ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 28 เจ้าสำานักมาเยือนด้้วยตัวเอง!
“ใครบังอาจบุกเข้ามาในตระกูลเนี่ย?”
“หยุด้นะ!”
ขณะที่เนี่ยเทียนกำาลังครุ่นคิด้อยู่นั้น ด้้านนอกพลันมีเสียง คำารามโกรธแค้นจากพวกเนี่ยหนันซานและเนี่ยห่านด้ังลอยมา
ลี่ฝานหน้าเปลี่ยนสีเลมกน้อย ราวรู้ว่าความผิด้ปกติของ สถานที่แห่งนี้ชักนำาความสนใจจากผู้แขมงแกร่ง
“ไสหัวไป!”
เสียงตวาด้เพราะพริ้งด้ังแว่วมาไกลๆ ไม่นานนักร่างที่เป็น ประกายเพลิงสีแด้งกมาปรากฏกายอยู่ ณ ที่แห่งนี้
นั่นคือหญิงสาวงามพิลาสนางหนึ่งที่สวมชุด้สีแด้งเพลิง ต่างหู จี้รูปหัวใจที่แขวนไว้บนลำาคอขาวผ่อง และกำาไลบนข้อมือขาว นวลเนียนของนางต่างกมปล่อยประกายสีสันแพรวพราว
นางที่เด้ิมทีกมงามเพริศแพร้วไม่ธรรมด้าอยู่แล้ว เมื่ออยู่ภาย ใต้การขับด้ันของเครื่องประด้ับหรูหราจึงยิ่งดู้งามสง่าสูงส่งมากยิ่งขึ้น
“ลี่ฝาน?” หญิงสาวงามล้ำาในชุด้แด้งเพลิงพอยืนได้้มั่นคงกม มองเหมนลี่ฝานแห่งสำานักหลิงอวิ๋นทันที อด้ไม่ได้้จนต้องแย้มยิ้มเหมน ไรฟัน “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้้อย่างไร?”
“ที่นี่คือตระกูลเนี่ย! ตระกูลเนี่ยคือตระกูลในสังกัด้ของสำา นักหลิงอวิ๋นเราอยู่แล้ว ข้าอยู่ที่นี่กมไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรือ?” ลี่ฝาน แค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้ง กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์: “ตระกูลเนี่ยไม่ใช่ ถิ่นของเจ้า เจ้าอันซืออี๋ไม่สนใจคำาห้ามปรามจากเจ้าของบ้าน อยู่ๆ มาโผล่ที่นี่มีเรื่องอันใด้?”
“อันซืออี๋?” เนี่ยเทียนตะลึงเลมกน้อย เงยหน้าขึ้นมองหญิง งามชุด้แด้งโด้ยไม่รู้ตัว
เขาอยู่ที่เมืองเฮยอวิ๋นมาหลายปี แน่นอนย่อมรู้จักบุคคลผู้ เก่งกาจของตระกูลใหญ่สามตระกูลของเมืองเฮยอวิ๋น ตระกูลใหญ่ทั้ง สามของเมืองเฮยอวิ๋นแบ่งออกเป็นตระกูลอัน ตระกูลเนี่ย และตระ กูลอวิ๋น
หลายปีมานี้ หลังจากที่อำานาจของตระกูลเนี่ยอ่อนกำาลังลง พละกำาลังของตระกูลอวิ๋นแขมงแกร่งกว่าหนึ่งขั้นอย่างเหมนได้้ชัด้ จึง อยู่เป็นอันด้ับที่สองของสามตระกูลใหญ่เมืองเฮยอวิ๋น
ทว่าตระกูลอันเป็นตระกูลที่แขมงแกร่งที่สุด้ในเมืองเฮยอวิ๋ นมาโด้ยตลอด้ หอหลิงเป่าในเมืองกมเป็นตระกูลอันที่เป็นผู้รับผิด้ชอบ ดู้แล
กมเหมือนกับสำานักหลิงอวิ๋น หอหลิงเป่ากมเป็นสำานักผู้ฝึก ลมปราณที่ยิ่งใหญ่สำานักหนึ่งเช่นกัน ส่วนตระกูลอันกมคือตระกูลผู้ แทนหอหลิงเป่าในเมืองเฮยอวิ๋น
เล่ากันว่าตระกูลอันสามารถเป็นตัวแทนหอหลิงเป่าใน เมืองเฮยอวิ๋นได้้กมเพราะอันซืออี๋ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าผู้นี้
ว่ากันว่าหญิงสาวผู้นี้มีตำาแหน่งสำาคัญในหอหลิงเป่า ไม่ เพียงแต่ความสามารถที่ไม่ธรรมด้า ทั้งยังมีฝีมือคล่องแคล่ว สร้างคุณ งามความด้ีให้กับหอหลิงเป่ามากมาย ได้้รับความสำาคัญอย่างยิ่งยวด้ จากเจ้าของหอหลิงเป่า
หลังจากที่นางเด้ินออกมาจากตระกูลอัน กลายมาเป็นคน สำาคัญของหอหลิงเป่า หลายปีมานี้น้อยครั้งนักที่จะกลับมาเมืองเฮยอ วิ๋น
บุคคลที่เคยมีชื่อเสียงโด้่งด้ังของเมืองเฮยอวิ๋น อยู่ๆ มา ปรากฏตัวที่นี่ ทำาให้เนี่ยเทียนแอบตะลึงระคนแปลกใจ
“น้องชาย ข้าสวยไหม?”
อันซืออี๋ที่สังเกตเหมนสายตาของเนี่ยเทียนจึงแสร้งทำาเป็นไม่ สนใจคำาพูด้ของลี่ฝาน กลับยิ้มพราวส่งสายตาให้กับเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนที่กำาลังจะเด้ินออกมาจากกองหินอึ้งไปครู่ มอ งอันซืออี๋อย่างจริงจัง ยกมุมปากแย้มยิ้ม “พี่สาว วันหน้าหากข้าคิด้ จะมีภรรยา กมจะหาคนแบบท่าน”
“คิกคิก” อันซืออี๋หัวเราะร่าเริง “ปากหวานเสียจริง รอเจ้า เติบใหญ่เมื่อไหร่ หากข้ายังไม่ออกเรือน จะมาแต่งงานกับเจ้าแล้ว กัน”
“ด้ีสิ!” เนี่ยเทียนรับคำาทันที
เนี่ยตงไห่เหม่อมองเนี่ยเทียน จะร้องกมไม่ได้้หัวเราะกมไม่ออก คล้ายรู้สึกว่าเนี่ยเทียนออกจะทำาตัวเหลวไหลไปนิด้
“ไอ้เด้มกบ้า!” เนี่ยเป่ยชวนแค่นเสียงเบาหนึ่งครั้ง
“คุณหนูใหญ่อัน!” ลี่ฝานกล่าวเตือน “เจ้ายังไม่ได้้ตอบ คำาถามของข้า!”
อันซืออี๋ยังคงไม่หันไปมองลี่ฝาน แต่ควักกริชสีชาด้เล่ม หนึ่งออกมาจากกระเป๋าตรงเอว โยนให้เนี่ยเทียน กล่าวด้้วยรอยยิ้ม แพรวพราว: “ยกให้เจ้า!”
เมื่อกริชสีชาด้บินมา เปลวไฟพลันลุกไหม้อบอวล
เนี่ยเทียนไม่กล้ารับ มองกริชเล่มนั้นร่วงลงพื้น หลังจาก เหมนว่าเปลวไฟด้ับลงไปแล้วถึงหยิบขึ้นมา เล่นหูเล่นตาใส่อันซืออี๋: “ขอบคุณพี่หญิงที่มอบของแทนใจให้!”
“คิกคิก! ช่างเป็นเด้มกที่น่าสนใจนัก!” ด้วงตาของอันซืออี๋ อบอวลไปด้้วยรอยยิ้ม จากนั้นกมหันหน้ากลับไปพูด้กับเนี่ยตงไห่: “กริชเล่มนั้นถือเป็นของชด้ใช้ที่ข้าบุกเข้ามาในตระกูลเนี่ย”
เนี่ยตงไห่สีหน้าด้ำามืด้ ส่ายหัว กล่าวว่า: “ข้าไม่ใช่ประมุข ตระกูลเนี่ยอีกแล้ว”
“อ้อ” อันซืออี๋พยักหน้าเบาๆ พูด้ “พึมพำา” ด้้วยระด้ับ เสียงที่เนี่ยเป่ยชวนสามารถได้้ยิน: “ก่อเรื่องเลมกๆ น้อยๆ ไปมากมาย ขนาด้นั้น ในที่สุด้คนบางคนกมได้้สมปรารถนา น่าเสียด้าย ข้าว่า ตำาแหน่งนั้นกมคงนั่งอยู่ได้้ไม่นานนักหรอก เพราะจิตใจคับแคบเกิน ไป…”
“เจ้าหมายความว่ายังไง?” เนี่ยเป่ยชวนกล่าวเด้ือด้ด้าล
อันซืออี๋เหล่ตามองเขา มุมปากยกยิ้มดู้หมิ่น เอ่ยตอบอย่าง ไม่อนาทรร้อนใจ: “ข้าบอกว่าตระกูลเนี่ยอยู่ในมือของเจ้า เกรงว่าคง ยากที่จะลืมตาอ้าปากได้้อีก”
“เจ้า!” เนี่ยเป่ยชวนถลึงตาใส่อย่างโกรธเคือง แต่คล้ายจะ เกรงกลัวสถานะของอันซืออี๋จึงไม่กล้าทำาอะไรวู่วาม
“เอาล่ะ ไม่มัวพูด้เล่นแล้ว” อันซืออี๋ขมวด้คิ้วมุ่น ในที่สุด้กม หันมองไปทางลี่ฝาน พูด้ด้้วยสีหน้าจริงจัง: “เรื่องบางเรื่องนั้นปกปิด้ ไม่อยู่ ก่อนหน้านี้สถานที่แห่งนี้เกิด้คลื่นกลางอากาศอย่างรุนแรง ทั้ง ยังมีรอยแยกของห้วงอากาศส่องแสงจ้าบาด้ตา ข้ามองเหมนแต่ไกล สนามแม่เหลมกของพื้นที่นี้ผิด้ปกติอย่างเหมนได้้ชัด้ น่าจะเกิด้จากห้วง มิติปั่นป่วนที่ไม่มั่นคงแห่งหนึ่ง”
“การที่เกิด้ห้วงอากาศปั่นป่วนนั้นหมายความว่าอย่างไร? เจ้าและข้าล้วนรู้ด้ีอยู่แก่ใจ”
“สำานักหลิงอวิ๋นของพวกเจ้าคิด้จะฮุบเอาไว้คนเด้ียว ใช้ พลังของสำานักเด้ียวไปตรวจค้น เกรงว่าคงไม่ง่ายขนาด้นั้นกระมัง?”
“ผู้ที่มองเหมนย่อมมีส่วนเกี่ยวข้อง ยังไงหอหลิงเป่าของ พวกเรากมจะต้องยื่นมือเข้าแทรกให้ได้้!”
อันซืออี๋พูด้ด้้วยท่าทางเด้มด้เด้ี่ยว
“ที่นี่คือตระกูลเนี่ย! ตระกูลเนี่ยเป็นของสำานักหลิงอวิ๋น ใน เมื่อห้วงมิติปั่นป่วนเกิด้ขึ้นในตระกูลเนี่ยกมควรจะเป็นของสำานักหลิงอ วิ๋นของเรา!” ลี่ฝานพูด้ด้้วยเสียงกังวานมีเหตุผล
“ตระกูลเนี่ยกมเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเฮยอวิ๋น ในเมื่อมัน เกิด้ขึ้นในเมืองเฮยอวิ๋น แน่นอนว่าตระกูลอันย่อมมีส่วนด้้วย!” อันซื ออี๋พูด้จากลิ้งกลอก
เวลานี้ เนี่ยเทียนที่ออกมาจากกองหินระเกะระกะ ถือกริช ที่อันซืออี๋มอบให้ไว้ในมือ เด้ินมาหยุด้อยู่ข้างกายเนี่ยตงไห่
เนี่ยตงไห่ไม่ได้้สนใจการถกเถียงระหว่างลี่ฝานและอันซืออี๋ เขาจับตัวเนี่ยเทียน ถามเสียงเบา: “เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เขาไม่ได้้ถามว่าเนี่ยเทียนไปที่ไหนมา แค่ถามว่าเนี่ยเทียน สบายด้ีหรือไม่ เหมนได้้ชัด้ว่าสิ่งที่เขาสนใจมีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้น
“ท่านตา ทำาให้ท่านเป็นกังวลแล้ว ข้าไม่เป็นอะไรขอรับ” เนี่ยเทียนพูด้เสียงเบา
เนี่ยตงไห่พยักหน้า ไม่ได้้พูด้อะไรอีก พุ่งความสนใจไปที่ลี่ ฝานและอันซืออี๋อีกครั้ง
“เจ้าสำานักเจียง!”
“เจ้าสำานักมาแล้ว!”
และเวลานี้เอง ด้้านนอกมีเสียงนอบน้อมของเนี่ยหนันซาน และคนอื่นๆ ของตระกูลเนี่ยด้ังลอยมา
พอได้้ยินว่าเจียงจือซูเด้ินทางมาด้้วยตัวเอง อันซืออี๋ไม่โต้ เถียงกับลี่ฝานอีกต่อไป สีหน้ากมเปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึม
“เจ้าสำานักมาแล้ว เจ้าคิด้ให้ด้ีก่อนจะพูด้อะไรออกมา” เนี่ยตงไห่เอ่ยกำาชับเบาๆ
เนี่ยเทียนพยักหน้าแสด้งว่าเข้าใจ
หลายวินาทีต่อมา เจียงจือซูที่สวมชุด้สีเขียวกมาปรากฏ กายอยู่ในเส้นสายตาเนี่ยเทียนพร้อมกับเนี่ยหนันซานที่เด้ินมาเป็น เพื่อน
เจียงจือซูที่เป็นเจ้าสำานักหลิงอวิ๋น มองดู้แล้วมีอายุ ประมาณสี่สิบปี ใบหน้าแก่ชรา สงบนิ่งราวกับน้ำา ราวกับว่าต่อให้ภู เขาไท่ซานกด้ทับลงมาใบหน้าของเขากมไม่มีทางเปลี่ยน
“คุณหนูตระกูลอัน เจ้ากมอยู่ด้้วยหรือ” เขาพูด้ด้้วยน้ำาเสียง ราบเรียบ
“คารวะท่านอาเจียง” ตอนที่อันซืออี๋เผชิญหน้ากับเขา นางเกมบเอาความคมกริบร้ายกาจทั้งหมด้กลับคืนไป แสด้งให้เหมนถึง ท่าทางอ่อนน้อมมีมารยาท “หลายวันนี้ข้าอยู่ที่เมืองเฮยอวิ๋น ห้วงมิติ ปั่นป่วนที่เกิด้ขึ้นในตระกูลเนี่ย ข้าสังเกตเหมนพอด้ี จึงเด้ินทางมาดู้ สถานการณ์”
ใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ นางกมพูด้อธิบายอีกครั้ง: “ก่อนหน้านี้ ข้าไม่รู้ว่าท่านลี่ฝานกมอยู่ด้้วย ข้ากังวลว่าคนตระกูลเนี่ยจะไม่รู้ถึง ความอันตรายของห้วงมิติปั่นป่วน อาจนำาภัยมาสู่ตัวทำาให้บาด้เจมบ หนัก ที่มานี่กมเพราะความหวังด้ี”
“ยังด้ีที่ห้วงมิติปั่นป่วนนั่นยังไม่สามารถก่อตัวได้้อย่าง แท้จริง เรื่องที่ข้าเป็นกังวลจึงไม่เกิด้ขึ้น”
เจียงจือซูฟังคำาอธิบายของนางจบกมพยักหน้า “คำาพูด้เมื่อ ครู่ของเจ้าข้ากมได้้ยินแล้ว หากสถานที่แห่งนี้เกิด้ห้วงมิติปั่นป่วนแห่ง หนึ่งขึ้นจริง และสุด้ท้ายสามารถก่อตัวได้้สำาเรมจ สำานักหลิงอวิ๋นย่อม เชิญหอหลิงเป่าเข้าร่วมด้้วยอย่างแน่นอน”
“ขอบพระคุณท่านอาเจียง” อันซืออี๋โค้งตัวขอบคุณ จาก นั้นกมหันไปยิ้มน้อยๆ ให้กับเนี่ยตงไห่ “รบกวนแล้ว”
พูด้จบนางกมขยิบตาให้เนี่ยเทียน แล้วเด้ินด้ิ่งจากไปทันที ไม่หยุด้อยู่ต่อแม้แต่วินาทีเด้ียว
ราวกับว่าสิ่งที่นางรอคอยมีเพียงประโยครับรองประโยค เด้ียวเท่านั้น หลังจากเจียงจือซูให้คำามั่นแล้ว นางจึงเด้ินออกไปจาก จวนตระกูลเนี่ยได้้อย่างสบายใจ
“เล่าเรื่องที่เจ้าพบเจออย่างละเอียด้หนึ่งรอบ” เจียงจือซู หันไปทางลี่ฝาน
ลี่ฝานเล่าอย่างไม่ปิด้บังแม้แต่นิด้เด้ียว อธิบายภาพ เหตุการณ์แปลกประหลาด้ทั้งหมด้ที่เขาเหมนในตระกูลเนี่ยออกมา อย่างชัด้เจน
หลังจากที่เขาเล่าจบ เจียงจือซือหลับตาลงครุ่นคิด้อยู่ชั่ว ครู่ จากนั้นกมหันขวับไปหาเนี่ยเทียน กล่าว: “เด้มกคนนี้อยู่ต่อ คนตระ กูลเนี่ยที่เหลือออกไปให้หมด้”
ได้้ยินเช่นนี้ สามพี่น้องเนี่ยตงไห่จึงหันไปโค้งตัวให้เขา น้อยๆ จากนั้นต่างคนกมต่างจากไปด้้วยความคิด้ต่างกัน
“เด้มกน้อย ข้าได้้ยินมาว่าเจ้าหายตัวไปสิบวัน สิบวันมานี้ เจ้าไปที่ไหนมา?” หลังจากที่เงาร่างของพวกเขาหายไปหมด้แล้ว เจียงจือซูมองไปทางเนี่ยเทียน ถามด้้วยน้ำาเสียงอ่อนโยน
“เมื่อสิบวันก่อน รอยแยกของห้วงมิติทำานองเด้ียวกันกมเคย เกิด้ขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นข้าถูกรอยแยกของห้วงมิติเส้นหนึ่งสูบ เข้าไป…” เนี่ยเทียนสูด้ลมหายใจหนึ่งครั้ง ตอบด้้วยสีหน้าจริงจัง
“สูบเข้าไป?” ด้วงตาของเจียงจือซูโชนแสง “จากนั้นล่ะ? เจ้าเหมนอะไร? แล้วเจ้ากลับมาได้้อย่างไร?”
“ข้ามองเหมนแสงไฟพร่างพราวที่ไหลรินอยู่เตมฟากฟอา ราวกับด้าวตกจำานวนนับไม่ถ้วนที่บินผ่านกายของข้าไป” เนี่ยเทียน อธิบายด้้วยสีหน้าย้อนนึกราวกับตกอยู่ในห้วงแห่งฝัน: “เหมือนอยู่ใน ด้ินแด้นแห่งความฝันอันงด้งาม ทั้งหมด้มีแต่สะเกมด้ไฟ สีสันหลาก หลายคล้ายด้าวตกที่บินผ่านไปมา ตอนที่อยู่ที่นั่นข้ารู้สึกเหมือนว่าตัว เองอยู่ตรงนั้นนานมาก แล้วกมรู้สึกเหมือนอยู่แค่แปบเด้ียว”
“จากนั้นกมไม่รู้ทำาไมข้าถึงได้้บินกลับมาที่จวนตระกูลเนี่ยอีก ครั้ง”
“ข้านึกไม่ถึงว่าแผลมบเด้ียวเวลากมผ่านไปสิบวันแล้ว น่า แปลกมากเลย”
บนใบหน้าของเนี่ยเทียนเตมไปด้้วยความฉงนฉงาย ราวกับกลัด้กลุ้มไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าเกิด้เรื่องแปลกประหลาด้อะไรกับตัว เองกันแน่
เจียงจือซูมองเขา ฟังเขาอธิบายจนจบ ครู่ใหญ่ถึงได้้พยัก หน้า กล่าวเสียงเบา: “เอาล่ะ เจ้าออกไปหาท่านตาเจ้าเถอะ”
เนี่ยเทียนเก้ๆ กังๆ เลมกน้อย เลียนแบบท่าทางของเนี่ยตง ไห่ก่อนหน้านี้ โค้งตัวให้กับเจียงจือซู จากนั้นกมออกไปจากที่ตรงนั้น
“ท่านอาจารย์ ท่านว่าที่เด้มกคนนั้นพูด้เป็นเรื่องจริงหรือ เทมจ” ลี่ฝานกล่าว
“เขาโกหก” เจียงจือซูสีหน้าเป็นปกติ
“เจ้าเด้มกบ้านั่นกล้าโกหกท่าน?” ลี่ฝานกล่าวอย่าง โกรธเคือง: “ข้าจะไปเรียกเขากลับมาเด้ี๋ยวนี้!”
เจียงจือซูส่ายหน้า ด้วงตาฉายแววแปลกประหลาด้ คล้าย รู้สึกว่าเนี่ยเทียนกล้าหาญไม่น้อย “จริงหรือเทมจนั้นไม่สำาคัญ ที่สำาคัญ กมคือที่แห่งนี้ บนร่างของเขา เกิด้เรื่องมหัศจรรย์บางอย่างขึ้นจริง”
“ไม่รู้ว่าความจริงเป็นเช่นไร แล้วต่อไปพวกเราควรทำา อย่างไร?” ลี่ฝานกล่าวเด้ือด้ด้าล
“หากเป็นห้วงมิติปั่นป่วนที่จะก่อตัวขึ้นมาจริงๆ มันจะ ค่อยๆ เกิด้ขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่ใช่…กมคือความผิด้ปกติของเด้มก คนนั้น” เจียงจือซูลูบคลำาปลายคาง คิด้อยู่ครู่หนึ่งกมพูด้ขึ้นมาอีกว่า: “ข้ากลับคาด้หวังให้ความมหัศจรรย์นั้นเกิด้ขึ้นมาจากตัวเขา”
“ว่าไงนะ?” ลี่ฝานเอ่ยด้้วยความไม่เข้าใจ
“หลังภูเขามีคนเหมนเขาแล้ว สักวันหนึ่งเขาต้องกลายมา เป็นคนของสำานักหลิงอวิ๋นเรา หากเป็นความมหัศจรรย์จากตัวของ เขาเอง หลังจากที่เขาได้้กลายเป็นลูกศิษย์สำานักหลิงอวิ๋น แน่นอนว่า อะไรกมตามย่อมตกเป็นของสำานักหลิงอวิ๋นเรา” เจียงจือซูอธิบายด้้วย คำาพูด้ที่เตมไปด้้วยความหมายลึกล้ำา กล่าวอีกว่า: “ช่วงนี้เจ้าอาศัย ประจำาอยู่ที่ตระกูลเนี่ยไปเลย ดู้สิว่าหลังจากนี้จะมีความผิด้ปกติอะไร เกิด้ขึ้นหรือไม่”
“ทราบแล้วขอรับ”