ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 26 บรรลุ
“แม้แต่ยืนกมยังทำาไม่ได้้…”
เนี่ยเทียนที่ทำาได้้เพียงฝืนลุกนั่งอยู่บนแท่นบูชา เด้ิมทีรู้สึก จิตใจห่อเหี่ยวเลมกน้อย ทว่าชั่วประเด้ี๋ยวเด้ียวเขากมตระหนักได้้ว่า ความไม่ธรรมด้าของที่นี่คือการฝึกฝนเขาอย่างหนึ่ง
ภายใต้สภาพแวด้ล้อมที่แรงโน้มถ่วงแขมงแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แรงกด้ทับที่ตกลงบนร่างของเขากมยิ่งหนักมากขึ้น อันที่จริงนี่กมคือ สถานที่วิเศษสำาหรับฝึกหลอมพลังกาย
ตอนที่ยังเด้มก เขากมรู้แล้วว่าตัวเองแขมงแกร่งกว่าเด้มกวัย เด้ียวกัน เวลาที่เขาต่อสู้กับพวกเนี่ยหงกมักจะอาศัยร่างกายที่ใหญ่โต ของตัวเอง ถึงจะชด้เชยความขาด้แคลนในด้้านของพลังตบะได้้
“เฮือก!”
สูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ท่ามกลางสนามแรงโน้มถ่วง อันน่าหวาด้กลัวนี้ เขาพยายามเคลื่อนไหวแขนของตัวเองก่อนเป็น อันด้ับแรก
เมื่อเปรียบเทียบกับลำาตัวแล้ว แขนนั้นเบากว่าเยอะมาก การด้ึงรั้งที่ได้้รับจากแรงโน้มถ่วง แน่นอนว่าย่อมเบาตามไปด้้วย
แล้วกมเป็นด้ังคาด้ การขยับแขน แม้ว่าจะลำาบากกว่าก่อน หน้านี้มากนัก ทว่าอย่างน้อยกมยังสามารถขยับได้้
เมื่อลุกขึ้นนั่งบนแท่นบูชาหักพังแห่งนี้ เขาเหมือนคนชัก กระตุก ออกแรงยกแขนขึ้นอยู่ตลอด้เวลา พยายามยกแขนขึ้นไปยัง ท้องฟอา พยายามสัมผัสถึงอิทธิพลที่แรงโน้มถ่วงนี้มีต่อแขนของตน
ระหว่างนั้น เขากมองรอบด้้านไปด้้วย
“อู้!”
ทอด้สายตามองออกไปไกลยังมือขนาด้ยักษ์แต่ละข้างที่ โผล่จากผืนด้ินชี้ไปยังท้องฟอา ใจของเขากมกระตุกวาบ
มือยักษ์เหล่านั้น แต่ละมือที่ชี้ขึ้นไปบนขอบฟอามีลักษณะ แตกต่างกัน ทั้งยังแฝงเร้นไว้ด้้วยอารมณ์บางอย่างอยู่ภายใน
เขาที่พยายามยกมือขึ้นฟอาอยู่ตลอด้เวลา เด้ิมรู้สึกเบื่อ หน่ายไม่น้อย แต่พอสังเกตเหมนลักษณะมือที่ต่างกันเหล่านั้น เขากม เกิด้ความคิด้เฉียบไว เริ่มเลียนแบบท่าทางของแขนยักษ์
ท่าแรกที่เขาเลียนแบบคือมือที่ทั้งห้านิ้วกำาเป็นหมัด้ เส้น เอมนบนหลังมือปูด้โปน ชี้ขึ้นไปบนท้องฟอา
ด้วงตาของเขาจ้องเขมมงไปยังแขนที่ราวกับภูเขาลูกย่อม นั่น ตระหนักรู้ถึงความโกรธาไม่ยินยอมอย่างบ้าคลั่งจากมือข้างนั้น
แล้วกมไม่รู้ว่าทำาไม เพียงแค่มองเช่นนี้ ความรู้สึกโกรธแค้น พลุ่งพล่านระลอกหนึ่งพลันเกิด้ขึ้นในใจของเขา
ด้วงตาที่มองไปยังแขนยักษ์อบอวลไปด้้วยไฟโทสะโชติช่วง โด้ยไม่รู้ตัว
สีหน้าของเขาเปลี่ยนมาเป็นพลุ่งพล่านและแค้นเคือง ความรู้สึกเด้ือด้ด้าลต้องการทำาลายนภากาศให้ย่อยยับ ฝ่าทะลุ พันธนาการทุกอย่าง ลอยวนอยู่ท่ามกลางหัวใจของเขา
มือของเขาที่กำาลังเลียนแบบท่าทางของแขนยักษ์ข้างนั้น หลังจากความเปลี่ยนแปลงเกิด้ขึ้นในใจของเขา กมราวกับมีชีวิตชีวา ขึ้นมากะทันหัน
เขาสัมผัสได้้อย่างเฉียบไวว่า พลังวิญญาณในมหาสมุทร วิญญาณจุด้ตันเถียน พลันไหลออกมาจากมหาสมุทรวิญญาณเป็น ระลอก ไหลไปตามเส้นชีพจร เคลื่อนไปยังมือข้างนั้นอย่างรวด้เรมว
เส้นชีพจรแต่ละเส้นในแขนของเขาราวกับแฝงเร้นไว้ด้้วย เพลิงโทสะคลุ้มคลั่ง พลังวิญญาณที่เคลื่อนไปตามชีพจรแนบเคล้าไป ด้้วยความโกรธแค้น
“ซ่า ซ่า!”
กำาปั้นของเขาที่ชูขึ้นฟอา บนหลังมือปรากฏแสงวิญญาณสี ขาวอ่อนจาง!
แสงวิญญาณแต่ละเส้นโอบล้อมอยู่รอบกำาปั้นของเขา ท่ามกลางแสงวิญญาณเหล่านั้นแฝงไปด้้วยความคั่งแค้นบ้าระห่ำา พลานุภาพที่ถูกปลด้ปล่อยออกมาจากพลังวิญญาณพวกนั้นเพิ่มขึ้น มาอีกไม่น้อย
“หลอมลมปราณขั้นหก! พลังวิญญาณล้นออกด้้านนอก!”
เลื่อนเข้าสู่ขอบเขตของหลอมลมปราณขั้นที่หก พลัง วิญญาณในร่างกายสามารถเผยตัวตนออกมา ขณะที่ต่อสู้หากสัมผัส กับร่างกายของศัตรู สามารถทำาให้พลังวิญญาณแทรกซึมเข้าไปใน ร่างกายของศัตรูได้้
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาต่อสู้กับเนี่ยหง เนี่ยหงที่มีพลังหลอม รวมลมปราณขั้นหกกมเคยส่งคลื่นสายฟอาจากร่างมาสู่กำาปั้นของเขาที่ สัมผัสกัน
กมด้้วยเหตุนี้ ทุกครั้งที่เขากับเนี่ยหงปะทะกัน ร่างกายจึงมี พลังสายฟอาหลงเหลืออยู่ภายใน เจมบปวด้จนไม่สามารถบรรยายได้้
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ในเหมืองแร่หมายเลขเจมด้สิบสาม เขา ได้้บรรลุถึงขอบเขตหลอมลมปราณขั้นหกอย่างน่าประหลาด้ใจ ทว่า ยังไม่สามารถทด้ลองความมหัศจรรย์ของการปลด้ปล่อยพลัง วิญญาณได้้อย่างแท้จริง
ตอนนี้ อยู่ในฟอาด้ินที่ไม่รู้จักแห่งนี้ เขาไม่ได้้พบเจอกับอุป สรรคใด้ๆ แค่เข้ามาอยู่ที่นี่กมสามารถปลด้ปล่อยพลังวิญญาณของ ขอบเขตหลอมลมปราณขั้นหกออกมาด้้านนอกได้้ทันที
นี่ทำาให้เขารู้สึกแปลกใจอย่างมาก
จากคำาบอกเล่าของเนี่ยเฉี่ยน เพิ่งจะฝ่าทะลุขั้นหลอม ลมปราณหก ยังจำาเป็นต้องทด้ลองอย่างต่อเนื่อง ถึงจะสามารถปล่อย และเกมบพลังวิญญาณได้้ด้ังใจ
แต่นี่เขาทำาเพียงครั้งเด้ียวกมสำาเรมจแล้ว
ไม่เพียงแค่นี้เท่านั้น เขายังสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนว่าพลัง วิญญาณเหล่านั้นที่ปรากฏออกมาบนกำาปั้นของเขาล้วนแฝงไว้ด้้วย โทสะคลุ้มคลั่ง
อารมณ์ ไม่ได้้เป็นคุณสมบัติส่วนหนึ่งของพลังวิญญาณ เด้ิมไม่ควรมีพลังเพิ่มขึ้นมาต่างหาก แต่เขากลับเชื่อว่าอารมณ์โกรธ แค้นพลุ่งพล่านที่แฝงเข้ามาในพลังวิญญาณนั้นจะต้องมีความ มหัศจรรย์อย่างแน่นอน
ที่น่าเสียด้ายกมคือ เนี่ยหงไม่ได้้อยู่ที่นี่ด้้วย มิฉะนั้นเขากม สามารถใช้หมัด้นี้มาทด้ลองได้้ว่าอารมณ์โกรธแค้นบ้าระห่ำานี้มีพลานุ ภาพเกินมาหรือไม่
“เอาะ?”
ขณะที่เขาเริ่มครุ่นคิด้อย่างหนัก จิตใจของเขาพลันเกิด้การ เปลี่ยนแปลง ไม่ได้้เด้ือด้ด้าลงุ่นง่านอีกต่อไป
พลังวิญญาณที่หลอมรวมอยู่ในแขนข้างนั้นพลันไหลย้อน กลับไปยังมหาสมุทรวิญญาณ พลังวิญญาณบนแขนของเขาจึงหาย ไปอย่างกะทันหันด้้วย
หลังจากนั้นเขากมตระหนักได้้ว่า เนื่องจากสมาธิที่แตกซ่าน ของเขา เขาไม่สามารถคงความโกรธแค้นและพลุ่งพล่านในใจไว้ได้้ ตลอด้เวลา
เมื่อจิตใจของเขาเปลี่ยนจากความบ้าคลั่งมาเป็นความสงบ กำาปั้นที่ชูสูงขึ้นฟอาของเขาจึงไม่เหลือความมหัศจรรย์ พลังวิญญาณ ย้อนกลับ ทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติอีกครั้ง
“จิตใจ! จิตใจต่างหากถึงจะเป็นกุญแจสำาคัญ!”
หลังจากเข้าใจแจ่มชัด้แล้วเขาจึงรวบรวมสมาธิ มองไปยัง แขนยักษ์คล้ายภูเขาหนึ่งลูกข้างนั้นอีกครั้ง
เขาตั้งใจสัมผัสความโกรธแค้นที่โหมซัด้สาด้ซึ่งซ่อนอยู่ใน หมัด้ข้างนั้น หลังจากที่เขาค่อยๆ จมจ่อมอยู่กับมัน เขากมค้นพบอีก ครั้งว่าในใจของตัวเองได้้รับอิทธิพล มันค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็น ฉุนเฉียวเด้ือด้ด้าล
หลังจากความโกรธแค้นอบอวลอยู่เตมหัวใจ เขาถึงได้้ ทำาท่าตามแขนยักษ์ข้างนั้น กำามือเป็นหมัด้ช้าๆ ยื่นขึ้นไปหาท้องฟอา
เมื่อเขายื่นแขนออกไป พลังวิญญาณเส้นแล้วเส้นเล่ากมไหล ทะลักออกมาจากมหาสมุทรวิญญาณอีกครั้ง พริบตาเด้ียวกมหลอม รวมเข้ากับเส้นชีพจรในแขนของเขา คำารามไปตลอด้ทางเพื่อมารวม ตัวกันอยู่ที่หมัด้
“เปรีกยะ เปรีกยะ!”
พลังวิญญาณสีขาวอ่อนจางปรากฏวาบขึ้นมาบนหมัด้ของ เขา พลังวิญญาณเหล่านั้นพกพาเอาอารมณ์ฉุนเฉียวเคืองแค้นมา ด้้วย
“แบบนี้แหละ!”
ความปิติยินด้ีลอยขึ้นมากลางใจเขาอย่างห้ามไม่ได้้ อารมณ์โกรธแค้นที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างยากลำาบากของเขาพลันหายวับ ไป
พริบตาเด้ียว เขากมพบว่าความมหัศจรรย์เมื่อครู่นี้หายไป จากเขาอีกครั้ง
ทว่าเมื่อผ่านการทด้ลองครั้งนี้ เขากมรู้ถึงเคลมด้ลับสำาคัญ จากนั้นจึงทด้ลองทำาซ้ำาไปซ้ำามา
การทด้ลองหลังจากนั้น ขอแค่เขารักษาความโกรธแค้นใน ใจเอาไว้ได้้ ความรู้สึกมหัศจรรย์จากความโกรธเคืองที่อบอวลเตม กำาปั้นกมจะคงอยู่ตลอด้เวลา
เพียงแต่เขากมค้นพบเหมือนกันว่าต้องจ้องมองแขนยักษ์ที่ ห่างออกไปไกลข้างนั้นอยู่ตลอด้ ถึงจะค่อยๆ ทำาให้ความรู้สึกโกรธ เคืองอย่างบ้าคลั่งก่อตัวขึ้นมาในใจได้้
หากเขาไม่มองมือยักษ์ที่ราวกับมีชีวิตข้างนั้น แต่ใช้ความ โกรธเคืองของตัวเองมากระตุ้นกำาปั้น ความรู้สึกลึกลับมหัศจรรย์เช่น นี้กลับไม่เกิด้ขึ้น
ด้ั่งว่ามีเพียงบรรลุถึงความฉุนเฉียว ความเจมบแค้นไม่ ยินยอมที่อยู่ในหมัด้ได้้อย่างแท้จริง สัมผัสกับมันด้้วยตัวเองอย่าง แท้จริงเท่านั้นถึงจะเข้าใจคาถาลึกลับได้้
หลังจากประจักษ์ชัด้ในจุด้นี้แล้ว เขาจึงอารมณ์เยมนลง ไม่ ได้้ทำาสิ่งที่ไร้ประโยชน์ แต่จ้องมองแขนยักษ์ที่ยื่นขึ้นไปบนฟอาตาไม่ กะพริบ ใช้ใจสัมผัสสภาพจิตใจของเจ้าของแขนยักษ์ตอนที่ยื่นหมัด้นี้ ออกมา
ทั้งกายและใจของเขาจมจ่อมอยู่กับมัน ลืมเลือนเวลาที่ผัน ผ่าน ลืมเลือนสภาพแวด้ล้อมที่ตนอยู่ ลืมเลือนแม้แต่ว่าตัวเองเป็น ใคร
เมื่อเขายอมทิ้งไปได้้แม้แต่ตัวตนของตัวเอง ท่ามกลาง ความพร่าเลือน เขาเกิด้ความรู้สึกว่าตัวเองกมคือเจ้าของแขนยักษ์ข้าง นั้น มีจิตใจที่ไร้ซึ่งความกริ่งเกรง ไม่หวาด้กลัวพันธนาการใด้ กล้าชิง ด้ีชิงเด้่นกับฟอาด้ิน ใช้พลังต่อต้านนภากาศ
“ฟู่ว ฟู่ว!”
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า ของเขาพลันมีประกายไฟลุกขึ้น
ดู้เหมือนว่าเลือด้หยด้หนึ่งหยด้ที่แขมงตัวอยู่ในกระดู้กสัตว์ ได้้เผาผลาญพลังเปลวเพลิงของตัวมันอยู่ตลอด้เวลา และเวลานี้ เมื่อ พลังเปลวเพลิงหายไปได้้ถึงระด้ับหนึ่ง กระดู้กสัตว์จึงเกิด้การ เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
“ฟู่ว! ฟู่ว!”
เปลวเพลิงเส้นแล้วเส้นเล่าพุ่งออกมาจากในกระดู้กสัตว์ ปลุกเนี่ยเทียนให้คืนสติ
เนี่ยเทียนหันไปมองกมเหมนทันทีว่าเลือด้สด้ในกระดู้กสัตว์ คล้ายจะเลมกลงกว่าก่อนหน้านี้เยอะมาก
เขาตระหนักได้้ทันทีว่ากระดู้กสัตว์ได้้เผาผลาญพลังเปลว เพลิงไปมากมายอย่างไม่รู้ตัว
ขณะที่เขาตื่นตระหนกและสงสัย กระดู้กสัตว์เกิด้การ เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง กลายมาเป็นถ้ำาเปลวเพลิงแห่งหนึ่งอีกครั้ง
มองเหมนถ้ำาเปลวเพลิงที่ก่อรูปขึ้นมา อยู่ๆ เขากมเข้าใจทันที ว่าพลังเปลวเพลิงที่อยู่ในกระดู้กสัตว์เหลือเพียงแค่พอเปิด้ช่องทางให้ กลับไปเท่านั้น
มิฉะนั้น หากพลังเปลวเพลิงถูกเผาผลาญเช่นนี้ต่อไป กระดู้กสัตว์จะไม่เหลือพลังมากพอให้ก่อเป็นถ้ำาเปลวเพลิงส่งเขากลับ ไปได้้
“ต้องจากไปชั่วคราวแล้วหรือ?”
มองแขนยักษ์ที่ใหญ่ราวภูเขาเหล่านั้น เขาที่เพิ่งบรรลุ เคลมด้ลับรู้สึกอาลัยอาวรณ์เลมกน้อย
ทว่ากระดู้กสัตว์กลับไม่ให้เวลาเขาได้้ครุ่นคิด้มากนัก ถ้ำา เปลวเพลิงที่มันสร้างขึ้นมาเขมือบกลืนเขาเข้าไปในคำาเด้ียว