ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 308 หวนกลับ!
เนี่ยเทียนนั่งนิ่งอยู่บนรถศึกเหล็กทอง รวบรวมสมาธิชุบหลอม ยาที่หลีเหย่มอบให้ ส่วนไฉ่โยวและหลีเหย่ก็กำาลังพูดคุยกัน
เซวียหลงหลับตัาไม่เอ่ยคำาใด
ไม่นานเนี่ยเทียนก็สัมผ่ัสได้ถึงพลังงานที่แผ่่ซ่านออกมาจากยา เหล่านั้น พลังงานเหล่านั้นแบ่งออกเป็นสองประเภท หนึ่งคือจิงชี่เลือด
เนื้อที่สามารถช่วยให้จิงชี่พืชหญ้าในมหาสมุทรวิญญาณของเขาสร้าง ความทรงตััวให้กับบาดแผ่ลในร่าง
ส่วนพลังงานอีกประเภทหนึ่งคือพลังวิญญาณบริสุทธิ์ พลัง วิญญาณเหล่านั้นไหลไปหามหาสมุทรวิญญาณอย่างรวดเร็วเพื่อชดเชย พลังวิญญาณที่สูญเสียไป
ยาที่มาจากหลีเหย่มีประสิทธิผ่ลเลิศล้ำา มหาสมุทรวิญญาณของ เขาที่ใกล้จะแห้งขอดเตั็มทีจึงมีพลังวิญญาณก่อเกิดขึ้นมาอย่างตั่อเนื่อง และชดเชยพลังงานที่เขาเผ่าผ่ลาญไปก่อนหน้านี้
ทว่าน้ำาวนเปลวเพลิง น้ำาวนพืชหญ้าและน้ำาวนดวงดาวกลับไม่มี สิ่งใดเปลี่ยนแปลง
หนึ่งชั่วยามตั่อมา
ไฉ่โยวถือหินส่งข้อความเสียงก้อนหนึ่งเพื่อรับฟังข้อความที่ส่ง มาจากด้านใน ก่อนจะกล่าวกับหลีเหย่ “พวกคนที่อยู่ด้านหลังใกล้จะมาถึง แล้ว”
หลีเหย่ที่ดื่มเหล้าจนเมามายแค่นเสียงเย็นกล่าวว่า “ไอ้พวกนัก ล่าสมควรตัายผู่้นั้นก็ได้แตั่โจมตัีคนที่เดินทางไปมาในเทือกเขาฮว้านคง เท่านั้น พอเจอกะโหลกเลือดของพวกเจ้าก็หนีกันหัวซุกหัวซุน ไอ้พวกหนู สกปรกแบบนี้ควรจะถูกฆ่าให้สิ้นซากไปตัั้งนานแล้ว พวกมันยังกล้ามาหา เรื่องหัวเทียน ช่างรนหาที่ตัายจริงๆ”
“หลักๆ คือคมเขี้ยวนั่นแหละ” ไฉ่โยวพูดพร้อมขมวดคิ้ว
“คมเขี้ยว?” หลีเหย่อึ้งงัน ก่อนจะถามว่า “กะโหลกเลือดของ พวกเจ้ารู้จักคมเขี้ยวมากน้อยแค่ไหน? ผู่้นำาหญิงของคมเขี้ยวนั่นพวกเจ้า เคยเจอมาก่อนหรือไม่?”
ไฉ่โยวส่ายหัว “ข้าไม่เคยเจอนางมาก่อน คมเขี้ยวไม่ค่อยเหมือน กับกลุ่มนักล่าอื่นๆ นัก กะโหลกเลือดของพวกเรากำาลังตัรวจสอบประวัตัิ ความเป็นมาของพวกเขา อีกไม่นานก็น่าจะรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของพวก เขาแล้ว”
“มาจากตั่างถิ่นรึ?” หลีเหย่ตัะลึง
“อืม” ไฉ่โยว่พยักหน้าช้าๆ “ไม่มีทางใช่อิทธิพลในอาณาจักร เลี่ยคงแน่นอน สมาชิกของคมเขี้ยวก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยเจอมาก่อนเลย แม้แตั่คนเดียว ก็แค่ไม่รู้ว่าคมเขี้ยวนี่มาจากอาณาจักรไหนในดินแดน ดาวตักกันแน่ ไม่แน่ใจว่าเบื้องหลังพวกเขาคือใคร”
ผ่่านไปอีกครู่หนึ่ง
ทิศทางที่พวกเขาจากมาก็ค่อยๆ ปรากฏให้เห็นเงาร่างของ สมาชิกกะโหลกเลือดจำานวนมาก ภายใตั้การนำาทางของผู่้แข็งแกร่ง ขอบเขตัตั้นสวรรค์คนหนึ่ง สมาชิกกะโหลกเลือดที่รั้งท้ายจึงตัามมาถึงใน ที่สุด
เมื่อพวกเขามาถึง ไฉ่โยวก็ฮึกเหิมขึ้นทันใด รีบบินออกไปจากรถ ศึกเพื่อไปพูดคุยกับผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์คนนั้น
และเวลานี้เองเนี่ยเทียนก็ลืมตัาขึ้นช้าๆ เขาส่งยิ้มไปให้หลีเหย่ที่ ยืนอยู่ด้านข้างแล้วเอ่ยว่า “ยาที่เจ้าให้ข้ากิน ฤทธิ์ของยา…ช่างน่าตัะลึงยิ่ง นัก”
เพียงแค่พักเดียวอาการบาดเจ็บของเขาก็ทรงตััว พลังวิญญาณ ในมหาสมุทรวิญญาณก็ถูกเตัิมเตั็มไปถึงสามส่วน
เวลานี้จิงชี่พืชหญ้าที่อยู่ในน้ำาวนพืชหญ้ายังคงร่วมมือกับจิงชี่ เลือดเนื้อที่แผ่่กระจายไปซ่อมแซมอาการบาดเจ็บในร่างกายเขาทีละนิด
แม้ว่าพลังเปลวเพลิงและพลังดวงดาวยังมิอาจฟื้นตััวได้ ทว่า พลังในการตั่อสู้ของเขากลับฟื้นคืนมาบ้างเล็กน้อย
“เหลวไหล!” หลีเหย่มองค้อนเขา พูดด้วยน้ำาเสียงเสียดายเล็ก น้อย “ยาพวกนั้นที่ข้าให้เจ้าล้วนเป็นของระดับสูง คนละชั้นกับยาที่เจ้าริบ มาได้จากตััวพวกนักล่า คราวนี้เจ้ารวยแล้ว เดี๋ยวกลับไปเมืองโพ่เมี่ยตั้อง ชดใช้ให้ข้าด้วย”
“ไม่มีปัญหา” เนี่ยเทียนยิ้มแป้นก่อนจะกล่าวตั่อ “ถึงเวลานั้นยัง ตั้องรบกวนให้เจ้าช่วยหลอมอาวุธวิเศษที่เหมาะกับข้าสักชิ้น”
“หลอมอาวุธวิเศษย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” หลีเหย่เชิดหน้าขึ้น น้อยๆ “ตั่อให้เป็นสหายรักก็ยังตั้องคิดเงินนะ ด้านราคาการหลอมอาวุธ ของข้านายท่านหลี่มีชื่อเสียงว่าแพงลิบลิ่ว หากเจ้าตั้องการให้ข้าหลอม อาวุธให้ก็จำาเป็นตั้องจ่ายค่าตัอบแทนที่เหมาะสม ข้าไม่ยอมเสียเปรียบ หรอกนะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว” เนี่ยเทียนพยักหน้า
“งั้นก็ตักลงตัามนี้ รอกลับไปถึงเมืองโพ่เมี่ยข้าจะหลอมอาวุธ วิเศษชิ้นหนึ่งที่เหมาะสมกับเจ้าโดยดูจากสภาพการณ์ของเจ้า” หลีเหย่ ลูบคลำาปลายคาง พูดพึมพำา “ตััวประหลาดอย่างเจ้าทุกวันนี้ไม่มีอาวุธ เหมาะมือให้ใช้ก็ยังผ่ิดปกตัิได้ขนาดนี้ หากได้ครอบครองอาวุธวิเศษที่สร้าง ขึ้นเพื่อเจ้าโดยเฉพาะซึ่งข้าหลีเหย่เป็นคนหลอม ก็ไม่รู้ว่าเจ้าจะแข็งแกร่ง ได้ถึงระดับไหน”
“อาวุธที่เหมาะสมกับเขาหลอมได้ไม่ง่ายนักหรอก” และเวลานี้ เอง เซวียหลงที่อยู่ในสภาวะฝึกตันตัลอดเวลาก็เอ่ยแทรกขึ้นมาหนึ่ง ประโยค ดวงตัาที่ลึกล้ำาของเขาจ้องมองเนี่ยเทียนอยู่ครู่หนึ่งคล้ายมองออก ถึงเส้นสนกลในบางอย่าง
หลีเหย่แค่นเสียงกล่วา “หากพูดกันเรื่องอาวุธวิเศษ ในเมืองโพ่ เมี่ยเว้นจากอาจารย์ข้าไปก็คือข้าแล้ว! หากขนาดข้ายังหลอมอาวุธที่ เหมาะสมให้กับเขาไม่ได้ ก่อนหน้าที่อาจารย์ข้าจะกลับมา ข้าก็ไม่รู้แล้วว่า ใครจะมีความสามารถนี้อีก”
เซวียหลงไม่ได้สนใจเขา สายตัาเขายังคงจับจ้องไปที่เนี่ยเทียน แล้วเอ่ยเรียบๆ “กินอย่างโลภมากย่อมเคี้ยวไม่ละเอียด ฝึกวิชาตั่างธาตัุ หลายอย่างพร้อมกัน ภายภาคหน้าย่อมตั้องมีสักวันที่พลังกายใจไม่พร้อม ไม่สามารถครอบครองทุกอย่างได้หมด และการฝึ่าทะลุขอบเขตัของเจ้าก็ จะล่าช้าไปเพราะเหตัุนี้ หวังว่าอายุขัยของเจ้าจะมากพอให้ยืนหยัดตั่อไป”
“ขอบคุณท่านมากที่ชี้แนะ” เนี่ยเทียนเอ่ยอย่างนอบน้อม
“หลายธาตัุ…” หลีเหย่ทำาท่าครุ่นคิด
เซวียหลงพยักหน้าแล้วก็ไม่พูดมากอีก เขาลุกขึ้นยืนมองไปเบื้อง หน้าก่อนจะกล่าวว่า “พวกเราไปเผ่ชิญหน้ากับคมเขี้ยวและหลี่หลางเฟิ งกันเถอะ”
ประโยคนี้ดังออกมา เนี่ยเทียนก็สัมผ่ัสได้อย่างเฉียบไวว่าลักษณะ พลังของเขาที่แสดงออกได้เปลี่ยนไป
เซวียหลงที่สายตัามองไปข้างหน้าคล้ายเปลี่ยนมาเป็นกระบี่ แหลมคมในชั่วพริบตัาเดียว ปราณดุดันที่ราวกับสามารถกรีดเฉือนอากาศ ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของเขา
หลีเหย่และเนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ข้างกายเขาตั่างก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บ ปวดบนผ่ิวหนังคล้ายถูกปราณคมกริบดุกร้าวบนร่างเขาทิ่มแทง
ขนาดหลีเหย่ที่มีตับะกลางสวรรค์ช่วงท้ายก็ยังรู้สึกไม่สบายตััวอย่าง มากจนตั้องเว้นระยะห่างจากเขาโดยไม่รู้ตััว
กลับกลายเป็นเนี่ยเทียนที่บาดแผ่ลยังไม่หายดีเสียอีกที่ยืนนิ่งไม่ขยับ ทั้งยังรับสัมผ่ัสกับปราณดุดันนั้นอย่างตัั้งใจโดยการหลับตัาลงช้าๆ แล้วใช้ พลังจิตัไปตัรวจสอบ
เมื่อหลับตัาลงเขาจึงรับสัมผ่ัสได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เขารู้สึกได้ถึง ปราณดุดันที่เล็กละเอียดราวเส้นผ่ม คล้ายกระบี่บางเฉียบที่กำาลังผ่ลุบๆ โผ่ล่ๆ อยู่ตัามรูขุมขนทั่วร่างของเซวียหลง
เซวียหลงผู่้นั้นคล้ายเม่นในร่างคน ปราณที่ปล่อยออกมาตัามรูขุม ขนล้วนเหมือนกระบี่คมกริบ
“อู้!”
ไฉ่โยวกลับมาที่รถศึก เขาหยิบเอาหินวิเศษหลายก้อนวางปูไว้ด้าน ล่างแล้วกระตัุ้นรถศึกคันนี้ทันควัน
รถศึกคำารามอู้ไปด้านหน้าอีกครั้ง
สมาชิกของกะโหลกเลือดที่อยู่ด้านหลังมีส่วนหนึ่งตัิดตัามพวกเขา มา อีกส่วนหนึ่งกระจายตััวกันออกไปใช้หินส่งข้อความเสียงตัิดตั่อกับหลิว คัง สือชิง ร่วมมือกับพวกเขาไปไล่ฆ่าพวกผู่้นำาของกลุ่มนักล่า
รถศึกห้อทะยานเตั็มเหยียด
ระหว่างทางก็ได้เห็นศพมากมายที่ร่างโชกไปด้วยเลือดเนื้อหนัง เละเทะ
ศพเหล่านั้นล้วนถูกปราณวิญญาณสกปรกกัดกิน บางคนเลือดเนื้อ ได้กลายมาเป็นเพียงน้ำาเลือดในระยะเวลาแสนสั้นจนเหลือให้เห็นเพียงกอง กระดูกสีขาว
และยังมีบางศพที่ทั่วร่างมีควันสีเขียว สีดำาลอยกรุ่น ใบหน้าเขียว คล้ำา ตัายเพราะโดนพิษเช่นกัน
“เจ้าสังหารหมดเลยรึ?” เซวียหลงมองศพรูปร่างพิลึกพิลั่นเหล่านั้น ก็ขมวดคิ้วถามเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนอธิบาย “ข้าเป็นคนฆ่าพวกเขาเอง เพียงแตั่ว่าภายหลัง พวกเขาถูกปราณวิญญาณสกปรกกัดกินถึงได้กลายมาเป็นเช่นนี้”
ดวงตัาเซวียหลงเปล่งประกาย “แม้ข้าจะไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัด ทว่าดูจากสภาพการตัายอันอเนจอนาถของพวกเขาก็รู้แล้วว่าลำาพังเพียง แค่ปราณวิญญาณสกปรกย่อมไม่สามารถกัดกร่อนเลือดเนื้อของพวกเขา ได้ในระยะเวลาสั้นๆ เช่นนี้ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ฝึกวิชาพิษร้าย ทว่าเจ้าน่าจะมี วิชาลับบางอย่างที่สามารถหลอมปราณวิญญาณฟ้าดินสกปรกได้”
เนี่ยเทียนเงียบไปครู่ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
เซวียหลงเอ่ยเตัือน “ข้าพอจะเดาออกแล้วว่าเหตัุใดหลี่หลางเฟิงผู่้ นั้นถึงได้ให้ความสำาคัญกับเจ้าถึงเพียงนี้ จำาเอาไว้ว่าห้ามเดินตัามรอยหลี่ หลางเฟิงเด็ดขาด! เพราะสถานการณ์ของเขาพิเศษถึงได้เลือกใช้วิธีการ ที่สุดโตั่ง ถึงแม้หลี่หลางเฟิงในเวลานี้จะแข็งแกร่ง ทั้งยังอาจจะแข็งแกร่ง อย่างนี้ไปได้อีกนาน ทว่าค่าตัอบแทนที่เขาตั้องจ่ายไปก็มากเกินกว่าที่เจ้า จะจินตันาการได้”
“ข้าเข้าใจ” เนี่ยเทียนกล่าว
เขามองออกแตั่แรกแล้วว่าวิชาที่หลี่หลางเฟิงคนอำามหิตัฝึกฝึนนั้น เป็นเพราะดูดซับเอาสารพิษสกปรกมากเกินไปถึงได้ถูกพลังโจมตัีกลับมา นานแล้ว
อาศัยทิพย์จักษุเขาพอจะสัมผ่ัสได้ว่าปราณเลือดเนื้อในร่างของหลี่ หลางเฟิงยุ่งเหยิงไม่มั่นคงอย่างถึงที่สุด ซึ่งไม่แน่ว่าวันไหนมันอาจระเบิด ออกแล้วคร่าชีวิตัของเขาไป
เผ่ยฉีฉีเองก็เคยบอกกับเขาว่าหลี่หลางเฟิงมีคนที่จำาเป็นตั้องฆ่า เพื่อสังหารศัตัรูคู่แค้นเขาถึงได้ยอมสละทุกอย่างเพื่อให้ตััวเองแข็งแกร่ง ยอมปล่อยโอกาสที่จะได้เดินสู่จุดสูงสุดของชีวิตัเพื่อดึงให้พลังการตั่อสู้ของ ตััวเองเพิ่มพูนขึ้นก่อนเวลาอันควร ซึ่งบางทีเขาอาจจะตั้องตัายไปอย่าง กะทันหันในช่วงเวลาที่เขาแข็งแกร่งที่สุด เป็นที่จับตัามองมากที่สุด
ตัลอดทางที่ผ่่านมาคนทั้งสี่ที่อยู่บนรถศึกก็ไม่เจอกับนักล่าคนใดที่มี ชีวิตัแม้แตั่คนเดียว
พวกผู่้นำาของกลุ่มนักล่าที่มองเห็นธงรบของกะโหลกเลือดโบก สะบัดมาแตั่ไกลก็ได้แอบส่งข้อความไปบอกให้พวกนักล่าที่ไล่ล่าเนี่ยเทียน ถอนกำาลังออกไปโดยเร็วที่สุด
ภายใตั้การห้อทะยานอย่างเตั็มกำาลังของรถศึก พื้นที่การตั่อสู้ระ หว่างหลี่หลางเฟิงและคมเขี้ยวจึงค่อยๆ ปรากฏให้เห็นสู่สายตัา
ห่างกันไกลมาก ทุกคนยังสามารถมองเห็นได้ว่าพื้นที่แห่งนั้นมีแสง วิเศษตััดสลับกันวุ่นวาย อาวุธวิเศษหลากหลายชนิดพริบพราวอยู่กลาง อากาศ ทั้งยังคลอไปด้วยเสียงฟ้าผ่่าดังสนั่น และเปลวไฟลุกโชตัิช่วง
หลี่หลางเฟิงสั่นกระดิ่งมหัศจรรย์ เสียงใสกังวานที่ดังออกมาอย่าง ตั่อเนื่องราวกับเสียงฟ้าร้องกลายมาเป็นพลังโจมตัีน่าหวาดกลัวที่พุ่งเข้าใส่ หน้าอกของสมาชิกคมเขี้ยว
“ยังไม่ยุตัิอีกหรือนี่”
เซวียหลงยื่นมือออกมา ขณะที่เข้าไปใกล้พื้นที่แห่งนั้นก็บอกเป็นนัย ให้ไฉ่โยวหยุดรถศึก
รอจนรถศึกค่อยๆ ชะลอตััวลงเขาถึงได้หรี่ตัามองไปอย่างตัั้งใจ
“ผู่้หญิงที่สวมชุดสีแดงกุหลาบนั่นก็คือผู่้นำาของคมเขี้ยวรึ?” อยู่ๆ เขาก็ถามขึ้น
เพราะว่าค่อนข้างอยู่ไกล หลีเหย่และไฉ่โยวจึงมองเห็นเหตัุการณ์ไม่ ค่อยชัดเจนนัก แน่นอนว่าย่อมมองไม่เห็นซ่งลี่
ทว่าเนี่ยเทียนกลับพยักหน้า “นางนั่นแหละ ชื่อซ่งลี่”
“ซ่งลี่…” เซวียหลงส่ายหัว สีหน้าเปลี่ยนแปลง แล้วจึงกล่าวว่า “พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะไปเจอกับหลี่หลางเฟิงสักหน่อย”
กล่าวจบเขาก็บินลงไปจากรถศึก ร่างพุ่งฉิวออกไปอยู่ไม่กี่ทีก็หาย วับไปจากเส้นสายตัาของไฉ่โยวและหลีเหย่
หลังจากที่เขาจากไปได้ไม่นาน พวกสมาชิกของกะโหลกเลือดที่ ตัิดตัามมาด้านหลังก็ค่อยๆ เข้ามาห้อมล้อมกระจายตััวอยู่ข้างรถศึกคล้าย ให้การปกป้องไฉ่โยว
เนี่ยเทียนอาศัยทิพย์จักษุข้างหนึ่งไปสังเกตัการณ์ตั่อสู้ระหว่างหลี่ หลางเฟิงและคมเขี้ยว เขาเห็นว่ารอบกายของหลี่หลางเฟิงมีศพของ สมาชิกคมเขี้ยวนอนกองอยู่เก้าศพ
ผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์สี่คนที่มีหันมู่เป็นหัวหน้าบวกกับซ่งลี่ อีกหนึ่งคน และยังมีผู่้ฝึกลมปราณขอบเขตักลางสวรรค์ของคมเขี้วอีกสิบก ว่าคนกำาลังร่วมมือกันล้อมโจมตัีหลี่หลางเฟิง
หลี่หลางเฟิงคนอำามหิตัผู่้นั้นเมื่ออยู่ภายใตั้การล้อมโจมตัีอย่าง รุนแรงของคมเขี้ยว บนร่างก็เตั็มไปด้วยรอยแผ่ลน่าหวาดกลัว
เขาสั่นกระดิ่ง ไออย่างรุนแรง ทว่าความดุร้ายยังคงไม่ลดลงไป แม้แตั่น้อย
“อู้!”
เซวียหลงทะยานเข้าไปใกล้ แทบจะวินาทีเดียวกับที่ปรากฏตััวก็พุ่ง เข้าไปร่วมวงตั่อสู้ด้วย
ซ่งลี่แห่งคมเขี้ยวเมื่อเห็นเซวียหลงปรากฏตััว บนใบหน้างดงามของ นางก็พลันฉายความประหลาดใจ ก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าเองรึ?”