ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 266 ลอบฆ่ากลางด้ึก
ช่วงเวลากลางด้ึกมาถึงอีกครั้ง
ด้วงจันทร์ลอยเด้่นอยู่กลางนภา ด้วงด้าวแต่ละด้วงแตะ แต้มให้ท้องฟอายามราตรีสว่างไสว เนี่ยเทียนติด้ตามคนของกะโหลก เลือด้ไปถึงบริเวณใกล้เคียงกับฐานที่ตั้งลับของเด้ือนด้ับ
“พวกเจ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน”
กู๋อวี่แห่งกะโหลกเลือด้หยุด้ชะงักฝีเท้า หันมาสั่งความทุก คนด้้วยสีหน้าจริงจัง
จากนั้นเขากมพาสือชิงและผู้แขมงแกร่งของกะโหลกเลือด้อีก สองคนที่มีขอบเขตต้นสวรรค์เช่นเด้ียวกัน บวกกับเผยฉีฉีอีกหนึ่งคน จากไปอย่างเงียบเชียบ
เนี่ยเทียนนิ่งเฉย รอจนพวกกู๋อวี่จากไปแล้วกมรวบรวม พลังจิตเข้าไปไว้ในพลังวิญญาณเจมด้กลุ่มในสะเกมด้ด้าวเจมด้ด้วงเพื่อ สร้างทิพย์จักษุขึ้นมา
ทิพย์จักษุเจมด้ข้างคล้ายโคมไฟที่มองไม่เหมนซึ่งติด้ตามพวก เผยฉีฉีและกู๋อวี่ไป
เนี่ยเทียนหรี่ตาลง ใช้จิตสื่อสารกับทิพย์จักษุ และใช้ทิพย์ จักษุทั้งเจมด้ข้างตรวจสอบความเคลื่อนไหวบริเวณโด้ยรอบ
“กลางด้ึก ท้องฟอาที่มีหมู่ด้าว…”
แล้วกมไม่รู้ว่าทำาไม เนี่ยเทียนพลันเกิด้ความรู้สึกมหัศจรรย์ อย่างหนึ่ง มักรู้สึกว่าเมื่อถึงช่วงค่ำาคืนที่ท้องฟอาเตมไปด้้วยหมู่ด้าว การมองเหมนและการได้้กลิ่นของเขาจะเฉียบไวกว่าตอนกลางวัน
ครุ่นคิด้อยู่ครู่หนึ่งเขากมคิด้ว่านี่น่าจะเกี่ยวกับการที่เขาฝึก คาถาสะเกมด้ด้าว เกี่ยวกับสะเกมด้ด้าวเจมด้ด้วงในมหาสมุทรจิต วิญญาณของเขา
หากด้วงด้าวพริบพราวที่ด้ารด้าษเตมม่านราตรีเผยตัวขึ้น มาเมื่อใด้กมคล้ายจะเพิ่มความแขมงแกร่งให้กับพลังการรับสัมผัสของ เขาเมื่อนั้น ทั้งยังช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ให้เขาส่วนหนึ่งด้้วย
ทิพย์จักษุเจมด้ข้างค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้ฐานที่ตั้งของ เด้ือนด้ับ
นั่นคือหุบเขาแห่งหนึ่ง
กลางหุบเขาไม่มีรอยแยกห้วงมิติล่องลอย มีเพียงบ้านหลัง เลมกเตี้ยที่ทำามาจากไม้และหินอยู่หลายหลัง
อาศัยทิพย์จักษุ เขาสามารถมองเหมนได้้ไกลๆ ว่ามีผู้ฝึก ลมปราณสวมใส่อาภรณ์ของเด้ือนด้ับมากมายเด้ินเข้าๆ ออกๆ บ้าน หลังเลมกเตี้ยเหล่านั้น
และยังมีคนไม่น้อยของเด้ือนด้ับที่กระจายกันอยู่ตาม บริเวณใกล้เคียงหุบเขา ไม่นั่งฝึกบำาเพมญตบะกมกินอาหารเงียบๆ หรือ ไม่กมพูด้คุยกันเบาๆ
ผู้แขมงแกร่งขอบเขตต้นสวรรค์ของกะโหลกเลือด้ที่มีกู๋อวี่ เป็นผู้นำาซุกซ่อนลมปราณของตัวเองขยับเข้าไปใกล้รอบนอกของ หุบเขาแล้วสังหารผู้ฝึกลมปราณหลายคนของเด้ือนด้ับที่ลาด้ตระเวน ยามค่ำาคืน
คนเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วล้วนมีตบะกลางสวรรค์ช่วงต้น และช่วงกลาง เมื่อเผชิญกับการลอบโจมตีของกู๋อวี่ พวกเขาจึงถูกฆ่า ตายทันทีโด้ยที่ไม่ทันได้้เปล่งเสียงร้องโหยหวน
หลังจากที่ผู้ลาด้ตระเวนของเด้ือนด้ับที่อยู่รอบนอกถูก สังหารไปหมด้สิ้น กู๋อวี่กมทำาท่าทางบอกเป็นนัยแก่เผยฉีฉี
ทันใด้นั้นเผยฉีฉีกมล่องลอยไปรอบๆ หุบเขาราวกับ วิญญาณสีฟอาด้วงหนึ่ง ทั้งยังหยิบเอาหยกคงหลิงหลายก้อนออกมา จากในแหวนเกมบของอย่างต่อเนื่อง
หยกคงหลิงเหล่านั้นถูกนางจัด้วางไว้ตามตำาแหน่งสำาคัญ ใกล้กับหุบเขาด้้วยวิธีที่พิเศษบางอย่าง
หยกคงหลิงเกือบร้อยก้อนถูกจัด้วางขึ้นเป็นค่ายกลอย่าง เงียบเชียบ และในหยกคงหลิงทุกก้อนกมล้วนถูกนางสลักค่ายกลเลมก ละเอียด้ลงไป
รอจนนางคิด้ว่าค่ายกลถูกจัด้วางได้้เรียบร้อยแล้ว เผยฉีฉีกม กลับมาหยุด้อยู่ข้างกายกู๋อวี่อีกครั้ง แล้วจึงนั่งลง มือที่เรียวยาวราว หยกเนื้อละเอียด้ของนางพลันหมุนวนด้้วยท่าทางที่ทำาให้คนตาลาย เพื่อสร้างตราประทับที่แปลกประหลาด้มากมายออกมา
เนี่ยเทียนมองประเมินเผยฉีฉีด้้วยความใคร่รู้ผ่านทิพย์จักษุ ทั้งเจมด้ข้าง ทั้งยังจับสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงเลมกๆ น้อยๆ รอบด้้าน ไปด้้วย
ไม่นานนักเขากมองเหมนว่าหยกคงหลิงเหล่านั้นที่เผยฉีฉีเอา ไปจัด้วางไว้ทยอยกันปล่อยประกายแสงขมุกขมัว
ทุกที่ที่มีหยกคงหลิงวางอยู่ล้วนมีคลื่นแห่งมิติกระเพื่อมขึ้น มา แล้วรวมตัวกันขึ้นเป็นสนามแม่เหลมกที่พิเศษ
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง รอยแยกห้วงมิติมากมายที่กระจายอยู่ รอบๆ หุบเขากมคล้ายถูกด้ึงดู้ด้ ถูกบิด้เบือนทิศทาง
รอยแยกห้วงมิติมากมายเคลื่อนช้าๆ มาจากด้้านนอกของ หุบเขา
ทุกครั้งที่รอยแยกห้วงมิติมาหยุด้อยู่ตรงหยกคงหลิงก้อน หนึ่ง อยู่ๆ หยกคงหลิงก้อนนั้นกมจะลอยพรวด้เข้าไปในรอยแยกห้วง มิติราวกับมีสติปัญญาเป็นของตัวเอง
รอยแยกห้วงมิติที่เด้ิมทีล่องลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อมีหยก คงหลิงร่วงเข้าไปกมจะหยุด้ชะงักกะทันหัน
และทันใด้นั้นรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งกมพลันเกิด้คลื่นมิติ แปลกประหลาด้กระเพื่อมออกมา
คลื่นห้วงมิติลูกแล้วลูกเล่าค่อยๆ แผ่จากรอบนอกหุบเขา เข้ามาด้้านใน ก่อตัวกันกลายมาเป็นตาข่ายขนาด้ใหญ่ยักษ์ที่มองไม่ เหมนซึ่งปกคลุมตลอด้ทั้งหุบเขาเอาไว้
เผยฉีฉีที่อยู่ข้างกายกู๋อวี่ยังคงทำามุทราไม่หยุด้ ปีกจมูกของ นางขยับไหวน้อยๆ บนหน้าผากขาวสะอาด้มีเหงื่อเมมด้ใสราวกับผลึก ผุด้ซึม
ดู้ท่าแล้วการจัด้วางเพียงแค่ครู่เด้ียวนี้น่าจะเผาผลาญพลัง วิญญาณของนางไปมาก มิฉะนั้นนางคงไม่ดู้เหนมด้เหนื่อยมากขนาด้นี้
“เสรมจแล้ว”
ในที่สุด้เผยฉีฉีที่มีใบหน้าเหนื่อยล้ากมถอนหายใจเบาๆ หนึ่ง ครั้ง บอกเป็นนัยให้กู๋อวี่ลงมือได้้
“หนึ่งเค่อ พวกเจ้ามีเวลาแค่หนึ่งเค่อเท่านั้น หนึ่งเค่อให้ หลัง ไม่ว่าจะสังหารผู้แขมงแกร่งของเด้ือนด้ับที่อยู่ที่นี่ได้้หรือไม่กมต้อง ถอนกำาลังออกมาโด้ยเรมวที่สุด้”
นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ด้วงตาสุกใสที่ประกายแสงหม่นมัวเลมก น้อยจ้องเขมมงไปยังกระท่อมไม้หลังหนึ่งที่ไม่ใหญ่นักในหุบเขา
นางมั่นใจอย่างยิ่งว่าค่ายกลนำาส่งแห่งมิติที่เด้ือนด้ับจัด้วาง ไว้ในเทือกเขาฮว้านคงอยู่ในกระท่อมไม้หลังนั้น
หากสามารถสังหารยอด้ฝีมือของเด้ือนด้ับทั้งหมด้ได้้ใน เวลาหนึ่งเค่อ อีกทั้งสามารถทำาลายค่ายกลนำาส่งแห่งมิติได้้ เด้ือนด้ับ กมจะเสียหายอย่างใหญ่หลวง
ต่อให้เด้ือนด้ับคิด้จะสร้างค่ายกลนำาส่งแห่งมิติขนาด้ เด้ียวกันขึ้นมาอีกหลังหนึ่งในเทือกเขาฮว้านคงกมจำาเป็นต้องสิ้นเปลือง ทรัพยากรและทรัพย์สินมหาศาล
ท่ามกลางขั้นตอนเหล่านี้ หากผู้แขมงแกร่งของกะโหลก เลือด้และเปลวอัคคีก่อกวน เปิด้ฉากสังหาร ความเสียหายของเด้ือน ด้ับกมจะยิ่งแผ่เป็นวงกว้างไปอีก
“ฆ่า!”
ด้วงตาของกู๋อวี่ฉายแสงเหี้ยมโหด้ หลังจากส่งสายตากับ พวกสือชิงกมกระโจนเข้าใส่ฐานที่ตั้งของเด้ือนด้ับอย่างบ้าคลั่งราวกับ มังกรร้ายที่พุ่งตัวออกจากหุบเหวลึก
พอเขาขยับตัว สือชิงและผู้แขมงแกร่งขอบเขตกลางสวรรค์อีก สองคนของกะโหลกเลือด้กมออกตัวอย่างไม่รีรอ!
เมื่อกู๋อวี่ตะโกน ไฉ่โยวที่รออยู่ด้้านนอกกมคำารามกร้าวขึ้นมา เช่นกัน “ไป! ใช้พลังการต่อสู้ที่มากที่สุด้ สังหารคนของเด้ือนด้ับให้ได้้ มากที่สุด้ อย่ามัวรีรอเด้มด้ขาด้!”
“ฟิ้วๆๆ!”
ผู้แขมงแกร่งทุกคนของกะโหลกเลือด้เมื่อได้้ยินเช่นนั้นจึงห้อ ทะยานเข้าหาหุบเขาด้้วยท่าทางดุ้ด้ัน
“ใครกัน?”
“นั่นใคร?”
“สถานที่แห่งนี้เป็นของเด้ือนด้ับ ผู้ใด้มันช่างกำาเริบเสิบ สานถึงขนาด้กล้าบุกเข้ามาในถิ่นของเด้ือนด้ับ!”
ในหุบเขา ผู้แขมงแกร่งของเด้ือนด้ับที่กำาลังฝึกตนหรือไม่กม พูด้คุยกันเบาๆ ต่างกมตกใจจึงรีบตวาด้เสียงด้ัง หวังว่าจะสามารถ กำาราบพวกที่บุกเข้ามาด้้วยน้ำาเสียงทรงพลังนั้นได้้
“นายท่านกู่แห่งกะโหลกเลือด้ของพวกเจ้ามาเยือนอย่างไร เล่า!”
กู๋อวี่หัวเราะฮ่าๆ เสียงด้ัง เผยตัวด้้วยท่าทางโอหัง ลูกกลม โลหะสีเงินแวววาวหลายลูกพลันบินออกมาจากกลางฝ่ามือของเขา
ลูกโลหะเหล่านั้นเมื่ออยู่ภายใต้แสงจันทร์กมส่องประกาย เยมนเยียบ ตอนที่พุ่งเข้ามาใกล้จุด้ศูนย์กลางที่พวกผู้แขมงแกร่งของ เด้ือนด้ับอยู่กมระเบิด้ออกกะทันหัน
เขมเงินเลมกบางราวเส้นผมที่ทอแสงเยมนยะเยือกน่าขนลุก พลันสาด้กระเซมนไปแปด้ทิศ
ในสายตาของเนี่ยเทียนแล้ว ลูกโลหะเหล่านั้นไม่ต่างอะไร ไปจากตัวเม่นที่สลัด้ขนทำาให้หนามแหลมทั่วร่างกระจัด้กระจายไป รอบด้้าน
“สวบๆๆ!”
ผู้แขมงแกร่งของเด้ือนด้ับสิบกว่าคนยังไม่ทันตั้งตัวได้้กมถูก เขมเงินเหล่านั้นแทงทะลุร่าง จนบนตัวเตมไปด้้วยรูที่มีเลือด้ไหลนอง
เสียงร้องโหยหวนเสียด้แทงแก้วหูด้ังเซมงแซ่ไปทั่วทั้งหุบเขา ทันที ผู้แขมงแกร่งของเด้ือนด้ับที่อยู่ในหุบเขาคำารามกร้าวต่างคนต่าง เรียกอาวุธวิเศษออกมาใช้ ทั้งยังหยิบเกราะขึ้นมาสวมลงบนร่าง
“กู๋อวี่แห่งกะโหลกเลือด้!”
“กะโหลกเลือด้บุกโจมตีแล้ว! รีบส่งข่าวนี้ไปยังพื้นที่ที่ถูก ทิ้งร้าง ให้ผู้แขมงแกร่งของศูนย์บัญชาการรีบส่งกำาลังมาช่วย!”
“กู๋อวี่เป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ เขากล้ามาถึงถิ่นของพวกเรากม อย่าหวังว่าจะได้้รอด้ชีวิตกลับไป!”
ผู้แขมงแกร่งหลายคนของเด้ือนด้ับพอเหมนกู๋อวี่ปรากฎตัวกม ทั้งตะลึงทั้งฮึกเหิม จึงร้องตะโกนกันโหวกเหวกแล้วรีบพุ่งไปยัง กระท่อมไม้หลังที่เผยฉีฉีจับจ้องเอาไว้
กู๋อวี่กมเหมือนกับหม่าจิ่วที่ต่างกมเป็นผู้รับผิด้ชอบของ กะโหลกเลือด้และเด้ือนด้ับในเทือกเขาฮว้านคง กู๋อวี่มาที่นี่กม หมายความว่ากะโหลกเลือด้เตรียมจะเปิด้ฉากสังหารครั้งใหญ่แล้ว
สถานที่แห่งนี้คือฐานที่ตั้งของเด้ือนด้ับ พวกเขาสามารถใช้ ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติเรียกให้ผู้แขมงแกร่งของเด้ือนด้ับที่อยู่ในพื้นที่ที่ ถูกทิ้งร้างมาให้การช่วยเหลือได้้ทันที
รอจนผู้แขมงแกร่งมากมายของเด้ือนด้ับทยอยกันมาถึง เทือกเขาฮว้านคง กู๋อวี่และสมาชิกทุกคนของกะโหลกเลือด้กมจะต้อง ฝังศพไว้ที่นี่!
“หึหึ ไปเถอะ ข้าอยากจะรู้นักว่าพวกเจ้าจะเรียกไอ้พวก เศษสวะมาจากพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างได้้อย่างไร” กู๋อวี่แสยะยิ้มชั่วร้าย
เขาได้้พาคนบุกเข้ามาในหุบเขาก่อนใคร และกำาลังไล่ สังหารสมาชิกของเด้ือนด้ับที่อยู่รอบด้้านอย่างรวด้เรมวราวสายฟอา แลบ
นัยน์ตาของพวกสือชิงคล้ายถูกอาบย้อมไปด้้วยสีเลือด้ ภาพหัวกะโหลกสีเลือด้ที่อยู่บนหน้าอกของพวกเขากมคล้ายจะปลด้ ปล่อยประกายแสงแห่งความกระหายเลือด้ออกมา
กลางหุบเขา สมาชิกของเด้ือนด้ับที่มีตบะกลางสวรรค์ หลายสิบคน รวมกับผู้แขมงแกร่งขอบเขตต้นสวรรค์ช่วงต้นอีกหลาย คนต่างกมแผด้เสียงคำารามดุ้ร้ายพยายามล้อมโจมตีพวกกู๋อวี่
และเวลานี้เอง สมาชิกกะโหลกเลือด้หลายสิบคนที่ไฉ่โยว เป็นผู้นำากมพากันเฮโลเข้ามาในหุบเขาแล้วตะลุมบอนเข้าใส่พวกเขา
เนี่ยเทียนตามมาถึงที่หลัง เขาอาศัยทิพย์จักษุเจมด้ข้างลอบ มองสถานการณ์ก่อน ไม่ได้้รีบร้อนลงมือ
“อู้!”
เงาสีฟอาเข้มเส้นหนึ่งพลันบินผ่านเส้นสายตาของเขา ลอด้ ทะลุผ่านสมาชิกกะโหลกเลือด้และเด้ือนด้ับที่กำาลังต่อสู้กัน ตรงด้ิ่งไป ที่กระท่อมไม้หลังนั้น
“เผยฉีฉี!”
เมื่อเข้ามาใกล้ ไม่จำาเป็นต้องใช้ทิพย์จักษุเนี่ยเทียนกม สามารถมองเหมนได้้อย่างชัด้เจน
เขาสังเกตเหมนแต่แรกแล้วว่าหลังจากที่ระงับค่ายกลของใน หุบเขาได้้ เผยฉีฉีกมจับจ้องกระท่อมไม้หลังนั้นไม่วางตา
จากสายตาของเผยฉีฉีเขาจึงรู้ได้้ว่าในกระท่อมไม้หลังนั้น ต้องมีค่ายกลนำาส่งแห่งมิติของเด้ือนด้ับอยู่แน่นอน
“ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติใช้ไม่ได้้!”
“แย่แล้ว! พวกเราไม่สามารถสื่อสารกับพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง ไม่สามารถให้พวกผู้แขมงแกร่งจากศูนย์บัญชาการตามมาช่วยได้้!”
“ต้องเป็นฝีมือของนางมารเผยแน่นอน!”
ในกระท่อมไม้ พวกผู้แขมงแกร่งของเด้ือนด้ับที่ก่อนหน้านี้ หมายจะให้พวกกู๋อวี่ตายอยู่ที่นี่พลันร้องตะโกนเสียงด้ังเสียง โหวกเหวกด้้วยความร้อนใจ
เมื่อพวกเขาเข้ามาในห้องแล้วเหมนว่าค่ายกลนำาส่งแห่งมิติ ใช้ไม่ได้้กมสัมผัสได้้ทันทีถึงสนามแม่เหลมกห้วงมิติที่ไม่มั่นคงซึ่งไม่รู้ว่า มันมาอยู่ในหุบเขาตั้งแต่เมื่อไหร่
สนามแม่เหลมกห้วงมิติที่ไม่มั่นคงเหล่านั้นบิด้เบือนคลื่น เคลื่อนไหวห้วงมิติอย่างรุนแรง ทำาให้ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติของเด้ือน ด้ับมิอาจเปิด้ใช้งานได้้
“ไต้เท้าหม่าจิ่วทำาไมถึงยังไม่กลับมาสักที? บัด้ซบ ไม่ใช่ว่า เขาควรจะสังหารนางเผยไปแล้วหรอกหรือ?”
“ที่ซวยที่สุด้กมคือพวกเราไม่สามารถติด้ต่อกับพื้นที่ที่ถูกทิ้ง ร้าง ไม่สามารถให้ผู้แขมงแกร่งตามมาช่วยอย่างทันท่วงที!”
ในห้องไม้ ผู้แขมงแกร่งหลายคนของเด้ือนด้ับร้อนใจจน เหงื่อโซมกาย แต่กลับทำาอะไรไม่ได้้
“คุณหนูเผย! ข้าช่วยเจ้าเอง!”
สือชิงมองออกถึงจุด้ประสงค์ของเผยฉีฉี ตอนที่นางพุ่ง เข้าหาที่กระท่อมไม้หลังนั้น เขาจึงขยับตัวตามมาด้้วย
ก่อนหน้าที่เผยฉีฉีจะมา สือชิงได้้เข้ามาใกล้กระท่อมไม้นั้น ก่อนแล้ว และทันใด้นั้นเขากมยกเท้ากระทืบลงไปบนพื้นด้ินอย่างแรง พลังงานขุ่นคลั่กระลอกหนึ่งพลันกระเพื่อมขึ้นมาจากพื้นด้ิน
กลางพื้นด้ินคล้ายมีสัตว์ยักษ์ตัวหนึ่งกำาลังด้ิ้นรนซึ่งเสียง ร้องคำารามของมันพุ่งเข้ากระแทกใส่กระท่อมไม้อย่างแรง
เมื่อพื้นด้ินสั่นสะเทือนอย่างหนัก กระท่อมไม้อันเป็นที่ตั้ง ของค่ายกลนำาส่งแห่งมิติจึงพังครืนลงมา ผู้แขมงแกร่งคนหนึ่งของ เด้ือนด้ับที่ยืนอยู่ใกล้ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติรีบถลาพรวด้ออกห่างทันที
ส่วนค่ายกลนำาส่งแห่งมิติที่มีขนาด้ปกติซึ่งสามารถรองรับ คนได้้ห้าคนกลับถูกดู้ด้ให้ติด้ลึกอยู่ในพื้นด้ินราวกับเป็นแม่เหลมก ไม่มี วี่แววว่าจะพังทลาย
“ฟิ้วๆๆ!”
กระบี่ไร้รอยบินออกมาจากร่างของเผยฉีฉี เผยกายอยู่ครู่ เด้ียวกมหายวับไปท่ามกลางความว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย
“กระบี่ไร้รอย! กระบี่ไร้รอยของนางมารเผย!”
ใบหน้าของพวกผู้แขมงแกร่งของเด้ือนด้ับที่อยู่ใกล้กับค่าย กลนำาส่งแห่งมิติเตมไปด้้วยความหวาด้กลัว ตกใจจนหนี กระเจิด้กระเจิงกันไปคนละทิศคนละทาง
“สวบๆ!”
กระบี่ไร้รอยสองเล่มปรากฏพรวด้ขึ้นมาอย่างน่าพิศวงแล้ว แทงทะลุลงไปบนร่างผู้แขมงแกร่งขอบเขตกลางสวรรค์สองคนของ เด้ือนด้ับทันที