ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 299 วุ่นวายทั่วเมือง
“ศิษย์พี่หญิงกำาลังปิดด่าน คงไม่ออกมาเร็วๆ นี้ เจ้ามาทำาอะไร?”
หลีเหย่เดินออกมาด้วยผ่มเผ่้ายุ่งเป็นรังนก ดวงตัาปรือปรอย ไม่ คิดจะแสดงความเป็นมิตัรตั่อสือชิง
ตัอนอยู่ในเทือกเขาฮว้านคง เผ่ยฉีฉีถูกหลี่หลางเฟิงไล่ล่า ทั้งยัง บาดเจ็บสาหัส เรื่องนี้หลีเหย่ก็ได้ยินได้ฟังมาบ้างแล้ว
หลีเหย่โยนปัญหาให้เป็นความไร้สามารถของกะโหลกเลือด เขา รู้สึกว่ากะโหลกเลือดไม่ปกป้องเผ่ยฉีฉีให้ดีถึงได้ทำาให้เผ่ยฉีฉีตักอยู่ใน อันตัรายเช่นนี้
แถมจนถึงตัอนนี้เนี่ยเทียนก็ยังไม่กลับมา นั่นจึงยิ่งทำาให้หลีเหย่ ขุ่นเคืองมากขึ้น และคิดว่าปัญหาก็อยู่ที่ตััวของกะโหลกเลือดเช่นกัน
“ข้าได้ข่าวเกี่ยวกับหัวเทียน” สือชิงกล่าว
“หัวเทียน!” หลีเหย่หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยถาม “สถานการณ์เป็นไง เขาไม่ได้กลับมาด้วยค่ายกลนำาส่งของกะโหลกเลือด แตั่เดินทางกลับมาเพียงลำาพังไม่ใช่หรือ?”
สือชิงรู้ว่าถึงแม้หลีเหย่จะเป็นห่วงเนี่ยเทียน แตั่หากเขาจมจ่อม อยู่กับการหลอมอาวุธเมื่อใดก็จะไม่สนใจเรื่องราวภายนอกอีก
ดูจากท่าทางของหลีเหย่แล้วก็น่าจะยังไม่ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ เนี่ยเทียนจากพวกคนที่กลับมาเมืองโพ่เมี่ย เขาจึงบอกเล่าข้อมูลทั้งหมดที่ กะโหลกเลือดได้รับมาให้กับหลีเหย่ทราบอย่างไม่มีตักหล่น
“ว่าไงนะ? นักล่าทุกกลุ่มที่ป้วนเปี้ยนอยู่นอกเมืองโพ่เมี่ยตั่างก็ ล้อมโจมตัีหัวเทียน?” หลีเหย่ตัะลึงงัน ก่อนจะกรีดร้องเสียงแหลม “ไอ้ หมอนั่นไปทำาเรื่องเลวร้ายขนาดไหนไว้ถึงได้สร้างความโกรธเคืองให้กับ กลุ่มนักล่าทุกกลุ่ม? ในเมื่อกะโหลกเลือดของเจ้าได้ข่าวแล้วเตัรียมจะ ลงมือเช่นไร?”
เขาโยนคำาถามออกมารวดเดียว
สือชิงมองประเมินเขาอย่างละเอียด มองออกถึงสีหน้า กระวนกระวายของเขา อดไม่ได้จนตั้องถามขึ้น “หัวเทียนผู่้นั้น…มีความ สัมพันธ์อะไรกับพวกเจ้ากันแน่?”
ไม่ว่าจะเป็นเผ่ยฉีฉีหรือหลีเหย่ตั่างก็เป็นห่วงเป็นใยเนี่ยเทียน อย่างมาก นี่ทำาให้สือชิงไม่เข้าใจเอาเสียเลย
แตั่ไหนแตั่ไรมา เผ่ยฉีฉีและหลีเหย่ที่อยู่ในเมืองโพ่เมี่ยไม่เคยเห็น ใครอยู่ในสายตัา ทว่าการที่พวกเขาดูแลเนี่ยเทียนเป็นพิเศษจึงทำาให้สือชิง รู้สึกประหลาดใจมาก
“หัวเทียนคือคนที่สหายเก่าแก่ของอาจารย์ข้าฝึากฝึังให้พวกเรา ช่วยดูแล” หลีเหย่แค่นเสียงกล่าว “ในเมื่อรู้ว่าเจ้าพวกนักล่าล้อมโจมตัี เนี่ยเทียน กะโหลกเลือดของพวกเจ้ามีท่าทีเช่นไร? ข้าได้ยินมาว่าเนี่ยเทียน ครอบครองป้ายขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด ซึ่งก็ถือว่าเป็นสมาชิก ของกะโหลกเลือดครึ่งตััว พวกเจ้าคิดว่าจะปล่อยไปไม่สนใจใยดี หรือ ลงมือให้ความช่วยเหลือ?”
สือชิงกล่าวอย่างไร้ความลังเล “ข้ารายงานเรื่องกับเบื้องบนแล้ว กะโหลกเลือดของเราจะจัดคนกลุ่มหนึ่งไปกวาดล้างพวกนักล่าที่อยู่นอก เมือง! การกวาดล้างครั้งนี้ภายนอกบอกว่าเป็นการเล่นงานพวกนักล่า แตั่ แท้จริงแล้วคือให้ความช่วยเหลือหัวเทียนเป็นหลัก!”
การลงมือกวาดล้างของกะโหลกเลือดครั้งนี้เกิดขึ้นได้สำาเร็จ เพราะการเสนอแนะอย่างแข็งขันจากเขาและกูนอวี่
ตัอนที่อยู่ในหุบเขา ถือว่าสือชิงได้ยอมรับความสามารถในการ ตั่อสู้ของเนี่ยเทียนอย่างแท้จริง เขาคิดว่าขอแค่ให้เวลาเนี่ยเทียนได้เตัิบโตั สักวันหนึ่งเนี่ยเทียนจะตั้องกลายมาเป็นบุคคลที่น่าจับตัามองคนหนึ่งของ อาณาจักรเลี่ยคง
บวกกับความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาระหว่างเนี่ยเทียน เผ่ยฉีฉีและ หลีเหย่ ไฉ่โยวเองก็ให้ความสำาคัญกับเขาอย่างถึงที่สุด สือชิงจึงกระตัุ้นให้ กะโหลกเลือดลงมือโจมตัีพวกนักล่า
“แล้วเจ้ามาหาพวกเราเพื่ออะไร?” หลีเหย่สีหน้าดีขึ้นมาหน่อย
“เดิมทีข้าหวังว่าคุณหนูเผ่ยจะไปกับพวกเราด้วย อยากให้นาง ได้เห็นความจริงใจของพวกเรา” สือชิงกล่าว
“ศิษย์พี่หญิงกำาลังปิดด่าน แตั่ข้าไปก็เหมือนกัน” หลีเหย่เชิด หน้ากล่าว “ข้าจะออกไปนอกเมืองกับพวกเจ้า เจ้าพวกนักล่าสมควรตัาย
พวกนั้นถึงกับลงมืออย่างเตั็มกำาลังเพื่อเนี่ยเทียนคนเดียว ช่างประสาทยิ่ง นัก!”
เขาเองก็แอบอยากรู้ อยากรู้ว่าตัอนที่อยู่ในเทือกเขาฮว้านคง เนี่ยเทียนไปสร้างเรื่องอะไรไว้กันแน่ถึงได้ทำาให้นักล่าทั้งหมดโกรธเคืองเช่น นี้
“ก็ดี” สือชิงพยักหน้า
ไม่นานภายใตั้การนำาของเขา หลีเหย่ก็มารวมตััวกับพวกสมาชิก กะโหลกเลือดอีกหลายสิบคนที่มีหลิวคังเป็นผู่้นำาที่หน้าประตัูเมืองโพ่เมี่ย
ผ่่านไปอีกครู่หนึ่ง แม้แตั่ไฉ่โยวที่ได้ข่าวก็ยังถึงขั้นใช้ค่ายกลนำา ส่งจากเทือกเขาฮว้านคงมาปรากฏตััวที่เมืองโพ่เมี่ยโดยตัรง
“การออกนอกเมืองครั้งนี้เพื่อกวาดล้างพวกนักล่า และก็เพื่อหัว เทียน!”
“หัวเทียน?”
“เจ้าคนที่ว่ากันว่าทำาให้คมเขี้ยวโกรธแค้รจนระดมนักล่าทุกกลุ่ม ออกตัามหาตััวเขาน่ะหรือ?”
“เขานั่นแหละ!”
“ได้ยินว่าคนผู่้นี้คือคนที่นายน้อยเป็นฝึ่ายรับเข้ากะโหลกเลือด ของเราด้วยตััวเอง อีกทั้งยังเป็นขุนนางตั่างถิ่นที่มีขอบเขตัตั่ำาสุดด้วย เขา มีแค่ตับะกลางสวรรค์ช่วงตั้นเท่านั้น ความสามารถเช่นนี้ไปทำาอีท่าไหนถึง ได้ทำาให้พวกนักล่าระดมพลครั้งใหญ่จนวุ่นวายกันไปทั้งเมืองแบบนี้?”
“ข้าเองก็แปลกใจเหมือนกัน”
สมาชิกหลายคนของกะโหลกเลือดหลังจากที่มารวมตััวกันตั่างก็ พากันวิพากษ์วิจารณ์
ช่วงที่ผ่่านมานี้ พวกเขาเองก็เคยได้ยินเรื่องของเนี่ยเทียนจาก ปากพวกที่กลับมาถึงเมืองเช่นกัน
พวกเขาตั่างก็ฉงนสงสัยอย่างมากว่าเนี่ยเทียนที่ขอบเขตัไม่สูง เหตัุใดถึงไปล่วงเกินคมเขี้ยวและนักล่ามากมายจนนักล่าเหล่านั้นถึงกับ ยอมละทิ้งเหยื่อคนอื่นๆ ที่เดินทางกลับจากเทือกเขาฮว้านคงเพื่อเขาคน เดียว
“เปิดประตัูเมือง! ออกเดินทาง!”
ไฉ่โยวตัะโกนก้อง สมาชิกของกะโหลกเลือดหลายสิบคนสวม อาภรณ์แบบเดียวกัน ตั่างคนตั่างร่ายใช้ม่านแสงห้าแสงหกสี ก่อนจะพุ่งตััว ออกไปจากในเมือง
……
ขณะเดียวกันกับที่กะโหลกเลือดออกเดินทางเพื่อกวาดล้างกลุ่ม นักล่า ซ่งลี่เองก็กำาลังเดือดดาลอย่างถึงขีดสุด
นางสั่งความกลุ่มนักล่าแทบทั้งหมดเท่าที่นางจะระดมพลได้ให้ ไปไล่ล่าเนี่ยเทียนที่น่าจะบาดเจ็บสาหัส
ทว่าเนี่ยเทียนกลับหายตััวไปอย่างลึกลับอีกครั้ง
กลุ่มนักล่าทั้งหมดตั่างกระจายตััวกันออกไปค้นหาทั่วด้าน ซึ่ง เวลาผ่่านไปสองวันแล้วก็ยังหาไม่เจอแม้แตั่ร่องรอยของเนี่ยเทียน
“เสี้ยวหลิน! เจ้าแน่ใจรึว่าหัวเทียนผู่้นั้นตั้องบาดเจ็บสาหัส แน่นอน?” ซ่งลี่เอ่ยถามด้วยสีหน้าเย็นชา
นางยืนอยู่บนยอดเนินเขาที่สูงมากแห่งหนึ่งซึ่งหากกวาดตัามอง ไปรอบด้านจะสามารถมองเห็นป่ารกร้างกว้างไกลไร้ที่สิ้นสุด
เสี้ยวหลินที่เดิมทีแน่ใจมากว่าตั้องหาตััวเนี่ยเทียนที่บาดเจ็บ หนักเจอแน่นอน เมื่อผ่่านการค้นหามาสองวันแตั่ก็ยังไร้ผ่ลจึงเริ่มสงสัยใน การวิเคราะห์ของตััวเองบ้างแล้ว
“ตัามหลักทั่วไปแล้วหากสามารถใช้วิชาหลบหนีฝึ่าวงล้อมของ พวกเจ้าออกไปได้โดยตัรง ผู่้ที่ร่ายเวทจะตั้องถูกพลังโจมตัีกลับเตั็มๆ จน ร่างกายแบกรับไม่ไหว ซึ่งแม้แตั่แรงจะให้เคลื่อนไหวก็ยังไม่มีเหลือ” เสี้ยว หลินขมวดคิ้ว ถอนหายใจหนึ่งครั้งแล้วจึงกล่าวตั่อ “ทว่าหัวเทียนผู่้นั้น แตักตั่างจากคนอื่นจริงๆ ในเมื่อสองวันแล้วก็ยังหาตััวเขาไม่พบ นั่น หมายความว่าเขาผ่ิดปกตัิเกินกว่าคนทั่วไป!”
“ข้าก็บอกแตั่แรกแล้วไงว่าเขาผ่ิดปกตัิจากคนอื่น!” ซ่งลี่พูด อย่างพยายามข่มกลั้นความโกรธ “หากเขาเหมือนคนทั่วไปที่มีตับะแค่ กลางสวรรค์ช่วงตั้น ทำาไมถึงหนีจากเงื้อมมือของกลุ่มนักล่ามากมายไปได้? หากเขาเป็นคนปกตัิ จะสามารถสังหารคนข้ามระดับอย่างกลางสวรรค์ช่วง ท้ายหลายคนได้อย่างไร?”
เสี้ยวหลินครุ่นคิดอยู่ครู่แล้วอยู่ๆ ก็พูดขึ้นมาว่า “ข้าอาจจะ ประเมินความสามารถของเขาตั่ำาไปจริงๆ ทว่าเจ้าเองก็ไม่ตั้องเป็นกังวล มากเกินไปนัก พื้นที่เนินเขาแถบนี้สภาพภูมิประเทศสูงๆ ตั่ำาๆ ไม่ราบเรียบ มีสถานที่มากมายให้ซ่อนตััว ความสามารถของข้าเมื่ออยู่ในพื้นที่เนินเขา แห่งนี้จึงลดน้อยลงไปเยอะมาก ทว่าอย่างไรซะเขาก็ตั้องกลับไปที่เมืองโพ่ เมี่ย หากเขาเหยียบเข้าสู่ป่ารกร้างเมื่อไหร่ ข้าก็ยังมีวิธีที่จะตัามหาตััวเขา เจอ”
“พื้นที่มากมายของป่ารกร้างมีค่ายกลลับที่ข้างวางไว้เพื่อจับสิ่ง มีชีวิตั ขอแค่เจ้าหัวเทียนนั่นเหยียบเข้าไปในป่ารกร้าง คิดว่าค่ายกลลับ เหล่านั้นของข้าก็น่าจะรับสัมผ่ัสถึงตัำาแหน่งของเขาได้”
“เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะหาตััวเขาเจอ และจะไม่ยอมให้เขามี โอกาสกระตัุ้นใช้วิชาหลบหนีอีกแน่นอน!”
“หวังว่าคราวนี้เจ้าจะไม่ทำาพลาดอีก!” ซ่งลี่มีสีหน้าไม่น่ามอง ก่อนที่นางจะใช้หินส่งข้อความเสียงบอกให้สมาชิกคมเขี้ยวและนักล่ากลุ่ม อื่นละทิ้งการตัามหาเนี่ยเทียนในพื้นที่เนินเขา พากันไปอยู่ที่พื้นที่ป่ารกร้าง หมายจะดักรอให้เนี่ยเทียนเดินเข้ามาหาด้วยตััวเอง
“วางใจเถอะ ในเมื่อข้ารับปากเจ้าแล้ว เขาย่อมไม่สามารถกลับ ไปถึงเมืองโพ่เมี่ยอย่างมีชีวิตัได้แน่นอน” เสี้ยวหลินกล่าวด้วยความมาด มั่น