ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 291 การค้นพบใหม่
“แม่งเอ๊ย! ดันเป็นพวกเดียวกันซะได้!”
ในจุดลึกของป่า เนี่ยเทียนอาศัยทิพย์จักษุจนได้ยินคำาพูดระ หว่างซ่งลี่และผู่้ฝึกลมปราณขอบเขตัตั้นสวรรค์ผู่้นั้นอย่างชัดเจน
เขาพลันเข้าใจว่าซ่งลี่เองก็เป็นนักล่าเหมือนกัน อีกทั้งเกรงว่า ตัำาแหน่งฐานะของนางในบรรดานักล่าด้วยกันก็คงจะสูงมาก
ในความรู้สึกของเขา ผู่้ฝึกลมปราณรูปร่างสูงใหญ่ผู่้นั้นน่าจะมี ตับะตั้นสวรรค์ช่วงกลาง!
ศักยภาพเช่นนี้นอกเสียจากเจอกับผู่้แข็งแกร่งของเดือนดับ เปลวอัคคีและกะโหลกเลือดแล้ว หากเทือกเขาฮว้านคงไม่มีการ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น ก็แทบจะเรียกได้ว่าอยู่ได้อย่างสบายๆ ไร้ขีด จำากัด
ทว่าผู่้แข็งแกร่งที่มีฝึีมือเช่นนี้กลับถูกซ่งลี่ตับหน้า แม้แตั่เถียงสัก แอะก็ยังไม่กล้า ทั้งยังเป็นฝึ่ายยอมรับผ่ิดด้วยตััวเอง นี่ก็มากพอจะพิสูจน์ ให้เห็นถึงความไม่ธรรมดาของซ่งลี่ได้แล้ว
“ไปมีเรื่องกับนังหญิงชั่วช้านั่น ตั่อไปคงตั้องระวังตััวให้มากขึ้น แล้ว”
เขาขมวดคิ้ว เปลี่ยนแปลงทิศทางอย่างตั่อเนื่อง ลอดทะลุเข้าไป ในจุดลึกของป่ารกครึ้มโดยที่ไม่ทิ้งรอยเท้าเอาไว้
ด้วยขอบเขตัของเขา หากอยู่ในพื้นที่โล่ง บางทีก็อาจจะหนีการ ไล่ล่าของนักล่าขอบเขตัตั้นสวรรค์ผู่้นั้นไม่พ้นจริงๆ
ยังดีที่ที่แห่งนี้เป็นป่ารกครึ้ม ตั้นไม้ดึกดำาบรรพ์ใหญ่โตัมากมาย สูงเสียดฟ้า อีกทั้งบางครั้งยังมีสัตัว์วิเศษระดับสูงเข้าๆ ออกๆ
ตั่อให้นักล่าเหล่านั้นจะคุ้นชินกับที่แห่งนี้มากแค่ไหน เนี่ยเทียนก็ ยังสามารถอาศัยภูมิศาสตัร์ของที่แห่งนี้และการตัรวจสอบจากทิพย์จักษุ ทั้งเจ็ดสลัดเขาได้ในที่สุด
ครึ่งชั่วยามตั่อมาเนี่ยเทียนก็สัมผ่ัสไม่ถึงการไล่ล่าของนักล่าคนนั้น อีกแล้ว
เขารู้ดีว่าเนื่องด้วยความมหัศจรรย์ของทิพย์จักษุและความพิเศษ ของป่ารกครึ้มแห่งนี้ เขาจึงหลุดพ้นจากอันตัรายมาได้แล้ว
หลายวันหลังจากนั้น เขาก็ค่อยๆ พ้นห่างมาจากพื้นที่ที่ประมือกับ ซ่งลี่ อีกทั้งยังจงใจหลีกเลี่ยงสัตัว์วิเศษระดับสูงที่ทิพย์จักษุมองเห็นล่วง หน้า เลือกไปอยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างปลอดภัย กินเนื้อสัตัว์วิเศษระดับสี่ของ จระเข้เลือดเขียวเพื่อชุบหลอมปราณเลือดของมันพลางตัั้งใจฝึกบำาเพ็ญ ตับะไปด้วย
เลือดเนื้อของสัตัว์วิเศษระดับสี่แฝึงเร้นไว้ด้วยจิงชี่เลือดเนื้อที่อุดม สมบูรณ์อย่างยิ่ง ปราณเลือดสีเขียวที่ขดตััวอยู่ในหัวใจของเขาก็กำาลังดูด ซับจิงชี่เลือดเนื้อที่เกิดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
ตัอนกลางวันเขาใช้หินวิเศษรวมไปถึงวัตัถุดิบวิเศษที่แฝึงเร้นพลัง เปลวเพลิงและพลังพืชหญ้ามาดึงพลังเข้าไปไว้ในมหาสมุทรวิญญาณ และ ค่อยๆ เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับขีดจำากัดในการรองรับของมหาสมุทร วิญญาณ
เมื่อม่านรัตัตัิกาลเยื้องกรายมาถึง ท้องฟ้าดารดาษไปด้วยหมู่ดาว เขาก็จะทำาจิตัใจให้สงบเพื่อรวมรวมพลังดวงดาว
มหาสมุทรวิญญาณของเขาค่อยๆ แผ่่ขยายออกไปอย่างเชื่องช้า พลังวิญญาณก็มีการพัฒนาในทุกวัน มีเพียงความเร็วในการรวบรวมหยด ดาวในน้ำาวนดวงดาวเท่านั้นที่ค่อนข้างช้ากว่าใครเพื่อน
กลางดึกคืนนี้
เนี่ยเทียนที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนกิ่งไม้แห้งของตั้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่งเงย หน้ามองท้องฟ้ากว้างใหญ่ไพศาลที่เตั็มไปด้วยหมู่ดาวและหยุดการ บำาเพ็ญตับะชั่วคราว
แสงดาวที่ถูกชักนำามาจากนภากาศหายวับไปอย่างรวดเร็ว เขา ขมวดคิ้วน้อยๆ พึมพำาแผ่่วเบา “หากอาศัยแค่พลังดวงดาวมาชักนำาก็ ทำาได้เพียงรวบรวมหยดดาวไปทีละน้อย แถมความเร็วยังช้ามากเกินไป ด้วย หินประหลาดที่แฝึงเร้นพลังดวงดาวเหล่านั้นน่าจะมีอยู่ในเทือกเขาฮ ว้านคง แตั่ไม่รู้ว่าจะไปหาได้จากที่ไหน”
หินประหลาดที่แฝึงเร้นพลังดวงดาว เผ่ยฉีฉีรวบรวมมาให้เขาได้ เล็กน้อยตัอนที่อยู่ในเมืองโพ่เมี่ย และตัอนที่เขาสังหารผู่้แข็งแกร่งของ เดือนดับก็เคยได้มาบางส่วน
เมื่อใช้หินประหลาดเหล่านั้นมาบำาเพ็ญตับะ เขาสามารถชุบหลอม หยดดาวได้มากกว่าเดิม ซึ่งมันมีประโยชน์ตั่อคาถาสะเก็ดดาวของเขามาก
น่าเสียดายที่ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ตัอนที่เขาทำาความเข้าใจกับคาถา ดาวเคลื่อนย้าย เพื่อให้ฟื้นตััวโดยเร็วที่สุดและสามารถร่ายใช้คาถาดาว เคลื่อนย้ายได้ตั่อ จึงใช้หินประหลาดเหล่านั้นไปหมดแล้ว
ตัอนนี้พอนึกถึงความมหัศจรรย์จากการใช้หินประหลาดมาฝึก บำาเพ็ญตับะ เขาก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์มันไม่น้อย
ไม่มีหินประหลาดเหล่านั้นให้ใช้ ช่วงนี้เขาจึงเริ่มลังเลตั่อการเริ่ม ทำาความเข้าใจกับคาถาดาวเปล่งประกาย
หากทำาความเข้าใจกับคาถาดาวเปล่งประกายก็จำาเป็นตั้องมีการ ทดลอง และจำาเป็นตั้องเผ่าผ่ลาญหยดดาวที่เขารวบรวมขึ้นมาอย่างยาก ลำาบาก
การเผ่าผ่ลาญหยดดาวจำาเป็นตั้องใช้เวลานานในการชักนำาแสงดาว ถึงจะสร้างมันขึ้นมาได้ทีละนิด
และก็เพราะสร้างหยดดาวได้ช้าเกินไป เขาถึงได้ลังเลตััดสินใจไม่ได้ เสียที และไม่กล้าทุ่มเทกำาลังไปทำาความเข้าใจกับคาถาดาวเปล่งประกาย อย่างเตั็มที่
“หากสามารถหาหินประหลาดประเภทนั้นได้เจออีกเยอะๆ ก็ รวบรวมหยดดาวปริมาณมากขึ้นมาในเวลาสั้นๆ แล้วก็สามารถทำาความ เข้าใจกับคาถาดาวเปล่งประกายโดยที่ไม่ตั้องมีสิ่งใดให้กังวล”
ตัอนนี้จุดสำาคัญสำาหรับการฝึกบำาเพ็ญตับะของเขาอยู่ที่ปราณเลือด สีเขียวและการทำาความเข้าใจกับคาถาสะเก็ดดาว
การแปรสภาพของปราณเลือดสีเขียวมีเพียงใช้การดูดซับจิงชี่เลือด เนื้ออย่างตั่อเนื่องเท่านั้น หลังจากที่เขาสังหารสัตัวิเศษระดับสองระดับ สามไปมากมาย และได้เรือนกายของจระเข้เลือดเขียวกับแรดหินทองมา ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้เขาจึงยังไม่จำาเป็นตั้องปวดหัวกับเรื่องที่จิงชี่เลือด เนื้อไม่เพียงพอ แค่เขากินอาหารในปริมาณเดิมทุกวันก็จะสามารถกระตัุ้น การแปรสภาพของปราณเลือดสีเขียวไปได้อย่างช้าๆ
สิ่งที่ทำาให้เขากลัดกลุ้มอย่างแท้จริงก็คือการฝึกฝึนและการทำาความ เข้าใจคาถาสะเก็ดดาวบทตั้น และการรวบรวมหยดดาวที่ใช้เวลานานเกิน ไป
“เอ๊ะ?”
ขณะที่เขากำาลังหงุดหงิดอยู่นั้น ทิพย์จักษุข้างหนึ่งที่ลอยห่างออกไป ไกลก็ได้ยินเสียงกรีดร้องแหลมดัง
เสียงกรีดร้องนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นเสียงที่เปล่งออกมาจากปากก่อน ตัาย
พื้นที่ที่เสียงหวีดร้องดังขึ้นอยู่เหนือขอบเขตัการรับสัมผ่ัสของทิพย์ จักษุ เขาจำาเป็นตั้องเข้าไปใกล้ทิศทางนั้นถึงจะอาศัยทิพย์จักษุมาตัรวจ สอบอย่างละเอียดได้
ดังนั้นเขาจึงลงมาจากตั้นไม้อย่างรวดเร็ว
เพราะการเข้าไปใกล้ของเขา พื้นที่การรับสัมผ่ัสของทิพย์จักษุจึง ขยายกว้างออกไปเรื่อยๆ ไม่นานทิพย์จักษุก็ลอยไปถึงจุดเกิดเหตัุ
อยู่ห่างกันไกลมาก ทว่าทิพย์จักษุที่ไปถึงก่อนกลับทำาให้เนี่ยเทียน เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของคนคนหนึ่ง—ลวี่เหยี่ยนที่ออกไปจากกลุ่ม
ข้างกายลวี่เหยี่ยนยังมีอินทรีวิญญาณสัตัว์วิเศษระดับสี่ตััวหนึ่งที่ ตัายไปแล้ว และผู่้ฝึกลมปราณเผ่่ามนุษย์เจ็ดคนที่สวมอาภรณ์ปะปนกันมั่ว
ผู่้ฝึกลมปราณเจ็ดคนนั้นมีสีหน้าเขียวคล้ำา เห็นได้ชัดว่าถูกพิษร้าย แรง
มีเพียงลวี่เหยี่ยนเท่านั้นที่ปลอดภัยดี หลังจากที่นางกวาดเอากำาไล เก็บของของผู่้ฝึกลมปราณทั้งเจ็ดไปหมดแล้ว นางก็ใช้มีดแหลมคมแล่เอา ส่วนที่มีราคาบนร่างของอินทรีวิญญาณ
ลวี่เหยี่ยนที่มีตับะกลางสวรรค์ช่วงกลาง รูปโฉมธรรมดา เรือนกาย ออกจะอ้วนเล็กน้อย เมื่อเทียบกับซ่งลี่ที่มีความร่านร้อนฝึังลึกอยู่ในกระดูก แล้วก็เรียกได้ว่าไร้ซึ่งแรงดึงดูดใดๆ
แตั่ตัอนนั้นที่นางออกไปจากกลุ่มก็เพราะไม่อยากเข้ามาในป่าลึก แล้วเหตัุใดตัอนนี้ถึงมาปรากฏตััวอยู่ที่นี่?
เนี่ยเทียนเตั็มไปด้วยความแคลงใจ ตัอนที่ลวี่เหยี่ยนแร่เอาส่วน สำาคัญบนร่างของอินทรีวิญญาณนั้น เขาก็ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ คิดจะ เอาเนื้อและเลือดของอินทรีวิญญาณมาจากมือลวี่เหยี่ยน
ในสายตัาของเขา ลวี่เหยี่ยนมีฝึีมือธรรมดา เทียบกับซ่งลี่ไม่ได้เลย สักนิด
และลวี่เหยี่ยนเองก็อาจไม่สนใจเลือดเนื้อของอินทรีวิญญาณ ซึ่ง นางก็น่าจะยอมมอบให้เขาแตั่โดยดี ทว่าหากลวี่เหยี่ยนไม่ยอม เขาเองก็ พร้อมจะลงมืออย่างโหดเหี้ยม
อยู่ในเทือกเขาฮว้านคงก็ตั้องเป็นแบบนี้ เขาค่อยๆ ปรับตััวเข้ากับ ความอำามหิตันองเลือดของที่แห่งนี้ได้แล้ว จึงเตัรียมจะเล่นไปตัามกฏ กตัิกาของมัน
ทว่าขณะที่เขาค่อยๆ เข้าไปใกล้ลวี่เหยี่ยน ทิพย์จักษุอีกข้างหนึ่ง กลับสังเกตัเห็นว่ามีผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์ช่วงตั้นคนหนึ่งกำาลังเดิน ทางมาอย่างรวดเร็ว
คนผู่้นั้นดูเหมือนว่าจะเป็นนักล่าคนหนึ่ง!
เนี่ยเทียนหยุดชะงักอยู่ที่เดิม มองสังเกตัการณ์อยู่เงียบๆ
ไม่นานหลังจากนั้น คนผู่้นั้นก็มาปรากฏตััวในตัำาแหน่งของลวี่เหยี่ ยน เขามองลวี่เหยี่ยนหนึ่งครั้งก่อนจะมองไปยังอินทรีวิญญาณ แล้วจึง แสยะปากยิ้มพร้อมกล่าวว่า “เจ้าโชคไม่เลวเลยนี่นา”
“อืม เจ้าโง่เจ็ดคนนั้นล้วนถูกข้าวางยาพิษ หลังจากที่พวกเขาฆ่า อินทรีวิญญาณตัาย ฤทธิ์ของยาพิษก็กำาเริบจนคร่าชีวิตัของพวกเขาได้ พอดี” ลวี่เหยี่ยนสนทนากับเขาด้วยสีหน้าเป็นธรรมชาตัิ แล้วอยู่ๆ นางก็ พลันขมวดคิ้วมุ่น “ยังไม่ได้ข่าวหลี่เทียนที่คุณหนูตั้องการตััวอีกหรือ?”
“ยังเลย” คนที่มาเยือนหน้านิ่วคิ้วขมวดคิ้ว ก่อนจะถอนหายใจหนึ่ง ครั้ง “คนของพวกเราตัามหาบริเวณรอบๆ อยู่หลายวันแล้วกลับไม่พบ ความเคลื่อนไหวใดๆ แม้แตั่นิดเดียว เฮ้อ ก็ไม่รู้ว่าเจ้าเศษสวะที่ชื่อหลี่ เทียนผู่้นั้นไปล่วงเกินอะไรคุณหนูไว้ หลายวันมานี้คุณหนูอารมณ์ แปรปรวนมาก พวกเราพี่นางตั่างก็ตั้องรับเคราะห์ไปตัามๆ กัน”
“คนผู่้นั้นข้าเคยเจอมาก่อน มีตับะกลางสวรรค์ช่วงตั้นเหมือนกัน และก็แค่ครอบครองป้ายขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดเท่านั้น” ลวี่เหยี่ ยนขมวดคิ้วเป็นปม “ด้วยวิธีการของคุณหนู หากคิดจะสังหารคนแบบนี้ น่าจะง่ายมากถึงจะถูก ทำาไมกลับเป็นฝึ่ายถูกเขาเล่นงานเสียได้”
“ผ่ีน่ะสิที่รู้” คนที่มาเยือนส่ายหัว แค่นเสียงเย็นกล่าวว่า “อย่าให้ ข้าเจอเจ้าเศษสวะหลี่เทียนนั่นเชียว มิฉะนั้นข้าจะให้มันได้ลิ้มรสแห่งความ ทรมานอย่างถึงที่สุด! มันบังอาจมากระตัุ้นความโกรธของคุณหนูก็สมควร ตัายเป็นหมื่นๆ ครั้ง!”
“ในเมื่อคุณหนูเดือดดาลขนาดนี้ ข้าคงไม่ไปพบนางแล้ว เดี๋ยวจะ ดวงซวยไปด้วย” ลวี่เหยี่ยนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เดี๋ยวเก็บเอาวัตัถุ วิเศษบนร่างของอินทรีวิญญาณเสร็จเรียบร้อยแล้วข้าจะออกไปข้างนอก ก่อนจะชักนำาคนอีกกลุ่มหนึ่งให้ช่วยกันจัดการเรื่องนี้ให้ดี”
“อืม ทำาแบบนี้แหละฉลาดที่สุดแล้ว” คนที่มาเยือนมีสีหน้าจนใจ “พวกเราไม่มีทางเลือกอื่น ได้แตั่เผ่ชิญหน้ากับอารมณ์เกรี้ยวกราดของคุณ หนูทุกวัน พี่น้องหลายคนล้วนถูกนางตับปาก บอกว่าพวกเราไร้ประโยชน์ นานขนาดนี้แล้วก็ยังหาไอ้สวะนั่นไม่เจอ!”
ลวี่เหยี่ยนและคนผู่้นั้นพูดคุยกันพลางช่วยกันแล่เอาส่วนที่มีค่าบน ร่างของอินทรีวิญญาณไปด้วย จากนั้นลวี่เหยี่ยนก็มอบกำาไลเก็บของของ คนทั้งเจ็ดให้กับเขา ก่อนที่ทั้งคู่จะออกไปจากตัรงนั้น
เนี่ยเทียนที่อยู่ในมุมมืดได้ยินคำาพูดทั้งหมดของทั้งคู่อย่างชัดเจน
“ที่แท้ลวี่เหยี่ยนก็เป็นพวกเดียวกับซ่งลี่! นังคนชั่วทั้งสองนี้คนหนึ่ง ร้องคนหนึ่งรับ วางแผ่นหลอกล่อให้พวกเสิ่นเหวยเข้ามาล่าสัตัว์ ทว่าลวี่เห ยี่ยนกับซ่งลี่ไม่เคยพูดคุยกันเป็นการส่วนตััวมาก่อน ดูท่าคงรู้ใจกันดีถึงขั้น ที่ไม่ตั้องเอ่ยคำาใด!”
เขาที่รู้ความจริงอย่างแน่ชัดจึงเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้งทันที รู้ แล้วว่าพวกนักล่าเหล่านั้นสมคบคิดกันทำาเรื่องอะไรอยู่
พวกนักล่าอาศัยผู่้หญิงสองคนอย่างซ่งลี่และลวี่เหยี่ยนให้มาชักนำา กลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ ที่อยู่ริมชายป่าเข้าไปในป่าลึก ให้พวกเขาสังหารสัตัว์ วิเศษ ขณะเดียวกันก็ฉวยโอกาสสังหารพวกเขาไปพร้อมกันทีเดียว
ก็ไม่รู้ว่าพวกนักล่าใช้แผ่นการเช่นนี้มากี่ครั้งแล้ว
ผู่้หญิงที่เป็นเหมือนซ่งลี่และลวี่เหวยอาจจะยังมีอีกมาก พวกนาง ล้วนใช้วิธีการคล้ายๆ กันในการลงมือ หลังจากสังหารสัตัว์วิเศษและคน ที่มาเยือนได้แล้ว สุดท้ายก็เก็บเกี่ยวเอาผ่ลประโยชน์มหาศาลไปครอง
แผ่นการลงมือของพวกนักล่านั้นเผ่ด็จการ ตั่ำาช้าและโหดเหี้ยมยิ่ง กว่าเปลวอัคคี เดือนดับและกะโหลกเลือดมากนัก!
“ดีนักนะไอ้พวกนักล่า!”
เนี่ยเทียนตักใจจนเหงื่อเย็นๆ แตักพลั่กไปทั้งร่าง รู้ว่าหากไม่เป็น เพราะทิพย์จักษุ เกรงว่าคงยากที่เขาจะหนีพ้นคนอำามหิตัเหล่านี้ได้
และเมื่อครู่นี้หากไม่เป็นเพราะสังเกตัเห็นว่ามีนักล่าขอบเขตัตั้น สวรรค์กำาลังเดินทางมา เขาเองก็คงจะทะเล่อทะล่าเข้าไปลงมือกับลวี่เหยี่ ยน
พอถึงเวลานั้นหากเขาคิดจะถอนตััวออกมาก็เกรงว่าคงไม่ได้ ง่ายดายอีกแล้ว
เขารออยู่ชั่วครู่จนแน่ใจว่าลวี่เหยี่ยนและคนผู่้นั้นจากไปแล้วจริงๆ ถึงได้มาหยุดอยู่ข้างซากศพของอินทรีวิญญาณ เก็บเอาเลือดและเนื้อที่คน ทั้งสองทิ้งไว้มาเป็นของตััวเอง
หลังจากที่อินทรีวิญญาณหายวับไป เขาก็ขมวดคิ้วมุ่น ครุ่นคิดกับ ตััวเองว่าควรจะอยู่ที่นี่ตั่อหรือว่าออกไปให้ไกลจากที่แห่งนี้
ตัามคำาพูดของลวี่เหยี่ยนและคนผู่้นั้น ซ่งลี่ผู่้มีฐานะสูงส่งในบรรดา นักล่าได้จัดการให้พวกนักล่าออกตัามหาเขาไปทั่วทุกแห่งแล้ว
หากเขายังเคลื่อนไหวอยู่ในป่าลึกแห่งนี้ก็ไม่แน่ว่าอาจจะพบเจอ พวกเขาเข้าในสักวัน
ถึงเวลานั้นสิ่งที่เขาตั้องเผ่ชิญหน้าอาจจะไม่ใช่แค่นักล่าเพียงคน เดียว
ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่เขาก็แค่นเสียงกล่าว “จะเล่นเป็นเพื่อนพวกเจ้า อีกสักพักก็แล้วกัน ถือโอกาสรวบรวมเอาเลือดเนื้อของสัตัว์วิเศษระดับสี่ มาเพิ่มด้วย ดูสิว่าพวกเจ้าจะสังหารข้าได้หรือไม่”