ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 307 ผ่ลการสู้รบที่เกริกก้อง
“ฟิ้ว!”
รอจนเขามองเห็นรถศึกคันนั้นของกะโหลกเลือด มองเห็นพวกสื อชิงและหลีเหย่แล้ว เขาจึงกระตัุ้นคาถาดาวเปล่งประกายอีกครั้ง
พริบตัาเดียวเขาก็หลุดพ้นจากวงล้อมแล้ววิ่งเตั็มเหยียดเข้าไป หารถศึกคันนั้น
นักล่ามากมายที่ไล่กวดตัามมาด้านหลังไม่มีทิพย์จักษุที่ มหัศจรรย์ให้ใช้ ดังนั้นจึงไม่สังเกตัเห็นการปรากฏตััวของรถศึก
“เขาหมดแรงแล้ว ใกล้จะไม่ไหวแล้ว! ทุกคนเพิ่มแรงกันอีก หน่อย ไม่ว่าจะตัายหรือเป็น อย่างไรก็ตั้องมีคำาอธิบายให้คมเขี้ยวและหลี่ หลางเฟิงให้ได้!”
“ตัาม!”
ผู่้นำาของกลุ่มนักล่าที่ไล่ล่ากันมายาวนานตั่างก็รู้สึกได้ถึงความ เหนื่อยล้าของเนี่ยเทียน
ผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์หลายคนยังพอจะจับคลื่นพลัง วิญญาณในร่างกายของเนี่ยเทียนได้ รู้ว่าหลังจากที่เขาลงมือช่วงหลัง ตัิดตั่อกันหลายครั้ง ความเร็วในการเคลื่อนโคจรของพลังวิญญาณจึงเชื่อง ช้าลงไปอย่างเห็นได้ชัด
นี่หมายความว่าพลังวิญญาณของเนี่ยเทียนใกล้จะหมดเกลี้ยง และเขาก็จะประคองตััวไม่ไหวอีกตั่อไป
ไม่ว่าจะเป็นหลี่หลางเฟิงหรือซ่งลี่แห่งคมเขี้ยวตั่างก็ไม่ตั้องการ เห็นเนี่ยเทียนหนีไปถึงเมืองโพ่เมี่ย ในจุดนี้เป้าหมายของหลี่หลางเฟิงและ คมเขี้ยวจึงสอดคล้องกัน
พวกเขาไล่ล่าเนี่ยเทียนอย่างยากลำาบากมาหลายวัน สูญเสียลูก น้องไปเป็นจำานวนมาก และก็อยากหาข้อสรุปให้กับตััวเองในวันนี้
ไม่ว่าเนี่ยเทียนจะเป็นหรือจะตัาย จะอย่างไรก็ตั้องจับตััวเขาไว้ ให้ได้!
ดังนั้นพวกเขาจึงไล่ตัามมาอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
“หัวเทียน!”
ม่านตัาของสือชิงแห่งกะโหลกเลือดที่อยู่บนรถศึกเหล็กทองหด ตััวลง แล้วก็พลันมองเห็นเนี่ยเทียนที่ห้อตัะบึงเข้ามาใกล้
เมื่อหลิวคัง ไฉ่โยวและหลีเหย่ได้ยินเสียงตัะโกนของเขาตั่างก็พา กันเพ่งสมาธิมองไปข้างหน้า
ป่ารกร้างกว้างใหญ่มีเรือนกายที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดกำาลัง เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
รอจนเรือนกายนั้นปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน หลีเหย่ก็หน้า เปลี่ยนสี ตัะเบ็งเสียงดัง “เขาบาดเจ็บสาหัส!”
เนี่ยเทียนที่ร่างอาบไปด้วยเลือดราวกับเทพเจ้าแห่งความตัาย ดวงตัาเปรอะไปด้วยเลือดสด บนกายมีบาดแผ่ลเล็กๆ น้อยๆ กระจายไป ทั่ว ซึ่งจำานวนแผ่ลนั้นคงมากนับร้อยรอย แถมบาดแผ่ลหลายแห่งก็ลึก เข้าไปถึงกระดูก!
เนี่ยเทียนที่เป็นเช่นนี้ ในดวงตัาสีแดงฉานของเขากลับยัง อบอวลไปด้วยปณิธานแห่งการสู้รบไร้ที่สิ้นสุด
ปราณดุร้ายที่มองไม่เห็นถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของเขา ทำาให้เขาที่เผ่ยกายขึ้นมากะทันหันมองดูเหี้ยมเกรียมกระหายเลือดมาก เป็นพิเศษ
“ไอสังหารช่างเข้มข้นยิ่งนัก!”
หลิวคังที่ไม่คุ้นเคยกับเนี่ยเทียนมองเขาด้วยสายตัาลึกล้ำาหนึ่ง ครั้งแล้วจึงเอ่ยด้วยความตัะลึงระคนแปลกใจ “หัวเทียนผู่้นี้สังหารคนไป แล้วกี่คนกันแน่ บนร่างถึงได้ตัลบอบอวลไปด้วยไอสังหารเข้มข้นขนาด นั้น?”
สือชิงและไฉ่โยวตั่างก็เงียบงัน ทว่ารถศึกที่อยู่ด้านล่างพวกเขา กลับระเบิดความเร็วที่มากที่สุดพุ่งตัะบึงไปเบื้องหน้า
“ฟิ้ว!”
รอจนเกือบเข้ามาใกล้เนี่ยเทียน สือชิงและหลิวคังสองคนก็บิน ออกไปจากรถศึกแทบจะเวลาเดียวกัน
พอพวกเขาบินออกมาพร้อมกัน รถศึกเหล็กทองคันนั้นก็ผ่่อน ความเร็วลง และเมื่ออยู่ห่างจากเนี่ยเทียนประมาณสิบเมตัรจึงจอดกึก ทันที
สือชิงและหลิวคังสองคนมาหยุดอยู่ข้างกายเนี่ยเทียน คนหนึ่ง อยู่ซ้ายอีกคนอยู่ขวา
“หัวเทียน เจ้าเป็นอะไรไหม?” สือชิงเอ่ยอย่างเป็นห่วง
เนี่ยเทียนที่ฝึืนยิ้มรับพลันรู้สึกผ่่อนคลาย เขาพยักหน้าแล้วกล่าว ว่า “วางใจเถอะ ข้ายังไม่ตัายหรอก”
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” หลิวคังกล่าวแล้วหันมามองถุงหนังใบ ใหญ่ยักษ์ที่ผู่กเอวเนี่ยเทียนไว้โดยอัตัโนมัตัิ ก่อนจะเอ่ยถาม “นั่นคือ?”
เขาได้ยินเสียงกรุ๊งๆ กริ๊งๆ และข้างในถุงหนังนั่นก็คล้ายจะมี คลื่นห้วงมิตัิที่พอสัมผ่ัสได้แผ่่ออกมา
“กำาไลเก็บของ” ระหว่างที่เนี่ยเทียนพูด ไฉ่โยวก็ทะยานมาหยุด อยู่ข้างกายเขาพร้อมกับหลีเหย่ ทั้งยังยื่นมือหมายจะประคองเขา
“ข้าไม่เป็นไร” เขาส่ายหัว ขณะที่ขยับแขนเพื่อจะปลดถุงหนัง ใบใหญ่นั้นก็กระเทือนไปถึงบาดแผ่ล ใตั้รักแร้จึงมีเลือดพุ่งออกมา “ของ สิ่งนี้ให้เจ้า กลับไปแล้วช่วยแลกหินวิเศษและค่าความดีจากกะโหลกเลือด ให้ข้าด้วย”
ถุงหนังใหญ่ยักษ์นั่นจึงมาตักอยู่ในมือของไฉ่โยวทันที
ตัอนที่ไฉ่โยวคว้าถุงเอาไว้หน้าก็เปลี่ยนมาเป็นปั้นยาก แค่ถือ อย่างนี้เขาก็รู้สึกได้ถึงความหนักอึ้ง
ไฉ่โยวจึงเปิดถุงนั่นออกตั่อหน้าสือชิง หลิวคังและหลีเหย่ เมื่อ ปรายตัามองลงไปด้านใน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนมาเป็นเลื่อนลอยในพริบ ตัา
พวกสือชิงสามคนที่อยากรู้จึงเหลือบตัามองไปเงียบๆ แล้ว สีหน้าก็ตั้องเปลี่ยนมาเป็นอึ้งค้างในบัดดล
“เยอะขนาดนี้เชียว?” หลีเหย่กรีดร้องเสียงแหลม “หัวเทียน กำาไลเก็บของเหล่านี้ล้วนเป็นของเชลยศึกที่เจ้ายึดมาได้รึ? เจ้าสังหารคน ไปกี่คนกันแน่?”
สือชิงและหลิวคังได้ยินเสียงโหวกเหวกของหลีเหย่ถึงได้คืนสตัิ กลับมา
“กำาไลเก็บของห้าสิบกว่าชิ้น” สือชิงคลึงหน้าผ่ากตััวเอง แล้ว หันไปเอ่ยกับหลิวคังที่อยู่ข้างกัน “ตัามความเห็นข้า เจ้าของกำาไลเก็บของ เหล่านี้น่าจะเป็นผู่้ที่อยู่ขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงตั้นและช่วงกลาง แถม เป็นไปได้มากว่ากลางสวรรค์ช่วงท้ายก็ถูกเขาสังหารด้วย”
หลิวคังใช้สายตัาที่ราวกับมองเห็นปีศาจจ้องไปที่เนี่ยเทียนอยู่ เนิ่นนาน ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ เห็นด้วยกับความคิดของสือชิง
“อู้ๆ!”
และเวลานี้เอง พวกผู่้นำากลุ่มนักล่ามือเลือดและแมงป่องพิษที่ไล่ หลังมาก็ตัามมาทันในที่สุด
“กะโหลกเลือด!”
พวกนักล่าเหล่านั้นมองเห็นรถศึกเหล็กทองได้ในปราดเดียว ทั้ง พอเห็นสือชิงและหลิวคังที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาก็พากันหน้าถอดสี
พวกผู่้นำากลุ่มนักล่าใหญ่ๆ มากมายมองตัากันหนึ่งครั้ง แทบจะ ไม่ตั้องคิดให้มากความก็หนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง ละทิ้ง การไล่ล่าเนี่ยเทียนทันใด
“นอกจากพวกเขายังมีใครอีก?” หลิวคังเอ่ยถามเบาๆ
“ทำาไมถึงไม่เห็นพวกคนของคมเขี้ยว?” สือชิงเองก็เอ่ยถาม
“คมเขี้ยวและหลี่หลางเฟิงอยู่ด้านหลัง พวกเขาสองฝึ่ายเปิด ฉากตั่อสู้กันอยู่ คงไม่ปรากฏตััวในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้” เนี่ยเทียนตัอบ
“นอกจากพวกหัวหน้ากลุ่มนักล่าเหล่านี้แล้ว สมาชิกขอบเขตักลางสวรรค์ ของพวกเขาก็อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย”
“หลี่หลางเฟิงก็อยู่ด้วยรึ?” สือชิงหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
ลังเลอยู่ชั่วครู่เนี่ยเทียนก็อธิบายให้ทุกคนฟังอย่างละเอียดว่า เหตัุใดคมเขี้ยวและหลี่หลางเฟิงถึงได้เปิดฉากตั่อสู้กัน
หลังจากคนทั้งสองฟังจบ สือชิงก็เผ่ยความแปลกใจออกมาทาง สีหน้า เขากล่าวกับหลิวคังว่า “คนของพวกเราน่าจะใกล้มาถึงเตั็มทีแล้ว การตั่อสู้ระหว่างหลี่หลางเฟิงและคมเขี้ยวก็ไม่น่าจะเสร็จสิ้นในช่วงระยะ เวลาสั้นๆ นี้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้พวกเราก็สามารถจัดการกับพวกนักล่าที่ เหลือได้”
หลิวคังพยักหน้า “ลงมือเถอะ”
กล่าวจบผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์สองคนนี้ก็เริ่มตัามไปไล่ ล่าพวกผู่้นำาของนักล่าที่หนีไปทันที
“พาเนี่ยเทียนขึ้นไปเถอะ” ไฉ่โยวจับแขนของเขาเอาไว้แล้วกล่า วกับหลีเหย่
“ตักลง” หลีเหย่และไฉ่โยวตั่างช่วยกันประคองตััวเขาให้ขึ้นไป บนรถศึกโดยไม่สนใจว่าเขาจะยินยอมหรือไม่
เมื่อมาถึงรถศึกเนี่ยเทียนถึงได้มองเห็นว่ามีผู่้แข็งแกร่งขอบเขตั ตั้นสวรรค์อีกคนหนึ่งนั่งเงียบๆ อยู่ในมุมหนึ่งของรถศึก
ผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์คนนั้นดูเหมือนว่าจะมีตับะตั้น สวรรค์ช่วงท้ายเช่นเดียวกับหลิวคัง เมื่อเขาเห็นว่าเนี่ยเทียนขึ้นมาบนรถก็ หรี่ตัาลงเล็กน้อย ดวงตัาฉายแสงคมกริบ ก่อนจะพยักหน้าให้เนี่ยเทียน เบาๆ
ที่แตักตั่างไปก็คือบนอาภรณ์ของเขาไม่มีสัญลักษณ์กะโหลก เลือด
“นี่คือท่านลุงเซวียหลง เขาเหมือนเจ้า เป็นเพียงขุนนางตั่างถิ่น ฝึ่ายนอกของกะโหลกเลือดเท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นสมาชิกกะโหลกเลือดที่แท้ จริง” ไฉ่โยวอธิบายให้เนี่ยเทียนฟัง
เนี่ยเทียนจึงทำาความเคารพอย่างเคร่งขรึม
เขารู้ดีว่าไม่ว่าขุนนางตั่างถิ่นคนใดก็ตัามที่ได้รับการยอมรับจาก กะโหลกเลือดล้วนไม่ใช่คนธรรมดาทั้งสิ้น
และก็มีเพียงผู่้ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงเท่านั้นถึงจะสามารถ ปฏิเสธการเชื้อเชิญจากกะโหลกเลือด ใช้แค่ฐานะของขุนนางตั่างถิ่นมารับ การปฏิบัตัิอย่างมีมารยาทจากกะโหลกเลือด
หลี่หลางเฟิงที่อำามหิตัอย่างถึงที่สุดก็คือขุนนางตั่างถิ่นของเดือน ดับ ความแข็งแกร่งของพลังในการสู้รบของเขาเหนือล้ำาเกินกว่าพวกหม่า จิ่วที่รับผ่ิดชอบดูแลเทือกเขาฮว้านคงของฝึ่ายเดือนดับเสียอีก
ทว่าขอบเขตัที่แท้จริงของหลี่หลางเฟิงและหม่าจิ่วตั่างก็เท่ากัน แตั่ในสายตัาของเนี่ยเทียนแล้วผู่้ที่มีขอบเขตัตั้นสวรรค์ช่วงท้ายอย่างหลี่ หลางเฟิงแค่คนเดียวบางทีอาจจะชนะหม่าจิ่วได้สามคนด้วยซ้ำา!
ในเมื่อเซวียหลงคือขุนนางตั่างถิ่นที่ได้รับการยอมรับจาก กะโหลกเลือด แน่นอนว่าย่อมเป็นผู่้แข็งแกร่งที่มีฝึีมือไม่ตั่างไปจากหลี่หลา งเฟิง
“คารวะท่านลุงเซวีย” เขาคารวะด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม
“ไม่ตั้องเกรงใจ” เซวียหลงโบกมือ หรี่ตัากวาดมองร่างของเขา หนึ่งครั้งแล้วจึงพูดอย่างจริงจังว่า “เจ้าเก่งกว่าข้าเสียอีก ตัอนที่ข้าอยู่ขั้น กลางสวรรค์ช่วงตั้น มากสุดก็แค่ข้ามขั้นได้หนึ่งระดับ อีกทั้งกลางสวรรค์ ช่วงกลางที่ข้าสังหารได้ก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้น ผู่้ที่อยู่กลางสวรรค์ซึ่งเจ้า สังหารไปไม่เพียงแตั่มีจำานวนมาก ทั้งยังมีผู่้ที่อยู่ช่วงท้ายด้วย ข้าเทียบไม่ ตัิดเลย”
ทิ้งประโยคนี้ไว้เซวียหลงก็ไม่พูดมากอีก เขาปิดตัาลงช้าๆ คล้าย กำาลังฝึกฝึนวิชาลับ
เนี่ยเทียนเองก็ไม่คิดจะอธิบาย หลังจากรู้ว่าเซวียหลงคือขุนนาง ตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดจึงวางใจลงได้ในที่สุด
และเขาก็เข้าใจแล้วว่าเหตัุใดสือชิงและหลิวคังถึงได้กล้าทิ้งไฉ่ โยวและหลีเหย่ที่มีฐานะสูงส่งไปไล่ล่าพวกหัวหน้ากลุ่มนักล่า
นั่นเป็นเพราะมีเซวียหลงอยู่ที่นี่ด้วย
“รีบนั่งลงแล้วกินยานี่เข้าไปเร็วๆ เลย!” หลีเหย่กดไหล่เนี่ย เทียนให้นั่งลง ไม่รอให้เนี่ยเทียนพูดอะไรเขาก็หยิบเอายาห้าแสงหกสีกำา หนึ่งออกมายัดใส่ปากเขา
เนี่ยเทียนรู้ว่าหลีเหย่ไม่มีทางทำาร้ายเขาจึงให้ความร่วมมือโดย การกินยาทั้งหมดลงไป
“หัวเทียน ตัลอดทางมานี้เจ้าสังหารนักล่าไปกี่มากน้อยกันแน่?” ไฉ่โยวถามด้วยความอยากรู้
“นอกจากกำาไลเก็บของที่อยู่ในถุงหนังแล้ว น่าจะยังมีนักล่าอีก ประมาณยี่สิบกว่าคนที่ตัายด้วยน้ำามือข้า” เนี่ยเทียนถอนหายใจหนึ่งครั้ง ก่อนจะพูดด้วยความเสียดาย “น่าเสียดาย เพราะข้ารีบร้อนที่จะฝึ่าวงล้อม ออกมา จึงตั้องช่วงชิงเวลาทุกวินาที เลยไม่ได้เก็บเอากำาไลเก็บของของ พวกเขามาด้วย”
“ยังมีอีกยี่สิบกว่าคนเชียวหรือ” ไฉ่โยวยิ้มเจื่อนทั้งยังส่ายหัวพูด เบาๆ ว่า “เจ้านี่มันเป็นตััวประหลาดอะไรกันแน่”
แม้แตั่เซวียหลงที่หลับตัาฝึกตัน พอได้ยินคำาตัอบของเขาก็ยัง หนังหน้ากระตัุกเล็กน้อย แล้วพูดกับตััวเองว่า “เป็นตััวประหลาดจริงๆ นั่นแหละ”