ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 293 คมเขี้ยว
* หมายเหตัุ เปลี่ยนแปลงชื่อองค์กรนักล่าจากเหลียวหยา เป็นคมเขี้ยว*
เทือกเขาฮว้านคง ฐานที่ตัั้งลับของกะโหลกเลือด
เผ่ยฉีฉีที่พักฟื้นเพื่อประสานบาดแผ่ลไม่ได้เสียเวลาตัามหาพื้นที่ ที่เหมาะสมสำาหรับการจัดวางค่ายกลนำาส่ง แตั่มายังฐานที่ตัั้งของกะโหลก เลือด
ที่นางทำาเช่นนี้เพราะเมื่อผ่่านการขัดเกลาประสบการณ์ครั้งนี้ และตั้องหลบหนีจากน้ำามือของหม่าจิ่วและหลี่หลางเฟิงตัิดตั่อกัน นางก็ สัมผ่ัสได้ล่วงหน้าว่าขอบเขตัของตันกำาลังจะฝึ่าทะลุ
นางหยุดอยู่ที่ขั้นกลางสวรรค์ช่วงท้ายมานานมากแล้ว ตัอนนี้ เมื่อสัมผ่ัสได้ว่าตับะใกล้จะฝึ่าทะลุจึงไม่คิดจะอยู่ที่นี่ตั่อ
การฝึ่าทะลุขอบเขตัสำาคัญสำาหรับนางมาก นางไม่กล้าอยู่ตั่อใน เทือกเขาฮว้านคงที่เตั็มไปด้วยอันตัรายเพื่อฝึ่าทะลุขอบเขตั
นางคิดจะยืมใช้ค่ายกลนำาส่งของกะโหลกเลือดเดินทางกลับไปที่ เมืองโพ่เมี่ยก่อน รอจนนางเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตัตั้นสวรรค์ถึงจะกลับ มาเทือกเขาฮว้านคง และเลือกสถานที่แห่งหนึ่งที่เหมาะสมสำาหรับจัดวาง ค่ายกลนำาส่งอีกครั้ง
หลังจากที่นางแยกกับเนี่ยเทียนก็ไม่ได้ยืมใช้ค่ายกลส่งข้อความเสียง ระดับสูงในห้องลับใตั้บาดาลเพื่อตัิดตั่อกับกะโหลกเลือด
เพราะนางเองก็เข้าใจดีว่าห้องลับใตั้บาดาลของกะโหลกเลือดมี เพียงสมาชิกระดับสูงของกะโหลกเลือดเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์รับรู้
ไฉ่โยวบอกห้องหินลับมากมายของกะโหลกเลือดในเทือกเขาฮว้าน คงกับนาง เดิมทีก็ถือว่าเป็นการทรยศตั่อกฏของกะโหลกเลือดมากแล้ว นางจึงไม่อยากสร้างความยุ่งยากให้กับไฉ่โยวอีก
เมื่อนางมาปรากฏตััวยังฐานที่ตัั้งของกะโหลกเลือด แน่นอนว่าย่อม ชักนำาให้เกิดความครึกโครม และไม่นานพวกไฉ่โยวและสือชิงตั่างก็มาตัาม ข่าวอย่างรวดเร็ว
“ฉีฉี! เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว!”
ไฉ่โยวรีบร้อนกลับมา พอเห็นว่านางปลอดภัยดีจึงแย้มยิ้มทันที
ช่วงที่ผ่่านมานี้ไฉ่โยวได้พาสมาชิกของกะโหลกเลือดบางส่วนออก ไปตัามหานางอยู่ตัลอดเวลา คอยเป็นห่วงนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน กลัวว่าจะ เกิดเรื่องขึ้นกับนาง
ไฉ่โยวรักนางด้วยความจริงใจอย่างแท้จริง
“ได้ยินว่าหลี่หลางเฟิงตัามไปไม่เจอพวกเจ้า ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าไม่น่า จะเกิดเรื่องกับเจ้า” สือชิงยิ้มน้อยๆ แล้วพลันกล่าวว่า “หัวเทียนล่ะ? เขา ไม่ได้กลับมาพร้อมกับเจ้าหรือ?”
กูนอวี่ผู่้รับผ่ิดชอบกะโหลกเลือดในเทือกเขาฮว้านคงก็เดินออกมา จากกระท่อมหลังหนึ่งแล้วกล่าวว่า “ข้าได้ข่าวว่าหลี่หลางเฟิงยังคงตัาม หาหัวเทียนไปทั่วทุกที่ เดิมทีข้านึกว่าเขาจะอยู่กับเจ้า วันนี้เห็นเจ้ามาที่นี่ ทว่าหัวเทียน…อยู่ที่ไหนล่ะ?”
ตัอนที่กะโหลกเลือด เปลวอัคคีและเดือนดับตั่อสู้กัน ไฉ่เยว่ได้กลับ ไปถึงเมืองโพ่เมี่ยก่อนแล้วเวลานี้จึงไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย
สือชิงที่อยู่ตั่อได้เล่าเรื่องการตั่อสู้ที่เตั็มไปด้วยความเสี่ยงครั้งนั้นให้ กูนอวี่ฟังอย่างละเอียดแล้ว
กูนอวี่ที่เดิมทีรู้สึกว่าการมอบป้ายขุนนางตั่างถิ่นให้กับเนี่ยเทียนที่มี ตับะเพียงกลางสวรรค์ช่วงตั้นออกจะเป็นเรื่องตัลกเกินไป มาตัอนนี้ได้ ยอมรับพลังในการตั่อสู้ของเนี่ยเทียนจากใจจริงแล้ว
มีตับะแค่กลางสวรรค์แตั่กล้าปะทะกับคนอำามหิตัอย่างหลี่หลางเฟิง ซึ่งๆ หน้า อีกทั้งยังทำาตััวให้มีประโยชน์ในช่วงเวลาที่คับขัน นี่จึงทำาให้กูนอ วี่มองประเมินเนี่ยเทียนสูงขึ้น
และมาภายหลังเขายังได้รู้จากปากของไฉ่โยวอีกว่าตัอนที่ไฉ่โยว และเผ่ยฉีฉีประสบภัย ก็ได้เนี่ยเทียนช่วยสังหารผู่้แข็งแกร่งของเดือนดับ สิบกว่าคนจึงพ้นภัยมาได้อย่างราบรื่น เขาก็ยิ่งตักตัะลึงและแปลกใจใน ความสามารถของเนี่ยเทียน
เวลานี้ไม่ว่าจะเป็นสือชิงหรือว่าเขากูนอวี่ตั่างก็รู้สึกว่ากะโหลก เลือดรับเนี่ยเทียนไว้เป็นขุนนางตั่างถิ่นถือเป็นเรื่องที่โชคดีอย่างถึงที่สุด
ช่วงเวลาที่ผ่่านมาหลี่หลางเฟิงล้วนตัามหาเนี่ยเทียนอย่างบ้าคลั่ง ทำาเอาทุกคนที่อยู่ในเทือกเขาฮว้านคงตั่างก็รู้เรื่องกันหมด ซึ่งนี่ก็เป็นการ พิสูจน์ให้เห็นถึงความร้ายกาจของเนี่ยเทียนทางอ้อม
คนที่ถูกหลี่หลางเฟิงหมายหัวแตั่กลับยังรอดชีวิตัพ้นเงื้อมมือเขาได้ มีหรือจะธรรมดา?
“หัวเทียนไม่ได้กลับมาพร้อมข้า” เผ่ยฉีฉีสีหน้าเรียบเฉย “หลังจาก ที่พวกเราพ้นอันตัราย สลัดหลี่หลางเฟิงหลุดมาได้ก็ฟื้นตััวกันพักหนึ่งก่อน ที่จะแยกกัน”
“หัวเทียนไปที่ไหนหรือ?” สือชิงเอ่ยอย่างเป็นห่วงเป็นใย
เผ่ยฉีฉีขมวดคิ้วน้อยๆ พลันนึกขึ้นได้ถึงการตััดสินใจเด็ดเดี่ยวตัอ นที่เนี่ยเทียนจากไป “เขาตััดสินใจจะเดินทางกลับเมืองโพ่เมี่ยเพียงลำาพัง”
“ว่าไงนะ?” กูนอวี่แตักตัื่น “เดินทางกลับเมืองโพ่เมี่ยเพียงลำาพัง? เขาไม่คิดจะยืมใช้ค่ายกลนำาส่งของพวกเรา? เขาคือขุนนางตั่างถิ่นที่ได้รับ การยอมรับจากกะโหลกเลือด แค่จ่ายหินวิเศษบางส่วนก็สามารถใช้ค่าย กลนำาส่งกลับไปยังเมืองโพ่เมี่ย ทั้งๆ ที่มีวิธีที่สะดวกที่สุด เหตัุใดเขาตั้อง อยากเดินทางไกล พาตััวเองเข้าไปอยู่ในอันตัรายด้วย?”
“เขาอยากขัดเกลาตััวเอง!” ไฉ่โยวเข้าใจขึ้นมาโดยพลัน
เผ่ยฉีฉีพยักหน้า
ไฉ่โยวมีสีหน้าเคร่งขรึม บังเกิดความเลื่อมใสในตััวเขา “ในที่สุดข้า ก็เข้าใจแล้วว่าเหตัุใดหัวเทียนถึงได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้! มีแค่ขอบเขตั กลางสวรรค์ก็กล้าทอดทิ้งวิธีการที่สบายที่สุด และเลือกหนทางที่ยาก ลำาบากที่สุด เดินทางผ่่านเทือกเขาฮว้านคงกลับไปยังเมืองโพ่เมี่ย! หัว เทียนเป็นบุคคลที่โดดเด่นอย่างแท้จริง!”
เขาเข้าใจความคิดของเนี่ยเทียนได้ดีที่สุด
ในฐานะที่เป็นลูกชายของไฉ่หลัน เขาไม่ยินดีอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยแตั่ มาใช้ชีวิตัอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงนานปี ปล่อยให้ตััวเองตั้องเผ่ชิญกับ สภาพอับจนครั้งแล้วครั้งเล่า นั่นก็เป็นเพราะคิดจะใช้วิธีการเช่นนี้มา ขัดเกลาตััวเอง อาศัยความสามารถของตััวเองมาชนะใจผู่้แข็งแกร่งทุกคน ที่อยู่ในกะโหลกเลือด
—ไม่ใช่อาศัยฐานะลูกชายของไฉ่หลัน
“ข้าเหนื่อยแล้ว จำาเป็นตั้องได้รับการพักผ่่อน” เผ่ยฉีฉีมองไปยัง กระท่อมไม้ที่มีค่ายกลนำาส่งจัดวางอยู่
“ข้าจะไปส่งเจ้ากลับเอง” ไฉ่โยวเป็นผู่้นำาทางพานางเข้าไปใน กระท่อมไม้ เพื่อจัดการการนำาส่งให้กับนาง
กูนอวี่และสือชิงตั่างก็รออยู่ข้างนอก
ผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์สองคนมองหน้ากันไปมา และก็แอบ ปลงอนิจจังอยู่กับตััวเอง
“เจ้าหัวเทียนผู่้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย รอจนเขาเตัิบใหญ่เลื่อนขั้น ไปถึงขอบเขตัตั้นสวรรค์ อนาคตัของเขาก็จะยาวไกลไร้ที่สิ้นสุด นายน้อย มอบป้ายขุนนางตั่างถิ่นให้แก่เขาล่วงหน้า ช่างเป็นผู่้ที่ตัามีแววรู้จักมอง การณ์ไกลยิ่งนัก” สือชิงกล่าว
กูนอวี่พยักหน้ารับเบาๆ ทว่าอยู่ๆ ก็ขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง “ทว่าทาง สายนั้นที่เขาเดินทางกลับไปมีอันตัรายมากมาย เจ้าเองก็รู้ว่าหลายปีที่ผ่่าน มานี้เส้นทางจากเทือกเขาฮว้านคงไปยังเมืองโพ่เมี่ยมีกลุ่มนักล่ากลุ่มใหม่ ปรากฏตััว ซึ่งคนกลุ่มนั้นไม่เหมือนขั้วอิทธิพลดั้งเดิมของอาณาจักรเลี่ยคง เรา”
“เจ้าหมายถึงคมเขี้ยวรึ?” สือชิงแอบขมวดคิ้ว
“อืม คมเขี้ยวนั่นแหละ” กูนอวี่หรี่ตัาลง “ดูเหมือนว่าผู่้นำาของคม เขี้ยวจะเป็นผู่้หญิงคนหนึ่ง ขอบเขตัก็คล้ายว่าจะไม่สูงมากนัก ทว่าลูกน้อง ของนางกลับมีคนขอบเขตัตั้นสวรรค์อยู่ไม่น้อย แถมฝึีมือก็ไม่ธรรมดา คน ของกะโหลกเลือดเราที่อยู่ในเทือกเขาฮว้านคงเคยเจอกับคนเหล่านั้นของ คมเขี้ยวมาก่อน ฝึีมือของพวกเขาเมื่อเทียบกับสมาชิกแท้จริงของกะโหลก เลือดเราที่อยู่ในระดับเดียวกันก็ไม่ด้อยกว่าแม้แตั่นิดเดียว!”
“ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นได้เลยนะ” สือชิงมีสีหน้าตักตัะลึง “กลุ่มนัก ล่าคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังการตั่อสู้หรืออาวุธวิเศษตั่างก็อ่อนด้อย กว่าพวกเรามากนัก คมเขี้ยวที่อยู่ๆ ก็โผ่ล่มากะทันหันเหตัุใดถึงได้พิเศษ ขนาดนี้?”
“ใจข้ามีการคาดเดาอยู่อย่างหนึ่ง แตั่ตัอนนี้ยังไม่แน่ใจ ดังนั้นจึงไม่ สามารถพูดได้” กูนอวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวว่า “หากหัวเทียนไป ยังพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างหรือซากปรักหักพังก็น่าจะง่ายกว่า แตั่ถ้ากลับเมืองโพ่ เมี่ย มีความเป็นไปได้มากว่าจะเจอกลุ่มคมเขี้ยวนั่น กลัวก็แตั่เขาจะรับมือ ไม่ได้น่ะสิ”
“หวังว่าเขาจะมีชีวิตัรอดกลับไปก็แล้วกัน หากเขาสามารถฝึ่าการ ล้อมโจมตัีของกลุ่มคมเขี้ยวกลับเมืองโพ่เมี่ยได้สำาเร็จ เด็กคนนี้ก็จะกลาย มาเป็นบุคคลที่น่าจับตัามองคนหนึ่งของอาณาจักรเลี่ยคงในอนาคตั!” สื อชิงกล่าว
“ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนี้” กูนอวี่ถอนหายใจเบาๆ คล้ายไม่เห็นด้วย เท่าใดนัก
……
“คมเขี้ยว!”
เวลาเดียวกันนั้นเนี่ยเทียนเองก็กำาลังพูดถึงชื่อนี้เช่นกัน
เขาในยามนี้ได้เดินทางพ้นจากป่าลึกมาไกลจนเข้าไปใกล้ชายเขตั เทือกเขาฮว้านคงมากแล้ว และกำาลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ใช้เดินทางกลับ เมืองโพ่เมี่ยอย่างเป็นทางการ
พ้นมาหลายวันหลังจากที่เขาทิ้งข้อความนั้นไว้ให้ซ่งลี่ ขณะที่เขา กำาลังเดินอยู่ในป่าก็เจอกับกลุ่มที่กระจัดกระจายกันอยู่ริมชายป่าอีกสอง สามกลุ่ม และได้ยินชื่อองค์กรนักล่า “คมเขี้ยว” จากคนเหล่านั้น
ในบรรดาคนพวกนั้นมีผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา ทว่าพอพวกเขารู้ว่าองค์กรนักล่าที่เคลื่อนไหวอยู่ในป่าลึกคือคมเขี้ยวก็ เลือกที่จะถอยห่างออกไปทันที
ตัามคำาพูดของคนพวกนั้น เนี่ยเทียนรู้ว่า “คมเขี้ยว” คือองค์กรนัก ล่าที่เพิ่งจะโผ่ล่ขึ้นมาในอาณาจักรเลี่ยคงเมื่อสองปีก่อน องค์กรนี้มีความ สามารถที่แตักตั่างไปจากนักล่ากลุ่มอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
คมเขี้ยวมีวิธีการเหี้ยมโหด เป้าหมายใดที่ถูกพวกเขาหมายหัวเอาไว้ ก็แทบจะถูกสังหารหมดสิ้น
ที่ตั่างไปจากองค์กรนักล่ากลุ่มอื่นก็คือคมเขี้ยวไม่รับสมาชิกใหม่ ตั่อ ให้เจอกับคนที่มีความสามารถโดดเด่นก็ยังฆ่าทิ้งทั้งหมด ปฏิเสธไม่ให้พวก เขาเข้าร่วมกลุ่มด้วย
ไม่เพียงเท่านี้ คมเขี้ยวเองก็ไม่เคยคบค้าสมาคมกับองค์กรนักล่า กลุ่มอื่น
สมาชิกของคมเขี้ยวตั่างก็มีความเป็นมาที่ไม่แน่ชัด ก่อนหน้านี้ คล้ายจะไม่เคยปรากฏตััวอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงมาก่อน ทว่าอยู่ๆ พวกเขา ก็โผ่ล่มากะทันหัน
โครงสร้างของคมเขี้ยวถูกปิดเป็นความลับอย่างหนาแน่น ปากของ สมาชิกทุกคนถูกปิดสนิท สมาชิกคมเขี้ยวหลายคนที่ถูกฆ่าเพราะทำางานไม่ ระมัดระวังก็ไม่เคยเอาเรื่องภายในองค์กรมาป่าวประกาศ
จนถึงกระทั่งวันนี้คนนอกจึงรู้เพียงแค่ว่าหัวหน้าของกลุ่มคมเขี้ยว เหมือนจะเป็นหญิงสาวที่งดงามมากคนหนึ่ง
และก็เพียงแค่นี้เท่านั้น
ระหว่างที่เนี่ยเทียนกำาลังเดินทางก็ได้เจอกับกลุ่มคนที่เดินทางกลับ ไปยังเมืองโพ่เมี่ยเช่นเดียวกับเขาซึ่งเรื่องที่พวกเขาพูดคุยกันมากที่สุดก็คือ เรื่องของคมเขี้ยว
เวลาที่กลุ่มคนเหล่านั้นพักผ่่อนก็มักจะภาวนาให้ตััวเองไม่ตั้องเจอ กับกลุ่มนักล่าคมเขี้ยว ไม่อยากถูกคมเขี้ยวมองเป็นเป้าหมาย
ราวกับว่าใครก็ตัามที่ถูกคมเขี้ยวหมายหัวก็จะไม่มีทางกลับไปยัง เมืองโพ่เมี่ยได้สำาเร็จ
“โชคดีไม่น้อยจริงๆ กลุ่มนักล่าที่ไปมีเรื่องด้วยดันเป็นคมเขี้ยวซะ ได้” เนี่ยเทียนลูบคลำาปลายคาง ยิ้มเจื่อนๆ ออกมา “ผู่้หญิงที่ใช้ชื่อว่าซ่งลี่ คนนั้นคงจะไม่ใช่ผู่้นำาของคมเขี้ยวจริงๆ หรอกนะ? หากเป็นนางจริงๆ ข้า เดินทางกลับเมืองโพ่เมี่ยครั้งนี้คงเตั็มไปด้วยอันตัรายแน่ๆ”
เมื่อคิดเช่นนี้เขาจึงเพิ่มความเร็วในการเดินทาง ใช้ทิพย์จักษุเจ็ด ข้างที่เชื่อมโยงกับพลังจิตัของเขาจับสังเกตัทุกอย่างที่อยู่รอบด้านอย่าง ใกล้ชิด
สองวันตั่อมา
เขาเพิ่งจะเดินออกจากเทือกเขาฮว้านคงและเข้าไปในพื้นที่เนินเขา แห่งหนึ่งก็มองเห็นการตั่อสู้นองเลือดผ่่านทิยพ์จักษุทันที