ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 269 ผีขี้โรค
“ต้นสวรรค์ช่วงท้ายเหมือนกัน”
หลังจากที่หลี่หลางเฟิงปรากฏตัว เนี่ยเทียนกมรวบรวมทิพย์ จักษุข้างหนึ่งมาประเมินขอบเขตที่แท้จริงของเขา
ใครกมตามที่มีขอบเขตต่ำากว่าเขตสามัญ ทิพย์จักษุที่มี วิญญาณด้วงด้าวเสี้ยวหนึ่งของเขาล้วนสามารถวัด้ตบะของอีกฝ่าย คร่าวๆ ได้้
หลี่หลางเฟิงเองกมไม่ใช่ข้อยกเว้น
หลังจากที่กู๋อวี่พาสมาชิกของกะโหลกเลือด้ถอนทัพออกไป จากหุบเขา ผู้ที่แขมงแกร่งที่สุด้ในหุบเขากมคือสือชิงที่มีขอบเขตต้น สวรรค์ช่วงกลาง
ส่วนเผยฉีฉีกมีเพียงขอบเขตกลางสวรรค์ช่วงท้าย ไฉ่เยว่ ยิ่งร้ายเข้าไปใหญ่ แม้แต่ขอบเขตกลางสวรรค์กมยังไม่ถึง
พลังเช่นนี้หากคิด้จะรับมือกับหลี่หลางเฟิงผู้นั้น เหมนได้้ชัด้ ว่าไม่มากเพียงพอ
บางทีนี่จึงอาจเป็นสาเหตุที่หลี่หลางเฟิงผู้นั้นไร้ซึ่งความ หวาด้เกรงใด้
“ผลลัพธ์กมเหมือนกัน” หลี่หลางเฟิงกล่าวเรียบเฉย “อย่างไรข้ากมจะยังช่วงชิงเอาค่ายกลนำาส่งของเด้ือนด้ับมาจากตัวเจ้า และเจ้าเด้มกคนนั้นกมยังต้องตายอยู่ด้ี ส่วนเจ้ากมเท่ากับสิ้นเปลืองพละ กำาลังไปเปล่าๆ และยังทำาได้้เพียงแค่จากไปอย่างจนใจ”
“นางมารเผย ที่ค่ายกลนำาส่งของเด้ือนด้ับตั้งอยู่ที่นี่กมเพราะ ในหุบเขาแห่งนี้ไม่มีรอยแยกห้วงมิติ”
“ข้อได้้เปรียบที่มากที่สุด้ของเจ้าจึงไม่อาจแสด้งออกมาได้้ เตมที่ อีกอย่างเจ้ารื้อค่ายกลนำาส่งแห่งนั้นกมเผาผลาญพละกำาลังไปไม่ น้อย ตอนนี้พลังของเจ้ากมน่าจะยังไม่ฟื้นคืนเตมที่กระมัง?”
หลี่หลางเฟิงหันมามองสือชิงอีกครั้งแล้วกล่าวอย่างไม่รีบ ไม่ร้อน “ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ ข้าเจอกับสมาชิกกะโหลกเลือด้ของ พวกเจ้าหลายคน พวกเขาล้วนตายด้้วยน้ำามือของข้า และข้ากมรู้จาก ปากของพวกเขาว่าพวกกู๋อวี่ไม่มีทางกลับมาที่นี่ได้้ในระยะเวลาสั้นๆ นี้ ไม่มีกู๋อวี่ ลำาพังเพียงแค่พลังของเจ้าสือชิงคนเด้ียวย่อมไม่มีทางมี ชีวิตรอด้ไปจากกำามือของข้าได้้”
“เจ้าสังหารคนของกะโหลกเลือด้แล้วนึกหรือว่าพ่อข้าจะ ปล่อยเจ้าไป?” ไฉ่เยว่เอ่ยอย่างเด้ือด้ด้าล
หลี่หลางเฟิงยิ้มเสแสร้ง “ข้าเป็นขุนนางต่างถิ่นของเด้ือน ด้ับ สังหารคนของกะโหลกเลือด้แค่ไม่กี่คนจะเป็นเรื่องใหญ่แค่ไหน กันเชียว? ขอแค่คนที่ข้าสังหารไม่ใช่เจ้ากมพอแล้ว เจ้านึกว่าบิด้าเจ้า วันๆ ได้้แต่อยู่ว่างไม่มีอะไรทำาจนต้องมายุ่งวุ่นวายกับข้าเพียงแค่ลูก น้องไม่กี่คนน่ะหรือ?”
“พี่หลี่ เจ้าเองกมเป็นแค่ขุนนางต่างถิ่นของเด้ือนด้ับ อันที่ จริงเจ้าไม่มีความจำาเป็นจะต้องมีเรื่องกับพวกเรา” สือชิงใคร่ครวญ อยู่ชั่วครู่กมเอ่ยขึ้นมากะทันหัน “ด้้วยศักยภาพของเจ้า หากคิด้จะกลับ ไปยังพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างกมไม่จำาเป็นต้องอาศัยค่ายกลนำาส่งหลังนั้นของ เด้ือนด้ับเลยแม้แต่นิด้ อ้อ ใช่แล้ว เจ้าเองกมสามารถมาอยู่เมืองโพ่เมี่ย ของพวกเราได้้ กะโหลกเลือด้ของพวกเรายินด้ีต้อนรับบุคคลเช่นเจ้า เหมือนกัน” เขาถึงกับเป็นฝ่ายยอมอ่อนข้อให้ก่อน
“ท่านลุงสือ! ท่านพูด้แบบนี้ได้้อย่างไร!?” ไฉ่เยว่เอ่ยด้้วย ความโมโห
นางเข้าใจไปว่าสือชิงกำาลังหมิ่นเกียรติของกะโหลกเลือด้
นางไม่รู้ว่าทั้งหมด้ที่สือชิงทำาไปนั้นกมเพื่อนาง
สือชิงและเผยฉีฉีต่างกมเคยได้้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับคนผู้นี้มา ก่อน รู้ว่าคนผู้นี้ปากกมพูด้ว่าไม่ยินด้ีมีเรื่องกับอาจารย์ของเผยฉีฉี ไม่ ยินด้ีทำาให้ไฉ่หลันโกรธ เพื่อให้ตนเองได้้อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงต่อไป
ทว่าด้้วยนิสัยของคนผู้นี้แล้ว หากบีบให้เขาโกรธขึ้นมา จริงๆ อันที่จริงไม่ว่าอะไรเขากมทำาออกมาได้้ทั้งนั้น
ที่เขามาอยู่อาณาจักรเลี่ยคงกมเป็นเพราะไปมีเรื่องกับคนที่ ไม่ควรยุ่งเกี่ยว
ซึ่งคนที่เขาไปมีเรื่องด้้วยนั้นไม่ด้้อยไปกว่าไฉ่หลันและ อาจารย์ของเผยฉีฉีเลยสักนิด้เด้ียว
“ขออภัยด้้วย ในเมื่อข้าถือปอายตัวตนของเด้ือนด้ับกมต้อง ทำาตัวให้มีคุณธรรม” หลี่หลางเฟิงไออย่างรุนแรงอีกครั้ง ส่ายหัวด้้วย ความจนใจ แล้วจึงหยิบเอากระด้ิ่งเลมกๆ อันหนึ่งออกมาจากในแหวน เกมบของก่อนจะกล่าวกับเผยฉีฉี “ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุด้ท้าย เจ้า จะไปหรือไม่?”
“ไม่ไป” เผยฉีฉีกล่าว
หลี่หลางเฟิงพยักหน้า สีหน้ายังคงเฉยชา แล้วจึงพู ด้กับไฉ่เยว่อีกครั้ง “เจ้าล่ะ?”
“ข้าไม่ไป!” ไฉ่เยว่ตะโกนเสียงด้ัง
“ไม่! เจ้าต้องไป!” ตอนที่หลี่หลางเฟิงหยิบกระด้ิ่งเงินอัน นั้นออกมา สือชิงกมรู้แล้วว่าเรื่องราวมิอาจคลี่คลายได้้ เขาจึงร้อนใจ ขึ้นมาทันที รีบตวาด้ใส่ไฉ่เยว่ “คุณชายน้อย! เจ้าต้องมีสติให้มาก พวกเราต้องการให้เจ้าไปจากที่นี่ ใช้หินส่งข้อความเสียงบอกเล่าเรื่อง ราวที่เกิด้ขึ้นให้แก่กู๋อวี่ทราบ!”
“ขอแค่กู๋อวี่ได้้รับข่าว เขากมจะรีบตามมาช่วยเหลือ พวก เรายังคงยืนหยัด้ไหว!”
“มีเพียงเจ้าจากไปถึงจะช่วยพวกเราได้้ พวกเราต้องการ เจ้า!”
สือชิงพยายามเอ่ยเกลี้ยกล่อม
หลี่หลางเฟิงไม่ได้้รีบร้อนลงมือ และมองปราด้เด้ียวเขากมรู้ ความต้องการของสือชิง รู้ว่าที่สือชิงพูด้มาทั้งหมด้กมเพื่อต้องการให้ ไฉ่เยว่หนีไปให้ไกลจากที่แห่งนี้เท่านั้น
เขาเองกมไม่อยากล่วงเกินไฉ่หลันจนนำาภัยมาสู่ตัว ทั้งๆ ที่รู้ ความคิด้ของสือชิง แต่กมยังแสร้งทำาเป็นเฉย
“มีเพียงข้า มีเพียงข้าเท่านั้นถึงจะช่วยพวกเจ้าได้้…”
ไฉ่เยว่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งกมพลันฮึกเหิมขึ้นมา นางพูด้กับสือชิ งด้้วยน้ำาเสียงด้ังลั่น “ท่านลุงสือ ท่านต้องยืนหยัด้ให้ได้้! ข้าจะไปหา ท่านลุงกู๋อวี่ ไปหาท่านพี่ ให้พวกเขาพาคนมาช่วย!”
“รีบไป! เจ้าอย่ามัวชักช้า มีเพียงเจ้าไปแจ้งข่าวแก่พวก เขา พวกเราถึงจะมีโอกาสรอด้ชีวิต!” สือชิงเอ่ยเร่ง
“ตกลง!”
ไฉ่เยว่ถลึงตาดุ้ด้ันใส่หลี่หลางเฟิงหนึ่งครั้ง “เจ้าผีขี้โรค! ฝากไว้ก่อนเถอะ รอข้ากลับมาเมื่อไหร่กมเป็นคราวตายของเจ้าเมื่อ นั้น!”
กล่าวจบนางกมรีบร้อนจากไปเพื่อหวังไปเรียกกำาลังเสริมมา ให้แก่สือชิง
“คุณหนีเผย ขอบคุณมาก ในเมื่อเสี่ยวเยว่ไม่เป็นอะไรแล้ว เจ้ากมสามารถพาหัวเทียนจากไปได้้แล้ว ไม่ต้องสนใจข้า” สือชิงกล่าว พร้อมยิ้มน้อยๆ
ตอนที่ไฉ่เยว่ยังอยู่ เขาเรียกนางว่าคุณชายน้อยมาโด้ย ตลอด้ ไม่เคยสักครั้งที่จะเรียกว่าเสี่ยวเยว่
แต่เมื่อไฉ่เยว่จากไป บางทีอาจเป็นเพราะรู้ว่าครั้งนี้คงโชค ร้ายมากกว่าโชคด้ี เขาถึงได้้เรียกไฉ่เยว่ว่าเสี่ยวเยว่ออกมาด้้วยความ จริงใจ
หลายปีมานี้เขาเป็นคนดู้แลไฉ่เยว่มาโด้ยตลอด้ แม้ว่าเขา จะไม่เคยเอ่ยคำาใด้ออกมา ทว่าใจของเขากมรักและเอมนดู้ไฉ่เยว่ประดุ้จ ลูกหลานแท้ๆ ของตัวเอง
เขารู้ว่าที่เผยฉีฉีไม่ได้้จากไปทันที ยืนหยัด้จะอยู่เพื่อต่อสู้กม น่าจะเป็นเพราะเหมนแก่ความปลอด้ภัยของไฉ่เยว่
เผยฉีฉีทำาเช่นนี้แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะไฉ่เยว่ แต่เป็นเพราะ ความละอายใจที่นางมีต่อไฉ่โยว ถึงได้้ยอมรักษาชีวิตน้องสาวของ เขา
“เจ้ารักษาตัวด้้วย หวังว่าวันหน้าจะยังได้้พบกันอีก” เผย ฉีฉีพยักหน้าเบาๆ แล้วขยับร่างมาหยุด้อยู่ข้างกายเนี่ยเทียน นางคว้า แขนของเขาเอาไว้ก่อนจะกระชากให้เขามุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ไฉ่เยว่ หายตัวไป
ที่นั่นยังมีรอยแยกห้วงมิติอยู่บ้าง
“ข้าเองกมหวังว่าจะยังได้้พบกันใหม่” สือชิงพูด้กับตัวเอง เบาๆ ด้้วยใบหน้าเศร้าโศกและจนใจ
เขารู้ด้ีถึงศักยภาพของหลี่หลางเฟิง มีตบะต้นสวรรค์ช่วง ท้ายเหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นหม่าจิ่วหรือกู๋อวี่กมล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ คนผู้นี้
หากหลี่หลางเฟิงลงมือเตมที่ สือชิงไม่คิด้ว่าตัวเองจะมีชีวิต รอด้กลับไปได้้
หลี่หลางเฟิงมองเผยฉีฉีกระชากเนี่ยเทียนให้พุ่งตัวไปยัง หุบเขาด้้วยความเรมวที่มากที่สุด้โด้ยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่นิด้เด้ียว
เนี่ยเทียนที่ถูกเผยฉีฉีกระชากตัวให้ตามไปด้้วยความเรมว สูงสุด้โซซัด้โซเซเลมกน้อย เขาหันหน้ากลับมามองสือชิงแล้วขมวด้คิ้ว เป็นปม
เขานึกไม่ถึงว่าหลังจากที่ไฉ่เยว่จากไป เผยฉีฉีที่ยืนหยัด้ว่า จะสู้ต่อกลับพาเขาหนีออกมาโด้ยไร้ซึ่งความลังเลใด้
ราวกับว่าก่อนหน้านี้ที่เผยฉีฉียืนกรานกมเพราะต้องการเหมน ไฉ่เยว่จากไปอย่างปลอด้ภัยเสียก่อน
นับตั้งแต่ที่ไฉ่เยว่เจอหน้าเผยฉีฉี นางกมเอาแต่พูด้จาเสียด้สี เหนมบแหนม ไม่เคยแสด้งท่าทีเป็นมิตรต่อเผยฉีฉี
เนี่ยเทียนนึกว่าเผยฉีฉีต้องเกลียด้ชังไฉ่เยว่อย่างมากและ ยินด้ีที่จะได้้เหมนไฉ่เยว่ตายไป
ทว่าผลกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
พอไฉ่เยว่จากไป เผยฉีฉีกลับถอยหนีทันทีโด้ยที่ไม่สนใจสัก นิด้ว่าสือชิงจะเป็นหรือตาย
“จาอกๆๆ!”
ขณะที่เผยฉีฉีและเนี่ยเทียนกำาลังจะหนีพ้น ม่านน้ำาสีเขียว เข้มผืนหนึ่งกมพลันปรากฏอยู่เบื้องหน้าคนทั้งสอง
กลิ่นเหมมนคาวจากม่านน้ำาสีเขียวเข้มผืนนั้นลอยมาปะทะ จมูก ตอนที่เผยฉีฉีเข้ามาใกล้ ม่านแสงวิเศษขนาด้ใหญ่ยักษ์ที่ถูกปลด้ ปล่อยออกมาจากร่างของนางกมปะทะเข้ากับม่านแสงสีเขียวเข้มแล้ว พลันละลายหายไป
เผยฉีฉีที่เกือบจะชนเข้ากับม่านน้ำาสีเขียวเข้มนั้นจังๆ หน้า เปลี่ยนสี รีบหยุด้ชะงักทันใด้
“ข้าบอกแล้วว่าให้เอาค่ายกลนำาส่งของเด้ือนด้ับและเจ้า เด้มกนั่นทิ้งไว้ก่อนเจ้าถึงจะสามารถจากไปได้้” หลี่หลางเฟิงที่ถือ กระด้ิ่งเงินเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่จากทางด้้านหลังของเผยฉีฉีและเนี่ย เทียน
ก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามาในนี้กมได้้รู้จากปากของผู้แขมงแกร่ง กะโหลกเลือด้ที่ตนสังหารไปแล้วว่าเกิด้เรื่องอะไรขึ้น
และกมด้้วยเหตุนี้ ตอนที่เขาส่งเสียงกระแอมครั้งแรกจึงได้้ วางค่ายกลไว้เรียบร้อย
ที่ไฉ่เยว่สามารถจากไปได้้เป็นเพราะเขายอมปล่อยไปเอง
เผยฉีฉีและเนี่ยเทียนยังไม่ได้้รับคำาอนุญาตจากเขากมคิด้จะ จากไป เขาจึงต้องกระตุ้นค่ายกลที่วางเอาไว้
“ฟู่วๆ!”
เผยฉีฉีไม่เอ่ยคำาใด้ นางยืนอยู่หน้าม่านแสงสีเขียวเข้มแล้ว ร่ายเวทลับห้วงมิติ
รอยแยกห้วงมิติหลายเส้นค่อยๆ ถูกนางควบคุมให้เคลื่อน ย้ายมาผ่านม่านน้ำาสีเขียวเข้มที่กางกั้น
“รนหาที่ตาย”
หลี่หลางเฟิงส่ายหัว เหมนได้้ชัด้ว่าไม่ค่อยสบอารมณ์ แล้วอ ยู่ๆ เขากมสั่นกระด้ิ่งเลมกที่อยู่ในมือหนึ่งครั้ง
“กรุางกริกง!”
เสียงกังวานใสด้ังมาจากในกระด้ิ่ง ตรงเข้าไปยังจิต วิญญาณของผู้ที่ได้้ยิน
เผยฉีฉีที่ใช้เวทลับห้วงมิติควบคุมรอยแยกห้วงมิติร้องอู้อี้ ในลำาคอคล้ายถูกโจมตีอย่างรุนแรง บนใบหน้าพลันขึ้นสีแด้งอย่างไม่ เป็นธรรมชาติ
“ครืน ครืน!”
มหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนกมเกิด้เป็นลูกคลื่น ขนาด้ใหญ่ยักษ์เพราะเสียงกระด้ิ่งนั้นเช่นกัน
เขาตัวสั่นเทิ้ม รู้สึกเหมือนมีคนเอาค้อนขนาด้ใหญ่ทุบลงมา แรงๆ บนกะโหลก ทำาให้สมองเจมบร้าวจนแทบอยากตาย