ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 264 ปราณเลือด้จอมตะกละ
กลางด้ึกสองวันหลังจากนั้น
แสงจันทร์ใจกระจ่าง ด้วงด้าวดุ้จเศษเพชรที่ด้ารด้าษไปทั่ว ม่านราตรี
ท่ามกลางหินรูปร่างประหลาด้มากมายหลายก้อน ผู้ แขมงแกร่งของกะโหลกเลือด้ที่มีกู๋อวี่เป็นผู้นำากระจายตัวกันอยู่
หลังจากผ่านการเร่งรุด้เด้ินทางมาสองวัน พลังวิญญาณ ของหลายคนกมถูกเผาผลาญไปมหาศาล จำาเป็นต้องนั่งนิ่งๆ เพื่อใช้ หินวิเศษมาฟื้นตัว
ด้้วยสภาพแวด้ล้อมที่พิเศษของเทือกเขาฮว้านคงจึงทำาให้ ปราณวิญญาณสกปรกด้ำารงอยู่ตลอด้กาล ยังด้ีที่สมาชิกของกะโหลก เลือด้ต่างกมีอาวุธวิเศษปองกันตัว จึงไม่ได้้กังวลกับการรุกเข้ากัด้กิน ของปราณวิญญาณสกปรกเท่าใด้นัก
ทว่าเพื่อไล่ตามพวกหม่าจิ่วและไปให้ถึงฐานที่ตั้งของเด้ือน ด้ับโด้ยเรมวที่สุด้ พลังวิญญาณที่คนเหล่านี้เผาผลาญไปจึงมีความสูญ เสียอยู่ในระด้ับที่แตกต่างกัน
ยิ่งเป็นผู้ที่มีขอบเขตสูง พลังวิญญาณที่เผาผลาญไปกมยิ่ง น้อย และฟื้นตัวได้้ง่าย
มีเพียงสมาชิกกะโหลกเลือด้ที่มีขอบเขตกลางสวรรค์ เท่านั้นที่พลังงานในร่างไม่เพียงพอ ต่างจำาเป็นต้องนั่งนิ่งๆ ด้ึงเอา พลังงานในหินวิเศษมาชด้เชยมหาสมุทรวิญญาณ
เผยฉีฉีที่มีตบะกลางสวรรค์ช่วงท้ายสวมอาภรณ์พร้อมรบสี ฟอาสะอาด้ราวกับน้ำา นางนั่งพิงหินก้อนหนึ่งแล้วเหม่อมองด้วงด้าวที่ อยู่บนฟากฟอา
แสงจันทร์ทอประกายที่สาด้ส่องลงมาบนร่างทำาให้ผิวที่ใส ราวหยกเนื้อด้ีของนางคล้ายมีประกายแสงแวววาว
ภายใต้แสงจันทร์ นางที่นั่งเหม่อมองท้องฟอาดู้ราวกับภาพ วาด้ที่งามล้ำาภาพหนึ่งซึ่งมีเสน่ห์เย้ายวนชวนให้คนลุ่มหลงอย่างน่า ประหลาด้ใจ
ห่างออกไปไกล ไฉ่โยวที่พูด้คุยกับน้องสาวเบาๆ คอย เหลือบมองมายังนางเป็นระยะ เมื่อใด้ที่ด้วงตาของเขาตกลงบนเรือน กายอรชรของนางกมจะต้องเผยให้เหมนแววเคลิบเคลิ้มหลงใหล
ทุกครั้งที่เป็นแบบนี้ไฉ่เยว่กมจะมองเขาอย่างโกรธเคือง ขัด้ใจที่พี่ชายไม่ได้้ด้ังใจ
ในใจของไฉ่เยว่ พี่ชายของนางคือชายหนุ่มรูปงามมาก ความสามารถที่เป็นที่น่าจับตามองที่สุด้ในเมืองโพ่เมี่ยหรือแม้แต่ อาณาจักรเลี่ยคงเองกมตาม
ตั้งแต่เลมกจนโต นางเคารพเลื่อมใสพี่ชายของตัวเองมาโด้ย ตลอด้ อยากจะเป็นเหมือนพี่ชายที่ใช้กำาลังของตัวเองต่อสู้ขัด้เกลา ฝีมืออยู่ในเทือกเขาฮว้านคงและค่อยๆ ได้้รับการยอมรับจากผู้อาวุโส ของกะโหลกเลือด้
น่าเสียด้ายกมแต่นางเกิด้มาเป็นหญิง ไฉ่หลันผู้นำากะโหลก เลือด้จึงไม่เคยวางใจได้้ เวลาส่วนใหญ่กมล้วนบังคับให้นางอยู่แต่ใน เมืองโพ่เมี่ย
ต่อให้ได้้ออกมายังเทือกเขาฮว้านคงบ้างเป็นบางครั้ง ข้าง กายนางกมยังต้องมียอด้ฝีมือคอยให้การคุ้มครอง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ นางตกอยู่ในอันตราย
นางต้องการชีวิตแบบไฉ่โยว ต้องการทำาตัวเป็นใหญ่ สร้าง บารมีให้แก่กะโหลกเลือด้อยู่ในเทือกเขาฮว้านคงเฉกเช่นพี่ชายของ นาง ด้ังนั้นนางถึงได้้ชอบแต่งกายเป็นชาย
ทว่าพี่ชายที่นางเลื่อมใสบูชาว่าเป็นวีรบุรุษกลับต้องมาทำา ตัวโง่ๆ เพราะเผยฉีฉีครั้งแล้วครั้งเล่า หลายครั้งที่พาตัวเองไปตกอยู่ ในอันตรายจนเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง นี่เป็นเรื่องที่ทำาให้นางเจมบปวด้ใจ อย่างยิ่ง
ด้ังนั้นนางจึงไม่เคยถูกชะตากับเผยฉีฉี รู้สึกว่าการด้ำารงอยู่ ของผู้หญิงคนนี้ทำาให้พี่ชายของนางกลายมาเป็นคนไม่สมบูรณ์แบบ และมีรอยด้่างพร้อยอย่างที่ไม่ควรมี
“ท่านพี่ ผู้หญิงคนนั้นมีด้ีตรงไหนกัน? นางกมแค่สวยนิด้ หน่อย แล้วกมเชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติมิใช่หรือ?” จมูกของไฉ่เยว่เชิด้ ขึ้นน้อยๆ เอ่ยอย่างดู้แคลน “ผู้หญิงคนนั้นนิสัยเสียจะตายไป แถมยัง
เป็นคนไม่มีมารยาท ไม่มีความอ่อนน้อมอ่อนโยน เยมนชากมเท่านั้น ทำาไมท่านถึงถูกใจนางได้้?”
ไฉ่โยวลูบผมของนางอย่างเอมนดู้ กล่าวพร้อมยิ้มตาหยี “เด้มกน้อยอย่างเจ้าไม่เข้าใจหรอก”
“ข้าจะไม่เข้าใจได้้ยังไง?” ไฉ่เยว่แค่นเสียงหนึ่งครั้ง ปัด้มือ ของเขาออกแล้วเอ่ยด้้วยความขุ่นเคือง “ข้าเลิกเป็นเด้มกน้อยตั้งนาน แล้ว! ข้าใกล้จะเหยียบย่างเข้าสู่ขั้นกลางสวรรค์เหมือนท่านแล้ว ท่าน อย่ามาคิด้ว่าข้ายังเด้มก ที่จริงข้าเข้าใจทุกเรื่องนั้นแหละ ผู้หญิงคนนั้น อาศัยตัวตนนายน้อยแห่งกะโหลกเลือด้ของท่านมาปั่นหัวท่าน เพื่อ ให้ท่านทำาธุระให้แก่นาง!”
“ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด้หรอกน่า” ไฉ่โยวมีใบหน้าจนใจ “แต่ ไรไหนมานางยังไม่เคยหลอกใช้อะไรข้ามาก่อน ทุกอย่างเป็นเพราะ ข้าเตมใจทำาให้นางเอง ข้าต่างหากที่หน้าทนตามตื้อนาง ทุกอย่างที่ ข้าทำาลงไปล้วนไม่ใช่สิ่งที่นางเรียกร้อง แถมมีหลายครั้งที่นางไม่ อนุญาตให้ข้าติด้ต่อกับนาง แต่เป็นเพราะข้าเอง…”
กล่าวมาถึงตรงนี้ไฉ่โยวกมถอนหายใจ พูด้ต่อด้้วยใบหน้า กลัด้กลุ้ม “ช่างเถอะๆ ไม่พูด้แล้ว สรุปกมคือไม่เกี่ยวกับนางเลย ข้า รู้ตัวด้ีว่าแท้จริงแล้วข้าเพ้อฝันไปเอง นางไม่ใช่คนของอาณาจักรเลี่ย คง และยิ่งไม่ใช่คนของเมืองโพ่เมี่ย สักวันหนึ่งนางกมต้องไปจากที่นี่”
“ถึงเวลานั้นข้าคงตัด้ใจได้้ลง และคลายปมในใจของตัว เองได้้อย่างแท้จริง”
ไฉ่เยว่เอ่ยอย่างชิงชัง “ข้าล่ะอยากจะให้นางจากไปเรมวๆ นัก!”
“เฮ้อ…” ไฉ่โยวมองไกลๆ มายังเผยฉีฉีอีกครั้ง ส่ายหัวแล้ว ถอนหายใจเบาๆ ในใจเปี่ยมไปด้้วยความขมปร่าและจนใจ
“ท่านหัวจะมาอีกเมื่อไหร่?” และเวลานี้เอง เผยฉีฉีที่มอง ท้องฟอามานานอยู่ๆ กมเอ่ยถามขึ้นมา
เนี่ยเทียนที่นั่งอยู่ข้างกันซึ่งกำาลังกินเนื้อสัตว์วิเศษแห้ง เงียบๆ จนแก้มป่องตอบด้้วยน้ำาเสียงอู้อี้ “ไม่รู้เหมือนกัน”
สายตาของเผยฉีฉีย้ายมาอยู่บนร่างของเนี่ยเทียน เหมน ท่าทางสวาปามอย่างตะกละตะกรามของเขากมขมวด้คิ้วมุ่น
“กินได้้กินด้ีอย่างกับถังข้าวจริงๆ…” เผยฉีฉีคิด้ในใจ
แม้ว่านางจะมองท้องฟอาตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง แต่นาง กมสังเกตเหมนว่าเนี่ยเทียนกินมานานมากแล้ว หลีเหย่ศิษย์น้องของนาง กมกินเก่งจนถูกนางเอ่ยเหนมบแนมเป็นประจำา
ทว่าหลีเหย่ที่กินเก่งแค่ไหนเมื่อมาเทียบกับเนี่ยเทียนแล้วก ลับกลายมาเป็นเหมือนพ่อมด้เลมกเจอพ่อมด้ใหญ่ไปเลย
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านหัว…อยู่ได้้อีกไม่นานแล้ว?” นางจงใจ กด้เสียงให้ต่ำาลง
เนี่ยเทียนกลืนเนื้อในปากที่เคี้ยวละเอียด้ลงคอ กรอกน้ำา ตามเข้าไปอีกหลายอึกแล้วถึงพยักหน้ารับ “ข้ารู้ เขากำาลังคิด้หาวิธี มาจัด้การกับปัญหาของตัวเองอยู่”
“ง่ายขนาด้นั้นเสียเมื่อไหร่” เผยฉีฉีส่ายหน้าเบาๆ กล่าว ว่า “รอได้้เจอกับท่านหัวอีกครั้งเจ้ากมลองเกลี้ยกล่อมให้เขามาใช้ บั้นปลายชีวิตอยู่ที่เมืองโพ่เมี่ยเถอะ เพื่อเขาแล้ว อาจารย์ของข้ากม ต้องออกไปข้างนอกเป็นประจำาเพราะอยากช่วยเขาตามหาวิธีแก้ไข ทว่าคราวก่อนตอนที่ท่านหัวมากลับไม่กล้าแม้แต่จะเจอหน้าอาจารย์ ข้า ทำาให้อาจารย์ข้าผิด้หวังมาก”
“ไม่ต้องเป็นกังวลนักหรอก เขาหาวิธีต่ออายุขัยของตัวเอง เจอแล้ว เพียงแต่ต้องการเวลานิด้หน่อยเท่านั้น” เนี่ยเทียนกล่าว
แน่นอนว่าเผยฉีฉีไม่รู้ว่าเนี่ยเทียนที่อยู่เบื้องหน้านางกมคือ แผนการที่หัวมู่เตรียมไว้ใช้ต่ออายุขัยของตัวเอง รอจนเนี่ยเทียน ขอบเขตเพียงพอแล้ว และสายเลือด้แห่งชีวิตกมฝ่าทะลุถึงระด้ับที่ แน่นอนจนสามารถใช้พรสวรรค์ความลึกลับของสายเลือด้แห่งชีวิต มาต่ออายุขัยให้กับหัวมู่ หัวมู่กมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้
“หาวิธีเจอแล้ว?” ด้วงตาเผยฉีฉีเผยแววแปลกใจ “เหตุใด้ เจ้าถึงมั่นใจขนาด้นี้”
เนี่ยเทียนยิ้มพร้อมกล่าวว่า “เขาเป็นคนบอกข้าเอง”
“หากเป็นอย่างนี้จริงๆ กมด้ีแล้วล่ะ” เผยฉีฉีเชื่อครึ่งไม่เชื่อ ครึ่ง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งกมพลันถามว่า “ตอนที่อยู่กลางหุบเขา กลุ่ม กระแสจิตที่เจ้ารวมรวบมาเหตุใด้ถึงส่งเสียงเพรียกหาทางจิต วิญญาณให้แก่ข้าได้้ อีกอย่างดู้เหมือนว่ากระแสจิตกลุ่มนั้นของเจ้า จะไม่ค่อยปกติเท่าใด้นัก”
“ข้าฝึกเวทลึกลับที่พิเศษมากอย่างหนึ่ง ไม่สะด้วกเปิด้ เผย” เนี่ยเทียนกล่าว
“แสร้งเล่นเจ้าหลอกผี” เผยฉีฉีเอ่ยเสียงเยมน
“อู้!”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่กินเนื้อวิเศษไปเป็นจำานวนมาก พลันรู้สึกได้้ว่าในกระเพาะมีจิงชี่เลือด้เนื้อก่อเกิด้ขึ้นมาและค่อยๆ แผ่ ไปตามแขนขาทั้งสี่ ปราณเลือด้สีเขียวที่ขด้ตัวอยู่ในหัวใจของเขากม เปลี่ยนมาเป็นละโมบตะกละตะกราม
จิงชี่เป็นกลุ่มๆ ที่เกิด้ขึ้นจากการเผาผลาญเนื้อสัตว์วิเศษ คล้ายถูกดู้ด้ด้้วยหินแม่เหลมกขนาด้ใหญ่ยักษ์ให้พุ่งตรงเข้าไปยังหัวใจ!
พอจิงชี่เหล่านั้นแทรกซึมเข้าไปในหัวใจกมถูกปราณเลือด้สี เขียวฉีกกระชากอย่างเผด้มจการแล้วดู้ด้ซับเอาไปจนเกลี้ยง
“นี่คือ?”
ใช้ใจรับสัมผัสอยู่พักหนึ่ง ด้วงตาของเนี่ยเทียนกมเปล่งประ กายน้อยๆ ตระหนักได้้ถึงความลึกลับมหัศจรรย์ในทันใด้
ตอนที่เขาฝ่าทะลุสู่กลางสวรรค์ มหาสมุทรวิญญาณจุด้ตัน เถียนเกิด้การเปลี่ยนแปลงมหาศาล แม้แต่เรือนกายที่มีเลือด้เนื้อนี้กม ยังมีการเปลี่ยนแปลงเลมกน้อย
ไม่นานก่อนหน้านั้น ตอนที่เขาใช้เวทหลอมโลหิตมาหลอม เลือด้สด้ของแรด้หินทอง เขารู้สึกได้้ว่าร่างกายของเขาไม่ดู้ด้ซับเอา จิงชี่เลือด้เนื้อที่มากเกินจำาเป็นมาอีกแล้ว
ทว่าสองวันมานี้ ทุกครั้งที่เขากินอาหารเข้าไป จิงชี่เลือด้ เนื้อที่แผ่ออกมาจะผสานรวมอยู่ในร่างกายของเขาอย่างรวด้เรมว
นี่มากพอจะบอกได้้ว่าร่างกายนี้ของเขาเกิด้การชุบหลอม ให้แขมงแกร่งไปอีกระด้ับหนึ่งแล้ว
เช่นเด้ียวกัน ปราณเลือด้สีเขียวที่ขด้ตัวอยู่ในหัวใจของเขา นั้นกมพลันเปลี่ยนมาเป็นเผด้มจการและป่าเถื่อน มันแย่งชิงเอาจิงชี่ เลือด้เนื้อที่แผ่ไปตามแขนขาและโครงกระดู้กทั่วร่างมาอย่างดุ้เด้ือด้ ซึ่งนั่นหมายความว่าปราณเลือด้สีเขียวกมพัฒนาขึ้นไปอีกหนึ่งระด้ับ เช่นเด้ียวกัน!
หลังจากที่เข้าใจในจุด้นี้ เนี่ยเทียนจึงกลืนยาโลหิตที่หลีจิ้ งมอบให้ก่อนที่เขาจะออกมาจากอาณาจักรหลีเทียนลงไปเงียบๆ
ขณะที่สมาชิกของกะโหลกเลือด้ใช้หินวิเศษมาฟื้นฟูพลัง วิญญาณ เขากมชุบหลอมพลังงานของยาโลหิตเงียบๆ เพื่อเร่งให้จิงชี่ เลือด้เนื้อเปี่ยมล้นมากกว่าเด้ิม
จิงชี่เลือด้เนื้อเป็นกลุ่มๆ ที่แผ่ออกมาจากยาโลหิตล้วนถูก ปราณเลือด้สีเขียวที่อยู่ในหัวใจของเขาเส้นนั้นเขมือบกลืนไปอย่าง รวด้เรมว ผ่านไปไม่นานนัก ยาโลหิตของเขาที่เหลืออยู่กมถูกเผาผลาญ ไปจนหมด้
ทว่าปราณเลือด้สีเขียวเส้นนั้นยังคงล่อยลองอยู่ในหัวใจ ของเขาอย่างโลภมาก ปราณเลือด้สีเขียวเลมกๆ เส้นเด้ียวแต่กลับ เหมือนแปรสภาพมาเป็นงูเหลือมยักษ์ที่เขมือบกลืนฟอาด้ินได้้ยังคงรอ คอยให้มีปราณเลือด้ใหม่ไหลทะลักเข้ามา
“เอาล่ะ! เด้ินทางต่อได้้แล้ว!”
ทว่าเวลานี้เอง กู๋อวี่แห่งกะโหลกเลือด้กมพลันตะโกนขึ้นมา เสียงด้ังเร่งเร้าให้ทุกคนออกเด้ินทางไปยังฐานที่ตั้งของเด้ือนด้ับ