ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 295 ชื่อเสียงขจรไกล!
หลายวันตั่อมา
เมื่อซ่งลี่และหันมู่ออกมาจากเทือกเขาฮว้านคงก็ห้อตัะบึงไปตัาม ทิศทางที่ใช้กลับไปยังเมืองโพ่เมี่ยอย่างรวดเร็ว
ระหว่างเทือกเขาฮว้านคงกับเมืองโพ่เมี่ยล้วนเป็นเนินเขาและ ป่าร้างที่ทอดตััวยาว ผู่้ที่มีขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงตั้นเช่นเนี่ยเทียน หาก คิดจะข้ามผ่่านเนินเขาและป่าร้างผ่ืนนี้ออกไปได้ยังจำาเป็นตั้องใช้เวลานาน สองถึงสามเดือน
และนี่ยังเป็นเวลาที่ไม่รวมว่าตั้องตั่อสู้และเจอกับผู่้ล่าระหว่าง ทางด้วย
จากการคาดการณ์ของซ่งลี่และหันมู่ แม้ว่าความสามารถที่แท้จริง ของเนี่ยเทียนจะเหนือล้ำาเกินกว่าผู่้มีขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงตั้น ทว่าหาก คิดจะกลับไปถึงเมืองโพ่เมี่ยในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ เลย
เพราะระหว่างเส้นทางที่เขาเดินทางกลับมีสมาชิกของคมเขี้ยว เคลื่อนไหวอยู่เยอะมาก คนเหล่านั้นจะบีบให้เขาจำาตั้องเปลี่ยนแปลง ทิศทางอย่างตั่อเนื่อง ย่อมไม่สามารถกลับเมืองโพ่เมี่ยโดยใช้ทางตัรงได้ แน่นอน
หลังจากผ่่านไปอีกหนึ่งวัน
ข้างเนินเขาเล็กเตัี้ยแห่งหนึ่ง ซ่งลี่และหันมู่ก็พบสมาชิกของคม เขี้ยวสามคนที่ตัายไป
สามคนนั้นตั่างก็มีตับะกลางสวรรค์ช่วงกลาง อีกทั้งยังเชี่ยวชาญ การล้อมโจมตัีมากด้วย
แตั่ตั่อให้เป็นเช่นนี้คนทั้งสามก็ยังตัายอยู่ดี อีกทั้งเห็นได้ชัดว่าตัาย ด้วยน้ำามือของเนี่ยเทียน
ข้างซากศพของคนทั้งสามที่เน่าเละเพราะถูกพิษร้ายในปราณ วิญญาณสกปรกกัดกินมีตััวอักษรบรรทัดหนึ่งที่ใช้เลือดสดเขียนเอาไว้ดูน่า สยดสยอง: นังหญิงชั่วช้า แท้จริงแล้วนายท่านเช่นข้านามว่าหัวเทียน!
คราบเลือดที่ถูกลมพัดจนแห้งเมื่อถูกแสงแดดสาดสะท้อนจึงบาดตัา มากเป็นพิเศษ
“หัวเทียน!”
มองเห็นอักษรบรรทัดนั้นซ่งลี่ก็พลันกรีดร้องเสียงแหลมบาดหู เรือน กายที่เร่าร้อนสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง
ดวงตัาของนางแทบจะมีเปลวไฟพ่นออกมา
หันมู่ที่มองเห็นตััวอักษรประโยคนั้นกลับเงียบงัน สีหน้าก็เปลี่ยนมา เป็นเคร่งขรึม
คนหนุ่มที่หลี่หลางเฟิงไล่ฆ่าไปทั่วเทือกเขาฮว้านคงมีนามว่าหัว เทียน เรื่องนี้ทุกคนล้วนรับรู้กันหมด แน่นอนว่าคมเขี้ยวของพวกเขาก็ย่อม ได้ยินมาด้วย
หลี่หลางเฟิงคนอำามหิตัผู่้นั้นวางอำานาจบาตัรใหญ่อยู่ในเทือกเขาฮ ว้านคงมานานหลายปี แม้แตั่คมเขี้ยวก็ยังไม่กล้าไปมีเรื่องด้วย
บุคคลโหดเหี้ยมซึ่งมองเห็นชีวิตัคนเป็นผ่ักปลา ระรานเข่นฆ่าคนไป ทั่วโดยไม่เห็นหัวใคร ทั้งยังฝึกวิชาพิษร้ายแปลกประหลาดผู่้นั้นกำาลังไล่ฆ่า คนคนหนึ่งอย่างบ้าคลั่ง แตั่กลับทำาไม่สำาเร็จเสียที เรื่องนี้จึงดึงดูดความ สนใจจากคมเขี้ยวได้นานแล้ว
แตั่หันมู่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าหัวเทียนคนนั้นจะเกี่ยวข้องกับหลี่ เทียนที่พวกเขาตัามหากันให้ควั่ก
มาจนกระทั่งบัดนี้
จนกระทั่งได้เห็นตััวอักษรเลือดน่าสะพรึงพลัวที่ใช้เลือดสดเขียนเอา ไว้ ในที่สุดหันมู่ถึงได้เข้าใจว่าศัตัรูของพวกเขาก็คือหัวเทียนที่หลี่หลางเฟิง คนอำามหิตัตั้องการตััว
“คุณหนู หัวเทียนผู่้นี้…เกรงว่าคงตั่อกรด้วยไม่ง่ายนัก” หันมู่ลังเล อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมากะทันหัน “ดูจากข้อมูลที่พวกเราได้รับ หัว เทียนมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับนางมารเผ่ย อีกทั้งยังเป็นขุนนางตั่าง ถิ่นของกะโหลกเลือดที่มีขอบเขตัตั่ำาที่สุด นี่หมายว่าความฝึ่ายในของ กะโหลกเลือดมีคนที่เห็นความสำาคัญของเขา”
“ไฉ่หลันแห่งกะโหลกเลือดและอาจารย์ของนางมารเผ่ยตั่างก็เป็น บุคคลยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเลี่ยคง”
“หากไปกระตัุ้นให้กะโหลกเลือดและอาจารย์ของนางมารเผ่ยโกรธ เคืองด้วยเรื่องของหัวเทียนผู่้นี้ ข้ากังวลว่าจะส่งผ่ลกระทบตั่อแผ่นการของ คุณหนูในอาณาจักรเลี่ยคง”
“เจ้าคิดจะพูดอะไรกันแน่?” ซ่งลี่เอ่ยเสียงเย็นชา
หันมู่ยิ้มเจื่อนก่อนจะเอ่ยถามว่า “เจ้าหัวเทียนผู่้นั้นไปล่วงเกินอะไร ท่านไว้กันแน่? หากไม่ได้ร้ายแรงมากนัก ไม่ถึงระดับที่ตั้องฆ่าให้ได้ บางที พวกเราควรเลือกถอดใจ คุณหนู การกระทำาทุกอย่างของท่านหลังจาก ที่มาอยู่อาณาจักรเลี่ยคงตั่างก็มีคนแอบจับตัามองอย่างลับๆ หากเพราะ แค่เรื่องของหัวเทียนคนเดียวแล้วส่งผ่ลกระทบตั่อแผ่นการใหญ่ของท่าน ข้าน้อยคิดว่ามันไม่คุ้มกัน”
“จะให้ปล่อยเขาไป?” ซ่งลี่สีหน้ามึนตัึงแล้วอยู่ๆ ก็ตับฉาดเข้าที่ ใบหน้าของหันมู่ ทั้งยังเอ่ยด้วยความดุดัน “เจ้าหัวเทียนผู่้นั้นมันล่วงเกิน ข้า! ตั่อให้แผ่นการเกิดข้อผ่ิดพลาดข้าก็ตั้องฆ่ามันให้ได้! ตั่อให้ไฉ่หลันและ อาจารย์ของนางมารเผ่ยขุ่นเคืองแล้วอย่างไร อย่างมากข้าก็ไปจากอาณา จักรเลี่ยคงก็สิ้นเรื่อง!”
หันมู่ที่ถูกตับจนหน้าหันกลับไร้ซึ่งความโกรธเคืองใดๆ เขาแอบมอง ประเมินซ่งลี่ และเมื่อตัระหนักได้ว่าซ่งลี่ตััดสินใจเด็ดขาดแล้วเขาจึงไม่ เปลืองน้ำาลายพูดเกลี้ยกล่อมนางอีก
“เข้าใจแล้ว ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อสังหารหัว เทียนระหว่างที่เขาเดินทางกลับ!” ไอสังหารของหันมู่เดือดพล่าน
“หัวเทียนไม่ตัาย ตั่อให้ข้าทำาตัามเป้าหมายได้สำาเร็จก็จะไม่ยอม กลับไปเด็ดขาด!” ซ่งลี่แค่นเสียงเย็น
เวลาอีกหลายวันผ่่านไปอย่างรวดเร็ว
ซ่งลี่อาศัยหินส่งข้อความเสียงตัิดตั่อกับสมาชิกของคมเขี้ยวอยู่ ตัลอดเวลา บอกให้พวกเขาละทิ้งผู่้ฝึกลมปราณทุกคนที่เดินทางกลับเมือง โพ่เมี่ยเพื่อไปตัามหาที่อยู่ของเนี่ยเทียนเพียงคนเดียว
ไม่เพียงเท่านี้ นางที่แตั่ไหนแตั่ไรมาไม่เคยคบค้าสมาคมกับกลุ่มนัก ล่าอื่นๆ ยังไหว้วานให้นักล่ากลุ่มอื่นช่วยพวกเขาตัามหาร่องรอยของเนี่ย เทียนเป็นครั้งแรกอีกด้วย
กลุ่มนักล่าที่เคลื่อนไหวอยู่ระหว่างเทือกเขาฮว้านคงและเมืองโพ่ เมี่ยนั้นมีไม่น้อย ทว่าพลังในการตั่อสู้ของกลุ่มนักล่าเหล่านั้นล้วนเทียบกับ คมเขี้ยวไม่ได้
พวกผู่้นำาของกลุ่มนักล่าจึงหวั่นเกรงคมเขี้ยวอยู่ไม่น้อย กลัวว่าวัน ใดวันหนึ่งคมเขี้ยวจะลงมือกับพวกเขา
ซึ่งพวกเขาตั่างก็เคารพยำาเกรงตั่อซ่งลี่ที่เป็นผู่้นำาของคมเขี้ยว
เมื่อพวกเขารู้ว่าซ่งลี่กำาลังตัามหาคนที่ชื่อหัวเทียนและขอให้พวก เขาช่วยเหลือ พวกเขาไม่ตักใจแตั่กลับดีใจมากด้วยซ้ำา
พวกเขาตั่างก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจมากกว่านักล่าของคมเขี้ยวเอง เสียอีก พากันระดมนักล่าใตั้สังกัดของตััวเองตัามหาร่องรอยของเนี่ยเทียน หมายเอาใจซ่งลี่
เมื่อเป็นเช่นนี้องค์กรนักล่าทั้งหมดที่เคลื่อนไหวอยู่ตัามเนินเขาและ ป่าร้างจึงเริ่มประสานงานกันให้วุ่นวาย พากันควานหาตััวเนี่ยเทียนให้ควั่ก
รูปภาพที่วาดหน้าตัาของเนี่ยเทียนเอาไว้อย่างละเอียดสมจริงถูกส่ง ตั่อให้กับองค์กรนักล่าทุกลุ่ม ซึ่งพวกคนดุร้ายอำามหิตัมากมายตั่างก็พกพา ภาพวาดไปตัามหาตััวเนี่ยเทียนจนทั่ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ผู่้ฝึกลมปราณที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และกำาลัง เดินทางกลับจากเทือกเขาฮว้านคงไปเมืองโพ่เมี่ยจึงเป็นฝึ่ายได้รับผ่ล ประโยชน์
พวกเขาเองก็ล้วนได้ยินมาแล้วว่านักล่าทุกกลุ่มตั่างก็ทุ่มเทแรงกาย แรงใจตัามหาคนที่ชื่อหัวเทียน
ชื่อหัวเทียนนี้จึงเริ่มแพร่จากเทือกเขาฮว้านคงไปยังกลุ่มนักล่า ทั้งหมด และกระจายไปเข้าหูพวกคนที่เดินทางกลับ
ทว่าหัวเทียนที่ถูกนักล่าทุกคนหมายหัวกลับเหมือนกลายร่างไปเป็น ดวงวิญญาณที่มองไม่เห็นซึ่งล่องลอยอยู่ตัามเนินเขาและป่าร้าง
ไม่มีนักล่าคนใดตัามหาหัวเทียนเจอจริงๆ
กลับกลายเป็นศพของนักล่าที่มีตับะกลางสวรรค์ช่วงตั้นและช่วง กลางจำานวนไม่น้อยที่กลาดเกลื่อนไปทั่วผ่ืนป่า สภาพการตัายน่า อเนจอนาถอย่างยิ่ง
และชื่อของหัวเทียนก็จะตั้องถูกวาดด้วยเลือดสดไว้ข้างกายของ ซากศพเหล่านั้นคล้ายกำาลังสะเทือนขวัญคมเขี้ยว และกำาลังสะเทือนขวัญ นักล่าทุกคนที่กล้าเข้าร่วมการตัามหาเขาครั้งนี้!
ในมุมมืดของเนินเขาแห่งหนึ่ง
ผู่้ฝึกลมปราณขอบเขตัตั้นสวรรค์คนหนึ่งมองอักษรสีเลือดบรรทัด นั้นด้วยสีหน้ามืดทะมึน เส้นเอ็นบนหน้าผ่ากปูดโปนราวกับจะระเบิด
เขาคือผู่้นำาของกลุ่มนักล่าที่มีชื่อว่า “มือเลือด” ข้างอักษรสีเลือด บรรทัดนั้นคือซากศพสมาชิกสี่คนของมือเลือด
“กล้าเข้าร่วมกับพวกคมเขี้ยว ฆ่าไม่เลี้ยง หัวเทียนรอด”
ผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์อีกคนหนึ่งอ่านอักษรบรรทัดนั้นออก มาเบาๆ ก่อนจะขมวดคิ้วพูดว่า “พี่ใหญ่ นี่เป็นกลุ่มที่สองแล้ว เพราะหัว เทียนผู่้นี้พี่น้องของเราตัายกันไปเจ็ดคนแล้ว ทว่าเรากลับไม่เห็นแม้แตั่เงา ของเจ้าหมอนั่น เจ้าหัวเทียนผู่้นี้ราวกับวิญญาณอย่างไรอย่างนั้น เขา ป้วนเปี้ยนอยู่ในเนินเขาและป่าร้าง ทั้งยังลงมือสังหารพี่น้องนักล่าที่ เหมือนกับมือเลือดของเราไปมากมาย”
“ไม่เพียงแตั่มือเลือดของเราเท่านั้น ทางฝึ่ายอื่นๆ ก็เสียหายอย่าง ใหญ่หลวงเช่นกัน”
“พี่ใหญ่ เพื่อเอาใจผู่้หญิงคนนั้นของคมเขี้ยวแล้วตั้องให้พี่น้องของ พวกเรามาตัาย ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยคุ้มกันเท่าไหร่เลยนะ”
ผู่้นำาของมือเลือดมีสีหน้าน่าเกลียดอย่างถึงขีดสุด “ข้าย่อมรู้อยู่ แล้ว! เจ้าหัวเทียนนี่ทำาให้คนปวดหัวได้ก็จริง ทว่าผู่้หญิงคนนั้นของคม เขี้ยวกลับน่ากลัวยิ่งกว่า! หัวเทียนมีแค่คนเดียว แตั่คมเขี้ยวกลับมีผู่้ แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์หลายคน ด้วยกำาลังของคมเขี้ยวก็มากพอจะ กลืนกินกลุ่มนักล่าทั้งหมดซึ่งรวมมือเลือดของเราด้วย!”
“สองปีมานี้พวกเราตั้องอยู่อย่างหวาดระแวง กลัวว่าคมเขี้ยวจะ ลงมือ”
“ตัอนนี้อุตัส่าห์มีโอกาสให้ใกล้ชิดกับคมเขี้ยว ได้เอาใจผู่้หญิงคนนั้น มีหรือที่ข้าจะยอมปล่อยไปง่ายๆ?”
“หากพวกเราไม่ออกแรงแล้วผู่้หญิงคนนั้นรู้เข้า นางย่อมตัามมาแก้ แค้นในภายหลังแน่ๆ”
ผู่้นำาของมือเลือดมีสีหน้าจนใจ ถอนหายใจไม่หยุด
“ยังจะทำาตั่อหรือ?”
“ได้แตั่ทำาตั่อไปเท่านั้น!”
ห่างออกไปหลายลี้
ค่ายกลดวงดาวที่เกิดจากการรวมตััวกันของแสงดาวห้าดวงฉาย แสงเจิดจ้าแล้วกระแทกลงไปบนร่างของนักล่าขอบเขตักลางสวรรค์ช่วง ท้ายคนหนึ่ง
“ตัูม!”
นักล่าขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงท้ายผู่้นั้นถูกค่ายกลดวงดาวที่ ประกอบขึ้นมาจากแสงดาวห้าดวงโจมตัี เรือนกายก็พลันแตักทลายลงไป ในพริบตัา
เนี่ยเทียนสีหน้าเย็นเยียบ บนเรือนกายที่แข็งแกร่งประดุจขุนเขา ของเขาก็เตั็มไปด้วยรอยบาดแผ่ลเล็กๆ มากมายเช่นกัน
ข้างกายเขาคือนักล่าที่มีขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงกลางสามคนที่ล้ม ลงไปนานแล้ว คนทั้งสามนั้นถูกลำาแสงที่สาดกระเซ็นออกมาจากในลูก ปราณวิญญาณปกคลุมจึงตัายไปนานแล้ว
“กลุ่มที่เก้า!”
ไอสังหารในดวงตัาเนี่ยเทียนคล้ายกลายมาเป็นสิ่งของที่จับตั้องได้ ปราณที่ปลดปล่อยออกมาจากบนร่างของเขาเตั็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด เข้มข้น
หลายวันที่ผ่่านมานี้เขาตั้องเข่นฆ่าผู่้คนทุกวัน ขอแค่ปะทะกับนักล่า ไม่ว่าจะเป็นคมเขี้ยวหรือขั้วอิทธิพลอื่น ขอแค่ไม่มีผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้น สวรรค์อยู่ด้วย เขาก็จะตั้องลงมือสังหารโหดทันที
ในมือของเขาถือถุงขนาดใหญ่อยู่ใบหนึ่งซึ่งบรรจุกำาไลเก็บของไว้ เตั็มแน่น เมื่อเขาก้าวเดิน กำาไลเก็บของเหล่านั้นก็จะกระทบกันส่งเสียงดัง “กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง”
เขาย่อตััวลงเก็บกำาไลเก็บของบนศพขึ้นมา เมื่อกวาดพลังจิตัมอง ผ่่านๆ แล้วไม่เห็นสิ่งของที่สำาคัญเป็นพิเศษก็จะโยนเข้าไปเก็บไว้ในถุงใบ ใหญ่
มาหยุดยืนอยู่ข้างศพเละเทะของคนที่มีกลางสวรรค์ช่วงท้าย เขา หยิบเอากำาไลเก็บของขึ้นมาแล้วกวาดตัามองลวกๆ หนึ่งครั้ง
“เอ๊ะ!”
ใบหน้าของเขาพลันบังเกิดความตักใจระคนยินดีอย่างบ้าคลั่ง
ในกำาไลเก็บของของคนผู่้นั้นเขามองเห็นหินประหลาดที่แฝึงเร้นไว้ ด้วยแสงดาว ทั้งยังมีปริมาณเยอะมากด้วย!
หินประหลาดที่มีพลังดวงดาวเหล่านั้นสามารถช่วยให้เขารวบรวม หยดดาวขึ้นมาได้ เขาตัามหาพวกมันอย่างยากลำาบากอยู่ในเทือกเขาฮว้า นคงหรือแม้แตั่ในมือของคนอื่นๆ ทว่าก็ยังไม่ได้ผ่ลพวงกลับมาเท่าไหร่นัก
แตั่ในกำาไลเก็บของของนักล่าขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงท้ายคนนี้ กลับมีหินประหลาดประเภทนี้อยู่เยอะมาก!
หินประหลาดเหล่านี้ถูกวางไว้ในมุมหนึ่งของกำาไลเก็บของ เห็นได้ ชัดว่าไม่ได้รับความสำาคัญ
เขาลองนับดูคร่าวๆ ก็พบว่าหินประหลาดพวกนั้นน่าจะมีมากนับ ร้อยก้อน มากพอให้เขารวบรวมหยดดาวไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง
“เยี่ยมไปเลย!”
สีหน้าเขาฮึกเหิม ย้ายหินประหลาดเหล่านั้นมาไว้กับตััวเองก่อนจะ โยนกำาไลเก็บของเข้าไปในถุงใบใหญ่
“นักล่าคนนี้มาจากกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่าแมงป่องพิษ ในเมื่อบนร่างเขา มีหินประหลาดมากมายขนาดนี้ ไม่รู้ว่าสมาชิกคนอื่นของแมงป่องพิษจะมี เหมือนกันหรือเปล่า?”
เมื่อคิดเช่นนี้เขาจึงมองเห็นกลุ่มนักล่าที่ชื่อว่าแมงป่องพิษเป็นเป้า หมายใหม่
สองวันหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้รีบร้อนกลับไปยังเมืองโพ่เมี่ย แตั่ เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ของแมงป่องพิษ สังหารสมาชิกของแมงป่องพิษ ตัิดตั่อกันอีกสองกลุ่ม
และเขาก็ได้หินประหลาดที่แฝึงเร้นพลังดวงดาวมาจากในมือ สมาชิกเหล่านั้นของแมงป่องพิษอีกเกือบสองร้อยก้อน นั่นทำาให้เขาคึกคัก เบิกบานอย่างยิ่งยวด
“โชคดีมาแล้ว คิดจะขวางก็ขวางไม่อยู่! หินประหลาดพวกนี้ที่ได้มา จากแมงป่องพิษสามารถทำาให้ข้าฝึกฝึนไปได้อีกนานมาก คาถาดาวเปล่ง ประกายที่ก่อนหน้านี้ไม่กล้าลองก็สามารถลองทำาความเข้าใจและฝึกฝึนได้ แล้ว!”