ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 278 เข้าใจผิด
เนี่ยเทียนไม่ได้หันกลับมา
เขาหันหน้าเข้าหาผนังหิน มือกำาหินวิเศษ ค่อยๆ จมจ่อมอยู่ใน
โลกของตัวเอง
การต่อสู้กับหลี่หลางเฟิงทำาให้พลังวิญญาณของเขาเผาผลาญ ไปจนเกือบเกลี้ยง ร่างกายก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาจำาเป็นต้องฟื้นตัวให้ ได้โดยเร็วที่สุด
หินวิเศษก้อนแล้วก้อนเล่าที่อยู่ในมือของเขาทยอยกันแตกออก กลายมาเป็นหินธรรมดา
เขากำาลังรวบรวมพลังวิญญาณอย่างช้าๆ
เนิ่นนานหลังจากนั้น เมื่อพลังวิญญาณในร่างของเขาฟื้นคืนได้ สองส่วนจากสภาวะพรั่งพร้อมสูงสุดแล้ว เขาก็หยุดพักชั่วคราว
เวลานี้เผยฉีฉีที่อยู่ด้านหลังของเขาเงียบเสียงไปนานแล้ว
เขาจึงหันตัวกลับมา นั่งพิงผนังหินที่เย็นเยียบและเหลือบตามอง หญิงสาวผู้นั้นหนึ่งครั้ง
เผยฉีฉีที่เปลี่ยนชุดรบแห้งสะอาดตัวใหม่สีเดิมเสร็จเรียบร้อย แล้วก็กำาลังนั่งพิงผนังเช่นเดียวกับเขา และใช้หินวิเศษมาฟื้นคืนพลังของ ตัวเอง
เผยฉีฉีที่อยู่ใต้ประกายแสงอัญมณีผิวพรรณใสกระจ่างราวหยก เนื้อดี ขนตางอนยาวของนางคล้ายพัดสองเล่มที่วางทาบอยู่บนดวงตา
นางที่นั่งนิ่งไม่ขยับคล้ายโฉมสะคราญที่อยู่ในภาพวาด มี ลักษณะประหนึ่งเซียนสาวที่หลุดพ้นจากกิเลศทั้งปวง
คลื่นห้วงมิติแปลกประหลาดชั้นหนึ่งกระเพื่อมเบาๆ อยู่รอบกาย นาง ทั้งๆ ที่นางอยู่ตรงหน้าเขา แต่กลับเหมือนมีห้วงเวลาจำานวนนับไม่ ถ้วนกางกั้นเอาไว้จนเนี่ยเทียนรู้สึกเหมือนนางไม่มีอยู่จริง
เนี่ยเทียนหลับตาลง ไม่ได้รวบรวมทิพย์จักษุ ทำาเพียงแค่ใช้ กระแสจิตไปรับสัมผัสเท่านั้น
กระแสจิตกลุ่มนั้นของเขาแผ่ขยายไปถึงจุดที่เผยฉีฉีนั่งอยู่ และ สัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า ไม่มีคลื่นเคลื่อนไหวของปราณเลือดเนื้อใดๆ
“ผู้หญิงประหลาด…”
เนี่ยเทียนแอบตกใจ มักรู้สึกว่าเผยฉีฉีไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่น ที่เขาเคยเจอ
ผ่านไปครู่ใหญ่
เขาก็หยิบเอาเนื้อแรดหินทองออกมาจากในกำาไลเก็บของ ใช้ กระบี่แหลมแทงทะลุชิ้นเนื้อและใช้หินผลึกอัคคีย่างมัน
เรือนกายได้รับบาดเจ็บสาหัสจำาเป็นต้องใช้จิงชี่เลือดเนื้อที่เข้ม ข้นมาบำารุงถึงจะฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
เขารวบรวมปราณวิญญาณแค่เล็กน้อยแล้วฟื้นตื่นขึ้นมาก็เพื่อ ใช้เนื้อของแรดหินทองระดับสี่มาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับจิงชี่เลือดเนื้อ เพื่อให้บาดแผลภายในประสานตัวกันได้โดยเร็วที่สุด
ไม่นานเนื้อก้อนใหญ่ยักษ์ก้อนนั้นก็ถูกเขาย่างจนเหลืองเกรียม น้ำามันเยิ้ม
เนื้อของแรดหินทองค่อนข้างจะกินยากเล็กน้อย รสชาติก็ย่ำาแย่ ถึงขีดสุด ทว่าเขาไม่คิดมาก
เขากัดกินก้อนเนื้อหนักหลายสิบจินก้อนนั้นเข้าไปไว้ในท้อง อย่างรวดเร็ว
หลังจากกินอิ่มเขาก็หยิบเอาเหยือกน้ำาขนาดใหญ่ออกมาเทใส่
ปากแล้วกลืน “อึกๆๆ”
“พอประมาณแล้ว”
พึมพำาเบาๆ หนึ่งประโยคและเตรียมจะเก็บกระบี่เล่มนั้น หมาย จะนั่งพิงผนังหินเพื่อดูดซับเอาปราณวิญญาณในหินวิเศษต่อไป
ทว่าตอนนี้เอง เขาพลันค้นพบว่าเผยฉีฉีที่นั่งหลับตาปรับลม หายใจซึ่งไม่รู้ว่าลืมตาขึ้นมาเมื่อไหร่กำาลังจ้องเขม็งมาที่เขาด้วยสายตาใคร่ รู้
“เมื่อครู่นี้เจ้าเพิ่งกินเนื้อแรดหินทองเข้าไปรึ?” เผยฉีฉีถามขึ้น กะทันหัน
แรดหินทองระดับสี่ตัวนั้นนางเป็นคนสังหารเอง ตอนนั้นนางแค่ เอาหนังและนอของมันไปเท่านั้น เนื้อและเลือดที่เหลือเนี่ยเทียนเป็นคนขอ ไป
ตอนนั้นนางก็รู้สึกว่าแรดหินทองที่เนี่ยเทียนขอไปไม่มีความ หมายอะไร
เพราะสัตว์วิเศษทุกตัวที่มีชีวิตอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงต่างก็ผ่าน
เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงมาก่อน สัตว์วิเศษที่ยังก่อเรื่องได้ส่วนใหญ่ล้วน ถูกวางยาพิษด้วยปราณวิญญานสกปรก ฝืนดึงดันจนมีชีวิตอยู่ต่อ
สัตว์วิเศษเช่นนี้ถึงแม้จะแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อน ทว่าในเลือดเนื้อ ของพวกมันกลับมีสารพิษและสิ่งเจือปนอยู่มากมาย
แรกเริ่มผู้ฝึกลมปราณหลายคนของอาณาจักรเลี่ยคงก็เคย ทดลอง หมายจะชุบหลอมเนื้อของสัตว์วิเศษประเภทนี้ คิดจะใช้เนื้อของ พวกมันมาเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่ง
ทว่าคนเหล่านั้นล้มเหลวกันเกือบทั้งหมด พลังงานที่ชุบหลอม มาจากเนื้อสัตว์วิเศษยังไม่มากพอให้พวกเขาขจัดสารพิษออกไปจากร่าง ด้วยซ้ำา
และก็ด้วยเหตุนี้ เนื้อของสัตว์วิเศษทุกตัวที่อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง จึงถูกมองเป็นสิ่งไร้ค่า
แต่เห็นชัดๆ ว่าที่เนี่ยเทียนเพิ่งกินเข้าไปเมื่อครู่นี้ก็คือเนื้อของแรด หินทอง
อีกทั้งตอนที่เนี่ยเทียนกินมันยังมีสีหน้าเรียบเฉย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ ได้เพิ่งเคยทำาเป็นครั้งแรก
เผยฉีฉียังรู้ด้วยว่าตอนที่หลี่หลางเฟิงผู้ฝึกวิชาพิษร้ายใช้ปราณ วิญญาณสกปรกในเทือกเขาฮว้านคงมาฝึกบำาเพ็ญตบะ ขณะเดียวกันกับที่ เขาดึงเอาสารพิษสีเขียวมาส่วนหนึ่งก็ยังต้องถูกสิ่งเจือปนต่างอาณาจักรที่ มีพลังงานต่างกันรุกเข้ากัดกินร่างกายด้วย
หลี่หลางเฟิงไอไม่หยุด ทั้งยังมีสภาพน่าเวทนาราวกับคนขี้โรคก็ เพราะว่าเรือนกายของเขาถูกสิ่งเจือปนนอกอาณาจักรทำาลายไปอย่างช้าๆ
พลังงานที่แข็งแกร่งของหลี่หลางเฟิงช่วยเพิ่มขอบเขตตบะและ พลังในการสู้รบของเขา ขณะเดียวกันก็ทำาลายเลือดเนื้อของตัวเขาเองไป ด้วย
วิธีการของหลี่หลางเฟิง นางไม่เห็นสมควรเป็นอย่างยิ่ง หลี่หลา งเฟิงทำาเช่นนี้ก็เท่ากับนำาความตายที่เร็วเกินกำาหนดแลกมาด้วยพลังที่ แข็งแกร่ง
นางรู้ว่าหลี่หลางเฟิงมีศัตรูคนหนึ่งที่จำาเป็นต้องสังหารให้ได้ เพื่อฆ่่า คนผู้นั้นหลี่หลางเฟิงถึงได้ยอมช่วงชิงพละกำาลังที่แข็งแกร่งมากที่สุดโดยไม่ คิดเสียดายหากต้องตายเร็ว
การที่หลี่หลางเฟิงเผาผลาญพลังชีวิตของตัวเองเพื่อแลกมาด้วย
พละกำาลังนั้นทำาไปเพื่ออะไร นางรู้ดีอยู่แก่ใจ
ทว่าเนี่ยเทียนล่ะ…เขาทำาไปเพื่ออะไร?
นับตั้งแต่ที่เห็นเนี่ยเทียนกินเนื้อแรดหินทอง นางก็ให้คำาจำากัดความ เนี่ยเทียนแล้วว่าเป็นคนบ้าไม่ต่างจากหลี่หลางเฟิง
“มิน่าล่ะอยู่ขอบเขตกลางสวรรค์ถึงได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ที่แท้ก็ เป็นคนประเภทเดียวกับหลี่หลางเฟิงนี่เอง”
เผยฉีฉีที่เข้าใจว่าตัวเองค้นพบความจริง ในที่สุดก็รู้ว่าเรือนกายที่ แกร่งกร้าวผิดปกติของเนี่ยเทียนนั้นได้มาด้วยสาเหตุอันใด
หลังจากนั้นนางก็เริ่มรู้สึกสงสารเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนที่อายุยังน้อยกลับมีศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมฟ้าดินเฉกเช่นหลี่ หลางเฟิง เพื่อศัตรูคนนั้นถึงขั้นยอมเบิกใช้พลังชีวิตล่วงหน้าเพื่อแลกมา ด้วยพละกำาลังที่แข็งแกร่ง
เนี่ยเทียนที่เป็นเช่นนี้ ต่อให้ตอนนี้จะแข็งแรงและมีความพิเศษก็ ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว
สักวันหนึ่งเนี่ยเทียนก็จะต้องถูกพลังทางเลือดเนื้อโจมตีกลับ และจะ ต้องตายตกไปกะทันหันในช่วงเวลาที่เขารุ่งโรจน์มากที่สุด
“อืม เนื้อแรดหินทอง” เนี่ยเทียนตอบรับลวกๆ ไปหนึ่งประโยค
เผยฉีฉีเข้าใจไปเองเรียบร้อยแล้วว่าที่เนี่ยเทียนกระทำาไปก็เพื่อดึง เอาพลังชีวิตของตัวเองมาใช้ล่วงหน้า นางจึงไม่ได้ซักถามรายละเอียด ไม่ ได้ถามว่าเนี่ยเทียนย่อยสิ่งเจือปนและสารพิษที่อยู่ในเลือดเนื้อของแรดหิน ทองได้หรือไม่
ในเมื่อใจนางมีคำาตอบอยู่แล้วจึงไม่อยากจะไปสะกิดแผลใจของเนี่ย เทียน ไม่อยากไปกระตุ้นให้เขาต้องเจ็บปวด
“ข้าก็หิวแล้ว” นางพูดขึ้นกะทันหัน
เนี่ยเทียนตะลึงงัน กล่าวว่า “เนื้อแรดหินทองเจ้าไม่สามารถกินได้ เจ้ามิอาจปรับตัวรับมัน”
“ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว” เผยฉีฉีพูดกับตัวเองในใจว่าเป็นอย่างที่คาด จริงๆ ด้วย เมื่อนางรู้สึกว่ามองสถานการณ์ของเนี่ยเทียนออกแล้วนางจึง ไม่โกรธแค้นเขาอีก นางเลยหยิบเนื้อสัตว์ชิ้นหนึ่งออกมาจากในแหวนเก็บ ของแล้วโยนให้เนี่ยเทียน พร้อมเอ่ยสั่งความ “ช่วยข้าย่างให้สุกที”
“อ้อ” เนี่ยเทียนหยิบเอาหินผลึกอัคคีออกมาอีกหนึ่งก้อน ใช้กระบี่ แหลมคมเสียบเนื้อชิ้นที่นางโยนมาให้แล้วช่วยย่างไฟให้กับนาง
ไม่นานหลังจากนั้นเนื้อชิ้นนั้นก็ถูกย่างจนเป็นมันเยิ้ม กลิ่นเนื้อหอม กรุ่นลอยมาปะทะจมูก
เขาเดินเอากระบี่ที่เสียบเนื้อมาทางเผยฉีฉี แล้วส่งกระบี่ระดับต่ำา เล่มนั้นให้นางพร้อมกล่าว “นี่ของเจ้า”
หลังจากเผยฉีฉีรับมาก็เริ่มกัดกินเนื้อเหลืองเกรียมคำาเล็กๆ ด้วย ท่าทางที่สง่างาม “เจ้ายังจำาเป็นต้องฟื้นตัวอีกนานแค่ไหน?” เผยฉีฉีกินไป พลางถามเขาไปด้วย
“ปราณวิญญาณที่เผาผลาญไปอาจจำาเป็นต้องใช้เวลาวันสองวันถึง จะฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์แบบ” เนี่ยเทียนตอบรับก่อนหนึ่งประโยค เงียบไป ครู่หนึ่งเขาถึงพูดขึ้นมาอีกว่า “อาการบาดเจ็บของร่างกายอาจจำาเป็นต้อง ใช้เวลานานสักหน่อย พลังงานของเจ้าคนชั่วหลี่หลางเฟิงนั่นรุกรานเข้ามา ในร่างของข้า มันกัดกินเลือดเนื้อของข้าอย่างต่อเนื่องจนเกือบจะปลิดชีพ ข้าได้”
“เจ้าถูกวิชาพิษร้ายของหลี่หลางเฟิงรุกรานเข้าไปในร่าง?” เผยฉีฉี
ตะลึง
เนี่ยเทียนพยักหน้า
“เจ้าคนประหลาด!”
เผยฉีฉีหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ เพราะนางรู้ดีถึงความพิสดารและชั่ว ร้ายของวิชาพิษร้ายที่หลี่หลางเฟิงฝึกฝน
เท่าที่นางรู้มา ผู้ฝึกลมปราณขอบเขตต้นสวรรค์ที่มีระดับเดียวกับ หลี่หลางเฟิง หากถูกวิชาพิษร้ายของหลี่หลางเฟิงรุกรานเข้าไปในเลือด เนื้อเมื่อไหร่ก็ต้องตายโดยที่รักษาไม่ได้
วิชาพิษร้ายที่แปลกประหลาดแต่ไหนแต่ไรมาคืออาวุธสังหารที่ ร้ายกาจที่สุดของผู้ฝึกลมปราณวังวิญญาณในอาณาจักรอั้นหมิง
หลี่หลางเฟิงที่ฝึกวิชาพิษร้ายก็ยังถูกพลังแว้งกัดจนในร่างปะปนไป ด้วยสารพิษนานาชนิดแน่นอนว่าย่อมเป็นผู้ที่ฝีมือร้ายกาจที่สุดในบรรดา คนรุ่นเดียวกัน
คนอำามหิตเช่นนี้ใช้วิชาพิษร้ายรุกรานเข้ามาในร่างกายของเนี่ย เทียน เนี่ยเทียนกลับยังมีชีวิตอยู่ อีกทั้งเห็นได้ชัดว่าไม่เป็นอะไรมาก นี่จึง
เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
นาทีถัดมานางก็พลันคิดได้ว่าบางทีเส้นทางที่เนี่ยเทียนเลือกเดิน อาจไม่ต่างไปจากหลี่หลางเฟิง จึงเข้าใจขึ้นมาทันที
“พลังวิญญาณที่ข้าต้องฟื้นคืนอาจจำาเป็นต้องใช้เวลาห้าหกวัน บาดแผลในร่างหากจะให้หายดีเกรงว่าคงนานถึงครึ่งเดือน” เผยฉีฉีขมวด คิ้ว บอกกล่าวสถานการณ์ของตัวเองให้เขาฟัง “เวลาช่วงนี้พวกเรา จำาเป็นต้องอยู่ในฐานลับของกะโหลกเลือดแห่งนี้ และห้ามติดต่อกับคน ของกะโหลกเลือดด้วย”
“ทำาไมล่ะ?” เนี่ยเทียนเหลือบมองค่ายกลหลังนั้นที่สามารถติดต่อ กับกะโหลกเลือดได้โดยตรงหนึ่งครั้ง
“ก่อนหน้าที่ข้ายังไม่หายดีเต็มที่ ข้าไม่อยากเจอใครทั้งนั้น” เผยฉี ฉีกล่าวเสียงเย็น
“ตกลง” เนี่ยเทียนไม่พูดมากอีก แล้วจึงนั่งลงไปในจุดที่ไม่ห่างจาก นางมากนัก ก่อนจะใช้หินวิเศษมารวบรวมพลังวิญญาณต่อ
เวลานี้เนื้อแรดหินทองที่เข้ากินเข้าไปก็ค่อยๆ ย่อยสลายอยู่ใน กระเพาะของเขาช้าๆ และเริ่มแผ่จิงชี่เลือดเนื้ออกมา
ตอนแรกเริ่มเขายังรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย
เขากังวลว่าปราณเลือดสีเขียวที่ขดตัวอยู่ในหัวใจเขาจะปรากฏ ตัวอย่างเผด็จการแล้วแย่งชิงจิงชี่เลือดเนื้อเหล่านั้นไป
ในช่วงเวลาที่คับขัน ปราณเลือดสีเขียวได้พุ่งตัวออกจากหัวใจมา โจมตีกัดกินพลังงานสีเขียวเข้มที่มาจากหลี่หลางเฟิงให้สลายหายไปอย่าง รวดเร็ว
ภายหลังปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นก็ล่องลอยไปตามเส้นทางที่ พลังงานสีเขียวเข้มเคยผ่านจนมาถึงกระดูกฝ่ามือของเขา
เส้นเอ็น เส้นชีพจรและกระดูกของเขาที่ถูกพลังพิษร้ายของหลี่หลา งเฟิงทำาลายได้รับการรักษาอย่างเชื่อมโยงกัน ทำาให้บาดแผลของเขา ทรงตัว
แต่เขากลับรู้ว่าเมื่อปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นแสดงพลังมหัศจรรย์ ของสายเลือดแห่งชีวิตก็ได้เผาผลาญส่วนกลั่นที่ยอดเยี่ยมของเลือดเนื้อไป เป็นจำานวนมหาศาลด้วย
เดิมทีเขาคิดว่าคราวนี้ปราณเลือดสีเขียวจะต้องทำาตัวอุกอาจแย่ง
ดูดซับเอาพลังเลือดเนื้อทั้งหมดที่ได้จากเนื้อแรดหินทองไป
ทว่าปราณเลือดสีเขียวกลับอยู่นิ่งเฉยผิดปกติ
จิงชี่เลือดเนื้อที่มาจากแรดหินทองที่ค่อยๆ แผ่ออกมาจากตรงหน้า ท้องจึงไหลไปตามจุดที่อวัยวะภายในของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอาการบาดเจ็บในร่างของเขากำาลัง สมานตัวไปทีละนิด