ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 30 กลของลี่ฝาน!
สามเด้ือนเตมหลังจากนั้น ลี่ฝานอยู่อาศัยที่ตระกูลเนี่ยมา โด้ยตลอด้ ทั้งยังพักอยู่ในที่ที่มีรอยแยกของห้วงมิติเกิด้ขึ้นด้้วย
น่าเสียด้าย สามเด้ือนที่ลี่ฝานรอคอยอย่างยากลำาบาก รอย แยกของห้วงมิติกลับไม่ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
ส่วนข่าวที่ตระกูลเนี่ยมีการก่อตัวของห้วงมิติปั่นป่วนเกิด้ ขึ้นกลับค่อยๆ แพร่ไปทั่วเมืองเฮยอวิ๋น ผู้ฝึกลมปราณแปลกหน้า จำานวนไม่น้อยทยอยกันปรากฏตัวที่เมืองเฮยอวิ๋น มักจะมาปอวนเปี้ยน อยู่ใกล้จวนตระกูลเนี่ยเป็นประจำา
เนื่องจากลี่ฝานอยู่ในตระกูลเนี่ยตลอด้ เนี่ยตงไห่และเนี่ย เฉี่ยนจึงแทบจะไม่ได้้ไปพูด้คุยกับเนี่ยเทียน เลือกใช้วิธีปล่อยปละไม่ สนใจแทน
ในใจของคนทั้งสองล้วนเข้าใจด้ี ขอแค่ลี่ฝานยังอยู่ บท สนทนาระหว่างพวกเขาและเนี่ยเทียนอาจถูกจับสังเกตได้้
ส่วนเนี่ยเทียนเองกมรู้ถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ด้ี สามเด้ือนมานี้จึงอยู่แต่ในห้อง น้อยครั้งที่จะออกมา แม้แต่ท่าของ หมัด้ที่บรรลุจากด้ินแด้นลึกลับกมยังไม่กล้าทด้ลองทำาอีกครั้งในตระกูล เนี่ย
เขากมกังวลเหมือนกันว่าจะเป็นการทิ้งเบาะแสให้กับลี่ฝาน
ตระกูลอัน
ผู้ฝึกลมปราณสามคนที่เด้ินทางไกลมาจากหอหลิงเป่า กลับจากตระกูลเนี่ยในยามด้ึก มาหาอันซืออี๋
ผู้ที่เข้ามาเป็นคนแรกคือชิวเหิงผู้มีเรือนร่างอ้วนเตี้ย ใบหน้าของเขาเหมือนมีรอยยิ้มอ่อนโยนมอบให้ผู้มองอยู่ตลอด้เวลา คนผู้นี้ถือเป็นอาจารย์อาของอันซืออี๋ มีความรู้ด้้านความลึกลับของ พลังแห่งห้วงมิติเลมกน้อย
“นังหนู ห้วงมิติปั่นป่วนนั่นสามเด้ือนมาแล้วกมยังไม่ปรากฏ ขึ้นอีก ในสามเด้ือนนี้ ข้าคอยแอบเข้าไปใกล้เพื่อจับตามองที่นั่น เงียบๆ ไม่พบความผิด้ปกติใด้ๆ ของห้วงมิติเลย” ชิวเหิงใคร่ครวญ อยู่ครึ่งกมพูด้ต่อว่า: “ตามความเหมนของข้า นั่นเป็นเพียงอุบัติเหตุครั้ง หนึ่งเท่านั้น เกรงว่าห้วงมิติปั่นป่วนคงไม่มีทางเกิด้ขึ้นอีกแล้ว”
“พวกเราผลัด้กันรอมาสามเด้ือนแล้ว รับรองได้้ว่าในช่วง เวลานี้ ที่นั่นไม่มีความผิด้ปกติใด้ๆ เกิด้ขึ้นจริงๆ” อีกสองคนที่เหลือ พูด้เสริม
เวลาผ่านไปนานขนาด้นี้ ไม่มีแม้แต่ความเคลื่อนไหวเลมกๆ น้อยๆ ทำาให้พวกเขาล้วนรู้สึกว่าการที่ตระกูลเนี่ยเกิด้ความผิด้ปกติ ของห้วงมิติ บางทีอาจเป็นเพียงอุบัติเหตุครั้งหนึ่งจริงๆ
พวกเขามีตำาแหน่งสำาคัญในหอหลิงเป่า งานรัด้ตัว ไม่ สามารถอยู่ที่เมืองเฮยอวิ๋นได้้ในระยะยาว
ตอนนี้มาหาอันซืออี๋ พูด้ประโยคเหล่านี้ออกมา เหมนได้้ชัด้ ว่าต้องการไปจากที่นี่แล้ว
“ดู้ท่า พวกเราคงทำาได้้เพียงเปลี่ยนแนวความคิด้ใหม่แล้ว ล่ะ” เรือนร่างอวบอิ่มน่ามองของอันซืออี๋ห่อตัวอยู่ในเก้าอี้นอนอ่อน นุ่ม มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเท้าคาง ด้วงตางด้งามเปล่งประกายเฉลียว ฉลาด้ กล่าวด้้วยรอยยิ้มน้อยๆ: “เด้มกที่ชื่อเนี่ยเทียนของตระกูลเนี่ย หายตัวไปอย่างลึกลับก่อนเกิด้เรื่องสิบวัน ในสิบวันนี้ สำานักหลิงอวิ๋น ให้ความสำาคัญผิด้ปกติ ฝานลี่เรียกใช้กำาลังคนมากมายเพื่อสืบหาที่ อยู่ของเด้มกคนนั้น”
“ตระกูลอวิ๋น ตระกูลหยวน ล้วนถูกฝานลี่พลิกตระกูล ค้นหา”
“นี่ไม่สมเหตุสมผล”
“ขณะที่ข้าพบว่าอากาศตระกูลเนี่ยส่งคลื่นผิด้ปกติกมรีบเด้ิน ทางไปทันที แล้วกมสังเกตเหมนเด้มกคนนั้นทันทีเหมือนกัน”
“ตอนนั้นข้ายังไม่รู้ว่าเขากมคือเนี่ยเทียนที่หายตัวไปสิบวัน”
“อยู่ๆ กมหายตัวไปสิบวัน พอกลับมาที่ตระกูลเนี่ยอีกครั้ง กลับบังเอิญตรงกับช่วงห้วงมิติปริแตกพอด้ี ข้ามีเหตุผลให้เชื่อว่าสิบ
วันนั้นเขาต้องเข้าไปอยู่ในมิติมหัศจรรย์ของรอยแตกรอยหนึ่งอย่าง แน่นอน”
“อีกอย่าง มิตินั้นน่าจะปล่อยให้สิ่งมีชีวิตเหยียบย่างเข้าไป มิฉะนั้นเขาไม่มีทางรอด้ชีวิตกลับมาได้้”
พูด้มาถึงตรงนี้ อันซืออี๋กมนึกถึงบทสนทนาที่พูด้กับเนี่ย เทียนเมื่อสามเด้ือนก่อน อด้หัวเราะ “คิก” ขึ้นมาไม่ได้้
ผู้ฝึกลมปราณแขมงแกร่งทั้งสามคนของหอเป่าหลิงเด้ิมที กำาลังตั้งใจฟังการคาด้เด้าของนาง แต่พอนางหัวเราะเสียงอ่อนหวาน กมพลันรู้สึกว่าในห้องที่มืด้สลัว คล้ายจะสว่างไสวขึ้นมา
ตอนที่พวกเขามองไปยังอันซืออี๋ ต่างกมดู้ใจลอยอย่างเหมน ได้้ชัด้ ราวกับลุ่มหลงอยู่ในเสน่ห์อันน่าตกตะลึงของนาง
ชิวเหิงเป็นคนแรกที่ได้้สติขึ้นมาก่อน ถลึงตาใส่นาง กล่าว ตำาหนิ: “ตั้งใจพูด้ให้มันด้ีๆ!”
อันซืออี๋แลบลิ้นใส่อย่างน่ารัก กล่าวด้้วยรอยยิ้ม: “ในเมื่อ ตระกูลเนี่ยไม่มีเหตุการณ์ผิด้ปกติเกิด้ขึ้นอีก บางทีพวกเราอาจลงมือ ได้้จากเด้มกเนี่ยเทียนคนนั้น สืบรู้ให้ชัด้เจนว่าสิบวันที่เขาหายไปนั้น เขาหายไปไหนกันแน่”
“ข้ามีความรู้สึกว่าการห้วงมิติของตระกูลเนี่ยเกิด้ความผิด้ ปกติ ต้องมีความเกี่ยวข้องกับเด้มกคนนั้นสูงมาก”
“เริ่มลงมือจากตัวคน?” ชิวเหิงความคิด้กระตุก คล้าย นึกถึงอะไรขึ้นมาได้้ พยักหน้ากล่าวว่า: “มีความเป็นไปได้้เช่นนี้จริง คนบางคนที่มีคุณสมบัติพิเศษหรือมีของวิเศษติด้ตัว สามารถก่อให้ เกิด้ความเปลี่ยนแปลงของห้วงมิติได้้จริง เพียงแต่ว่า เด้มกคน นั้น…เพิ่งจะอายุสิบขวบ ขอบเขตต่ำาต้อย เขาจะกระตุ้นให้เกิด้ได้้จริง หรือ?”
“อาจารย์อา รบกวนพวกท่านอยู่ต่ออีกหน่อย ข้าจะหาวิธี สร้างสถานการณ์ ดู้สิว่าจะหาความจริงได้้จากตัวของเนี่ยเทียนหรือ ไม่” อันซืออี๋กล่าววิงวอน
“ได้้” ชิวเหิงพยักหน้าเหมนด้้วย
ห้วงมิติปั่นป่วนลึกลับที่ปรากฏขึ้นมากะทันหันถือเป็นเรื่อง ใหญ่มาก ใหญ่จนอาจถึงขั้นพลิกเปลี่ยนชะตาชีวิตของสำานักผู้ฝึก ลมปราณสำานักหนึ่งได้้เลย
และกมด้้วยเหตุนี้ พอได้้ยินความผิด้ปกติของตระกูลเนี่ย พวกเขาถึงได้้รีบเด้ินทางมาจากหอเป่าหลิง ต้องการมีส่วนแบ่งร่วม กับสำานักหลิงอวิ๋น
รอมาสามเด้ือนแล้ว หากไม่สามารถหาความผิด้ปกติได้้ แม้แต่จุด้เด้ียว เกรงว่าพวกเขากลับหอหลิงเป่าไปกมยากที่จะให้ความ กระจ่างได้้ ด้ังนั้นจึงยอมทด้ลองตามความเหมนของอันซืออี๋
……
“ท่านพ่อ! เกิด้เรื่องใหญ่แล้ว!”
เวลาเด้ียวกัน ตระกูลเนี่ย เนี่ยห่านไม่สนใจว่าจะด้ึกด้ื่นแค่ ไหน บุกเข้าไปในห้องเยมนที่เนี่ยเป่ยชวนใช้บำาเพมญตบะด้้วยความ ร้อนรนราวไฟลนก้น สีหน้าด้ำามืด้น่าเกลียด้
“มีอะไร?” เนี่ยเป่ยชวนพ่นหมอกเยมนออกมาหนึ่งคำา เขาที่ ถูกรบกวนการฝึกบำาเพมญตบะ ในใจจึงรู้สึกไม่สบอารมณ์เลมกน้อย: “ลุกลี้ลุกลน เกิด้เรื่องใหญ่อะไรกันแน่? ลี่ฝานอยู่ในตระกูลเนี่ย หากมี เรื่องอะไรที่ตระกูลเนี่ยจัด้การไม่ได้้จริงๆ เขาไม่มีทางนิ่งดู้ด้าย แน่นอน”
“ข้าเพิ่งได้้รับข่าว จากความพยายามในช่วงที่ผ่านมา เหมืองแร่ที่ทางถูกปิด้ ในที่สุด้กมสามารถเปิด้ทางได้้แล้ว” เนี่ยห่าน กล่าว
“นี่กมน่าจะเป็นเรื่องด้ีไม่ใช่หรือ?” เนี่ยเป่ยชวนพูด้อย่าง แปลกใจ
ภูเขาที่ใช้ขุด้หินเมฆอัคคีคือเส้นเลือด้แห่งชีวิตของตระกูล เนี่ย คราวก่อนหลังจากที่มันพังทลายลง พวกเขากมถือโอกาสให้เนี่ย เสียงลงจากตำาแหน่ง จัด้หาผู้อาวุโสในตระกูลอีกคนที่เป็นคนฝ่าย ของพวกเขาให้รับผิด้ชอบดู้แลการขุด้เหมืองแร่แทน
เพื่อแสด้งความสามารถของตัวเอง ผู้อาวุโสคนนั้นได้้จ้าง คนงานจำานวนมากจากเมืองเฮยอวิ๋นให้ไปทำาความสะอาด้ก้อนหินที่ ร่วงถล่มลงมา
เด้ิมจำาเป็นต้องใช้เวลานานมากถึงจะสามารถเปิด้ทางใน เหมืองได้้ ทว่าด้้วยความพยายามทั้งวันทั้งคืนของเขากลับสามารถ เปิด้ทางได้้ก่อนกำาหนด้
“เหมืองแร่แห่งนั้น เหมือนว่า…เหมือนว่าจะไม่มีหินเมฆ อัคคีอีกแล้ว!” เนี่ยห่านเสียงสั่น
“เป็นไปไม่ได้้!” เนี่ยเป่ยชวนลุกพรวด้ ตวาด้เสียงด้ัง: “ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทางสำานักหลิงอวิ๋นยังจัด้หาผู้ฝึกลมปราณที่ถนัด้ ในการตรวจสอบเหมืองแร่ไปตรวจสอบภูเขาลูกนั้น เขาบอกไว้ว่า ด้้วยความเรมวของตระกูลเนี่ยเรา อย่างน้อยยังสามารถขุด้ต่อไปได้้อีก หลายสิบปี เขาจะพูด้ผิด้ได้้ยังไง?”
“ที่นั่นทำาการตรวจสอบเหมืองทุกแห่งแล้ว เข้าไปสำารวจ ลึกถึงด้้านในด้้วย ไม่เหลือหินเมฆอัคคีแม้แต่ก้อนเด้ียวจริงๆ” เนี่ย ห่านกล่าวด้้วยใบหน้าเศร้าสลด้
“เป็นไปไม่ได้้! นี่จะเป็นไปได้้ยังไง?” เนี่ยเป่ยชวนเองกมสติ แตกเช่นกัน
เขารู้แน่ชัด้ว่าที่ตระกูลเนี่ยได้้รับการยอมรับ ได้้รับการ ปกปองจากสำานักหลิงอวิ๋นล้วนเป็นเพราะหลายปีมานี้ ตระกูลเนี่ย ช่วยขุด้เหมืองให้กับสำานักหลิงอวิ๋น
หากสูญเสียสิ่งนี้ไป เป็นไปได้้มากว่าอาจจะถูกสำานักหลิงอ วิ๋นทอด้ทิ้ง กลายเป็นตระกูลที่ไม่มีที่พึ่งพิง
ตระกูลที่ไม่มีที่พึ่งพิง ยากที่จะด้ำารงอยู่ได้้ในเมืองเฮยอวิ๋น ทั้งตระกูลอันและตระกูลอวิ๋นกมจะสามารถทำาอะไรกับตระกูลเนี่ยกมได้้
“ข่าวนี้ปิด้เอาไว้ชั่วคราวก่อน ข้าจะไปดู้ด้้วยตัวเองให้ แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่!” เนี่ยเป่ยชวนลนลานเสียแล้ว
……
วันต่อมา
ลี่ฝานที่รอคอยผลลัพธ์ซึ่งมาไม่ถึงตัด้สินใจว่าจะไม่รออีก ต่อไป ก่อนที่จะจากไป เขาไม่ได้้สนใจเนี่ยเป่ยชวน แต่ไปยังหอเลมก ห้าชั้นที่เนี่ยตงไห่อาศัยอยู่
พอมาถึงเขากมให้เนี่ยตงไห่เรียกเนี่ยเทียนมา
เนี่ยเทียนลงมาจากชั้นสาม ทำาความเคารพลี่ฝาน “คารวะ ท่านลี่”
“ไม่ต้องเกรงใจกันขนาด้นั้น ต่อไปเรียกข้าว่าลุงลี่กมแล้ว กัน” ลี่ฝานเหลือบตามองเขาหนึ่งครั้ง
หลังจากที่เขารู้จากปากเจียงจือซูอาจารย์ของเขาว่าเนี่ย เทียนอาจหาญแต่งเรื่องโกหกพกลมต่อหน้าอาจารย์ของเขา เขากม รู้สึกว่าเจ้าเด้มกเนี่ยเทียนผู้นี้ร้ายกาจ
ด้ังนั้นพอเจอเนี่ยเทียนอีกครั้ง เขาจึงมักจะรู้สึกนิด้ๆ ว่า เด้มกคนนี้น่ารังเกียจ แน่นอนว่าย่อมไม่คิด้ทำาหน้าด้ีด้้วย
“ขอรับ ท่านลุงลี่” เนี่ยเทียนเอ่ยอย่างว่าง่าย
“สามเด้ือนแล้ว ทางนี้ไม่มีความผิด้ปกติของห้วงมิติเกิด้ขึ้น ข้าเองกมไม่สามารถอยู่ในจวนตระกูลเนี่ยได้้นานนัก วันนี้จะกลับสำานัก หลิงอวิ๋นแล้ว” ลี่ฝานไม่ได้้มองเนี่ยตงไห่ เอาแต่จ้องหน้าเนี่ยเทียน กล่าว: “เจ้าถูกด้ึงเข้าไปในรอยแยกของห้วงมิตินั้น คงต้องรู้สึก ลนลานไม่น้อย หลายเรื่องราวบางทีอาจจะลืมไปชั่วคราวเพราะ หวาด้กลัวมากเกินไป…”
หยุด้ไปครู่หนึ่งเขากมพูด้ต่อ: “หากภายหลังเจ้าจำาอะไรขึ้น มาได้้ เจ้าสามารถมาบอกข้าที่สำานักหลิงอวิ๋นได้้ตลอด้เวลา”
“เรื่องที่ควรพูด้ข้าพูด้ไปหมด้แล้ว” เนี่ยเทียนตอบเสียง อ่อนเบา
“จริงหรือ?”
“จริงขอรับ”
ลี่ฝานเบะปาก คิด้อยู่ครู่หนึ่ง ทันใด้นั้นกมหัวเราะขึ้นมา: “ถ้าอย่างนั้นกมด้ี วันนี้ข้าไม่ถามมากแล้ว วันหน้าหากเจ้านึกได้้ จำาไว้ ว่าต้องไปหาข้าที่สำานักหลิงอวิ๋น”
“หากเรื่องที่เจ้านึกขึ้นได้้ส่งผลใหญ่หลวงต่อสำานักหลิงอ วิ๋น กมจะถือว่าเจ้าสร้างคุณูปการครั้งใหญ่”
“สำาหรับผู้ที่สร้างคุณูปการแล้ว สำานักหลิงอวิ๋นของเรา ตอบแทนอย่างใจกว้างเสมอ ความด้ีความชอบที่เจ้าทำา สามารถ ทำาให้เจ้าไม่ต้องรอถึงอายุสิบห้า บางทีกมอาจจะบรรลุถึงหลอม ลมปราณขั้นเก้า และถูกรับตัวไปยังสำานักหลิงอวิ๋น กลายเป็นลูกศิษย์ ที่แท้จริงของสำานักโด้ยตรง!”
เมื่อประโยคนี้ปล่อยออกมา ด้วงตาของเนี่ยตงไห่พลันเปล่ง ประกาย ในใจเนี่ยเทียนกมกระตุกเช่นกัน
ได้้กลายเป็นลูกศิษย์สำานักหลิงอวิ๋น เป็นเปอาหมายที่สำาคัญ ที่สุด้ของเด้มกรุ่นเลมกตระกูลเนี่ยมาโด้ยตลอด้ แน่นอนว่าเขาเองกมไม่ใช่ ข้อยกเว้น
คำาพูด้ประโยคนี้ของลี่ฝานทำาให้เขาเข้าใจทันทีว่าคำาว่ากฎ ระเบียบ ทั้งหมด้ล้วนขึ้นอยู่กับผู้ที่สร้างมันขึ้นมา!
อายุสิบห้าปี บำาเพมญตบะถึงหลอมลมปราณขั้นเก้า คือ เงื่อนไขที่สำานักหลิงอวิ๋นจะยอมรับเด้มกตระกูลเนี่ย นี่คือกฎที่ตั้งไว้เมื่อ สิบกว่าปีก่อน
คนตระกูลเนี่ยไม่เคยคิด้ที่จะแหกกฎข้อนี้
ทว่าผู้ที่ตั้งกฎเด้ิมกมคือสำานักหลิงอวิ๋น เพียงสำานักหลิงอวิ๋ นพูด้คำาเด้ียวกมสามารถเปลี่ยนแปลงกฎที่ตั้งมาสิบกว่าปีได้้ทันที ทำาให้เขาสามารถกลายเป็นลูกศิษย์สำานักหลิงอวิ๋นในพริบตา!
“ไม่เพียงเท่านี้”
คล้ายจะมองออกถึงความสนใจของเนี่ยตงไห่และเนี่ยเทียน ลี่ฝานหัวเราะหึหึ พูด้ขึ้นมาอีกว่า: “หากคุณความด้ียิ่งใหญ่มากพอ ข้าสามารถรับประกันได้้ว่าจะทำาให้ท่านตาของเจ้ากลับมาเป็น ประมุขตระกูลเนี่ยอีกครั้ง! แม้แต่อาการบาด้เจมบของท่านตาเจ้ากมใช่ ว่าจะไม่มีหนทางรักษาให้หายเสียเลย เพราะตัวเจ้า บางทีท่านตา ของเจ้าอาจจะยังสามารถฝ่าทะลุขอบเขตขึ้นไปได้้อีก!”
เนี่ยตงไห่ที่ร่างกายผ่ายผอมราวไม้ฟืน เมื่อได้้ยินคำาพูด้นี้ ร่างกมสั่นสะท้านเบาๆ ด้วงตาเปล่งประกายความหวังที่ลุกโชนขึ้นมา ใหม่