ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 253 แตกหัก
“ตูม!”
ลูกปราณวิญญาณที่ไล่ตามคนทั้งสามพลันเปลี่ยนทิศทาง พุ่งเข้าไปหาผู้ที่อยู่ขอบเขตกลางสวรรค์ช่วงต้นคนนั้น แต่กลับระเบิด้ ออกก่อนกลางทาง
สะเกมด้แสงห้าสีสาด้กระเซมนเตมท้องฟอาคล้ายฝนคะนอง ซึ่งกมยังมีสะเกมด้แสงหลากสีกลุ่มหนึ่งที่สาด้กระเซมนไปโด้นม่านแสง พลังวิญญาณของคนผู้นั้น
ม่านแสงพลังวิญญาณสีเทาแตกทลายออกในชั่วพริบตา เด้ียว สะเกมด้แสงสีเขียวและสีม่วงอ่อนเป็นจุด้ๆ ยังกระทบเข้าไปที่ ร่างของคนผู้นั้นด้้วย
เรือนกายที่มีเลือด้เนื้อของคนผู้นั้นคล้ายถูกพิษกรด้ กัด้กร่อนไปทีละนิด้จนเนื้อส่วนหนึ่งเละเทะมีควันลอยกรุ่น
สมาชิกกะโหลกเลือด้ที่ถือทวนยาวสีด้ำาสนิทไว้ในมือฉวย โอกาสพุ่งหอกยาวออกมา
หอกยาวเป็นเหมือนสายฟอาสีด้ำาเส้นหนึ่งที่ลอด้ทะลุเข้าไป ตรงหน้าอกของคนผู้นั้นในชั่วพริบตา ปักร่างของเขาไว้กับก้อนหินสี เทาซีด้ก้อนหนึ่ง
เนี่ยเทียนอึ้งงันไปครู่ มองเหมนว่าคนผู้นั้นตายไปแล้วจึงหัน ขวับไปมองไฉ่โยว “นี่ถือว่าใครได้้?”
“ฮ่าๆ!” ผู้ที่โยนทวนยาวสีด้ำาออกมาแสยะปากหัวเราะ เสียงด้ัง เอ่ยด้้วยสีหน้าเบิกบาน “เป็นของเจ้า! หินวิเศษแปด้ร้อย ก้อนนั้นข้าจะเป็นคนให้เจ้าเอง!”
ผู้ที่ถือทวนยาวสีด้ำามีนามว่าหวังจัว ก่อนหน้าที่เนี่ยเทียน ยังไม่ปรากฏตัว เขาและจ้าวเฟิงเผชิญหน้ากับศัตรูห้าคนทำาให้ตกอยู่ ในสภาพที่ย่ำาแย่อย่างมาก
หลังจากที่จ้าวเฟิงใช้สายฟอาโจมตีคนผู้หนึ่งให้บาด้เจมบ สาหัส ตัวของจ้าวเฟิงเองกมถูกอีกคนหนึ่งแทงทะลุหน้าท้องจนเป็นรู เลือด้น่าหวาด้กลัว
หากเนี่ยเทียนไม่ปรากฏตัวกะทันหันและสังหารคนที่ถูก สายฟอาโจมตีให้ตาย จากนั้นกมลงมือติด้ต่อกันโด้ยใช้ลูกปราณ วิญญาณระเบิด้สังหารอีกคนหนึ่งจนกระทั่งส่งผลต่อคนสุด้ท้าย เกรง ว่าหวังจัวและจ้าวเฟิงคงจะโชคร้ายมากกว่าโชคด้ี
ตอนนี้เนื่องด้้วยการมาถึงของเนี่ยเทียน ศัตรูห้าคนที่โจมตี พวกเขาสองคน สามคนที่มีตบะกลางสวรรค์ช่วงต้นจึงได้้ตายไปแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ หวังจัวและจ้าวเฟิงจึงแค่ต้องเผชิญหน้ากับ คู่ต่อสู้สองคนเท่านั้น ความกด้ด้ันจึงหายไปในชั่วอึด้ใจ
หวังจัวเหมนว่าสถานการณ์ทางฝ่ายพวกเขามั่นคงขึ้นเพ ราะเนี่ยเทียน แน่นอนว่าย่อมอารมณ์ด้ีอย่างมาก ลำาพังเพียงแค่หิน วิเศษแปด้ร้อยก้อน เขาหวังจัวไม่เหมนอยู่ในสายตา และย่อมยินด้ีรับ ผิด้ชอบอย่างใจกว้างอยู่แล้ว
“เยี่ยมไปเลย!”
เมื่อเหมนว่าหวังจัวยินด้ีจ่ายหินวิเศษแปด้ร้อยก้อน เนี่ย เทียนกมหัวเราะฮ่าๆ แล้วกมรีบพูด้ต่อว่า “เด้ี๋ยวอีกครู่ทรัพย์สินที่อยู่บน ร่างของคนผู้นั้นกมต้องเป็นของข้าด้้วย!”
“เป็นของเจ้าหมด้เลย!” หวังจัวไม่ถือสาความละโมบใน เงินทองของเนี่ยเทียนแม้แต่นิด้เด้ียว เขาขยับร่างมาหยุด้อยู่ข้างกาย ของคนผู้นั้น เมื่อด้ึงเอาทวนยาวสีด้ำาที่เป็นของเขาออกมาแล้วกมไม่ได้้ ยุ่งกับกำาไลเกมบของที่อยู่บนมือของคนผู้นั้น
เมื่อทวนยาวมาอยู่ในมือ หวังจัวกมแสยะยิ้มดุ้ด้ัน แสงสีด้ำา เส้นหนึ่งพลันถูกพ่นออกมาจากในทวนยาว
เขาถือทวนยาวพร้อมไอสังหารที่ตลบอบอวลไปทั่วร่าง แล้วเข้าไปรับหน้ากับศัตรูของเขาอย่างสบายๆ
อีกฝั่งหนึ่ง จ้าวเฟิงถือกระบี่เล่มใหญ่ไว้ในมือทั้งสองข้าง ในร่างมีเสียงฟอาร้องด้ังครั่นครืน และกมเริ่มตั้งใจรับมือกับศัตรูที่มี ขอบเขตเด้ียวกันกับเขา
ไม่ว่าจะเป็นหวังจัวหรือจ้าวเฟิงต่างกมเป็นคนห้าวหาญของ กะโหลกเลือด้ที่ผ่านการสู้รบมานับร้อยครั้ง พวกเขาสังหารผู้คนอยู่ ในเทือกเขาฮว้านคงเป็นประจำา ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการต่อสู้หรือ ความกล้าหาญกมล้วนเหนือล้ำาเกินกว่าศัตรูที่อยู่รุ่นเด้ียวกัน
ศัตรูสองคนนั้นของเขาไม่มีสิทธิ์ได้้เข้าไปอยู่ในกะโหลก เลือด้ของเมืองโพ่เมี่ย ในอด้ีตพวกเขาได้้แต่ปอวนเปี้ยนอยู่รอบเมืองโพ่ เมี่ย และคอยจับจ้องสังหารคนที่ออกจากเมือง
คนเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นอาวุธวิเศษหรือศิลปะการต่อสู้กมล้วน เทียบเคียงกับหวังจัวและจ้าวเฟิงไม่ได้้
หากต่อสู้กันตัวต่อตัว เหมนได้้ชัด้ว่าสองคนนั้นไม่ใช่คู่ต่อกร เนี่ยเทียนเพียงแค่มองอยู่ครู่เด้ียวกมรู้ว่าหากไม่มีเรื่องไม่คาด้คิด้เกิด้ขึ้น หวังจัวและจ้าวเฟิงย่อมคว้าชัยชนะมาได้้ในท้ายที่สุด้แน่นอน
หลังจากผู้ที่มีขอบเขตกลางสวรรค์สามคนตายเพราะฝีมือ เขาทั้งด้้วยทางตรงและทางอ้อม เขาจึงไม่มีความคิด้จะที่เข้าร่วมการ ต่อสู้อีก
เขาเกมบเอาไม้เท้าหัวเสือนั่นมาก่อน แล้วกมาหยุด้อยู่ข้าง กายของคนที่ถูกสังหารด้้วยสิ่งเจือปนจากต่างอาณาจักรหลายชนิด้ที่ อยู่ในลูกปราณวิญญาณ หลังจากถอด้เอากำาไลเกมบของของคนผู้นั้น มาแล้วกมค้นหาที่กระเป๋าคาด้เอวของเขาอีกครั้ง หลังพบว่าไม่มีอะไร
ซุกซ่อนไว้อีก เขากมาหยุด้อยู่ข้างกายของคนสุด้ท้ายที่ถูกหวังจัว สังหาร
เขาบิด้กำาไลเกมบของของคนผู้นั้นออก แต่ไม่ได้้รีบร้อนตรวจ สอบสิ่งของที่อยู่ข้างใน
“หัวเทียน! หัวเทียน! เจ้าทำาอะไรอยู่น่ะ?”
เขาได้้ยินเสียงเรียกของหูหันด้ังมาจากหินส่ง ข้อความเสียง หูหันไปยังสถานที่ที่เขาฝึกตนแต่กลับไม่เจอเขา จึงดู้ ร้อนใจอย่างเหมนได้้ชัด้
“ข้าอยู่ที่…”
เมื่อหยิบเอาหินส่งข้อความเสียงออกมาวางไว้บนปาก เนี่ยเทียนกมบอกกล่าวทิศทางให้กับอีกฝ่ายรู้
“เจ้ารอก่อน! ข้าจะไปเด้ี๋ยวนี้!” หูหันพูด้เสียงด้ัง
“มีคนตามมาแล้ว!”
“กำาลังเสริมของกะโหลกเลือด้!”
“แย่แล้ว!”
ผู้ที่มีขอบเขตกลางสวรรค์ช่วงท้ายสองคนที่โจมตีไฉ่ โยวได้้ยินบทสนทนาระหว่างเนี่ยเทียนและหูหัน คนทั้งสองกมส่ง สายตาให้แก่กันแล้วตัด้สินใจได้้ในทันที
“ไป!”
คนทั้งสองนั้นพลันละทิ้งไฉ่โยว ไม่ยืนหยัด้ที่จะต่อสู้ต่อ และพากันหนีหายไปคนละทิศละทาง
อีกสองคนที่ต่อสู้อยู่กับหวังจัวและจ้าวเฟิงพอเหมนว่า ผู้นำาถอยร่นกมรู้งาน รีบหนีไปจากที่แห่งนี้ด้้วยความเรมวที่มากที่สุด้ ทันที
“อย่าเพิ่งไปสิ!”
หวังจัวและจ้าวเฟิงไล่กวด้คนทั้งสองไป ซึ่งตรงหน้า ท้องของจ้าวเฟิงยังคงมีเลือด้สด้ไหลออกมาไม่ขาด้สาย
“ช่างมัน! กลับกันมาให้หมด้!” ไฉ่โยวตะโกนเสียงด้ัง “รอพวกเราฟื้นตัวแล้วยังมีโอกาสอีกมากที่จะไปหาเรื่องพวกเขา จ้าวเฟิง อาการบาด้เจมบของเจ้าค่อนข้างสาหัส จำาเป็นต้องจัด้การใน ทันที มิฉะนั้นจะตายเอาได้้เพราะเสียเลือด้มากเกินไป”
หวังจัวและจ้าวเฟิงเชื่อฟังคำาสั่งของไฉ่โยวเป็นอย่างด้ี พวกเขาจึงหยุด้การไล่ล่าไว้เพียงเท่านั้น
จ้าวเฟิงนั่งแปะลงไปกับพื้น มือข้างหนึ่งถือกระบี่เล่ม กว้าง มืออีกข้างหนึ่งหยิบเอายาหลายเมมด้ออกมาจากในกำาไลเกมบ ของแล้วกลืนลงไปรวด้เด้ียว
ไฉ่โยวมาหยุด้อยู่ข้างกายของจ้าวเฟิงอย่างรวด้เรมว แล้วหยิบเอายาทาสำาหรับภายนอกออกมาจากในแหวนเกมบของ ทา ลงไปบนรูเลือด้ที่หน้าท้องของจ้าวเฟิงอย่างระมัด้ระวัง
“นายน้อยไฉ่ ยาต่อกระดู้กนี่ล้ำาค่ามากเกินไป” จ้าวเฟิง เอ่ยขึ้นอย่างตกใจเพราะได้้รับความเมตตาโด้ยไม่ทันคาด้คิด้
ไฉ่โยวโบกมือ บอกเป็นนัยว่าเขาไม่ต้องพูด้ ส่วนตัวเอง กมกล่าวว่า “เมื่อยาทาหลอมละลายเข้าไปในเลือด้เนื้อ เจ้าต้องรีบฟื้น ตัวให้เรมวที่สุด้ ไม่ว่าจะเป็นยาที่ล้ำาค่ามากแค่ไหนกมต้องนำามาใช้ใน ช่วงเวลาที่สำาคัญที่สุด้ถึงจะมีคุณค่าอย่างแท้จริง พวกเราสามพี่น้อง รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาหลายปี แม้พวกเจ้าจะเรียกข้าว่านายน้อย ทว่าในใจของข้าแล้วพวกเจ้ากมคือพี่น้องของข้า”
ด้้วยคำาพูด้ประโยคนี้ของเขา จ้าวเฟิงพลันตาแด้งก่ำา พยักหน้าแรงๆ และไม่พูด้ห้ามปรามอีก ทำาเพียงแค่ตั้งใจ หลอมละลายฤทธิ์ยาทาเท่านั้น
เนี่ยเทียนสังเกตเหมนว่าบาด้แผลตรงหน้าท้องของจ้าว เฟิงที่เด้ิมทีน่าหวาด้กลัว พอถูกทายาต่อกระดู้กลงไปชั้นหนึ่ง เลือด้ สด้กมไม่เพียงแต่หยุด้ไหล แม้แต่เลือด้เนื้อกมยังเคลื่อนไหวผิด้ปกติ คล้ายกำาลังประสานตัวเข้าด้้วยกันอย่างรวด้เรมว
ใบหน้าของจ้าวเฟิงจากเด้ิมทีที่ซีด้ขาวกมค่อยๆ แด้ง ปลั่งน้อยๆ
มองเหมนการเปลี่ยนแปลงของจ้าวเฟิง ไฉ่โยวกมคลายใจ ลงไปได้้มาก จึงโบกมือให้กับเนี่ยเทียนบอกเป็นนัยให้เนี่ยเทียนเข้ามา ใกล้
“หินวิเศษหนึ่งพันหกร้อยก้อน เจ้านับดู้ก่อนได้้”
ตอนที่เนี่ยเทียนเด้ินมาถึง แหวนเกมบของของไฉ่โยวกม ส่องประกายแสงน้อยๆ จากนั้นบนพื้นด้ินเบื้องหน้าเขากมีหินวิเศษ วางกองอยู่กองหนึ่ง
“นายน้อยไฉ่ ข้ารับปากเจ้าเด้มกนั่นว่าจะมอบหินวิเศษ ให้เขาแปด้ร้อยก้อน…” หวังจัวพูด้มาได้้ครึ่งหนึ่งกลับหยุด้ชะงักกลาง คัน
ไฉ่โยวโบกมือ “หรือเจ้าคิด้จะเทียบความรวยกับข้า?”
หวังจัวหัวเราะ เข้าใจความหมายของไฉ่โยวแล้วจึงไม่ ยืนกรานอีก
เนี่ยเทียนเหมนทุกการกระทำาปลอบใจที่ไฉ่โยวมีต่อหวัง จัวและจ้าวเฟิงอยู่ในสายตา ไม่ว่าไฉ่โยวผู้นี้จะทำาลงไปด้้วยความ จริงใจหรือเสแสร้ง วิธีการจัด้การเรื่องราวของเขากมทำาให้เนี่ยเทียน รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก
ตอนที่เนี่ยเทียนเด้ินมาหาไฉ่โยวจึงแอบถอนพลังของ สนามแม่เหลมกยุ่งเหยิงออกไป และกระตุ้นใช้พลังของกำาไลหยกสี เขียว ใช้ม่านแสงสีเขียวขมุกขมัวชั้นหนึ่งมาปกปองเรือนกาย
“ถ้าอย่างนั้นข้ากมไม่เกรงใจล่ะนะ”
หลังจากเกมบเอาหินวิเศษหนึ่งพันหกร้อยก้อนเข้าไปไว้ ในกำาไลเกมบของทั้งหมด้ เนี่ยเทียนกมเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่ “กะโหลกเลือด้ของพวกเจ้าอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงมานานหลายปี เหตุใด้ถึงเจอปัญหาแบบนี้ได้้?”
แม้แต่เขาเองกมยังได้้รับหินส่งข้อความเสียงมาจากหูหัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารกัน
ไฉ่โยวเป็นถึงนายน้อยของกะโหลกเลือด้ อีกทั้งยังเข้า ออกเทือกเขาฮว้านคงอยู่เป็นประจำา ไม่น่าจะทำาให้ตัวเองตกอยู่ใน อันตรายได้้มากนัก นี่ทำาให้เนี่ยเทียนไม่เข้าใจอย่างมาก
“ที่ตั้งของกะโหลกเลือด้ในเทือกเขาฮว้านคงอยู่ห่าง จากที่นี่มาก” ไฉ่โยวอธิบาย “ข้ามีโรคประหลาด้อยู่อย่างหนึ่งคือไม่ ชอบถูกพวกผู้อาวุโสเลี้ยงดู้ประคบประหงมราวกับด้อกไม้ในเรือน กระจก ด้ังนั้นหลายปีมานี้เวลาอยู่ในเทือกเขาฮว้านคง ข้ามักจะ เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลจากที่ตั้งของกะโหลกเลือด้เสมอ แล้ว กมพบเจอเหตุการณ์อันตรายอย่างในวันนี้เป็นประจำา”
“ยังด้ีที่แต่ไหนแต่ไรมาข้ามักจะโชคด้ีเสมอ หลายปีมานี้ แม้ว่าจะเจออันตรายหลายครั้งแต่กมพ้นเคราะห์ไปได้้ทุกครั้ง”
หลังจากตอบข้อสงสัยของเนี่ยเทียนแล้ว ไฉ่โยวกมอง ประเมินเนี่ยเทียนด้้วยความสนใจ “หากข้ามองไม่ผิด้ล่ะกม เจ้าน่าจะมี ตบะเพียงแค่ท้ายสวรรค์มิใช่หรือ?”
“ท้ายสวรรค์ช่วงท้าย ใกล้จะฝ่าทะลุขั้นแล้ว” เนี่ย เทียนเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
“ขอบเขตท้ายสวรรค์…” ไฉ่โยวพยักหน้า แล้วกมพูด้ ด้้วยความแปลกใจมากกว่าเด้ิม “เจ้ากมเป็นคนเมืองโพ่เมี่ยของเรารึ? เจ้าชื่อว่าอะไร? ก่อนหน้านี้ไม่เคยพบเจ้ามาก่อน”
“หัวเทียน” เนี่ยเทียนอมยิ้มน้อยๆ “ข้าเพิ่งมาอยู่เมือง โพ่เมี่ยได้้ไม่นาน”
“เจ้าฝีมือไม่เลว” ไฉ่โยวมองเขาด้้วยสายตาลึกล้ำา คิด้ อยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “หากเจ้าอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยแล้วไม่มีที่ให้ไป ข้า สามารถแนะนำาให้เจ้ามาอยู่ในกะโหลกเลือด้ หลังจากกลายมาเป็น สมาชิกกะโหลกเลือด้อย่างเป็นทางการแล้ว เจ้าจะสามารถอยู่ใน เมืองโพ่เมี่ยได้้นาน อีกทั้งไม่จำาเป็นต้องจ่ายหินวิเศษเพิ่มเติมด้้วย”
“เมื่อเป็นสมาชิกของกะโหลกเลือด้จะมีข้อด้ีหลายอย่าง สามารถยืมใช้ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติที่พวกเราสร้างไว้ในเทือกเขาฮว้า นคง และมาโผล่ยังที่แห่งนี้ได้้โด้ยตรง”
“หากในการต่อสู้เจ้าสามารถฆ่าผู้แขมงแกร่งของเด้ือน ด้ับและเปลวอัคคีได้้ คนที่ตายด้้วยน้ำามือเจ้า ไม่เพียงแต่สิ่งของของ พวกเขาจะเป็นของเจ้า กะโหลกเลือด้ยังมีของรางวัลอื่นให้อีกด้้วย”
ไฉ่โยวพูด้ถึงความสะด้วกและผลประโยชน์มากมาย หลังจากที่ได้้กลายเป็นสมาชิกกะโหลกเลือด้ให้กับเนี่ยเทียนฟังทีละ ข้อ
ในสายตาของเขา เนี่ยเทียนคือต้นกล้าที่ด้ี หาก ขอบเขตของเขาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อาจจะกลายมาเป็นสมาชิกคนหนึ่ง ที่เป็นกำาลังหลักให้แก่กะโหลกเลือด้ ด้ังนั้นจึงพยายามพูด้หว่านล้อม อย่างสุด้กำาลัง
“ตอนนี้ข้ายังไม่มีความคิด้นี้ ต่อไปหากมีข้าจะมาหาเจ้า ทันที” เนี่ยเทียนแสด้งท่าที
“ตกลง อันที่จริงข้าเองกมไม่ใช่คนที่ชอบบังคับใจใคร อีกอย่างนี่ยังเป็นครั้งแรกที่ข้าเป็นฝ่ายแนะนำาให้คนเข้ามาร่วมกับ กะโหลกเลือด้ของข้า” ไฉ่โยวกล่าว
“เจตนาอันด้ีนี้ข้าขอรับไว้” เนี่ยเทียนเอ่ยขอบคุณ
“อู้!”
และเวลานี้เอง เงาร่างของหูหันกมปรากฏตัวขึ้นในที่สุด้
พอหูหันมาถึงที่นี่กมองเหมนไฉ่โยวได้้ในทันที ใบหน้า ของนางพลันเปลี่ยนสี เอ่ยด้้วยความตกตะลึง “ไฉ่โยว!”
ดู้เหมือนว่าไฉ่โยวเองกมจะรู้จักนาง หลังจากที่เหมนนาง ปรากฏตัว ไฉ่โยวจึงขมวด้คิ้วน้อยๆ แล้วเอ่ยถามเนี่ยเทียน “เจ้ามา กับนางรึ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า
“คำาพูด้เมื่อครู่นี้ข้าขอถอนคืน กะโหลกเลือด้ของพวก เราไม่ต้องการคนเช่นเจ้า” พอรู้ว่าเนี่ยเทียนมากับหูหัน ท่าทีของไฉ่ โยวกมเปลี่ยนแปลงไปในฉับพลัน ทั้งยังลุกขึ้นยืน กล่าวกับจ้าวเฟิง และหวังจัวว่า “ไปกันเถอะ พวกเราจากมานานเกินไปแล้ว ควรจะ กลับกันไปได้้แล้ว”
จ้าวเฟิงที่กำาลังหลอมละลายยาต่อกระดู้กกมลุกขึ้นยืน ทันทีเพราะคำาพูด้ประโยคเด้ียวของเขา จากนั้นจึงหมุนกายจากไป พร้อมกับไฉ่โยว ไม่คิด้จะสนใจเนี่ยเทียนอีก
ใบหน้าของเนี่ยเทียนเตมไปด้้วยความงุนงงไม่เข้าใจ
ก่อนหน้าที่หูหันจะมาถึง เขายังสัมผัสได้้ถึงความเป็น มิตรและความกระตือรือร้นจากไฉ่โยวอยู่เลย แถมไฉ่โยวกมยังคิด้จะ รับตัวเขาให้เข้าไปอยู่ในกะโหลกเลือด้ด้้วยซ้ำา
พอเหมนว่าหูหันปรากฏตัว รู้ว่าเขาเด้ินทางมาพร้อมกับ หูหัน ท่าทีของไฉ่โยวกมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
“หัวเทียน ข้ามีเรื่องอยากพูด้กับเจ้า พวกเราไปกัน เถอะ” หูหันกล่าว
“อ้อ” แม้เนี่ยเทียนจะเตมไปด้้วยความแคลงใจ แต่กมไม่ ได้้พูด้อะไรมาก เด้ินตามหูหันกลับไปยังทิศทางที่เขาฝึกตนอยู่ก่อน หน้านี้
ทว่าทิพย์จักษุข้างหนึ่งที่เขาปลด้ปล่อยออกไปกลับติด้ ตามไฉ่โยวไปอย่างเงียบเฉียบ อยากรู้ว่าเหตุใด้ไฉ่โยวถึงได้้มีท่าที มึนตึงกับเขา
“นายน้อยไฉ่ ท่านรู้จักผู้หญิงคนนั้นหรือ?”
ระหว่างที่เด้ินทางกลับไปยังที่ตั้งของกะโหลกเลือด้ หวังจัวกมเอ่ยขึ้นมาด้้วยความสงสัย “ทำาไมพอท่านได้้ยินว่าผู้หญิงคน นั้นมาพร้อมกับหัวเทียนแล้วจึงแตกหักกับเขาทันที?”
ไฉ่โยวเองกมไม่คิด้จะปิด้บัง เขาแค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้ง แล้วกล่าวว่า “หญิงสาวผู้นั้นมีนามว่าหูหัน นางทำางานให้แก่หลีเหย่
เมื่อครึ่งปีก่อน เผยฉีฉีเคยไหว้วานให้ข้าสืบประวัติความเป็นมาของผู้ หญิงคนนั้น ดู้จากข้อมูลที่ข้าได้้มา ผู้หญิงคนนั้นมีความสัมพันธ์ล้ำาลึก กับหม่าจิ่วแห่งเด้ือนด้ับ ตัวนางเองมีปัญหาบางอย่าง”
“ที่นางมาทำางานให้กับหลีเหย่กมเกรงว่าคงจะไม่ได้้มี เจตนาด้ีเท่าไหร่นัก แต่ว่าเจ้าอ้วนหลี่นั้นเป็นคนฉลาด้ อีกทั้งยังอยู่ใน เมืองโพ่เมี่ยมาหลายปี แถมยังมีเผยฉีฉีคอยจับตามอง แน่นอนว่า ย่อมไม่เกิด้เรื่องอะไรขึ้นอยู่แล้ว”
“เจ้าอ้วนหลี่กมใช้ความสามารถเลมกน้อยด้้านการหลอม อาวุธของนาง ให้นางคอยทำางานให้ นางเองกมคงจะไม่ได้้ข่าวอะไรที่มี ประโยชน์จากหลีเหย่เท่าไหร่นัก กมแค่ช่วยทำางานให้เปล่าๆ เท่านั้น”
หวังจัวตะลึง “มีความสัมพันธ์กับเด้ือนด้ับ?”
ไฉ่โยวพยักหน้า “ในเมื่อหัวเทียนมากับนางกมเป็นไปได้้ มากกว่าจะเป็นคนที่เด้ือนด้ับส่งตัวให้มาอยู่ในเมืองโพ่เมี่ย ครั้งนี้ที่ เขาให้การช่วยเหลืออาจเป็นเพราะจงใจอยากมาตีสนิทพวกเราโด้ยที่ ไม่ได้้มีเจตนาด้ี”
“ที่แท้กมอย่างนี้นี่เอง” หวังจัวเข้าใจในที่สุด้
“เด้ือนด้ับ…”
เวลาเด้ียวกันนั้น เนี่ยเทียนที่ใช้ทิพย์จักษุแอบฟังบท สนทนาระหว่างไฉ่โยวและหวังจัวกมองไปยังแผ่นหลังของหูหันด้้วย สายตาวาววับ เริ่มมีใจระแวด้ระวังหูหัน
ระหว่างที่เด้ินทางมายังเทือกเขาฮว้านคง หลีเหย่เองกม กำาชับเขาว่าอย่าไปเชื่อใจหูหัน ให้ระวังนางไว้ให้มาก
เมื่อเชื่อมโยงกับคำาพูด้นั้นของไฉ่โยว เนี่ยเทียนจึงเริ่ม ระมัด้ระวังมากขึ้น หลังจากที่สร้างสนามแม่เหลมกยุ่งเหยิงขึ้นมาอย่าง เงียบเชียบอีกครั้ง เขากมพลันหยุด้เด้ินและเอ่ยกับหูหัน “เอาล่ะ เจ้ามี อะไรกมว่ามาเถอะ ข้ายังต้องบำาเพมญตบะต่อ”
หูหันหมุนตัวกลับมาแล้วกล่าวว่า “ข้าจะพาเจ้าไปยัง สถานที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นมีเหมืองวิเศษที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ ข้าขุด้คน เด้ียวไม่ไหว จำาเป็นต้องขอแรงให้เจ้าช่วย”
“ข้าไม่สนใจ” เนี่ยเทียนส่ายหัวแล้วพูด้ต่ออย่าง หงุด้หงิด้ “หินวิเศษข้ามีมากพอแล้ว อีกทั้งเปอาหมายหลักที่ข้ามา เทือกเขาฮว้านคงกมคือฝึกบำาเพมญตบะ อีกอย่างข้ามีตบะเพียงแค่ท้าย สวรรค์จะไปช่วยอะไรเจ้าได้้?”
ระหว่างที่พูด้เช่นนี้สนามแม่เหลมกยุ่งหยิงที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้นกม ขยายไปถึงห้าเมตรแล้ว
หูหันขมวด้คิ้ว จ้องเนี่ยเทียนอยู่ครู่หนึ่งกมพลันพูด้ขึ้นว่า “เจ้าระวังตัวแบบนี้ไปทำาไม? ข้ากินยากัด้ใจของหลีเหย่ไปแล้วย่อม ไม่คิด้ลงมือกับเจ้าแน่ มิฉะนั้นหากข้ากลับไปถึงเมืองโพ่เมี่ยกมจะไม่ได้้ ยาแก้มาจากหลีเหล่ และข้ากมต้องถูกยากัด้ใจเขมือบกินหัวใจไปทีละ นิด้จนตาย”
“ข้าไม่สนว่าเจ้าคิด้จะทำาอะไร สรุปแล้วกมคือข้าไม่สนใจ เจ้าอย่ามารบกวนการฝึกบำาเพมญตบะของข้าจะด้ีกว่า!” เนี่ยเทียนยิ่ง พูด้ด้้วยน้ำาเสียงเยมนชา
หูหันอึ้งงัน คล้ายตระหนักได้้ถึงอะไรบางอย่าง นางจึง ถอนหายใจหนึ่งครั้ง แล้วกล่าวด้้วยสีหน้าจนใจ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้า กมคงต้องล่วงเกินแล้ว”
พอนางเอ่ยจบ เนี่ยเทียนกมไม่พูด้มากความ หันตัวกลับ ได้้กมวิ่งไปยังทิศทางที่ไฉ่โยวสามคนมุ่งหน้าไปทันที
หูหันมีตบะต้นสวรรค์ หากไม่ใช่เพราะสภาพแวด้ล้อมที่ พิเศษ เนี่ยเทียนกมไม่มีความมั่นใจใด้ๆ ว่าจะเอาชนะหญิงสาวผู้นี้ได้้ จึงทำาได้้แค่ฝากความหวังไว้ให้กับพวกไฉ่โยวสามคน
“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก” หูหันพูด้ขึ้นมาเบาๆ จากด้้าน หลังเขา