ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 294 แฝึงตััวไล่ล่า
*หมายเหตัุ เปลี่ยนชื่อองค์กรนักล่าเหลียวหยาจากบทที่แล้วเป็นคมเขี้ยว*
“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง เคยเห็นคนผู่้นี้หรือไม่?”
ผู่้ฝึกลมปราณกลางสวรรค์ช่วงกลางผู่้หนึ่งที่อาภรณ์บนไหล่ซ้าย มีภาพของคมเขี้ยวสลักอยู่ มือข้างหนึ่งถือภาพวาด ส่วนอีกข้างหนึ่งกำาลำา คอของคนผู่้หนึ่งแน่นเอ่ยถามด้วยน้ำาเสียงราบเรียบ
“ไม่ ไม่เคย” คนผู่้นั้นส่ายหัว
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไปตัายได้แล้ว” สมาชิกผู่้นั้นของคมเขี้ยว ส่ายหัวอย่างเสียดายแล้วจึงบีบกระดูกลำาคอของคนผู่้นั้นแตักละเอียดทันที
“หลี่เทียนที่คุณหนูตั้องการตััวบางทีอาจจะยังไม่ออกมาจาก เทือกเขาฮว้านคง รอไปอีกหน่อยเถอะ” สมาชิกอีกคนของคมเขี้ยวกล่าว
สมาชิกของคมเขี้ยวสองคนนี้ตั่างก็มีตับะแค่กลางสวรรค์ช่วง กลาง และคนสามคนที่ตัายด้วยน้ำามือของเขาก็มีตับะเท่าเทียมกับพวกเขา
มีตับะกลางสวรรค์ช่วงกลางเช่นเดียวกัน ทว่าคนทั้งสองกลับ สังหารคนสามคนได้อย่างง่ายดาย
ผู่้ฝึกลมปราณสองคนของคมเขี้ยวที่ไม่ได้ผ่ลลัพธ์อย่างที่คาด การณ์จึงเก็บเอาภาพเหมือนของเนี่ยเทียนซึ่งวาดได้อย่างสมจริงกลับไป ก่อนจะกวาดเอาทรัพย์สินบนร่างของผู่้ตัายทั้งสามมาจนเกลี้ยง
ทิพย์จักษุข้างหนึ่งที่พวกเขามิอาจสัมผ่ัสได้ลอยอยู่เหนือศีรษะ ของคนทั้งสองเงียบๆ และได้ยินบทสนทนาของพวกเขาอย่างชัดเจน
ห่างออกไปหนึ่งพันเมตัร
เนี่ยเทียนที่เพิ่งเดินออกมาจากเทือกเขาฮว้านคงขมวดคิ้วมุ่น นึกไม่ถึงว่าเพิ่งจะเหยียบลงบนเส้นทางกลับเมืองก็ตั้องมาเจอกับนักล่าของ คมเขี้ยวเสียแล้ว
คมเขี้ยวก็เหมือนกับหลี่หลางเฟิงที่ตั่างก็มองเขาเป็นเป้าหมาย ทว่าภัยคุกคามจากคมเขี้ยวกลับมีมากกว่าหลี่หลางเฟิงเสียอีก
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะคมเขี้ยวไม่ได้มีแค่คนเดียว แตั่เป็นองค์กรนัก ล่ากลุ่มหนึ่ง
องค์กรคมเขี้ยวเข้มงวดอย่างมาก ซ่งลี่ผู่้เป็นหัวหน้าก็เจ้าเล่ห์ เฉลียวฉลาด นางและเนี่ยเทียนใช้เวลาอยู่ร่วมกันไม่นานแตั่กลับสามารถ วาดภาพใบหน้าของเนี่ยเทียนออกมาได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังใช้วิธีการ ลึกลับมอบภาพเหล่านั้นให้กับพวกนักล่าที่เคลื่อนไหวอยู่แถวเนิ่นเขา ป่า ร้าง สั่งให้พวกเขาเริ่มตัามหาตััวเนี่ยเทียนทันที
วิธีการตัามหาตััวเนี่ยเทียนของหลี่หลางเฟิงใช้เพียงแค่ตัามชื่อ “หัวเทียน” ของเขาเท่านั้น ด้วยกำาลังของคนคนเดียวย่อมไม่ได้ผ่ลลัพธ์ดี เท่าองค์กรนักล่าที่ชื่อว่าคมเขี้ยวนี่อยู่แล้ว
แม้เนี่ยเทียนจะรู้สึกผ่ิดคาดเล็กน้อยแตั่กลับไม่ได้ตัื่นเตั้นกระวน กระวาน
เขาเตัรียมพร้อมรับมือกับคมเขี้ยวมานานมากแล้ว
“นังคนชั่วซ่ง ในเมื่อเจ้าอยากเล่น นายน้อยอย่างข้าก็จะเล่น เป็นเพื่อนเจ้าแล้วกัน” เขาแสยะปากยิ้ม ไม่เพียงแตั่ไม่หลบเลี่ยงออกไป กลับยังพุ่งพรวดเข้าหาสมาชิกสองคนของคมเขี้ยวนั่นด้วย
ก็แค่นักล่าขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงกลางเพียงสองคน เขาไม่ เห็นอยู่ในสายตัาแม้แตั่นิด
ถึงแม้เขาเองก็มองออกว่านักล่าสองคนนั้นของคมเขี้ยว แข็งแกร่งยิ่งกว่านักล่าระดับเดียวกันที่เคลื่อนไหวอยู่ในเทือกเขาฮว้านคง
ทว่าพลังในการตั่อสู้ของคนทั้งสองก็เทียบเคียงได้กับผู่้ที่มีระดับ เดียวกันของเดือนดับเท่านั้น
ตัอนอยู่ในเทือกเขาฮว้านคง เพื่อช่วยเผ่ยฉีฉีและไฉ่โยวตัีฝึ่า วงล้อม เขาไม่ได้ฆ่าขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงกลางไปแค่คนเดียว นักล่า สองคนนั้นของคมเขี้ยวจึงไม่สร้างความกังวลใดให้เขาอย่างแท้จริง
“อู้!”
ไม่นานนักเขาที่ห้อตัะบึงเข้ามาราวกับพายุบ้าคลั่งก็พลันมา ปรากฏตััวอยู่เบื้องหน้านักล่าสองคนที่กำาลังจะจากไป
“หลี่เทียน!”
นักล่าที่เพิ่งเก็บเอาภาพวาดไปจดจำาคนในภาพได้อย่างแม่นยำา มองปราดเดียวจึงจำาคนที่โผ่ล่พรวดออกมาได้ทันทีว่าคือหลี่เทียนที่หัวหน้า ของพวกเขาตัามหาอย่างยากลำาบาก
คนทั้งสองจึงตัื่นเตั้นขึ้นมาทันควัน
“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะตัามหาข้าอยู่ไม่ใช่หรือ?” เนี่ยเทียน แสยะปากยิ้ม เขาเก็บกำาไลหยกเขียวและสร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงขึ้น มารอตัั้งนานแล้ว
ระหว่างที่พูดเขาก็ยกมือขึ้น กระตัุ้นใช้เวทลับที่บรรลุมาจากดิน แดนลึกลับ
ลูกปราณวิญญาณลูกหนึ่งที่รวมตััวจากปราณวิญญาณสกปรก ก่อตััวขึ้นมาในฉับพลัน ก่อนจะบินทะยานเข้าหาคนทั้งสอง
“ตัูม!”
ลูกปราณวิญญาณระเบิดออก ลำาแสงสกปรกสาดกระเซ็นไปทั่ว ทิศ พลังโจมตัีรุนแรงทำาให้โล่แสงพลังวิญญาณบนร่างของนักล่าคมเขี้ยว ทั้งสองคนส่ายไหวคล้ายจะพังทลาย
ผู่้ฝึกลมปราณทุกคนที่กล้าออกมาจากเมืองโพ่เมี่ย พื้นที่ที่ถูกทิ้ง ร้างและซากปรักหักพังตั่างก็มีอาวุธวิเศษที่สามารถตั้านทานพลังวิญญาณ สกปรกได้ แน่นอนว่านักล่าของคมเขี้ยวทั้งสองคนย่อมไม่ใช่ข้อยกเว้น
ทว่าอาวุธวิเศษส่วนใหญ่จะได้แค่ตั้านทานพลังวิญญาณสกปรก ทั่วไปเท่านั้น แตั่ปราณวิญญาณสกปรกที่ระเบิดออกจากในลูกปราณ วิญญาณซึ่งผ่่านการชุบหลอมจากเนี่ยเทียนกลับไม่ใช่สิ่งที่อาวุธวิเศษ ธรรมดาจะตั้านทานได้
“เปรี๊ยะๆๆ!”
อาวุธวิเศษประเภทเดียวกันกับกำาไลหยกเขียวที่นักล่าของคม เขี้ยวสองคนสวมอยู่พลันระเบิดออก
พวกเขาหน้าเปลี่ยนสีอย่างรุนแรง จำาตั้องฝึืนดึงเอาพลัง วิญญาณที่อยู่ในมหาสมุทรวิญญาณของตััวเองมาสร้างเป็นม่านแสงหลาย ชั้นปกคลุมทั่วร่างใหม่อีกครั้ง
ม่านแสงพลังวิญญาณชั้นใหม่ก่อเกิดขึ้นมาทันที
“สำาหรับคนอื่นแล้วอาณาจักรเลี่ยคงอาจเป็นพื้นที่ตั้องห้ามใน การใช้ชีวิตั เตั็มไปด้วยอันตัรายทุกก้าวย่าง ทว่าสำาหรับเผ่ยฉีฉี หลี่หลา งเฟิงและข้าแล้ว อาณาจักรเลี่ยคงนั้นถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งเชียว ล่ะ”
เนี่ยเทียนยิ้มอย่างร่าเริง ครุ่นครุ่นพลางสร้างลูกปราณวิญญาณ ลูกที่สองขึ้นมาโจมตัีคนทั้งสองอีกครั้ง
ห้วงมิตัิที่บิดเบือนยุ่งเหยิง รอยแยกห้วงมิตัิที่มีอยู่ทั่วเทือกเขาฮว้าน คงสามารถถูกเผ่ยฉีฉีใช้เวทลับห้วงมิตัิมาปลดปล่อยพลังของตััวเองได้ อย่างเตั็มที่
และก็ด้วยเหตัุนี้ เผ่ยฉีฉีที่มีเพียงตับะกลางสวรรค์ช่วงท้ายจึง สามารถสังหารผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์ในเทือกเขาฮว้านคงได้สำาเร็จ
หลี่หลางเฟิงที่ฝึกวิชาพิษร้ายเองก็สามารถดึงเอาสิ่งสกปรกส่วน หนึ่งที่เจือปนอยู่ในปราณวิญญาณมาสร้างประโยชน์ให้แก่วิชาพิษร้ายที่ ตันฝึกฝึน
ขณะที่เรือนกายของเขาได้รับความเจ็บปวดจากพลังที่ตัีกลับ เขา เองก็สามารถใช้ปราณวิญญาณสกปรกส่วนหนึ่งที่แฝึงเร้นไว้ด้วยพิษร้าย มาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตััวเอง เพื่อพลังในการสู้รบให้แก่ตััวเอง
เนี่ยเทียนเองก็ไม่ตั่างกัน
ลูกปราณวิญญาณที่เขารวบรวมขึ้นมาไม่จำาเป็นตั้องเผ่าผ่ลาญ พลังงานมากมายนัก เนื่องจากปราณวิญญาณที่ถูกรวบรวมชุบหลอม ปะปนไปด้วยสิ่งเจือปนตั่างธาตัุมากมาย เขาจึงไม่สามารถเอามาฝึกฝึน ไม่ สามารถรับเข้าไปไว้ในร่างกาย ทว่าตัอนที่เผ่ชิญหน้าศัตัรูเขากลับสามารถ เอามันมาใช้สำาแดงศักยภาพที่เหนือล้ำาเกินกว่าคนทั่วไปได้
และไม่ใช่ผู่้ฝึกลมปราณทุกคนที่เป็นอย่างคนอำามหิตัหลี่หลางเฟิง คนส่วนใหญ่จึงยากที่จะตั้านทานการรุกเข้ากัดกินของพลังวิญญาณ สกปรก
“ตัูม! ตัูม! ตัูม!”
ลูกปราณวิญญาณที่ระเบิดตัิดตั่อกันสาดลำาแสงห้าแสงหกสีออกมา ในลำาแสงเหล่านั้นตั่างก็แฝึงเร้นไปด้วยสิ่งสกปรกมากมาย
นักล่าสองคนที่มาจากคมเขี้ยวจึงค่อยๆ ถูกลำาแสงเหล่านั้นปกคลุม กายและถูกกัดกินไปทีละนิด
ไม่นานหลังจากนั้นเนี่ยเทียนก็สังเกตัเห็นว่าม่านแสงที่สร้างขึ้นจาก พลังวิญญาณในมหาสมุทรวิญญาณของพวกเขาพลันหายวับไป
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเสียดแทงแก้วหูดังออกมาจาก คนทั้งสองที่ถูกลำาแสงกลบทับ แรกเริ่มยังเป็นเสียงที่แหลมดัง ทว่ากลับ ค่อยๆ แผ่่วเบาลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหายไปในที่สุด
และเมื่อลำาแสงสลายหายไป สิ่งสกปรกจางหาย เนี่ยเทียนจึงก้าว ยาวๆ ไปหยุดอยู่ข้างกายคนทั้งสองและก็เห็นว่าใบหน้าของนักล่าคมเขี้ยว ทั้งสองเขียวคล้ำา ทว่าเรือนกายกลับเตั็มไปด้วยแสงสีเขียว ทวารทั้งเจ็ดมี เลือดสกปรกไหลออกมา หน้าอกบวมเป่งคล้ายใกล้ระเบิด
ปราณแห่งชีวิตัของพวกเขาแผ่่วเบาจนมิอาจสัมผ่ัสได้ เห็นได้ชัดว่า ใกล้จะตัายแล้ว
“ดูท่าผู่้แข็งแกร่งที่แท้จริงของนักล่ายังไม่ปรากฏตััว เจ้าสองคนนี้ กล้ามาโจมตัีข้าก็ช่างรนหาที่ตัายเสียจริงๆ” เขาส่ายหัวช้าๆ กวาดเอา กำาไลเก็บของที่เป็นของพวกเขาและของที่พวกเขาแย่งชิงมาจนหมด แล้ว ก็ไม่สนใจพวกเขาอีก
เมื่อเขาจากไปได้ไม่นาน หน้าอกที่บวมเป่งของคนทั้งสองก็พลัน ระเบิดตัูม
“เมื่อสิ่งสกปรกที่ผ่่านการชุบหลอมรุกเข้ากัดกินเรือนกาย ไม่ใช่สิ่งที่ คนทั่วไปสามารถแบกรับได้จริงๆ ด้วย” ได้ยินเสียงระเบิด เนี่ยเทียนก็ ขมวดคิ้วมุ่น ยิ่งตัะลึงไปกับความโหดเหี้ยมและแข็งแกร่งของหลี่หลางเฟิง จอมอำามหิตัผู่้นั้น
ในหุบเขาแห่งนั้นเขาสร้างลูกปราณวิญญาณตัิดตั่อกันมากมายเพื่อ โจมตัีหลี่หลางเฟิง
หลี่หลางเฟิงไม่ได้เรียกใช้ม่านแสงพลังวิญญาณก็สามารถใช้เรือน กายของตััวเองแบกรับการโจมตัีนั้น ทั้งยังเป็นฝึ่ายดูดซับสิ่งสกปรกที่อยู่ใน ลำาแสงพวกนั้นไปเองด้วย
แม้ว่าคนอำามหิตัผู่้นั้นจะโชกเลือดไปทั้งร่าง สภาพน่าเวทนาจนแทบ ไม่เป็นผู่้เป็นคน แตั่ร่างกลับไม่ระเบิดและตัายไป
กลับกันคือหลังจากที่เขาดูดซับเอาสิ่งสกปรกไปเป็นจำานวนมาก พลังอำานาจของเขายิ่งไตั่สูง ทุกครั้งที่เขากระอักไอเอาเลือดสดออกมา ก็
จะเป็นการบีบสิ่งสกปรกที่ปะปนอยู่ในเลือดของเขาซึ่งไม่สามารถผ่สาน รวมกับวิชาพิษร้ายของเขาให้ออกมาจากร่าง
หลังจากที่ได้ประมือกับหลี่หลางเฟิง เนี่ยเทียนก็ตัระหนักได้ว่าหลี่ หลางเฟิงผู่้นั้นมองดูเหมือนเป็นคนขี้โรค ทว่าเรือนกายของเขากลับ แข็งแกร่งมากจนเทียบเคียงได้กับสัตัว์วิเศษที่ผ่่านการแปรสภาพในอาณา จักรเลี่ยคง!
คนอำามหิตัผู่้นี้อยู่ขอบเขตัท้ายสวรรค์ช่วงท้ายแล้ว ขาดอีกแค่ครึ่ง ก้าวก็เหยียบเข้าสู่เขตัสามัญได้ หากเขาฝึ่าทะลุขั้นเมื่อไหร่ เกรงว่าอาณา จักรเลี่ยคงย่อมมีคนโรคจิตัที่แม้แตั่ขั้วอิทธิพลใหญ่ทั้งสามก็ยังไม่กล้ามี เรื่องด้วยเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน
“ก่อนหน้าที่ข้ายังไม่เหยียบเข้าสู่ขั้นตั้นสวรรค์ หวังว่าจะไม่เจอกับ เจ้าคนอำามหิตัหลี่หลางเฟิงผู่้นั้นอีก” เนี่ยเทียนทอดถอนใจอยู่กับตััวเอง
ทิพย์จักษุเจ็ดข้างล้อมวนอยู่รอบด้าน เขาหยิบเอาแผ่นที่ที่เผ่ยฉีฉี มอบให้ออกมา หลังจากแยกแยะทิศทางเล็กน้อยก็ห้อตัะบึงออกไปจาก พื้นที่ตั่อสู้อย่างรวดเร็ว
ครึ่งชั่วยามตั่อมา
นักล่าขอบเขตัตั้นสวรรค์คนหนึ่งก็พาผู่้ฝึกลมปราณขอบเขตักลาง สวรรค์สองคนมาปรากฏตััวอยู่ที่นี่
มองปราดเดียวพวกเขาก็เห็นสมาชิกที่ตัายอนาถสองคนนั้นทันที ใบหน้าจึงเปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึม
เหมือนกับเนี่ยเทียน พวกเขาเองก็เพิ่งออกมาจากเทือกเขาฮว้านคง ตัามคำาสั่งของซ่งลี่ และเตัรียมจะเข้ามาล้อมสังหารเนี่ยเทียนที่เนินเขาและ ป่าร้าง
ผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์เดินวนรอบศพนั้นอยู่หลายรอบก่อน จะเอ่ยวิเคราะห์ “แปลกจริง สมาชิกสองคนนี้เหมือนจะตัายเพราะถูก ปราณวิญญาณสกปรกกัดกินร่างมากเกินไป”
“ไตั้เท้า ตั่อให้ถูกปราณวิญญาณสกปรกรุกเข้ากัดกินก็ไม่น่าจะตัาย อนาถแบบนี้ไม่ใช่หรือ?”
“ปราณวิญญาณสกปรกเหล่านั้นมีระดับความบริสุทธิ์สูงมาก เหมือนจะผ่่านการชุบหลอมมาก่อน ผู่้ที่สามารถชุบหลอมปราณวิญญาณ สกปรกจนทำาให้พวกเขาตัายด้วยสภาพเช่นนี้ได้ก็มีเพียงเจ้าตััวประหลาด หลี่หลางเฟิงเท่านั้น” นักล่าขอบเขตัตั้นสวรรค์ขมวดคิ้ว เขาเองก็
คลางแคลงใจเหมือนกัน ตัอนนี้ยังมองเส้นสนกลในไม่ออกจึงเล่าเรื่องที่เกิด ขึ้นที่นี่ผ่่านทางหินส่งข้อความเสียงให้กับผู่้อื่นรับรู้
การถ่ายทอดผ่่านหินส่งข้อความเสียงมีขอบเขตัที่แน่นอน ไม่ว่า สมาชิกของคมเขี้ยวคนใดก็ตัามที่เคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็จะได้ รับข้อความทั้งหมด
ข้อมูลจากเขาผ่่านการส่งตั่อไปทางหินส่งข้อความเสียงอยู่หลาย ครั้งจนกระทั่งมาถึงมือของซ่งลี่
เวลานี้ซ่งลี่เองก็ยกเลิกแผ่นการสังหารคนกลุ่มเล็กในป่าลึกไปแล้ว
นางเริ่มขยับเข้ามาใกล้ริบขอบด้านนอกของเทือกเขาฮว้านคง
ตัอนที่นางได้รับข่าว ผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์ช่วงกลางรูปร่าง สูงใหญ่ผู่้นั้นก็อยู่ข้างกายนางด้วย
“เป็นเจ้าหลี่เทียนนั่น!” ใบหน้างดงามของซ่งลี่พลันฉายความ เคียดแค้นฝึังกระดูก “หันมู่ เจ้าน่าจะรู้ว่าเจ้าหลี่เทียนนั่นสามารถรวบรวม ปราณวิญญาณสกปรกให้อยู่ในลักษณะของลูกกลมๆ ตัอนนั้นเขาก็ใช้วิธี การแปลกประหลาดเช่นนี้มาเล่นงานข้าจนข้าถูกกลบไว้ด้วยลำาแสง สกปรกมากมาย ไม่สามารถสลัดพ้น”
“วิธีการเช่นนี้แปลกประหลาดอย่างแท้จริง” หันมู่พยักหน้าเบาๆ กล่าวว่า “คุณหนู น่าจะเป็นเจ้าหลี่เทียนนั่นแล้วหล่ะ นึกไม่ถึงว่าเขาจะ เดินทางเร็วขนาดนี้ ภายในเวลาไม่กี่วันก็ออกไปจากเทือกเขาฮว้านคงแล้ว เขาสามารถใช้วิธีการเช่นนี้ได้แสดงว่าความสามารถในการตั่อสู้ที่แท้จริง ของเขาตั้องเหนือกว่าขอบเขตัของตััวเขาเอง”
“อืม มิฉะนั้นเขาจะได้รับป้ายขุนนางตั่างถิ่นมาจากกะโหลกเลือดได้ อย่างไร?” ซ่งลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยสั่งความว่า “บอกให้พวกเขาระวัง ตััวกันหน่อย บอกทุกคนให้รู้ว่าพลังในการตั่อสู้ของหลี่เที่ยนไม่สอดคล้อง กับขอบเขตัของเขา! เพิ่มภัยคุกคามจากหลี่เทียนให้มากขึ้น บอกไปว่า พลังที่แท้จริงของเขาอาจจะอยู่ในระดับกลางสวรรค์ช่วงกลาง หรืออาจถึง ช่วงท้าย!”
“ขอบเขตัช่วงตั้นแตั่กลับมีพลังเทียบเคียงช่วงกลางและช่วง ท้าย…” หันมู่มีสีหน้าหนักใจ “จะปล่อยให้เด็กนี่หนีกลับไปถึงเมืองโพ่เมี่ย ไม่ได้ มิฉะนั้นเขาจะเป็นภัยร้ายตั่อเราไม่จบไม่สิ้น!”
“ก็ไม่ใช่เพราะพวกเจ้าไร้ฝึีมือหรือไง!” ซ่งลี่กล่าวอย่างฉุนเฉียว
“ข้าน้อยผ่ิดไปแล้ว” หันมู่รีบกล่าว
“ไล่ล่าเขาให้สุดกำาลัง อย่ามัวเสียเวลาอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงอีก!”
“รับทราบ”