ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 309 ตััวตันปลอม
“เจ้าเองรึ!”
หันมู่และยังมีผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์ของคมเขี้ยวอีกสอง คนที่พอเห็นเซวียหลงปรากฏตััวก็เผ่ยความประหลาดใจออกมาทาง ดวงตัา
ดูเหมือนว่าพวกเขาตั่างก็รู้จักเซวียหลง
ทว่าเซวียหลงกลับไม่สนใจพวกเขา พอมาถึงก็มองหลี่หลางเฟิง เป็นเป้าหมายทันที
กระบี่ยาวสีเงินเล่มหนึ่งราวกับมังกรคะนองน้ำาที่ออกมาจาก หุบเขา ปราณกระบี่ตััดสลับฉวัดเฉวียน ปลดปล่อยแสงเย็นเยียบบาดตัา ทะยานดิ่งเข้าหาหน้าอกของหลี่หลางเฟิง
หลี่หลางเฟิงที่บาดแผ่ลเตั็มกายพอเห็นเซวียหลงปรากฏตััว สีหน้าก็เปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึม
กลุ่มแสงสีเขียวเข้มกลุ่มหนึ่งรวมตััวกันขึ้นที่หน้าอกของเขา อย่างรวดเร็ว ในกลุ่มแสงมีแสงสีเขียวเป็นจุดๆ เปล่งประกาย แผ่่คลื่น พลังวิญญาณที่น่าตัะลึงออกมา
“ตัูม!”
เมื่อกลุ่มแสงสีเขียวนั้นปะทะเข้ากับกระบี่ยาวของเซวียหลงก็ พลันระเบิดกระจาย
แสงสีเขียวเศษเล็กเศษน้อยที่แฝึงเร้นไว้ด้วยพิษร้ายสาดกระจาย ไปแปดทิศราวสะเก็ดดาวพร่างพราว
พวกสมาชิกคมเขี้ยวที่ล้อมโจมตัีหลี่หลางเฟิงรวมไปถึงซ่งลี่เมื่อ เห็นว่าแสงสีเขียวกระเด็นออกมาจึงรีบหลบเลี่ยงด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“ฟิ้วๆ!”
แสงกระบี่คมกริบหลายกลุ่มบินพรวดออกมาจากในร่างของเซ วียหลง ก่อนจะฟาดฟันสะเก็ดแสงสีเขียวที่ตักลงมาหาเขา
บนใบหน้าซีดขาวของหลี่หลางเฟิงเผ่ยความโกรธแค้น แตั่ดู เหมือนว่าเขาจะข่มกลั้นมันลงไปแล้วอยู่ๆ ก็เอ่ยกับซ่งลี่ว่า “คมเขี้ยวของ พวกเจ้า ข้าหลี่หลางเฟิงจำาใส่บัญชีแค้นไว้แล้ว!”
กล่าวจบเขาก็หมุนกายขวับ ห้อทะยานไปยังแถบเนินเขาราวกับ กลุ่มควันสีเขียว
วินาทีที่เซวียหลงปรากฏตััวเขาก็รู้แล้วว่ากะโหลกเลือดแห่ง เมืองโพ่เมี่ยได้ตัามมาทันแล้ว
เขายังสังเกตัเห็นด้วยว่ารถศึกเหล็กทองคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่าง ไกลมีสมาชิกกะโหลกเลือดหลายคนห้อมล้อมอยู่
เมื่อรู้ดีว่ากะโหลกเลือดเผ่ยตััว ความหวังที่จะจับตััวเนี่ยเทียนจึง เหลือน้อยนิด เขาเลยตััดสินใจถอนตััวทันที
เมื่อเขาขยับกาย เซวียหลงก็กลายร่างเป็นแสงกระบี่สีเงินตัาม ตัิดไปเบื้องหลังเขาด้วย
สมาชิกมากมายของคมเขี้ยวที่ล้อมโจมตัีเขามานานตั่างก็ยืนงง อยู่ที่เดิมราวกับยังไม่ฟื้นคืนสตัิจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้
“คุณหนู” ผ่่านไปครู่ใหญ่หันมู่ถึงได้ขมวดคิ้วหันมาพูดกับซ่งลี่ที่ อยู่ข้างกาย “เขาจำาพวกเราได้”
ซ่งลี่พยักหน้าเบาๆ กล่าวว่า “นึกไม่ถึงว่าเขาก็จะอยู่ในอาณา จักรเลี่ยคงด้วย แถมยังเป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด ถือว่าเขายัง เห็นแก่ความสัมพันธ์ครั้งเก่า พอมาถึงจึงมองเห็นหลี่หลางเฟิงเป็นเป้า หมาย ไม่ได้ลงมือกับพวกเรา”
“ในเมื่อเขารู้ตััวตันของคุณหนู มีหรือจะกล้าล่วงเกินพวกเรา?” หันมู่แค่นเสียงกล่าว
“ก็ไม่แน่เสมอไป อย่างไรซะที่นี่ก็คืออาณาจักรเลี่ยคง เขาก็น่า จะปิดบังชื่อแซ่ไม่ยินดีเปิดเผ่ยตััวตันที่แท้จริงเช่นกัน” ซ่งลี่ใคร่ครวญอยู่ ชั่วครู่แล้วพลันกัดฟันพูด “ถือว่าเจ้าหัวเทียนนั่นโชคดี! ในเมื่อกะโหลก เลือดมาแล้วพวกเราก็ไม่สามารถลงมือกับเขาได้อีก ในเมื่อเป็นเช่นนี้พวก เราควรถอนกำาลังออกไปก่อน”
ระหว่างที่กล่าวประโยคนี้เรือนกายเย้ายวนใจคนของนางก็สั่น เทิ้มน้อยๆ
หันมู่สังเกตัเห็นว่ามือทั้งสองข้างของนางกำาเป็นหมัดแน่น เล็บ เรียวยาวจิกเข้าที่กลางฝึ่ามือของตััวเอง
หันมู่เองก็ได้แตั่ทอดถอนใจ “นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเด็กที่มีตับะแค่ กลางสวรรค์ช่วงตั้นจะรับมือได้ยากถึงเพียงนี้ เจ้าหัวเทียนผู่้นี้…ก่อนหน้า นั้นไม่มีชื่อเสียง พวกเรามาอยู่ใกล้เมืองโพ่เมี่ยตัั้งนานก็ยังไม่เคยได้ยินมา ก่อนว่าในเมืองโพ่เมี่ยจะมีบุคคลเช่นนี้อยู่ด้วย”
ซ่งลี่หน้าเปลี่ยนสี กล่าวขึ้นกะทันหันว่า “หัวเทียนผู่้นั้นจะมา จากอาณาจักรทั้งเก้าเช่นเดียวกับพวกเราหรือไม่? หลังจากมาถึงเมืองโพ่ เมี่ยแล้วค่อยเปลี่ยนชื่อ? คนที่พิเศษเช่นเจ้าหมอนี่อย่าว่าแตั่ในอาณาจักร เลี่ยคงเลย ตั่อให้อยู่ในวิมานสวรรค์ของอาณาจักรเสวียนเทียนก็น่าจะเป็น บุคคลที่โดดเด่น!”
ได้ยินนางพูดเช่นนี้หันมู่ก็คิดขึ้นมาได้ ก่อนจะพยักหน้ารับแล้ว เอ่ยด้วยท่าทางครุ่นคิด “หัวเทียนกับนางมารเผ่ยมีความสัมพันธ์ที่ไม่ ธรรมดา พวกเรารู้ดีว่าอาจารย์ของนางมารเผ่ยคือคนที่มีฐานะระดับไหน หากว่ากันตัามนี้ก็เป็นไปได้มากที่หัวเทียนจะเป็นเหมือนพวกเรา หากไม่ มาฝึกขัดเกลาประสบการณ์ในอาณาจักรเลี่ยคงก็มาหลบภัยชั่วคราว”
“ถอนทัพก่อนเถอะ” ผู่้ฝึกลมปราณขอบเขตัตั้นสวรรค์อีกคน หนึ่งของคมเขี้ยวเอ่ยเกลี้ยกล่อมคนทั้งสอง “กะโหลกเลือดมาถึงแล้ว พวก เราไม่จำาเป็นตั้องอยู่ตั่อ พวกเรามาอยู่อาณาจักรเลี่ยคงไม่ใช่เพื่อสังหาร กะโหลกเลือด อีกทั้งไฉ่โยวผู่้นั้นก็ไม่ใช่คนพูดง่าย”
“คุณหนู หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล” หันมู่เองก็เอ่ยเกลี้ย กล่อม
“ข้าเข้าใจ” ซ่งลี่ฝึืนบังคับตััวเองให้สงบลง ทอดสายตัามองไกล ไปยังรถศึกคันนั้นหนึ่งครั้งก่อนจะพูดว่า “ไปกันเถอะ”
สมาชิกทุกคนของคมเขี้ยวพอได้ยินประโยคนี้ตั่างก็กระจายตััว กันออกไปจากที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว ไม่ยืนหยัดที่จะไล่ฆ่าเนี่ยเทียนตั่อ
บนรถศึก
เนี่ยเทียนที่ใช้ทิพย์จักษุมองเห็นสีหน้าของพวกซ่งลี่ หันมู่หลัง จากที่เซวียหลงปรากฏตััวได้อย่างชัดเจน
เขาจึงตัระหนักได้ทันทีว่าก่อนหน้านี้เซวียหลงเคยรู้จักกับพวก ซ่งลี่และหันมู่มาก่อน
บางทีอาจเป็นเพราะเหตัุนี้เซวียหลงถึงได้ไม่ลงมือกับคมเขี้ยว แตั่ไล่ตัามหลี่หลางเฟิงไปแทน
เมื่อเซวียหลงจากไป บทสนทนาที่ซ่งลี่และหันมู่พูดคุยกันเบาๆ เขาก็เองได้ยินหมดแล้ว
ดวงตัาของเขาเริ่มเผ่ยความกลัดกลุ้ม
“ผู่้หญิงคนนี้จะแอบไปตัรวจสอบตััวตันของข้าหรือไม่? หากนาง รู้ว่าข้ามาจากอาณาจักรหลีเทียน รู้ตััวตันที่แท้จริงของข้า ถ้าเช่นนั้น…”
เขาพลันรู้สึกเป็นกังวล เริ่มเสียใจเล็กน้อยที่ตััวเองบุ่มบ่ามเกิน ไป ดันมาสร้างเรื่องก่อราวใหญ่โตัขนาดนี้ในอาณาจักรเลี่ยคง
ตัอนนี้ชื่อเนี่ยเทียนก็เลื่องลือไปทั่วเก้าอาณาจักรในดินแดน ดาวตักแล้ว สำานักผู่้ฝึกลมปราณที่มีวิมานสวรรค์แห่งอาณาจักรเสวียน เทียนเป็นหัวหน้ากำาลังตัามหาเขากันให้ควั่ก
หากตััวตันเขาถูกเปิดเผ่ย มีคนรู้ว่าตัอนนี้เขาอยู่ในอาณาจักร เลี่ยคง เขาเชื่อว่าด้วยความสามารถของวิมานสวรรค์ย่อมพากำาลังมา เยือนที่แห่งนี้แน่นอน
เปลวอัคคี เดือนดับและกะโหลกเลือดของอาณาจักรเลี่ยคงหาก เปรียบเทียบกับวิมานสวรรค์ซึ่งเป็นสำานักผู่้ฝึกลมปราณที่มีรากฐานมั่นคง ลึกล้ำาแล้วก็เรียกได้ว่าอ่อนแอกว่าเยอะมาก
หากวิมานสวรรค์มาตัามหาตััวเขาจริงๆ ในอาณาจักรเลี่ยคง แห่งนี้ก็คงไม่มีที่ให้เขาหลบซ่อนตััวอีก และเขาอาจจะตั้องถูกบีบให้ออกไป จากที่นี่
“จำาเป็นตั้องทำาความเข้าใจกับตัราประทับสะเก็ดดาวให้ได้โดย เร็วที่สุด ตัราประทับสะเก็ดดาวชิ้นแรกชุบหลอมไปได้เกินครึ่ง ดาวเคลื่อน ย้ายกับดาวเปล่งประกายตั่างก็เชี่ยวชาญมากแล้ว ตัอนนี้เหลือเพียงแค่ ดาวตักเท่านั้นที่ยังจำาเป็นตั้องใช้เวลาในการทำาความเข้าใจ” เขาขมวดคิ้ว อดที่จะรู้สึกบีบคั้นไม่ได้
เขาจดจำาคำาสั่งของหัวมู่ได้ดี
หากเขาชุบหลอมตัราประทับสะเก็ดดาวได้เมื่อใด ตั่อให้ตััวตัน ถูกเปิดเผ่ยและวิมานสวรรค์รู้เข้า เขาก็ไม่จำาเป็นตั้องกังวลกับสิ่งใดอีก
ขอแค่ตัราประทับสะเก็ดดาวถูกเขาชุบหลอมผ่สานเข้าไปใน เรือนกายกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในร่างของเขา วิมานสวรรค์ก็ไม่มีความ สามารถมากรีดเถือเอาตัราประทับสะเก็ดดาวบนร่างเขาไปได้อีก
ถึงเวลานั้นวิมานสวรรค์ย่อมตั้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อดึงตััว เขาให้กลายไปเป็นส่วนหนึ่งของวิมานสวรรค์
“พวกเจ้ารอข้าสักครู่ ข้าจะไปสั่งความสักหน่อย แล้วพวกเรา ค่อยกลับเมืองโพ่เมี่ยกัน” ไฉ่โยวเห็นว่าเซวียหลงไล่ตัามหลี่หลางเฟิงไป ส่วนคมเขี้ยวก็ถอนทัพออกไปแล้วจึงกระโดดลงจากรถศึกเพื่อไปพูดคุยกับ ผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์คนนั้นของกะโหลกเลือด
“เซวียหลงรู้จักกับซ่งลี่” เนี่ยเทียนเอ่ยเบาๆ
หลีเหย่ตัะลึง “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“เรื่องนี้เจ้าไม่จำาเป็นตั้องรู้หรอก” เนี่ยเทียนขมวดคิ้วกล่าวว่า “ชื่อเซวียหลงและชื่อซ่งลี่นี้น่าจะเป็นชื่อปลอม พวกเขาน่าจะมาจาก อาณาจักรเดียวกันในดินแดนดาวตัก รู้จักกันมาตัั้งแตั่ก่อนหน้านี้แล้ว เซ
วียหลงเป็นเพียงแค่ขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด ไม่ใช่สมาชิกที่แท้จริง นั่นอาจเป็นเพราะว่าตััวตันของเขาในอดีตัไม่เหมาะสมที่จะเข้าร่วมกับ กะโหลกเลือด”
“จะยังไงก็ช่างเถอะ” หลีเหย่กลับไม่เห็นเป็นเรื่องสำาคัญ “คน มากมายที่มาอาณาจักรเลี่ยคงในอดีตัตั่างก็มีตััวตันแตักตั่างกันออกไป เพราะสาเหตัุมากมายจึงจำาตั้องปิดบังชื่อแซ่ หลังจากที่พวกเขาไปจาก อาณาจักรเลี่ยคงแล้วถึงจะกลับไปใช้ชื่อเดิม เรื่องของเซวียหลงพวกเราก็ ไม่จำาเป็นตั้องบอกไฉ่โยว เพราะอาจเป็นไปได้ว่าเดิมทีกะโหลกเลือดก็รู้อยู่ แล้วว่าเซวียหลงคือใคร”
“อืม ข้าเข้าใจ” เนี่ยเทียนพยักหน้า
“เจ้าใช้ได้เลยนี่นา” หลีเหย่มองเขาด้วยสายตัาลึกล้ำาหนึ่งครั้ง ก่อนจะกล่าวว่า “เดิมทีข้าแค่รู้สึกว่าเจ้ามีเพียงร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้น นึกไม่ถึงเลยว่าพลังในการตั่อสู้ของเจ้าจะน่าตัะลึงได้ถึงเพียงนี้ ในสายตัา ของข้า เจ้าก็น่าจะเปลี่ยนชื่อไม่ตั่างจากเซวียหลงและซ่งลี่”
ดวงตัาเนี่ยเทียนโชนแสงวาบ ทว่าไม่ได้รับคำาตั่อ
“หากเจ้าไม่อยากเปิดเผ่ยตััวตันเร็วเกินไปนักก็จงถ่อมตััวเสีย หน่อยเถิด” หลีเหย่เอ่ยด้วยความจริงใจ
“ครั้งนี้ข้ามุทะลุเกินไปจริงๆ” เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน
“เจ้าคือคนที่ท่านหัวพามา แน่นอนว่าพวกเราย่อมไม่ทำาร้ายเจ้า อยู่แล้ว” หลีเหย่สิ้นสุดบทสนทนาเพียงเท่านี้ “เอาล่ะ เรื่องอื่นๆ ข้าก็ไม่ พูดมากแล้ว แค่เจ้ารู้ว่าควรทำาอะไรก็พอ รอกลับไปถึงเมืองโพ่เมี่ย ทางที่ดี ที่สุดเจ้าควรเก็บตััวอยู่เงียบๆ ไม่ตั้องทำาอะไรที่มันโดดเด่นให้คนอื่นจับตัา มองเจ้าอีก”
“ข้าจะทำาอย่างนั้น” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ
“หัวเทียน ขอโทษนะ ข้าเป็นคนทำาให้เจ้าตั้องเดือดร้อน” หลี เหย่เงียบไปครู่ก่อนจะกล่าวว่า “ตัอนที่ศิษย์พี่หญิงกลับมานางบอกกับข้า ว่าหูหันทรยศพวกเราจริงๆ ข้านึกว่าข้าสามารถควบคุมนางได้ ข้าไร้เดียง สาเกินไปจนเกือบทำาให้เจ้าตั้องตัายด้วยน้ำามือผู่้หญิงคนนั้น”
“ไม่เป็นไร” เนี่ยเทียนยิ้มให้
และตัอนนี้เอง ไฉ่โยวก็บินกลับขึ้นมาบนรถศึก “เอาล่ะ พวกเรา เดินทางกลับเมืองกันเถอะ”
เขากระตัุ้นรถศึกอีกครั้ง รกศึกเหล็กทองคนนั้นก็หมุนหัวกลับ แล้วเริ่มห้อทะยานไปยังเมืองโพ่เมี่ย