ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 306 ปะหน้า!
รถศึกคันหนึ่งที่หล่อหลอมขึ้นมาจากเหล็กและทองกำาลังห้อ ทะยานอยู่ในป่ารกร้างที่ว่างเปล่า บนรถศึกมีธงสีดำาสนิทโบกสะบัดไปตัาม ลม
บนธงสีดำานั้นมีรูปหัวกะโหลกขนาดใหญ่ยักษ์อยู่หนึ่งรูป เมื่อลม เย็นพัดโชยมามันก็ปลดปล่อยแสงสีแดงฉานบาดตัาเขย่าขวัญคนมอง
สองข้างของยอดบนสุดมีทวนยาวแหลมคมหลายเล่มเสียบเอา ไว้ ทวนยาวเหล่านั้นส่องประกายแสงเย็นเยียบคมกริบอย่างถึงที่สุด
บนรถศึกมีพวกหลิวคัง สือชิง ไฉ่โยวและหลีเหย่ยืนอยู่
รถศึกคันนี้คืออาวุธวิเศษที่สร้างขึ้นด้วยวิธีการพิเศษบางอย่าง ซึ่งไม่ตั่างไปจากเรือสายฟ้าของหัวมู่
อาวุธวิเศษประเภทนี้ตั้องใช้หินวิเศษจำานวนมากในการเผ่าไหม้ มันสามารถบินไปบนฟ้า ทั้งยังเดินทางได้ตัิดตั่อกันในระยะพันลี้
ดินแดนดาวตักทั้งเก้าแห่ง ผู่้ที่ครอบครองอาวุธพิเศษเช่นนี้ตั่างก็ เป็นสำานักผู่้ฝึกลมปราณที่มีรากฐานแข็งแกร่ง หรือไม่ก็ผู่้แข็งแกร่งในด้าน การฝึกตันอย่างแท้จริง
รถศึกคันนี้ที่ห้อทะยานอยู่บนพื้นดินถือเป็นอาวุธระดับตั่ำาใน บรรดาอาวุธวิเศษประเภทนี้ จึงไม่สามารถเหาะเหินไปบนฟ้าได้
ถึงแม้ว่ากะโหลกเลือดจะเป็นหนึ่งในสามขั้วอิทธิพลใหญ่ของ อาณาจักรเลี่ยคง ทว่าหากเทียบกับสำานักผู่้ฝึกลมปราณที่ก่อตัั้งอยู่ในดิน แดนดาวตักทั้งเก้ามาเกือบพันปีแล้ว รากฐานของพวกเขาก็ยังแข็งแกร่ง ไม่เท่า
ด้วยเหตัุนี้อาวุธวิเศษที่พวกเขามีจึงเป็นเพียงระดับตั่ำาเท่านั้น
ทว่าในอาณาจักรเลี่ยคง ผู่้ที่ได้ครอบครองอาวุธประเภทนี้ก็มี เพียงกะโหลกเลือด เดือนดับและเปลวอัคคีเท่านั้น
นอกจากนี้แล้วกลุ่มนักล่าทุกกลุ่ม รวมไปถึงบุคคลที่ตั่อกรได้ยาก ซึ่งเดินทางเพียงลำาพังตั่างก็ไม่มีความสามารถและทรัพย์สินมากพอให้ซื้อ หาอาวุธวิเศษประเภทนี้มาใช้
“แปลกจริงๆ ทำาไมไม่เห็นแม้แตั่เงาของพวกนักล่าที่เคลื่อนไหว รอบเมืองโพ่เมี่ยเลย” สือชิงขมวดคิ้วพูด “ตั่อให้พวกเขาได้รับข่าวว่าพวก เราออกมาจากโพ่เมี่ยมาแล้วก็ไม่น่าจะถอนตััวได้เร็วขนาดนี้”
หลังจากที่กะโหลกเลือดออกมาจากเมืองโพ่เมี่ยก็เร่งรุดเดินทาง อยู่หลายวัน ระหว่างทางพวกเขาเจอกับผู่้ฝึกลมปราณหลายคนที่เข้าๆ ออกๆ เมืองโพ่เมี่ย ทว่ากลับไม่เจอสมาชิกของกลุ่มนักล่าเลยแม้แตั่คน เดียว
เห็นได้ชัดว่านี่ผ่ิดปกตัิ
สือชิงไม่รู้ว่ากลุ่มนักล่าทั้งหมดตั่างก็ถูกซ่งลี่แห่งคมเขี้ยวระดม พลให้ไปอยู่ในพื้นที่ตัิดตั่อระหว่างป่ารกร้างและเนินเขาเพื่อล้อมโจมตัีเนี่ย เทียนหมดแล้ว
พื้นที่แห่งนั้นอยู่ห่างจากเมืองโพ่เมี่ยมาก แน่นอนว่าพวกเขา ย่อมไม่เห็นนักล่าใดๆ ระหว่างทาง
“ก็ไม่รู้ว่าหัวเทียนเป็นอย่างไรบ้างแล้ว” หลีเหย่บิดฝึาเหยือก เหล้าก่อนจะแหงนหน้ากรอกเหล้าใส่ปากหลายอึก เขาดื่มจนเมามายแล้ว “ไอ้พวกลูกหมาสมควรตัาย! หัวเทียนไปทำาอะไรให้พวกมันโกรธกันแน่ พวกมันถึงตั้องร่วมมือกันสังหารเขาอย่างนี้?”
“ดูจากข่าวที่ได้รับมาในตัอนนี้ หัวเทียนน่าจะยังมีชีวิตัอยู่” หลิวคังแห่งกะโหลกเลือดเผ่ยความประหลาดใจออกมาทางดวงตัา เขาพูด ด้วยน้ำาเสียงฉงนสนเท่ห์ “ด้วยตับะของหัวเทียน สามารถมีชีวิตัอยู่ได้ถึง ตัอนนี้ก็ถือว่าไม่ง่ายแล้ว หวังว่าเขาจะยังยืนหยัดตั่อจนรอให้พวกเราไป ถึง”
หลิวคังมีตับะตั้นสวรรค์ช่วงท้าย และเคยเป็นผู่้นำาในการกวาด ล้างกลุ่มนักล่าอยู่หลายครั้ง
ถึงแม้ครั้งนี้จะฉุกละหุกไปหน่อย แตั่เขาที่มีประสบการณ์เตั็ม เปียมก็เชื่อว่าด้วยฝึีมือของกะโหลกเลือด ย่อมสามารถควบคุมสถานการณ์ ได้ ขอแค่เนี่ยเทียนยังมีชีวิตัอยู่ พวกเขาก็ตั้องพาเนี่ยเทียนกลับไปเมืองโพ่ เมี่ยได้สำาเร็จ
สิ่งเดียวที่เขาเป็นกังวลก็คือเนี่ยเทียนจะไม่ทันรอได้เห็นพวกเขา ปรากฏตััวก็ถูกนักล่าที่มีคมเขี้ยวเป็นผู่้นำาจับตััวหรือสังหารไปแล้ว
เขาที่รู้ความสามารถในการรบอันโดดเด่นของเนี่ยเทียนจากปาก ของสือชิงและไฉ่โยวจึงค่อนข้างคาดหวังกับอนาคตัของเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนคือขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด ทั้งยังเป็นหลาน ของสหายเก่าอาจารย์หลีเหย่ อีกทั้งตัอนที่อยู่ในเทือกเขาฮว้านคงก็เคย ช่วยชีวิตัไฉ่โยวหนึ่งครั้ง
ไม่ว่าจะด้วยเหตัุผ่ลส่วนตััวหรือเส่วนรวม เมื่อเนี่ยเทียนตักอยู่ใน อันตัราย กะโหลกเลือดก็ไม่สามารถนิ่งดูดายได้
ไฉ่โยวที่เงียบงันอยู่นานพลันพูดขึ้นมาว่า “ท่านลุงหลิว ท่านลุง สือ กระตัุ้นความเร็วในรถศึกนี้ให้ถึงระดับสูงสุดเถอะ พวกเรารีบไปให้ถึง ก่อน ไม่ตั้องสนใจพวกสมาชิกที่อยู่ข้างหลังแล้ว ด้วยพลังของพวกเรา ใน ระยะเวลาสั้นๆ ก็น่าจะรับมือกับพวกนักล่าเหล่านั้นไหว พวกเราไม่ควร ล่าช้าเพียงเพราะตั้องการไปถึงพร้อมๆ กัน”
ที่รถศึกคันนี้ไม่ได้ห้อตัะบึงอย่างเตั็มกำาลังก็เพราะตั้องการรอ สมาชิกของกะโหลกเลือดที่ตัามมาด้านหลัง
เมื่อเห็นว่าผ่่านมาหลายวันแล้วก็ยังไม่เจอกับนักล่าคนใด ทั้งยัง ไม่เจอตััวเนี่ยเทียน ไฉ่โยวก็เริ่มรู้สึกได้ว่าท่าไม่ดี จึงตััดสินใจใหม่อีกครั้ง
“ไฉ่โยว เจ้านี่มันใจนักเลงดีจริงๆ” หลีเหย่เหลือบตัามองเขา แล้วพูดขึ้น
ในสายตัาของหลี่เหย่ เพราะไฉ่โยวตัามตัื้อเผ่ยฉีฉีศิษย์พี่หญิง ของเขา แตั่ไหนแตั่ไรมาเขาจึงไม่ชอบขี้หน้าไฉ่โยว ความสัมพันธ์ของคน ทั้งสองเลยไม่ปรองดองกันนัก
ครั้งนี้เนื่องจากเผ่ยฉีฉีปิดด่านฝึ่าทะลุสู่ขั้นตั้นสวรรค์ อาจารย์ ของเขาก็ยังไม่กลับมา แถมเนี่ยเทียนดันมาเกิดเรื่องในช่วงเวลานี้อีก เขา จึงถูกบีบให้ตั้องออกหน้ามาพร้อมกับพวกกะโหลกเลือด
การที่ไฉ่โยวพยายามอย่างเตั็มที่เพื่อช่วยเหลือเนี่ยเทียนให้ได้ เขาเองก็เห็นอยู่ในสายตัา รู้ว่าเจ้าเด็กนี่ไม่ได้แสร้งทำาเพื่อตับตัาเขา
และก็ด้วยเหตัุนี้ความรู้สึกที่เขามีตั่อไฉ่โยวจึงเปลี่ยนไป
“หัวเทียนไม่ใช่แค่ขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดเท่านั้น เขา ยังเคยช่วยชีวิตัข้าเอาไว้ด้วย” สีหน้าไฉ่โยวเคร่งขรึม หันไปมองสือชิง
“หากว่ากันตัามจริงแล้ว ไฉ่เยว่น้องสาวข้าและท่านลุงสือก็เป็นเพราะหัว เทียนถูกหลี่หลางเฟิงมองเป็นเป้าหมายหลักถึงได้โชคดีรอดชีวิตัมาได้ ข้า ไฉ่โยวไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักคุณคน ในเมื่อเขาเดือดร้อน ข้าก็ย่อมตั้องช่วย เหลืออย่างเตั็มที่อยู่แล้ว”
หลีเหย่พยักหน้า แม้ว่าจะไม่พูดอะไรมากอีก ทว่าในใจกลับพึง พอใจการกระทำาของเขาไม่น้อย
หลิวคังได้ยินมาถึงตัรงนี้ก็แค่ลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตัอบ รับ “ตักลง! ในเมื่อหัวเทียนผู่้นั้นมีบุญคุณตั่อกะโหลกเลือดของเรา ข้าก็ เข้าใจแล้วว่าควรจะทำาเช่นไร!”
กล่าวจบเขาก็หยิบเอาหินวิเศษออกมาวางไว้เตั็มก้นรถศึก แล้ว จึงกระตัุ้นให้รถศึกคันนี้พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงสุด
……
“ตัูม!”
ลูกปราณวิญญาณลูกหนึ่งที่แฝึงเร้นไว้ด้วยพลังสกปรกพลัน ระเบิดออก ลำาแสงห้าสีสาดกระเซ็นไปสี่ทิศ
นักล่าขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงตั้นคนหนึ่งอยู่กลางจุดที่ลูก ปราณวิญญาณระเบิดออกพอดี เวลาแค่ไม่กี่วินาที ม่านแสงคุ้มกันกาย ของเขาก็ระเบิดตัามไปด้วย
เรือนกายที่มีเลือดเนื้อของคนผู่้นั้นก็เปรอะเละไปด้วยเลือด เพราะถูกการโจมตัีจากลูกปราณวิญญาณ รอจนลำาแสงสกปรกกัดกินเรือน กายของเขาแล้ว เขาก็เหลือเพียงลมหายใจรวยริน
“ฟิ้ว! ฟิ้วๆๆ!”
กระบี่เรียวเล็กสีทองสองเล่มพลันแทงสวบเข้ามาในสนามแม่ เหล็กยุ่งเหยิง ตัรงดิ่งเข้าหาหน้าอกของเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง โบกหมัดหนึ่งที เปลวเพลิง หลายลูกก็พุ่งออกไปรับหน้ากระบี่สีทองสองเล่มนั้น
“ปังๆ!”
หลังจากถูกตั่อยเข้าจังๆ กระบี่สีทองเล็กเรียวสองเล่มก็กระเด็น กระดอนออกไปนอกสนามแม่เหล็ก
ทว่ามีแสงสีทองเล็กๆ คล้ายสะเก็ดดาวสีทองสาดกระจายออก มาตักลงบนไหล่ของเนี่ยเทียน
ผ่ิวเนื้อบนไหล่ของเนี่ยเทียนปริออกทันที บาดแผ่ลเล็กๆ เพิ่มขึ้น อีกหลายรอย
ห่างออกไปไม่ไกล
ผู่้นำาของมือเลือดเข้ามาใกล้ด้วยความเดือดดาล มือขวาของเขา เปลี่ยนมาเป็นหนาใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งเท่าตััว ปราณเลือดหลายกลุ่มล้อมวน อยู่กลางฝึ่ามือของเขา ท่าทางดุร้ายน่าหวาดกลัว “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“วันนี้หากข้าไม่ตัาย วันหน้าข้าจะสังหารสมาชิกของมือเลือด ทุกคน รวมไปถึงตััวเจ้าด้วย!”
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น ขณะที่เขาเข้ามาใกล้ เนี่ยเทียนก็ รวบรวมพลังดวงดาวร่ายใช้คาถาดาวเปล่งประกายหลบหนีอีกครั้ง
พริบตัาเดียวเขาก็มาปรากฏตััวอยู่นอกรัศมีสามร้อยเมตัร หลุด พ้นจากการโจมตัีของผู่้นำามือเลือดรวมไปถึงสมาชิกคนอื่นๆ ของมือเลือด มาได้
“ไอ้หนู! เจ้าหนีไม่รอดหรอก!”
สมาชิกนักล่าของแมงป่องพิษหลายคนอยู่ในบริเวณใกล้เคียง พอดี พวกเขาจึงกรูกันเข้ามาใกล้ทันที
ด้านหน้าเนี่ยเทียนมีธงสีขาวซีดผ่ืนหนึ่งโผ่ล่ออกมาจากพื้นดิน งู ตััวเล็กสีเขียวที่อยู่บนธงปลดปล่อยพลังวิญญาณรุบรู่ ก่อนจะก่อตััวขึ้นเป็น เขตัอาคมพลังวิญญาณอีกครั้ง
แค่มองเขตัอาคมพลังวิญญาณครั้งเดียว เนี่ยเทียนก็เปลี่ยน ทิศทางอย่างไม่ลังเล
ด้านหลัง ด้านหน้า และรอบกายๆ ของเขาตั่างก็มีนักล่าไล่ตัาม มาอย่างบ้าคลั่ง
เพราะเสียกำาลังหลักอย่างคมเขี้ยวไป เนี่ยเทียนจึงสามารถหาจุด ฝึ่าทะลุใหม่ได้เจอ และไม่จำาเป็นตั้องไปเสียเวลากับเขตัอาคมพลัง วิญญาณที่เสี้ยวหลินสร้างขึ้นมาอีก
พวกคมเขี้ยวไปรับมือกับหลี่หลางเฟิง ทำาให้พื้นที่การโอบล้อมที่ เดิมทีสมบูรณ์แบบเกิดช่องโหว่มากมาย
การปรากฏของช่องโหว่เหล่านั้นทำาให้เนี่ยเทียนสามารถฝึ่า วงล้อมออกไปได้หลายครั้ง และล้มเลิกความคิดที่จะใช้คาถาดาวเปล่ง ประกายหลบหนีออกไปในระยะไกล
แน่นอนว่าด้วยสภาพของพลังดวงดาวของเขาในยามนี้ก็ไม่มี พลังเหลือมากพอให้ใช้คาถาดาวเปล่งประกายหลบหนีระยะไกลอีกแล้ว
การปรากฏตััวของหลี่หลางเฟิงทำาให้เขาเปลี่ยนความคิด ใช้แค่ คาถาดาวเปล่งประกายระยะสั้นมาฝึ่าวงล้อมครั้งแล้วครั้งเล่า
ระหว่างนั้นเขาก็ยังลงมือสังหารนักล่าที่มีขอบเขตัตั่ำาอีกหลาย คนอย่างโหดเหี้ยม
เขาที่มองเห็นความหวังที่จะหนีรอดจึงห้อตัะบึงไปในป่ารกร้าง อันว่างเปล่า ขอแค่ปะทะหน้ากับพวกนักล่าขอบเขตัตั้นสวรรค์เท่านั้นถึง จะใช้คาถาดาวเปล่งประกายระยะสั้นหลีกเลี่ยง
เพราะพลังดวงดาวของเขาเหลืออยู่อีกไม่มาก จากการคำานวณ ของเขา อาจจะพอให้เขาใช้คาถาดาวเปล่งประกายระยะสั้นได้อีกสองสาม ครั้ง
ทุกครั้งที่เขาเจอกับพวกที่มีขอบเขตักลางสวรรค์ ตั่อให้อีกฝึ่าย จะเป็นกลางสวรรค์ช่วงท้าย เขาก็จะยอมปล่อยให้ร่างกายมีบาดแผ่ลเพิ่ม ขึ้น แตั่ก็ตั้องฝึืนฝึ่าวงล้อมออกไปให้ได้
ไม่นานบาดแผ่ลบนร่างของเขาจึงยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ พลังงานตั่างธาตัุที่อยู่ในร่างเขาก็ใกล้จะหมดลงไปทุกที
เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง บนใบหน้าเตั็มไปด้วยคราบ เลือด แม้แตั่ดวงตัาก็ยังอาบย้อมไปด้วยเลือดสด
ในสายตัาของเขาคล้ายจะมองเห็นว่าฟ้าดินถูกทาทับไปด้วยสี เลือดหนึ่งชั้น และกลิ่นคาวเลือดก็คละคลุ้ง
ทว่าเวลานี้เองเขาก็ได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังขึ้น อาศัยทิพย์ จักษุข้างหนึ่งเขาจึงมองเห็นรถศึกที่ทำาจากเงินและทองขนาดใหญ่ยักษ์คัน หนึ่งกำาลังห้อทะยานอยู่บนป่ารกร้างอย่างบ้าคลั่ง
“กะโหลกเลือด!”
ดวงตัาของเขาที่ถูกย้อมไปด้วยเลือดพลันเปล่งประกายสดใส ใบหน้าก็เผ่ยความดีใจอย่างยิ่งยวด