ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 281 บรรลุคาถาสะเก็ดดาว
สามวันให้หลัง ชายป่าที่รกครึ้มแห่งหนึ่งของเทือกเขาฮว้านคง
เนี่ยเทียนนั่งยองๆ อยู่ข้างกิ้งก่าเกราะน้ำาแข็งระดับสามตััวหนึ่ง ใช้กระบี่แหลมคมผ่่าเกล็ดน้ำาแข็งของกิ้งก่าเกราะน้ำาแข็งด้วยความ ระมัดระวัง ทั้งยังหยิบเอาถังไม้ออกมาหลายใบเพื่อมารองเลือดของกิ้งก่า เกราะน้ำาแข็งจนเตั็ม
ป่ารกครึ้มแห่งนี้ก็คือพื้นที่ที่เผ่ยฉีฉีบอกกับเขาว่าเป็นจุดที่มีสัตัว์ วิเศษเคลื่อนไหวมากเป็นพิเศษ
รอบด้านของป่ารกครึ้ม มีสัตัว์วิเศษระดับสอง ระดับสามจำานวน ไม่น้อยเข้าๆ ออกๆ กำาลังของสัตัว์วิเศษที่อยู่รอบนอกนั้นธรรมดา เนี่ย เทียนจึงสามารถสังหารได้อย่างง่ายดาย
จากคำาบอกเล่าของเผ่ยฉีฉี ในจุดลึกของป่ารกครึ้มจะมีสัตัว์ วิเศษระดับสูงยิ่งกว่านี้
สัตัว์วิเศษระดับสี่และระดับห้านางล้วนได้ยินมาจากคนอื่น ทว่า จุดที่ลึกที่สุดของป่ารกครึ้มยังไม่เคยมีผู่้ฝึกลมปราณกล้าเข้าไปสืบค้น จะมี สัตัว์วิเศษระดับหกดำารงอยู่หรือไม่นั้นจึงไม่มีใครรู้
สัตัว์วิเศษระดับห้ามีพลังในการตั่อสู้เทียบเคียงกับเขตัสามัญ แล้ว ระดับหก…ก็มีพลังสูสีกับผู่้ฝึกลมปราณเขตัลี้ลับ
เผ่ยฉีฉีกำาชับกับเขาว่าให้เคลื่อนไหวอยู่แค่ชายป่าเท่านั้น อย่า เป็นบ้าเข้าไปสำารวจในจุดที่ลึกกว่านั้นเด็ดขาด
เนี่ยเทียนเองก็รู้ตััวดี พอมาถึงที่แห่งนี้เขาจึงแค่ป้วนเปี้ยนอยู่ รอบนอกและสังหารสัตัว์วิเศษระดับสามตัิดตั่อกันสี่ตััวแล้ว
เลือดและเนื้อของสัตัว์วิเศษสี่ตััวนั้นตั่างก็ถูกเขาชำาแระเก็บไว้ใน กำาไลเก็บของ
เขาจำาเป็นตั้องสะสมเนื้อสัตัว์วิเศษในปริมาณมากเพื่อเก็บไว้กิน ประจำาวัน นำามันมาสร้างจิงชี่เลือดเนื้อที่เข้มข้นให้แก่ปราณเลือดเนื้อสี เขียวเส้นนั้น เพราะหมายกระตัุ้นให้มันเกิดการแปรสภาพ
และก็ด้วยเหตัุนี้เขาจึงพยายามสังหารสัตัว์วิเศษตัรงชายป่า อย่างเตั็มกำาลัง
เขาและเผ่ยฉีฉีสองคนตั่างก็หลบอยู่ในห้องลับใตั้บาดาลของ กะโหลกเลือดมานานมาก เขาเชื่อว่าหลังจากที่หลี่หลางเฟิงไล่ล่าพวกเขา มานานขนาดนี้และไม่ค้นพบสิ่งใด เกรงว่าคงถอดใจไปนานแล้ว
เทือกเขาฮว้านคงนั้นกว้างขวางมากพอ ชายป่ารกครึ้มที่เขามา เยือนนี้ห่างจากจุดที่เผ่ยฉีฉีและเขาซ่อนตััวอยู่ไกลอย่างถึงที่สุด เขาไม่คิด ว่าตััวเองจะซวยจนเจอกับหลี่หลางเฟิงอีกครั้ง
หลังจากที่เลือดเนื้อและกระดูกของกิ้งก่าเกราะน้ำาแข็งตั่างถูก เขาเก็บไว้ในกำาไลเก็บของเรียบร้อยแล้ว เนี่ยเทียนก็เลือกตั้นไม้แห้งโกรน แห่งหนึ่งที่ภายในมีพื้นที่ว่างแล้วนั่งขัดสมาธิลงไปในนั้น
เขาใช้เวทลับหลอมโลหิตัมาชุบหลอมเลือดกิ้งก่าเกราะน้ำาแข็ง หลายถัง
เมื่อเลือดของสัตัว์วิเศษผ่่านการชุบหลอมโดยเวทลับหลอม โลหิตัก็จะถูกสกัดเอาจิงชี่เลือดเนื้อที่บริสุทธิ์ออกไป ส่วนวัตัถุสกปรกตั่างๆ จะตักตัะกอนอยู่ใตั้ถังไม้
เมื่อดูดซับเอาเลือดของสัตัว์วิเศษไปหลายถัง จิงชี่เลือดเนื้อ หลายกลุ่มที่อยู่ในร่างของเขาก็ลอยขึ้นมา และแทรกซอนเข้าไปในปราณ เลือดสีเขียวเส้นนั้นของเขา
ไม่นานเลือดทั้งหมดของกิ้งก่าเกราะน้ำาแข็งก็ถูกเวทหลอมโลหิตั ชุบหลอมจนหมด
จิงชี่เลือดเนื้อที่เกิดขึ้นมาตั่างก็ถูกปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้น เขมือบกลืน ทว่าในความรู้สึกของเนี่ยเทียน เลือดของกิ้งก่าเกราะน้ำาแข็ง ยังอยู่ห่างไกลเกินกว่าที่จะตัอบสนองความตั้องการของปราณเลือดสีเขียว เส้นนั้นได้
หลังจากผ่่านการชุบหลอมเลือดของสัตัว์วิเศษ เขายังสัมผ่ัสได้อย่าง ชัดเจนถึงความกระหายไร้ที่สิ้นสุดและความละโมบที่มาจากสายเลือดแห่ง พลังชีวิตั
“เมื่อไหร่ถึงจะสิ้นสุดเสียที!”
ยิ้มขื่นๆ จบเนี่ยเทียนก็หยิบเอาเนื้อของสัตัว์วิเศษส่วนหนึ่งที่ทำาเป็น เนื้อแห้งออกมาสวาปามคำาใหญ่
สัตัว์วิเศษที่เขาสังหารไปก่อนหน้านี้มีส่วนหนึ่งเอามาทำาเป็นเนื้อ แห้งเก็บไว้ จึงสามารถหยิบมากินได้ตัลอดเวลา
สองวันมานี้ยามใดก็ตัามที่ท้องว่าง เขาก็จะกินเนื้อสัตัว์วิเศษโดยไม่ ลังเล
พลังงานเลือดเนื้อที่มาจากเนื้อสัตัว์วิเศษก็เหมือนกับเลือดของสัตัว์ วิเศษที่ผ่่านการใช้เวทหลอมโลหิตัชุบหลอม ซึ่งตั่างก็ถูกปราณเลือดสีเขียว เส้นนั้นกลืนกิน
เมื่อร่างกายเผ่าผ่ลาญเนื้อสัตัว์วิเศษ เขาก็จะหยิบเอาหินวิเศษ วัตัถุดิบธาตัุไฟและธาตัุไม้ออกมาชุบหลอมมหาสมุทรวิญญาณ ขยาย ขอบเขตัของมหาสมุทรวิญญาณไปให้ถึงขีดสุด
ทิพย์จักษุเจ็ดข้างคล้ายโคมไฟที่มองไม่เห็นซึ่งกระจายตััวอยู่รอบ ด้าน
ภายในรัศมีหลายร้อยเมตัร ไม่ว่าความเคลื่อนไหวที่เล็กละเอียดใดๆ ล้วนถูกทิพย์จักษุเจ็ดข้างสะท้อนเข้ามาในหัวใจของเขา
และก็เพราะการดำารงอยู่ของทิพย์จักษุเจ็ดข้างนั้น เขาถึงได้สามารถ หลีกเลี่ยงสัตัว์วิเศษระดับสี่ หลบเลี่ยงผู่้ฝึกลมปราณบางส่วนที่ตันยังมิอาจ ตั้านทานได้ และรักษาตััวรอดมาจนถึงตัอนนี้
ขณะนี้เขากำาลังตัั้งใจฝึกบำาเพ็ญตับะ
ผ่่านไปอีกครู่หนึ่ง ทิพย์จักษุข้างหนึ่งที่ล่องลอยพลันได้ยินเสียงบท สนทนาที่พร่าเลือน
เขาแบ่งสมาธิใช้พลังจิตัควบคุมทิพย์จักษุข้างนั้นให้ลอยไปยังจุดที่มี เสียงดังลอยมา
ผู่้ฝึกลมปราณสามคนตับะกลางสวรรค์ที่สวมอาภรณ์ไม่เหมือนกัน ซึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหนกำาลังเดินไปข้างหน้าพลางสนทนากันไปด้วย
หัวข้อที่พวกเขาพูดคุยกันเกี่ยวข้องกับกะโหลกเลือด เปลวอัคคีและ เดือนดับ
เนี่ยเทียนตัั้งใจรับฟัง
เมื่อคนทั้งสามค่อยๆ จากไปไกล เสียงก็ยิ่งพร่าเลือนมากขึ้นเรื่อยๆ จนพ้นไปจากขอบเขตัการรับสัมผ่ัสของทิพย์จักษุ เนี่ยเทียนเองก็พอจะ ได้ยินข้อมูลคร่าวๆ
ทั้งสามคนนั้นตั่างก็ไล่ล่าสัตัว์วิเศษตั่ำากว่าระดับสี่ขึ้นไปอยู่รอบๆ ชายป่าเช่นเดียวกับเขา
พวกเขาตั้องการเอากระดูก หนังที่หนาทนทาน และฟันแหลมคม ของสัตัว์วิเศษมาแลกหินวิเศษ
พวกเขามาจากซากปรักหักพัง
ระหว่างทางที่มาพวกเขาได้ยินว่าสามขั้วอำานาจที่แข็งแกร่งที่สุดใน เทือกเขาฮว้านคงอย่างกะโหลกเลือด เปลวอัคคีและเดือนดับกำาลังตั่อสู้กัน ดุเดือดอย่างตั่อเนื่อง
พวกเขาไม่รู้ว่าสาเหตัุในการเปิดฉากสู้รบคืออะไร เพียงแค่เดาเอา ว่าบางทีในเทือกเขาฮว้านคงอาจมีของวิเศษปรากฏขึ้น
จากคำาพูดของพวกเขา เดือนดับเสียหายอย่างใหญ่หลวง กลุ่มผู่้ รอดชีวิตัของเดือนดับที่มีหม่าจิ่วเป็นผู่้นำาได้ตััดสินใจเดินทางออกจาก เทือกเขาฮว้านคงเพื่อย้อนกลับไปพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างแล้ว
ทว่าพวกกูนอวี่แห่งกะโหลกเลือดกลับไล่ล่าไม่ปล่อย หมายจะสังหาร ผู่้แข็งแกร่งของเดือนดับที่รอดชีวิตัให้สิ้นซาก
ฝึูเหิงแห่งเปลวอัคคีก็ยื่นมือเข้ามาแทรก คอยเปิดฉากการตั่อสู้เล็กๆ กับคนของกะโหลกเลือดและเดือนดับอย่างตั่อเนื่อง
การเข่นฆ่ากันของสามขั้วอิทธิพลนี้ดึงดูดให้ผู่้ที่มาเสี่ยงโชคในเทือก เขาฮว้านคงตั่างก็พากันจับตัามอง ตั่างก็คาดเดาว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น และ ตั่างก็รอฉวยโอกาส ซึ่งทุกคนล้วนพยายามสืบข่าวไปทั่ว
ทั้งสามคนยังพูดถึงหลี่หลางเฟิงด้วย
หลี่หลางเฟิงที่ถูกพวกเขาเรียกว่า “คนอำามหิตั” กำาลังตัามหาเด็กที่ ชื่อ “หัวเทียน” ราวกับเป็นบ้า
พื้นที่ที่หลี่หลางเฟิงเคลื่อนไหวอยู่ห่างจากป่ารกครึ้มแห่งนี้มากนัก ทุกครั้งที่หลี่หลางเฟิงพบเจอใครก็ตัาม จะตั้องถามว่าเห็น “หัวเทียน”
หรือไม่ และพอไม่ได้คำาตัอบก็จะเปิดฉากสังหารโหดโดยไม่คิดจะไว้ชีวิตั ใครทั้งสิ้น
ตัอนนี้พื้นที่ที่หลี่หลางเฟิงอยู่จึงไม่ได้ผู่้เสี่ยงโชคคนใดกล้าเยื้องกราย เข้าไปใกล้อีกแล้ว
“ไม่ถอดใจจริงๆ สินะ” เนี่ยเทียนหรี่ตัาลง แค่นเสียงเย็นอยู่ในโพรง ตั้นไม้
หลังจากที่ตั่อสู้นองเลือดกับคนอำามหิตัผู่้นั้น เขาก็รู้ดีถึงพลังในการ รบของอีกฝึ่ายว่าน่ากลัวอย่างถึงขีดสุด
ในเทือกเขาฮว้านคง นอกเสียจากผู่้แข็งแกร่งเขตัสามัญของ กะโหลกเลือด เปลวอัคคีและเดือนดับปรากฏตััว ลำาพังเพียงแค่กำาลังของ หม่าจิ่ว กูนอวี่และฝึูเหิงก็ยังไม่สามารถปราบเขาได้
มีตับะตั้นสวรรค์ช่วงท้ายเหมือนกัน ทว่าเขากลับแข็งแกร่งยิ่งกว่า หัวหน้าของสามฝึ่ายในเทือกเขาฮว้านคงอยู่มาก
บางทีอาจเป็นเพราะเหตัุนี้หลี่หลางเฟิงถึงได้ไม่หวาดเกรงผู่้ใด กล้า ที่จะสังหารทุกคนที่เจอ
ด้วยขอบเขตัของเนี่ยเทียนในตัอนนี้ ตั่อให้ใช้เกราะมังกรเพลิงก็ใช่ ว่าจะตั้านทานหลี่หลางเฟิงได้ ดังนั้นเมื่อพอจะรู้พื้นที่ที่คนอำามหิตัผู่้นั้น เคลื่อนไหวได้คร่าวๆ แล้ว เขาจึงระมัดระวังตััวมากขึ้น ตััดสินใจว่าจะไม่ ไปเหยียบจุดที่หลี่หลางเฟิงอยู่เด็ดขาด
หลังจากที่คนทั้งสามพ้นไปจากขอบเขตัรับสัมผ่ัสของทิพย์จักษุ ขณะที่เขาใช้หินวิเศษมาชุบหลอมพลังก็ได้แบ่งสมาธิส่วนหนึ่งไปศึกษา ตัราประทับสะเก็ดดาว
กระแสจิตัของเขาล่องลอยอยู่ในตัราประทับสะเก็ดดาวดวงหนึ่ง เพื่อทำาความเข้าใจกับความลึกลับของ “ดาวเคลื่อนย้าย”
ดาวเคลื่อนย้ายคือหนึ่งในสามเวทลับที่บันทึกไว้ในคาถาสะเก็ดดาว บทตั้น ดาวเคลื่อนย้ายคือวิชาการโจมตัีที่แข็งแกร่งอย่างหนึ่ง ซึ่งจะใช้ หยดดาวที่ชุบหลอมอยู่ในน้ำาวนดวงดาวรวมขึ้นมาเป็นแสงดาว
แสงดาวคือส่วนกลั่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดหลังจากการรวมตััวกันของ พลังดวงดาว แฝึงเร้นไว้ด้วยพลังดวงดาวที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุด
แสงดาวทุกแสงหากรวมตััวกันขึ้นสำาเร็จเมื่อไหร่จะสามารถร่ายใช้ที่ กลางฝึ่ามือและหลังมือ สามารถนำามาใช้โจมตัีและสามารถสาดมันให้ กระเซ็นออกไป หรือไม่ก็กรอกเทเข้าไปในวัตัถุวิเศษบางประเภท
หลังจากที่ฝึ่าทะลุสู่กลางสวรรค์ เมื่อมีเวลาว่างเนี่ยเทียนก็มักจะ ทำาความเข้าใจกับเวทลับคาถาดาวเคลื่อนย้าย
เขาค่อยๆ คลำาทางจนเจอวิธีการรวบรวมแสงดาว
เมื่อความคิดขยับ น้ำาวนดวงดาวที่อยู่ในมหาสมุทรวิญญาณของ เขาก็จะยิ่งหมุนโคจรอย่างรวดเร็ว หยดดาวที่อยู่ก้นน้ำาวนถูกคาถาดาว เคลื่อนย้ายชุบหลอมจนกลายมาเป็นแสงดาวหนึ่งดวง
แสงดาวคล้ายสะเก็ดดาวหนึ่งดวงที่บินอย่างรวดเร็วจากในเส้น ชีพจรของเขามายังกลางฝึ่ามือ
เขาหยุดพักการฝึกบำาเพ็ญตับะชั่วคราว แบมือซ้ายออกก็เห็นอย่าง ชัดเจนว่าแสงดาวหนึ่งดวงนั้นกำาลังส่องประกายวิบวับอยู่กลางฝึ่ามือของ เขา
แสงดาวที่เข้ามาอยู่กลางฝึ่ามือก็เหมือนมีดวงดาวดวงหนึ่งอยู่ในมือ มือข้างนั้นของเขาจึงค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นสว่างสุกสกาว
พลังงานที่มาจากแสงดาวทำาให้มือที่คล้ายกำาดาวหนึ่งดวงของเขา เกิดความรู้สึกลึกลับ
เขาลองเอามือวางทาบลงไปบนตั้นไม้
แสงดาวกลางฝึ่ามือพลันลอยออกมา ทำาให้มือข้างนั้นของเขาเปล่ง ประกายไปด้วยแสงดาว
เมื่อแสงดาวระเบิดออก พลังงานแข็งแกร่งระลอกหนึ่งก็ระเบิดตัาม มาด้วย ตั้นไม้ที่มีโพรงซึ่งเขาซ่อนตััวอยู่ภายในพลันแตักกระจายออกเป็น เสี่ยงๆ
เมื่อตั้นไม้แตักกระจายออกจึงเผ่ยให้เห็นเนี่ยเทียนที่อยู่ข้างใน ความ คิดของเขาเปลี่ยนแปลงและลองชุบหลอมหยดดาวอีกครั้งเพื่อสร้างแสง ดาวขึ้นมาอีกดวง
แสงดาวดวงใหม่ลอยมาอยู่กลางฝึ่ามือของเขา
คราวนี้เขารวบรวมสมาธิพาแสดงดาวนั้นย้ายไปยังปลายนิ้วชี้
ปลายนิ้วของเขาคล้ายมีดาวดวงหนึ่งค่อยๆ ก่อตััวขึ้น
“ฟิ้ว!”
เขาสะบัดปลายนิ้วเบาๆ แสงดาวนั้นก็ลอยออกไปตักอยู่บนตั้นไม้ที่ มีขนาดใหญ่กว่าเดิม
“ตัูม!”
ตั้นไม้นั้นก็ระเบิดออกกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในชั่วพริบตัาเช่นกัน
แสงดาวนี้ไม่ว่าจะโจมตัีโดยเชื่อมโยงกับเลือดเนื้อ หรือหลุดออกไป จากร่างตั่างก็แฝึงเร้นไว้ด้วยพลังงานน่าครั่นคร้าม
แสงดาวทุกดวงตั่างก็คือหยดดาวที่ผ่่านการชุบหลอมให้บริสุทธิ์มา แล้ว พลานุภาพของมันจึงไร้ที่สิ้นสุด
เนี่ยเทียนสงบจิตัใจทดลองรวบรวมแสงดาวขึ้นมากลางฝึ่ามือตั่อไป
แสงดาวหลายจุดทยอยกันลอยขึ้นมาคล้ายดวงดาวระยิบระยับที่อยู่ กลางฝึ่ามือของเขา
เมื่อแสงดาวดวงที่ห้าเผ่ยตััวอยู่กลางฝึ่ามือของเขา พอเขาพยายาม จะสร้างแสงดาวขึ้นมาใหม่ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นยากลำาบาก
แตั่เห็นๆ อยู่ว่าในน้ำาวนดวงดาวยังมีหยดดาวอีกมากที่เอามาใช้ได้ ตัามหลักแล้วเขาน่าจะยังชุบหลอมหยดดาวแล้วแปลงมาเป็นแสงดาวได้ ตั่อ
เขาจึงตัั้งสมาธิรวบรวมความมุ่งมั่นทั้งหมดรับสัมผ่ัสมันอย่าง ละเอียดผ่่านทิพย์จักษุ
เขาชุบหลอมพลังงานของแสงดาวทั้งห้าให้กลับไปกระจายตััวอยู่ใน น้ำาวนดวงดาว และค่อยชุบหลอมใหม่อีกครั้ง
เขาสังเกตัเห็นว่าตัอนที่แสงดาวจุดแรกปรากฏอยู่กลางฝึ่ามือของ เขา ไม่มีความผ่ิดปกตัิใดๆ
ทว่าเมื่อแสงดาวดวงที่สองปรากฏขึ้นกลางฝึ่ามือ ระหว่างแสงดาว ทั้งสองดวงก็คล้ายจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกลับบางอย่างตั่อกัน!
การดำารงอยู่ของความสัมพันธ์นั้นคล้ายไปเพิ่มอานุภาพให้แก่แสง ดาว ทำาให้แสงดาวทั้งสองกลายมาเป็นค่ายกลแสงดาวลึกลับที่เขามิอาจ เข้าใจได้
เมื่อแสงดาวดวงที่สามเปล่งประกายอยู่ในฝึ่ามือของเขา มันก็พลัน เชื่อมโยงกับแสงดาวอีกสองดวง
แสงดาวทั้งสามก็เหมือนจะสร้างค่ายกลดวงดาวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ในชั่วพริบตัา
การปรากฏตััวของค่ายกลดวงดาวนั้นทำาให้แสงดาวทั้งสามไม่เพียง แตั่เพิ่มอานุภาพให้แก่กัน แตั่ยังเพิ่มความแข็งแกร่งของพละกำาลังด้วย!
เมื่อแสงดาวดวงที่สี่และดวงที่ห้าปรากฏ พวกมันก็รวมตััวกันและ เปลี่ยนแปลงค่ายกลดวงดาวอีกครั้ง!
“ทับซ้อน! แตั่ไม่ใช่เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งบวกหนึ่ง! แสงดาวทุกดวงตั่างก็ สามารถเพิ่มศักยภาพได้เป็นทวีคูณ!” เนี่ยเทียนกระจ่างแจ้งโดยพลัน