ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 263 ปอายตัวตนของขุนนางต่างถิ่น
“หัวเทียน”
สือชิงและไฉ่เยว่ต่างกมเคยเจอกับเนี่ยเทียนมาก่อนที่ห้องฝึก ตนของกองบัญชาการกะโหลกเลือด้
ทว่าความทรงจำาที่พวกเขามีต่อเนี่ยเทียนหยุด้อยู่แค่ความ แปลกประหลาด้ของคนผู้นี้ที่ใช้วิธีซึ่งอาจมองเป็นการโกงอย่างหนึ่ง มาทำาให้ปราณวิญญาณในห้องฝึกตนของท้ายสวรรค์สูญเสียการ ควบคุม
—พวกเขาไม่คิด้ว่าเนี่ยเทียนจะมีฝีมือที่ร้ายกาจเช่นนั้น จริงๆ
และกมด้้วยเหตุนี้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะพอจำาเนี่ยเทียนได้้ แต่ กมไม่ล้ำาลึกเท่าใด้นัก
กลับเป็นหวังจัวและจ้าวเฟิงเสียอีกที่ก่อนหน้านี้ไม่นานเหมน ฝีมือของเนี่ยเทียน จึงมีความเชื่อมั่นในตัวเนี่ยเทียนไม่น้อย
ผู้แขมงแกร่งคนอื่นๆ ที่เหลือของกะโหลกเลือด้ซึ่งมีกู๋อวี่เป็น ผู้นำาต่างกมคลางแคลงใจอย่างมากเพราะไม่รู้จักเนี่ยเทียนเลยสักนิด้ เด้ียว
แค่เด้มกคนหนึ่งที่มีตบะกลางสวรรค์ช่วงต้น อาศัยอะไรถึง สามารถช่วยเหลือนางมารเผยจอมเผด้มจการในเทือกเขาฮว้านคง และยังมีนายน้อยแห่งกะโหลกเลือด้ของพวกเขาได้้?
เนี่ยเทียนที่ถูกทุกคนจับตามองมีสีหน้าเรียบเฉย ยักไหล่ แล้วกล่าวอย่างถ่อมตัว “ไม่หรอก ข้าเองกมไม่ได้้ช่วยอะไรมาก”
ไฉ่โยวหัวเราะเฮอๆ ไม่คิด้จะอธิบายอย่างละเอียด้ แต่พูด้
กับกู๋อวี่แห่งกะโหลกเลือด้ว่า “ท่านลุงกู่ (ชื่อของกู๋อวี่ 谷羽เด้ิมที
หากอ่านแยกคำาต้องเป็น กู่ 谷และอวี่ 羽แต่เนื่องจากเมื่อเอามา รวมเป็นชื่อเด้ียวกัน วรรณยุกต์ของทั้งสองคำาเป็นเสียงสามทั้งคู่ ตาม
หลักภาษาจีนจึงต้องผันคำาหน้าเป็นวรรณยุกต์เสียงสอง ให้อ่านเป็น กู๋) บนร่างท่านมีปอายตัวตนของขุนนางต่างถิ่นหรือไม่?”
กู๋อวี่อึ้งงัน แล้วจึงควักเอาปอายตัวตนหนึ่งแผ่นขึ้นมาส่งให้ กับเขาพร้อมถาม “จะเอาเจ้านี่ไปทำาอะไร?”
ไฉ่โยวรับปอายนั้นมากมสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง แล้ว มอบให้กับเนี่ยเทียนด้้วยสีหน้าจริงจัง “หัวเทียน ข้าขอใช้ตัวตนของ บุตรชายแห่งผู้นำากะโหลกเลือด้รับเจ้าเข้าเป็นขุนนางฝ่ายนอกของ กะโหลกเลือด้อย่างเป็นทางการ ปอายนี้กมคือสิ่งของแทนตัวของเจ้า!”
ทุกคนของกะโหลกเลือด้เหมนว่าไฉ่โยวจริงจังถึงเพียงนี้กมพา กันหน้าเปลี่ยนสี
การรับผู้แขมงแกร่งเข้าเป็นขุนนางฝ่ายนอกของกะโหลก เลือด้ โด้ยทั่วไปแล้วไม่ได้้ง่ายด้ายขนาด้นี้ ทางกะโหลกเลือด้จำาเป็น ต้องประเมินความสามารถของขุนนางต่างถิ่นก่อน
ในสายตาของกะโหลกเลือด้ มีเพียงบุคคลที่แขมงแกร่งมาก พอจนแม้แต่พวกเขาเองกมยังไม่กล้าล่วงเกินง่ายๆ เท่านั้น กะโหลก เลือด้ถึงจะมอบปอายตัวตนนี้และด้ึงให้เข้ามาอยู่ในกะโหลกเลือด้โด้ย มอบฐานะขุนนางฝ่ายนอกให้
จนถึงกระทั่งทุกวันนี้กมยังไม่มีผู้ฝึกลมปราณคนใด้ที่มีตบะ เพียงกลางสวรรค์ช่วงต้นแล้วได้้รับการปฏิบัติที่พิเศษจากกะโหลก เลือด้มาก่อน
เนี่ยเทียนเป็นเพียงข้อยกเว้นเด้ียว
หากคนที่มอบปอายนี้ไม่ใช่ไฉ่โยว แต่เป็นคนอื่นๆ ของ กะโหลกเลือด้ บางทีกู๋อวี่และสือชิงอาจจะเอ่ยคัด้ค้าน
แต่ไม่ว่าจะเป็นกู๋อวี่และสือชิงต่างกมรู้จักไฉ่โยวด้ี รู้ว่าน อกจากเรื่องของเผยฉีฉีที่ทำาให้ไฉ่โยวไร้สติแล้ว เรื่องอื่นๆ เขากมแทบ ไม่เคยทำาผิด้พลาด้เลย
ไฉ่โยวยอมรับเนี่ยเทียนเข้ามาย่อมมีเหตุผลแน่นอน!
“ขอบคุณมาก” เนี่ยเทียนรับปอายตัวตนนั้นมาภายใต้ การจับตามองของทุกคน แล้วกมเกมบไปไว้โด้ยไม่คิด้จะดู้ให้ละเอียด้ ด้้วยซ้ำา
“ต่อไปทุกคนกมคือคนกันเองแล้ว” ไฉ่โยวยิ้มน้อยๆ แล้วกมไม่ได้้อธิบายอะไรมากเกี่ยวกับเนี่ยเทียน แต่พูด้กับกู๋อวี่แทนว่า “ท่านลุงกู่ การกระทำาของเด้ือนด้ับในครั้งนี้กมเพื่อช่วงชิงค่ายกลนำาส่ง ที่ฉีฉีจัด้วางไว้ในเทือกเขาฮว้านคง และต้องการจับตัวฉีฉี…”
เขาเล่าเหตุการณ์ให้กู๋อวี่และสือชิงฟังอย่างละเอียด้ แต่ เรื่องที่หนีรอด้ออกมาจากการโอบล้อมของพวกหม่าจิ่วแห่งเด้ือนด้ับ ได้้อย่างไรนั้นเขากลับพูด้เพียงคร่าวๆ เท่านั้น
“เด้ือนด้ับระด้มกำาลังพลมากมายแต่ไม่ได้้รับผลพวงใด้ กลับไป ทั้งยังสูญเสียคนของตัวเองไปเปล่าๆ” ไฉ่โยวมีสีหน้าดู้แคลน “ในเมื่อท่านลุงกู่นำากำาลังมาด้้วยตัวเองแล้ว ข้ากมจะต้องสร้างบท เรียนที่ลึกล้ำาให้แก่เด้ือนด้ับ! เมื่อพวกเขากล้าลงมือต่อข้าและฉีฉีกม ต้องเตรียมรับมือไว้ให้พร้อม!”
“พวกเราย่อมไม่ยอมรามือง่ายๆ อยู่แล้ว” กู๋อวี่พยัก หน้า
อันด้ับต่อมา กู๋อวี่ สือชิงและไฉ่โยวกมเริ่มปรึกษากัน เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าจะจัด้การกับพวกคนของเด้ือนด้ับอย่างไร
กู๋อวี่พูด้คุยกับไฉ่โยวพลางหยิบเอาหินส่งข้อความเสียง ก้อนหนึ่งมาสื่อสารกับสมาชิกของกะโหลกเลือด้ที่กระจายตัวอยู่ใกล้ๆ ให้พวกเขาตามหาร่องรอยของเด้ือนด้ับต่อไป หากได้้ข่าวเมื่อใด้ต้อง รายงานมาทันที
เนี่ยเทียนและเผยฉีฉียืนอยู่ข้างๆ ไม่ได้้เข้าร่วมการพูด้ คุยของกะโหลกเลือด้ จึงมองไปรอบด้้านอย่างเบื่อหน่าย
และเวลานี้เอง ไฉ่เยว่ที่ต่างกายเป็นชายกมาหยุด้ยืนอยู่ข้าง กายเผยฉีฉีอย่างเงียบเชียบแล้วถลึงตาใส่นางพร้อมกด้เสียงพูด้เบาๆ “เป็นเพราะเจ้าอีกแล้ว! ไม่มีเจ้า พี่ชายข้ากมไม่ต้องตกอยู่ในอันตราย! ผู้หญิงเช่นเจ้าทำาร้ายพี่ชายข้าไปกี่ครั้งแล้ว? หากพี่ชายข้าเป็นอะไร ขึ้นมาเพราะเจ้าจริงๆ ล่ะกม ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!”
ไฉ่เยว่ราวกับลูกเสือตัวน้อยที่แสยะเขี้ยวฟอนเลมบใส่ เผยฉีฉีด้้วยท่าทางดุ้ร้าย
เผยฉีฉีเชิด้ลำาคอที่เรียวยาวขึ้น เหม่อมองท้องฟอา ไม่ได้้ สนใจนางตั้งแต่แรก ทำาราวกับนางเป็นอากาศ
ไฉ่เยว่ข่มขู่เบาๆ อีกพักหนึ่ง พอเหมนว่าเผยฉีฉีไม่ โต้ตอบในใจกมยิ่งเด้ือด้ด้าล แต่ดู้เหมือนนางเองกมรู้ว่าตัวเองไม่ สามารถทำาอะไรเผยฉีฉีได้้
นางที่ไฟโทสะลุกไหม้หัวใจจึงย้ายสายตามายังเนี่ย เทียนที่อยู่ข้างกายเผยฉีฉีซึ่งกำาลังมองนางอย่างสนใจ
“มองอะไรของเจ้า?” นางหันหัวหอกเข้าหาเนี่ยเทียน เอ่ยอย่างขุ่นเคือง “เรื่องคราวก่อนข้ายังไม่ได้้คิด้บัญชีกับเจ้าเลยนะ! ข้าฝึกฝนของข้าอยู่ด้ีๆ เป็นเพราะเจ้าที่ด้ึงเอาปราณวิญญาณในห้อง ฝึกตนของข้าไป ทำาให้ปราณวิญญาณของข้าเบาบางจนไม่ได้้ฝ่าทะลุ ขอบเขตกลางสวรรค์ตามเวลาที่กำาหนด้”
“หากไม่เป็นเพราะเจ้า ตอนนี้ข้ากมเหยียบเข้าสู่ขอบเขต กลางสวรรค์ และได้้มาเทือกเขาฮว้านคงตั้งนานแล้ว!”
“เจ้าถ่วงเวลาการฝึกตนของข้า บอกมาเด้ี๋ยวนี้ว่าจะ ชด้ใช้ให้ข้าอย่างไร?”
“หา” เนี่ยเทียนที่โด้นแทงอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวกมทำาหน้า งงงัน “ข้ากมจ่ายหินวิเศษที่มากพอตามกฎให้แล้วไม่ใช่หรือ? เจ้าไม่ ฝ่าทะลุสู่ขอบเขตกลางสวรรค์แล้วมาเกี่ยวอะไรกับข้าด้้วย?”
“ข้าไม่สน มันเป็นเพราะเจ้านั่นแหละ!” ไฉ่เยว่เอ่ย อย่างเอาแต่ใจ
“ปราณวิญญาณสูญเสียการควบคุม…” เผยฉีฉีที่เงย หน้ามองท้องฟอาขมวด้คิ้วน้อยๆ เหลือบมองเนี่ยเทียนด้้วยความใคร่รู้ ทำาสีหน้าครุ่นคิด้อะไรบางอย่าง
“เจ้าต้องการยังไง?” เนี่ยเทียนขมวด้คิ้ว เริ่มรำาคาญ สาวน้อยที่ไร้เหตุผลผู้นี้เสียแล้ว
ไฉ่เยว่ยังคิด้จะทำาให้เนี่ยเทียนลำาบากใจต่อ ทว่าพวก กู๋อวี่ที่ปรึกษาว่าจะจัด้การกับเด้ือนด้ับอย่างไรกลับมีสีหน้ามืด้มน
“คนของพวกเราเจอกับพวกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองโพ่ เมี่ยตรงจุด้ใกล้ๆ กันนี้ คนเหล่านั้นเหมนกับตาตัวเองว่าคนของเด้ือน ด้ับกลับไปยังฐานที่ตั้งของพวกมันแล้ว” กู๋อวี่ฮึด้ฮัด้ “ไอ้พวกนั้นมันกม
ด้ีแต่ลอบกัด้ พวกมันน่าจะรู้ว่าพวกเรามาแล้วถึงได้้ถอนทัพออกไป ทันที”
“พวกมันหด้หัวกลับไปแล้ว พวกเรากมไม่มีวิธีรับมือที่ด้ี เท่าไหร่แล้วจริงๆ” สือชิงกล่าวด้้วยสีหน้าเคร่งเครียด้
“ไม่รู้ที่ตั้งของเด้ือนด้ับหรือ? บุกเข้าไปฆ่าตรงๆ กมได้้ แล้วไม่ใช่หรือไง?” เนี่ยเทียนสอด้คำาพูด้ขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจนัก
เมื่อได้้ยินประโยคนี้ สมาชิกมากมายของกะโหลกเลือด้ ต่างกมใช้สายตาเหมือนมองคนปัญญาอ่อนมองมาที่เขา
ไฉ่โยวรู้ว่าเนี่ยเทียนเพิ่งจะมาอยู่อาณาจักรเลี่ยคงได้้ไม่นาน จึง มีหลายเรื่องที่เขายังไม่รู้แน่ชัด้ เลยยิ้มน้อยๆ พร้อมเอ่ยอธิบาย “หัว เทียน ฐานที่ตั้งแห่งนั้นของเด้ือนด้ับกมเหมือนกับฐานที่ตั้งของกะโหลก เลือด้เราในเทือกเขาฮว้านคง ซึ่งมีค่ายกลนำาส่งห้วงมิติอยู่แห่งหนึ่ง ค่ายกลนำาส่งห้วงมิตินั้นสามารถทำาให้เด้ือนด้ับโยกย้ายยอด้ฝีมือมา จากพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างได้้ตลอด้เวลา”
“หากพวกเราลงมือกับพวกเขาที่นั่น ไม่นานศูนย์ บัญชาการใหญ่ของเด้ือนด้ับในพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างกมจะส่งผู้แขมงแกร่ง จำานวนมากมาให้ความช่วยเหลือ”
“พอถึงเวลานั้น พวกเรากเท่ากับรนหาที่ตาย จะหนีกม หนีกลับมาไม่ได้้”
ได้้ยินเขาพูด้เช่นนี้ เนี่ยเทียนจึงเข้าใจขึ้นมาทันที เขา เลยพยักหน้ารับ ยอมรับว่าตัวเองไม่รู้ความเกินไป
“กมใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้้เสียเลย” เผยฉีฉีพลันเอ่ยแทรก แล้วพูด้ต่อด้้วยน้ำาเสียงเรียบเรื่อย “ไม่นานมานี้ข้าเพิ่งบรรลุเวทลับ ห้วงมิติครั้งใหม่ อีกทั้งข้ายังได้้รับหยกคงหลิงมาเป็นจำานวนมาก ข้า มั่นใจว่าในช่วงระยะเวลาสั้นๆ สามารถทำาให้ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติที่ เด้ือนด้ับจัด้วางไว้ในเทือกเขาฮว้านคงเสียประสิทธิผลได้้”
“ตอนที่ค่ายกลนำาส่งแห่งมิตินั้นใช้ไม่ได้้ พวกเรา สามารถสังหารคนของเด้ือนด้ับได้้เป็นจำานวนมาก ขอแค่ถอนกำาลัง ทันเวลากมไม่น่ามีปัญหา”
ระหว่างที่พูด้เช่นนี้ ด้วงตาสุกสกาวราวด้วงด้าราของ เผยฉีฉีกมเปล่งประกายแสงคมกริบเยมนชา
พวกกู๋อวี่และสือชิงมองเหมนสายตาของเผยฉีฉีกมรู้ว่านาง มารเผยคงโกรธเข้าแล้วจริงๆ ครั้งนี้จึงหมายจะกวาด้ล้างเด้ือนด้ับให้ เกลี้ยง
“ข้ารู้สึกว่าทำาได้้!” ไฉ่โยวเสนอความเหมนก่อนเป็นคน แรก เขาพูด้กับสือชิงและกู๋อวี่ว่า “ครั้งนี้พวกหม่าจิ่วเสียหายไม่น้อย
กำาลังของพวกเขาในเทือกเขาฮว้านคงไม่น่าจะเทียบกับพวกเราได้้ อีกอย่างหากพวกเราเรมวมากพอ กมอาจจะเจอกับพวกหม่าจิ่วก่อนที่ พวกเขาจะเด้ินทางไปถึงฐานที่ตั้ง”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเรากมสามารถสังหารพวกหม่าจิ่ว ได้้!”
“หากพวกหม่าจิ่วถูกถ่วงเวลาระหว่างทาง ตอนหลัง เมื่อพวกเราไปถึงฐานที่ตั้งของพวกเขา พวกเรากมสามารถให้ฉีฉีระงับ ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติของเด้ือนด้ับแล้วเปิด้ฉากสังหารครั้งใหญ่ จาก นั้นกมถอนกำาลังออกมาอย่างรวด้เรมว!”
“ท่านพี่! ท่านคิด้ทำาเรื่องโง่ๆ อีกแล้วนะ!” ไฉ่เยว่กรีด้ ร้องเสียงแหลม
กู๋อวี่ใคร่ครวญอยู่ครู่ใหญ่ แล้วจึงหันไปมองสือชิงด้้วย ท่าทางที่สนใจอย่างมาก “พี่สือ ท่านว่าอย่างไร?”
สือชิงครุ่นคิด้แล้วจึงหันมาถามเผยฉีฉีอย่างจริงจัง “คุณหนูเผย เจ้ามั่นใจจริงหรือไม่ว่าสามารถระงับค่ายกลนำาส่งแห่ง มิติของเด้ือนด้ับได้้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง?”
เผยฉีฉีพยักหน้า
สือชิงจึงสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งแล้วเอ่ยกับกู๋อวี่ “ข้ารู้สึกว่าสามารถลองดู้ได้้”
กู๋อวี่หัวเราะฮ่าๆ เสียงด้ัง “ด้ี! ถ้าอย่างนั้นกมไปเล่นกับ เด้ือนด้ับกันสักหน่อย คราวนี้อาศัยกำาลังของคุณหนูเผย พวกเราไป ทำาลายรังโจร บุกเข้าไปฆ่าถึงฐานที่มั่นของเด้ือนด้ับในเทือกเขาฮว้าน คงเสียเลย!”
ผู้แขมงแกร่งของกะโหลกเลือด้ต่างกมได้้รับอิทธิพลจากคำา พูด้ของกู๋อวี่ แต่ละคนจึงฮึกเหิมพร้อมต่อสู้
“พวกเราไป!”