้งเจมด้ข้าง นั้นกมาถึงสถานที่เกิด้เหตุในที่สุด้ เขามองประเมินไปรอบสนามต่อสู้ ด้้วยสีหน้าแปลกประหลาด้ ทั้งยังตะโกนพูด้เสียงด้ัง “ข้ามาจากเมือง โพ่เมี่ย ได้้รับการดู้แลจากกะโหลกเลือด้ หากกะโหลกเลือด้ของพวก เจ้ายอมจ่ายหินวิเศษ ข้าสามารถช่วยพวกเจ้าฆ่าคนได้้ หินวิเศษหนึ่ง พันก้อน ข้าจะฆ่าคนให้เจ้าหนึ่งคน แต่ว่าต้องจำากัด้อยู่ที่ผู้มีขอบเขต กลางสวรรค์ช่วงต้นเท่านั้น”