ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 29 ยืมอำานาจต่อกรกับอำานาจ
เนี่ยเทียนกล่าวลาเจียงจือซู ออกไปหาเนี่ยตงไห่ด้้วยสีหน้า เป็นธรรมชาติ
ที่ศาลาของตระกูลเนี่ย ทุกคนของตระกูลเนี่ยล้วนมารวม ตัวกันอยู่ที่นี่ ไม่เพียงแต่สามพี่น้องเนี่ยตงไห่เท่านั้น ยังมีคนรุ่นที่สอ งอย่างเนี่ยเฉี่ยน เนี่ยห่านอยู่ด้้วย
เมื่อเนี่ยเทียนมาถึงกมพบว่าท่านตาของเขามีสีหน้ามืด้คล้ำา ส่วนใบหน้าของเนี่ยเฉี่ยนกมเตมไปด้้วยความอึด้อัด้ใจ กำาลังโต้เถียง อะไรบางอย่างอยู่กับเนี่ยเป่ยชวน
“เนี่ยเทียนมาแล้ว”
เนี่ยห่านหันหน้ามามองเหมนว่าเขาเด้ินมาเพียงลำาพังจึงเอ่ย บอกทุกคนทันที
สายตาแปลกใจแต่ละเส้นพลันมารวมอยู่บนร่างของเนี่ย เทียน
“เนี่ยเทียน เจ้าสำานักเจียงกลับไปแล้วหรือยัง?” เนี่ยหนัน ซานถาม
“อืม” เนี่ยเทียนพยักหน้า “เขาถามเรื่องบางอย่างกับข้า พูด้อะไรกับท่านลี่อีกสองสามประโยคกมกลับไปก่อนแล้ว”
พอได้้ยินว่าเจียงจือซูกลับไปแล้ว คนตระกูลเนี่ยเหล่านั้นกม รู้สึกคลายใจลงราวกับได้้ปลด้หินก้อนหนักในใจออกไป
สำาหรับพวกเขาแล้ว ตัวตนของเจียงจือซูช่างหนักอึ้งเกิน ไป หากเขาอยู่ในตระกูลเนี่ยนานอีกนิด้ เกรงว่าคนตระกูลเนี่ยคงไม่ กล้าแม้แต่จะพูด้อะไรออกมาสักคำา
“เจ้าสำานักถามอะไรเจ้า?” เนี่ยเป่ยชวนถามด้้วยสีหน้า เคร่งขรึม
เนี่ยเทียนเล่าคำาถามของเจียงจือซู รวมไปถึงคำาตอบของ เขาให้ทุกคนฟังหนึ่งรอบอย่างไม่ลังเล
“ถูกรอยแยกเส้นหนึ่งของห้วงมิติสูบเข้าไปด้้านใน และ อยู่ๆ กมกลับมาที่ตระกูลได้้เอง?” เนี่ยเป่ยชวนมีสีหน้าแปลกใจ ใช้ สายตาระแวงสงสัยมองเขาอย่างลึกล้ำา ราวกับต้องการหาพิรุธจาก ใบหน้าของเขา
ภายใต้การจับจ้องของเขา เนี่ยเทียนไม่พูด้อะไร แสด้งถึง ความสงบนิ่งอย่างเหมนได้้ชัด้
เนี่ยเป่ยชวนมองอยู่ครู่หนึ่ง ไม่พบเบาะแสอะไรกมพูด้ขึ้นมา อย่างกระทัน: “กริชเล่มนั้นที่หญิงตระกูลอันมอบให้เจ้า เป็นของ ตอบแทนที่นางบุกเข้ามาในตระกูลเนี่ย ตามหลักแล้วกริชเล่มนั้นควร ส่งมอบให้กับห้องเกมบสมบัติ”
“เจ้าสอง!” เนี่ยตงไห่แค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้ง
“เหมนๆ กันอยู่ว่านางมอบให้เสี่ยวเทียน มันกมควรจะเป็น ของเสี่ยวแทน มีสิทธิ์อะไรมาริบมันไป?” เนี่ยเฉี่ยนกล่าวอย่างแค้น เคือง
เนี่ยเทียนอึ้งไปครู่ ใจกระตุกวาบ เข้าใจทันทีว่าเหตุใด้เมื่อ ครู่เนี่ยเฉี่ยนถึงได้้โต้เถียงกับเนี่ยเป่ยชวน
“ข้าเป็นประมุขตระกูลเนี่ย! อันซืออี๋บุกเข้ามาในตระกูล เนี่ย แน่นอนว่าย่อมต้องให้คำาอธิบาย ก่อนหน้านี้นางกมพูด้ขึ้นมาเอง แล้ว คำาอธิบายนั้นของนางกมคือกริชที่อยู่ในมือเนี่ยเทียน!” เนี่ยเป่ย ชวนเพิ่มระด้ับเสียง เชิด้หน้าขึ้น สายตากวาด้มองไปบนใบหน้าทุก คนในตระกูลเนี่ย
“ท่านประมุขพูด้มีเหตุผล”
“ตามหลักกมควรทำาเช่นนี้อยู่แล้ว”
“ควรจะเป็นเช่นนี้!”
คนตระกูลเนี่ยจำานวนมากที่เขามองหน้าพากันเอ่ยคล้อย ตาม เหมนด้้วยกับคำาตัด้สินของเขา
มีส่วนน้อยที่เอนเอียงมาทางเนี่ยตงไห่ เพราะรู้ว่าอิทธิพล ของเนี่ยเป่ยชวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน แม้จะไม่พอใจ แต่กลับไม่มีใคร กล้าออกเสียงสนับสนุน
เนี่ยเฉี่ยนกัด้ริมฝีปาก ด้วงตาเตมไปด้้วยไฟโทสะ โกรธแค้น เตมหัวใจ
เนี่ยตงไห่รู้สึกผิด้หวังอย่างถึงที่สุด้กับการแสด้งออกของ คนในตระกูลเหล่านั้น เขาถอนหายใจหนึ่งครั้ง เตรียมจะเกลี้ยกล่อม ให้เนี่ยเทียนส่งกริชออกมา
“เมื่อครู่…” เนี่ยเทียนจับกริชเล่มนั้นเอาไว้ ค่อยๆ ยกมือ ขึ้น กล่าวด้้วยรอยยิ้ม: “เมื่อครู่หลังจากที่เจ้าสำานักเจียงถามคำาถาม กับข้า ข้าเอากริชเล่มนี้ออกมา บอกว่ากริชเล่มนี้ไม่ใช่ของข้า คิด้จะ มอบให้ท่านลี่เป็นคนจัด้การ”
“แต่เจ้าสำานักเจียงกลับบอกว่าของเลมกๆ น้อยๆ แบบนี้ ใน เมื่อคนอื่นมอบให้ ข้ากมควรเกมบรักษาให้ด้ี ไม่ควรทรยศต่อความหวัง ด้ีของคนอื่น”
“แต่ว่า…”
หยุด้ไปครู่หนึ่ง เขามองเนี่ยเป่ยชวนแล้วกล่าวขึ้นมาอีกว่า: “ในเมื่อท่านประมุขบอกว่ากริชเล่มนี้จำาเป็นต้องส่งมอบเข้าส่วน กลาง ข้ามอบให้กมได้้”
พูด้จบเขากมแบมือออก รอให้เนี่ยผิงผู้รับชอบห้องเกมบ สมบัติมารับไป
ทว่าหลังจากที่เขาพูด้ประโยคนี้จบ คนในตระกูลเนี่ยที่ก่อน หน้านี้โวยวายเสียงด้ังให้เขาส่งมอบกริชเข้าส่วนกลาง พลันหุบปาก เงียบกันหมด้
แม้แต่เนี่ยเป่ยชวนกมยังมีสีหน้าเด้ี๋ยวด้ีเด้ี๋ยวเสีย
…เขาไม่รู้ว่าที่เนี่ยเทียนพูด้เป็นเรื่องจริงหรือเทมจ
หากเป็นจริง เจียงจือซูพูด้เช่นนี้แล้ว เขา…ย่อมไม่กล้าขัด้ คำาสั่งอย่างแน่นอน
อย่าว่าแต่เจียงจือซูจากไปแล้ว ต่อให้ตอนนี้เจียงจือซูยัง อยู่ที่นี่ เขากมไม่กล้าไปขอคำายืนยัน
แม้แต่ทางฝ่ายของลี่ฝานเองเขากมไม่คิด้จะไปสืบความ เพื่อ หลีกเลี่ยงไม่ให้ลี่ฝานดู้หมิ่นเขา
เมื่อเป็นเช่นนี้ ตอนที่เขามองกริชเล่มนั้นอีกครั้งจึงรู้สึกว่า กริชนั่นช่างบาด้ตายิ่งนัก
ขณะที่สีหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงไปมายากคาด้เด้า เงียบ งันไม่พูด้จา เนี่ยเทียนโบกกริชสีชาด้เล่มนั้นที่อยู่ในมือไปมา ร้อง ตะโกนเสียงด้ัง: “ท่านอาเนี่ยผิง?”
เนี่ยผิงเป็นคนสนิทของเนี่ยเป่ยชวน ช่วงที่ผ่านมาเนื่อง จากเนี่ยเฉี่ยนจำาเป็นต้องแลกเอาหินเมฆอัคคี เขาได้้สร้างความ ลำาบากให้นางนับครั้งไม่ถ้วน หักลด้หินเมฆอัคคีที่เด้ิมทีควรเป็นของ เนี่ยเฉี่ยนไปไม่น้อย
ยามนี้ขณะที่เนี่ยเทียนทำาท่ารอให้เขาเข้าไปเกมบกริช เขาจึง รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมากะทันหัน
เขาอด้เหลือบมองเนี่ยเป่ยชวนด้้วยความขลาด้กลัวไม่ได้้
“ข้าให้ท่าน” เหมนว่าเนี่ยผิงไม่กล้ารับ เนี่ยเทียนจึงยิ้ม น้อยๆ เป็นฝ่ายเด้ินหน้าเข้าไปหา ยัด้กริชเล่มนั้นใส่มือของเขาด้้วย ตัวเอง
“อีกเด้ี๋ยวข้าจะไปบอกท่านลี่ว่าข้ามอบกริชเล่มนั้นให้ห้อง เกมบสมบัติของตระกูลเนี่ยแล้ว ยังไงซะข้ากมอายุยังน้อย อาวุธระด้ับนี้ ข้าครอบครองไว้จะมีประโยชน์อันใด้ ถูกไหมล่ะ?” เนี่ยเทียนกล่าว กับตัวเอง
ต่อให้ไม่รู้จักระด้ับของอาวุธด้ีนัก แต่เขากมรู้ว่ากริชเล่มนั้นที่ อันซืออี๋มอบให้ย่อมไม่ใช่ของธรรมด้าทั่วไปอย่างแน่นอน
“หา? อย่านะ!”
พอได้้ยินว่าเขาจะไปบอกลี่ฝาน เนี่ยผิงกมตกใจจนตัวสั่น อยู่ๆ กริชเล่มนั้นกมกลายมาเป็นเผือกร้อนลวกมือ เขาไม่มีเวลาให้
คิด้มาก ใช้ความเรมวที่เรมวที่สุด้ ยัด้กลับคืนเข้าไปในมือของเนี่ยเทียน อีกครั้ง
จากนั้นเนี่ยผิงกมหันไปมองเนี่ยเป่ยชวนด้้วยท่าทางน่า สงสาร สีหน้าใกล้จะร้องไห้เตมแก่
ในใจเนี่ยเป่ยชวนเองกมตกใจเช่นกัน เขามองเนี่ยเทียนด้้วย สายตาลึกล้ำาหนึ่งครั้ง กล่าวอย่างจำาใจ: “ในเมื่อเจ้าสำานักเจียงให้เจ้า เกมบรักษาเอาไว้ ถ้าเช่นนั้นเจ้ากมเกมบรักษาให้ด้ีเถอะ”
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นข้ากมขอขอบคุณท่านประมุข” เนี่ยเฉี่ยนก ล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
ก่อนหน้านี้เขายังเรียกเนี่ยเป่ยชวนว่า “ท่านตารอง” ทว่า หลังจากที่เนี่ยเป่ยชวนขึ้นนั่งบนตำาแหน่งประมุขของตระกูล เรื่อง บางเรื่องนับวันเขากมยิ่งทำาเกินกว่าเหตุ เขาจึงไม่เรียกขานเช่นนั้นอีก แต่เปลี่ยนมาเรียกอย่างห่างเหินว่า “ท่านประมุข”
ในใจของเขา “ท่านตา” คำานี้ เนี่ยเป่ยชวนไม่เหมาะสมที่ จะได้้รับมันอีกแล้ว
“พวกเราไปได้้หรือยัง?” เนี่ยตงไห่แค่นเสียงเยมนชาหนึ่ง ครั้ง
เนี่ยเป่ยชวนไม่กล่าวอะไร
“ไปกันเถอะ ช่วงนี้ไปพักอยู่กับข้าก่อน” เนี่ยตงไห่กล่าว
จากนั้นเนี่ยตงไห่จึงพาเนี่ยเทียนเด้ินไปยังเรือนหินห่างไกล อันเป็นที่พักในปัจจุบันของเขา เนี่ยเฉี่ยนเชิด้หน้าขึ้น เด้ินตามไปด้้วย ความเบิกบานในใจ
มาถึงเรือนหินของเนี่ยตงไห่ หลังจากเขาปิด้ประตูลงแล้วกม ลูบศีรษะของเนี่ยเทียนด้้วยความรักและเมตตา ยิ้มน้อยๆ กล่าว: “ฉลาด้มาก”
เนี่ยเทียนหัวเราะเบาๆ หนึ่งครั้ง รู้ว่าเนี่ยตงไห่มองออก เรื่องที่เขาจงใจยกเจียงจือซูมาข่มเนี่ยเป่ยชวน
“เสี่ยวเทียน หลายวันนี้ที่เจ้าหายไป…” เนี่ยเฉี่ยนร้อนใจ อยากจะถามให้รู้เรื่องว่าสิบวันมานี้เกิด้เรื่องอะไรขึ้นกันแน่
เนี่ยตงไห่ถลึงตา ห้ามไม่ให้นางพูด้ต่อ จากนั้นกมพาคนทั้ง สองเข้าไปที่ห้องหนังสือ ในมือถือพู่กัน ตวัด้เขียนลงไปบนกระด้าษ อย่างรวด้เรมว
“ห้ามบอกเรื่องจริงที่เจ้าประสบพบเจอในสิบวันนี้กับใคร เด้มด้ขาด้ ด้้วยตบะของเจ้าสำานัก ต่อให้อยู่ห่างไกลกันสิบลี้ หากเขา คิด้จะฟัง กมสามารถได้้ยินคำาพูด้ทุกคำาที่เจ้าพูด้ รวมไปถึงประโยคที่ เจ้าพูด้กับตัวเองเบาๆ ด้้วย! ส่วนพวกเรากมไม่มีความสามารถมาก พอที่จะห้ามไม่ให้เสียงเลมด้ลอด้ออกไปด้้านนอกได้้”
บนกระด้าษ ตัวอักษรแขมงแกร่งมีพลังของเนี่ยตงไห่ปรากฏ ขึ้น
หลังจากเนี่ยเฉี่ยนอ่านแล้วกมตะลึงและได้้สติขึ้นมา ไม่กล้า ถามมากอีก
เนี่ยเทียนพยักหน้าเบาๆ แสด้งว่าเข้าใจ
ยามนี้เขาถึงตระหนักได้้ว่าเมื่อเทียบกับท่านตาของเขาแล้ว เนี่ยเป่ยชวนช่างโง่เขลายิ่งนัก
ในเมื่อเจียงจือซูสามารถได้้ยินบทสนทนาของทุกคนในตระ กูลเนี่ยจากที่ที่แสนห่างไกล ถ้าเช่นนั้นคำาพูด้และการกระทำาของ เนี่ยเป่ยชวนก่อนหน้านี้ ขอแค่เจียงจือซูอยากได้้ยิน แน่นอนว่าเขา ย่อมได้้ยิน
ด้้วยสติปัญญาของเจียงจือซู ไม่ได้้ถามคำาตอบที่แท้จริง จากเขากมเป็นไปได้้อย่างยิ่งว่าอาจต้องการคำาตอบที่แท้จริงอย่างลับๆ
หรือไม่บางที ตอนนี้เจียงจือซูอาจกำาลังฟังบทสนทนาของ พวกเขาอยู่กมเป็นได้้…
เนี่ยเป่ยชวนไม่ได้้ตระหนักถึงข้อนี้ การกระทำาทุกอย่างที่ แสด้งให้เหมนถึงจิตใจอันคับแคบของเขา หากเจียงจือซูได้้ยินเข้า จริงๆ คาด้ว่าคงสร้างความประทับใจที่ไม่ด้ีไว้ในใจของเขา
และความจริงกมเป็นเช่นนี้
ยามนี้นอกเมืองเฮยอวิ๋น เจืองจื่อซูหยุด้ชะงักเท้า ยิ้มออก มาหนึ่งครั้ง กล่าวกับตัวเอง: “ช่างเป็นเด้มกที่ฉลาด้นัก”
พูด้จบเขากมไม่หยุด้นิ่งอีก ร่างราวกับรุ้งยาวเส้นหนึ่ง ทะยานไปทางเขาหลิงอวิ๋นด้้วยความเรมวราวสายฟอาแลบ
เขาไม่สามารถเอาพละกำาลังมาใช้กับตระกูลเนี่ยมากเกินไป
ในเมื่อในชั่วระยะเวลาสั้นๆ นี้ยังไม่สามารถรู้ความจริงได้้ เขากมทำาได้้เพียงจากมาก่อน รอคอยขุด้ค้นความจริงช้าๆ ในภายหลัง