ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 282 ค่ายกลดวงดาว
อันที่จริงเขาก็สัมผ่ัสได้ตัั้งแตั่แรกแล้ว
ตัอนที่แสงดาวดวงแรกรวมตััวกัน เขาสามารถทำาได้อย่าง ง่ายดายโดยไม่เปลืองแรงแม้แตั่นิดเดียว
ทว่าเมื่อรวบรวมแสงดาวขึ้นใหม่อีกครั้งก็จำาเป็นตั้องเผ่าผ่ลาญ หยดดาวมากกว่าเดิม และตั้องเผ่าผ่ลาญพลังจิตัของเขามากขึ้น ซึ่งเขา ตั้องตัั้งสมาธิให้แน่วแน่มากขึ้น
เมื่อเขารวบรวมแสงดาวดวงที่ห้า เวลาและพลังที่ใช้ไปทั้งหมด จึงมากกว่าตัอนที่เขาสร้างแสงดาวสี่ดวงแรกหลายเท่า!
ที่เขาไม่สามารถสร้างแสงดาวดวงที่หกขึ้นมาและให้มันรวมตััว กันเป็นค่ายกลดวงดาวใหม่ได้นั้น อาจเป็นเพราะการรวบรวมแสงดาวดวง ที่หกได้อยู่เกินขอบเขตัความสามารถของเขาในตัอนนี้แล้ว
อีกอย่างเมื่อเขารวบรวมแสงดาวดวงที่ห้าก็รู้สึกได้ว่าน้ำาวนพลัง วิญญาณสี่ลูกในร่างกายตั่างก็หมุนคว้างอย่างบ้าคลั่งผ่ิดปกตัิ
แม้แตั่มหาสมุทรวิญญาณก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นไม่มั่นคง เกิดเป็น ลูกคลื่นถาโถม
การรวบรวมแสงดาวดวงที่ห้าชักนำาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตั่อ น้ำาวนพลังวิญญาณและมหาสมุทรวิญญาณ ราวกับว่าแม้แตั่พลังวิญญาณ ก็ยังตั้องถูกเผ่าผ่ลาญไปไม่น้อยถึงจะพอสร้างขึ้นมาได้อย่างยากลำาบาก
สุดท้ายแล้วแสงดาวดวงที่หกก็ไม่สามารถรวบรวมขึ้นมาได้ เขา คาดเดาเอาว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับขอบเขตั พลังงานของมหาสมุทร วิญญาณ น้ำาวนพลังวิญญาณสี่ลูก รวมไปถึงระดับความแข็งแกร่งของ เลือดเนื้อ
เพียงแตั่ว่าตัอนนี้เขายังไม่สามารถวิเคราะห์ความลี้ลับของมัน อย่างละเอียดได้
“ไป!”
พอจะเข้าใจความลึกลับได้คร่าวๆ เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วจึงสลัดค่ายกลดวงดาวที่เกิดจากการรวมตััวกันของแสงดาวห้าดวง ออกไปจากฝึ่ามือ
แสงดาวทั้งห้าบินออกไปจากฝึ่ามือของเขาแล้วพุ่งไปข้างหน้า พร้อมกัน
ในสายตัาของเนี่ยเทียน แสงดาวทั้งห้านั้นยังคงรักษารูปแบบ ของค่ายกลอย่างตัอนที่อยู่กลางฝึ่ามือของเขาเอาไว้ ตั่อให้ความเร็วจะ ทะยานพรวดพราด ทว่าก็ยังคงโคจรตัามรูปแบบของค่ายกล ระยะห่าง ระหว่างกันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
“ตัูม!”
ค่ายกลดวงดาวที่เกิดจากการรวมตััวกันของแสงดาวห้าดวง คล้ายสะเก็ดดาวห้าดวงที่ร่วงหล่นลงไปบนตั้นไม้ดึกดำาบรรพ์ขนาดใหญ่ ยักษ์พร้อมกัน
ตั้นไม้ดึกดำาบรรพ์นั้นไม่ได้แตักกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แตั่กลาย มาเป็นเศษไม้หลายชิ้น
เมื่ออยู่ภายใตั้อานุภาพของค่ายกลดวงดาวที่เกิดจากการรวมตััว กันของแสงดาวห้าดวง พริบตัาเดียวตั้นไม้ดึกดำาบรรพ์ก็กลายมาเป็นเศษ ไม้ที่ปลิวว่อนไปทั่ว
แสงดาวเองก็สลายหายไป
หลังจากหายตักใจ เนี่ยเทียนจึงพลันเดินเข้าไปใกล้และเห็น เพียงเศษไม้ที่ยังคงปลิวกระจายตัลบอบอวล
ตั้นไม้ดึกดำาบรรพ์ที่สูงหลายสิบเมตัรไม่เหลือซากให้เห็น มีเพียง เศษส่วนที่ปลิดปลิวเท่านั้น
บนพื้นดินแข็งกระด้าง ตัำาแหน่งที่แสงดาวร่วงลงไปก็เกิดเป็น หลุมลึกขนาดครึ่งเมตัร
มองเห็นเศษไม้ที่ปลิวว่อนและหลุมลึกนั้น ดวงตัาของเนี่ยเทียน ก็พลันฉายประกายประหลาดใจ
“อานุภาพของการโจมตัีนี้เกรงว่า…ไม่ด้อยไปกว่าหมัดพิโรธนั่น เลย อีกอย่างวิชาโจมตัีของคาถาดาวเคลื่อนย้ายนี้ก็ไม่จำาเป็นตั้องแนบตัิด กาย ไม่จำาเป็นตั้องปะทะกันทางร่างกายแบบจังๆ ด้วย!”
“พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว! คาถาสะเก็ดดาว! ดาวเคลื่อน ย้าย!”
สีหน้าเนี่ยเทียนฮึกเหิม ในที่สุดเขาก็เข้าใจตัราประทับสะเก็ด ดาวสองดวงที่ตััวเองได้รับมาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแล้ว
และเวลานี้เองเขาก็สังเกตัเห็นว่าอักขระโบราณส่วนหนึ่งที่เกี่ยว กับคาถาดาวเคลื่อนย้ายซึ่งอยู่ในตัราประทับดวงหนึ่งที่บันทึกคาถาสะเก็ด ดาวบทตั้นเอาไว้ได้หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
ไม่ว่าเขาจะพยายามรับสัมผ่ัสอย่างไรก็หาคำาอธิบายเกี่ยวกับ คาถาดาวเคลื่อนย้ายในตัราประทับดวงนั้นไม่เจออีกแล้ว
ทว่าเขาเข้าใจวิธีการรวบรวมแสงดาวแล้ว และไม่มีทางลืม เลือนไปชั่วชีวิตั
เขาจึงเข้าใจทันทีว่านาทีที่เขาบรรลุความลึกลับของคาถาดาว เคลื่อนย้ายก็เป็นการชุบหลอมส่วนหนึ่งของตัราประทับสะเก็ดดาว รอจน เขาทำาความเข้าใจกับคาถาดาวเปล่งประกายและคาถาดาวตักที่อยู่ใน คาถาสะเก็ดดาวบทตั้นได้แล้ว ตัราประทับสะเก็ดดาวนั่นก็จะถูกชุบหลอม อย่างสมบูรณ์แบบ
หลายวันตั่อมาเนี่ยเทียนยังคงสังหารสัตัว์วิเศษระดับสองระดับ สามและฝึกคาถาดาวเคลื่อนย้ายอยู่ที่ชายป่ารกครึ้ม
เขาเริ่มร่ายใช้คาถาดาวเคลื่อนย้ายรูปแบบตั่างๆ ได้เชี่ยวชาญ มากขึ้น ส่วนการชุบหลอมแสงดาวก็มีความเข้าใจที่ลึกซึ้ง
ที่น่าเสียดายก็คือเขายังไม่สามารถสร้างแสงดาวดวงที่หกขึ้น มากลางฝึ่ามือได้
ไม่นานเขาจึงตัระหนักได้ว่าหากคิดจะสร้างแสงดาวดวงที่หก และรวบรวมค่ายกลดวงดาวขึ้นมาใหม่ เขาก็จำาเป็นตั้องฝึ่าทะลุขั้นเสีย ก่อน
เพราะบางทีเมื่อขอบเขตัเลื่อนขึ้นสูงก็อาจจะได้ขยายมหาสมุทร วิญญาณอีกครั้ง หรือไม่ก็มีเลือดเนื้อที่แข็งแกร่งมากพอ
ในเมื่อไม่สามารถฝึืนทำาได้ เขาจึงไม่เสียเวลาเปล่า ได้แตั่ยอม ถอดใจไปก่อนชั่วคราว
ระหว่างนี้ก็มีอีกปัญหาหนึ่งที่รบกวนเขา
ตัอนที่เขาพยายามสร้างแสงดาวซ้ำาไปซ้ำามา หยดดาวใน ร่างกายเขาก็ถูกเผ่าผ่ลาญไปเป็นจำานวนมาก
ทุกคืนที่เขาชักนำาพลังของดวงดาวให้เข้ามาอยู่ในน้ำาวนดวงดาว เขาจะสัมผ่ัสได้ว่าความเร็วนั้นช้าเกินไป
เขาจึงหยิบเอาก้อนหินประหลาดที่มีพลังดวงดาวแฝึงเร้นออก มาจากในกำาไลเก็บของ ซึ่งเขาสามารถดึงเอาพลังดวงดาวบริสุทธิ์ออกมา จากหินประหลาดเหล่านั้นได้
เมื่อใช้หินพวกนั้นฝึกตันความเร็วจะมากกว่าการชักนำาพลังดวง ดาวตัรงๆ อย่างเห็นได้ชัด
ทว่าจำานวนของหินเหล่านั้นก็มีจำากัด เขาจึงใช้หมดไปอย่าง รวดเร็ว
“หินประเภทนี้แท้จริงแล้วก็เหมือนหินวิเศษ ในหินวิเศษมีพลัง วิญญาณที่บริสุทธิ์ดำารงอยู่ ส่วนในหินพวกนั้นก็มีพลังดวงดาวแฝึงเร้นอยู่”
“หากสามารถหาหินแบบนี้ได้เพิ่มมากขึ้น วันหน้าตั่อให้ไปจาก เทือกเขาฮว้านคง อยู่ในเมืองโพ่เมี่ยก็ยังสามารถฝึกบำาเพ็ญตับะตั่อได้”
“แตั่ไม่รู้ว่าหินวิเศษแบบนี้อยู่ตัรงไหนกันแน่?”
เขาถอนหายใจหนึ่งครั้ง นั่งครุ่นคิดอยู่บนตั้นไม้ดึกดำาบรรพ์ตั้น หนึ่ง ทั้งยังใช้ทิพย์จักษุตัรวจสอบความเคลื่อนไหวของสัตัว์วิเศษรอบด้าน
ไม่นานกลุ่มคนที่มีหกคนก็มาปรากฏอยู่ในขอบเขตัของทิพย์ จักษุ
คนทั้งหกนั้นเขาไม่ได้เห็นเป็นครั้งแรก
และเขาก็เคยได้ยินคำาพูดของพวกเขาผ่่านทางทิพย์จักษุจนรู้เป้า หมายของพวกเขา
คนทั้งหกมาจากเมืองโพ่เมี่ย ตั่างก็มีตับะกลางสวรรค์ สี่คนใน นั้นคือกลางสวรรค์ช่วงกลาง อีกสองคนคือช่วงท้าย
คนทั้งหกรวมตััวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ แรกเริ่มก็แค่สังหารสัตัว์วิเศษ ระดับสองและสามที่อยู่รอบนอกของป่ารกครึ้ม
พวกเขาแค่เอาส่วนที่สำาคัญของสัตัว์วิเศษอย่างหนัง เขาหรือ ฟัน หมายจะนำาไปแลกหินวิเศษหลังจากกลับไปถึงเมืองโพ่เมี่ย
หลายวันมานี้เนี่ยเทียนแอบตัิดตัามพวกเขามา และก็ได้รับผ่ลพวง ไม่น้อย
ทุกครั้งหลังจากที่พวกเขาสังหารสัตัว์วิเศษก็จะเอาส่วนที่มากพอ สำาหรับแลกหินวิเศษไป ส่วนเนี่ยเทียนก็ไปเก็บเอาเลือดและเนื้อของสัตัว์ วิเศษที่พวกเขาทิ้งไว้
ไม่จำาเป็นตั้องตั่อสู้กับสัตัว์วิเศษก็ได้รับเนื้อและเลือดที่เขาตั้องการ แน่นอนว่าเขาย่อมผ่่อนคลายอย่างมาก
และก็ด้วยเหตัุนี้ เขาจึงอาศัยทิพย์จักษุสังเกตัคนทั้งหก และไป เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับพวกเขา
อีกทั้งเนี่ยเทียนยังยืมใช้ทิพย์จักษุแอบฟังบทสนทนาของพวกเขา
หลังจากที่คนทั้งหกป้วนเปี้ยนอยู่ชายป่าได้หลายวันก็เริ่มไม่พอใจ กับการสังหารสัตัว์วิเศษระดับสามอีกแล้ว พวกเขาเตัรียมจะเข้าไปในป่า ลึก หมายจะยกระดับเป้าหมายมาเป็นสังหารสัตัว์วิเศษระดับสี่
สัตัว์วิเศษระดับสี่มีพลังเทียบเคียงได้กับผู่้ฝึกลมปราณขอบเขตัตั้น สวรรค์ ดุร้ายยิ่งกว่าระดับสามอยู่มาก
หากคนทั้งหกนั้นแยกกันเดินทาง และหากเจอสัตัว์วิเศษระดับสี่ใน ป่าลึกเข้าจริงๆ ไม่ว่าคนใดก็ตั้องตัายแน่นอน
ทว่าหากสามารถเกาะกลุ่มกันรวมพลังจากคนทั้งหก เมื่อเจอกับ สัตัว์วิเศษระดับสี่ก็มีความเป็นไปได้มากว่าจะสังหารสัตัว์เหล่านั้นได้สำาเร็จ
คนทั้งหกโตั้แย้งกันอย่างดุเดือด สุดท้ายความเห็นก็ยังไม่ตัรงกันจึง ยังไม่ได้ตััดสินใจ
ผู่้ที่มีขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงกลางสี่คนรู้สึกว่าในป่าลึกอาจไม่ได้ เจอแค่สัตัว์วิเศษระดับสี่ตััวเดียว
ด้วยพลังในการตั่อสู้ของพวกเขาหากเจอสัตัว์วิเศษระดับสี่ก็อาจจะ ตั้องพินาศวอดวายกันไปหมด
และก็ด้วยเหตัุนี้ความเห็นของพวกเขาจึงไม่ตัรงกัน และยังคง ทะเลาะกันไม่เลิก
ไม่นานเนี่ยเทียนก็ได้ยินพวกเขาปรึกษากันว่าจะรับสมาชิกใหม่เพื่อ รวบรวมพลังให้แข็งแกร่ง แล้วค่อยไปสำารวจป่าที่ค่อนข้างลึกดีหรือไม่
“สัตัว์วิเศษระดับสี่…”
เนี่ยเทียนยืนอยู่บนตั้นไม้ครุ่นคิดเงียบๆ และก็ค่อนข้างเกิดความ สนใจ
ช่วงนี้สัตัว์วิเศษที่เขากินล้วนเป็นระดับสองและสาม สัตัว์วิเศษที่ ระดับค่อนข้างตั่ำาเช่นนี้ จิงชี่เลือดเนื้อที่อยู่ในร่างกายของพวกมันจึงอ่อน ด้อยกว่าแรดหินทองอยู่เยอะมาก
แรดหินทองระดับสี่ตััวเดียว จิงชี่เลือดเนื้อในร่างอาจมีมากกว่าสัตัว์ วิเศษระดับสามถึงแปดเก้าส่วน
และทุกครั้งเนื้อที่เนี่ยเทียนสามารถกินได้ก็มีประมาณแค่ร้อยกว่าจิน เท่านั้น
หากเนื้อสัตัว์วิเศษร้อยจินนี้ไม่ได้มาจากสัตัว์วิเศษระดับสาม แตั่เป็น ระดับสี่ จิงชี่เลือดเนื้อที่เขาจะได้รับก็จะเพิ่มมากขึ้นอีกแปดเก้าส่วน
คนทั้งหกนั้นตั้องการแค่กระดูก ฟัน และหนังที่ทนทานของสัตัว์ วิเศษ พวกเขาไม่ได้สนใจเนื้อและเลือดของสัตัว์วิเศษเลยสักนิดเดียว
หากเขาได้รวมกลุ่มกับพวกเขาและสามารถสังหารสัตัว์วิเศษระดับ สี่ได้ หากเขาเอามาแค่เนื้อและเลือด คนทั้งหากนั้นก็คงจะไม่ว่าอะไร แถม ยังจะคิดว่าเขาโง่ด้วยซ้ำา
“บางที ข้าสามารถช่วยให้พวกเขาตััดสินได้ และทุกคนก็ได้ในสิ่งที่ ตั้องการ”
เนี่ยเทียนครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ก็ไถลตััวลงมาจากตั้นไม้ และเดินไปยัง ตัำาแหน่งที่คนทั้งหกอยู่เงียบๆ
ตัอนที่เขามาใกล้คนทั้งหก เขาก็จงใจเพิ่มน้ำาหนักฝึีเท้า
“ใครน่ะ?”
ผู่้ที่มีตับะกลางสวรรค์ช่วงท้ายซึ่งเป็นหัวหน้าสัมผ่ัสได้ก่อนใคร และ ตัวาดขึ้นมาเสียงดัง
อีกห้าคนที่เหลือตั่างก็หยิบเอาอาวุธวิเศษขึ้นมาตัั้งท่าพร้อมสู้ ราวกับเจอศัตัรูตััวฉกาจ
ในเทือกเขาฮว้านคงมีอันตัรายอยู่ทุกที่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนน่ากลัว ว่าสัตัว์วิเศษอยู่มาก
พวกเขารวมตััวกันมาเทือกเขาฮว้านคงเป็นประจำา แน่นอนว่าย่อมรู้ ดีถึงข้อนี้ เมื่อได้ยินเสียงฝึีเท้าของคนไม่ใช่ของสัตัว์ พวกเขาจึงเคร่งเครียด ผ่ิดปกตัิ
ช่วงนี้สถานการณ์ในเทือกเขาฮว้านคงซับซ้อน สามขั้วอำานาจเข่น ฆ่ากันเอง เจ้าคนบ้าหลี่หลางเฟิงก็ยิ่งเปิดฉากสังหารอย่างบ้าระห่ำา
คนทั้งหกนี้จึงกังวลว่าจะเจอกับสามขั้วอำานาจหรือไม่ก็คนอำามหิตั หลี่หลางเฟิง
รอจนเนี่ยเทียนค่อยๆ ปรากฏตััว ผู่้ที่เป็นหัวหน้าก็ใช้กระแสจิตัรับ สัมผ่ัสเล็กน้อย หลังพบว่าเนี่ยเทียนมีตับะแค่กลางสวรรค์ช่วงตั้นจึงสงบ จิตัสงบใจลงได้ทันที
เมื่อสงบลง ใจเขาก็บังเกิดความคิดบางอย่าง สายตัาจึงเปลี่ยนมา เป็นแสดงความสนใจ
ในเทือกเขาฮว้านคงแห่งนี้ก็เป็นเช่นนี้
ขอแค่พบเจอผู่้ที่อ่อนแอกว่า ความคิดแรกที่เกิดขึ้นก็คือสังหาร ช่วง ชิงทรัพย์จากอีกฝึ่าย ไม่ใช่คิดจะร่วมมือกัน
“ข้าคือขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด”
เนี่ยเทียนมองปราดเดียวก็ดูออกถึงความคิดของเขา จึงหยิบป้ายตััว ตันขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดออกมาจากในกำาไลเก็บของแล้วโบก ตั่อหน้าเขา
“กะโหลกเลือด! ขุนนางตั่างถิ่นฝึ่ายนอก!”
คนที่เป็นหัวหน้าพอเห็นรูปกะโหลกเลือดบนแผ่่นป้ายนั้นก็หน้า เปลี่ยนสีน้อยๆ
พวกเขาหกคนมาจากเมืองโพ่เมี่ยจึงค่อนข้างหวาดเกรงกะโหลก เลือดอยู่มาก แม้ว่าที่เนี่ยเทียนเอาออกมาจะเป็นป้ายตััวตันของขุนนางตั่าง ถิ่นฝึ่ายนอก ทว่าพลังสะเทือนขวัญของป้ายนั้นก็ยังคงมีมหาศาลอยู่ดี
พวกเขาล้วนรู้ดีว่าคนที่ถูกกะโหลกเลือดมองเป็นขุนนางตั่างถิ่นได้ นั้นอาจจะน่ากลัวยิ่งกว่าสมาชิกจริงๆ ของกะโหลกเลือดเสียอีก!
“หลอกกันกระมัง? เขาเพิ่งจะมีตับะกลางสวรรค์ช่วงตั้น จะได้รับ ป้ายขุนนางตั่างถิ่นจากกะโหลกเลือดได้อย่างไร? พวกเราอยู่ในเมืองโพ่เมี่ ยมานานยังไม่เคยได้ยินใครบอกว่ากะโหลกเลือดรับขุนนางตั่างถิ่นฝึ่าย นอกที่มีขอบเขตัตั่ำาตั้อยเช่นนี้เลย!”
หญิงสาวขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงกลางคนหนึ่งสีหน้าคลางแคลงใจ ไม่ค่อยเชื่อตััวตันขุนนางตั่างถิ่นของเนี่ยเทียนเท่าไหร่นัก
“ไม่เชื่อก็ตัามใจ” เนี่ยเทียนยิ้มสง่างาม “ข้าชื่อหลีเทียน ข้าไม่ได้มี เจตันาร้ายตั่อพวกเจ้า ข้าคิดจะเข้าไปในป่าลึก หวังว่าจะได้รวมกลุ่มกับ พวกเจ้า เพราะหากเจอสัตัว์วิเศษระดับสี่ข้าเองก็สามารถออกแรงช่วย สิ่ง ที่ข้าตั้องการมีเพียงเลือดและเนื้อของสัตัว์วิเศษเท่านั้น หนัง เอ็น กระดูก และฟันของพวกมัน ข้ายินดียกให้”
“ตั้องการแค่เลือดและเนื้อของสัตัว์วิเศษ?” คนที่เป็นหัวหน้าอึ้งงัน “เจ้าแน่ใจรึ”
“แน่ใจ”