ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 310 การเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก
อาณาจักรหลีเทียน ภูเขาด้านหลังสำานักหลิงอวิ๋น
หลีจิ้งแห่งสำานักโลหิตันั่งอยู่บนแท่นดอกบัวสีเลือดที่ขับเคลื่อน มาเยือนที่แห่งนี้อีกครั้ง
นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่หลีจิ้งมาเยือนในระยะเกือบครึ่งปีที่ผ่่านมา
เช้าตัรู่ เกลียวเมฆล้อมวน อูจี้หลุบเปลือกตัาลงตั่ำา ครึ่งหลับครึ่ง ตัื่นคล้ายดวงจิตัล่องลอยอยู่ภายนอก
จนกระทั่งหลีจิ้งมาถึงเขาถึงได้ลืมตัาขึ้นช้าๆ เหลือบตัามองหลี้ จิ้งครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเรียบเรื่อย “มาทำาไมอีกเล่า?”
“เนี่ยเทียนอยู่ที่ไหนกันแน่?” หลีจิ้งสีหน้าเคร่งเครียด
“ข้าเคยบอกไปแล้ว ข้าไม่รู้จริงๆ” อูจี้มีท่าทีเฉยเมย
หลีจิ้งเงียบงันไปชั่วครู่แล้วพลันสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะ กล่าวว่า “รอยแยกห้วงมิตัิที่อยู่ใกล้กับวังยมบาลปลดปล่อยปราณปีศาจ ออกมาเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วในการแผ่่ขยายของปราณปีศาจ เหล่านั้นรวดเร็วเกินกว่าที่พวกเราคาดคิดไว้มากนัก หากเป็นอย่างนี้ตั่อไป มากสุดอีกแค่ปีสองปี วังยมบาลคงถูกบีบให้ตั้องย้ายสำานัก”
“นั่นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า” อูจี้กล่าวอย่างหงุดหงิด
“วังยมบาลไม่เกี่ยวกับเจ้าแล้วอาณาจักรหลีเทียนเล่า?” หลีจิ้ง ขมวดคิ้วแน่น “ด้วยความเร็วในการแผ่่ขยายของปราณปีศาจนั้น อย่าง มากก็แค่สิบปี ไม่สิ บางทีอาจจะแค่เจ็ดแปดปี ปราณปีศาจก็คงปกคลุมไป ทั่วทั้งอาณาจักรหลีเทียน ถึงเวลานั้นตั่อให้ภูตัผ่ีปีศาจไม่ได้เข้ามารุกราน ผู่้ ฝึกลมปราณ คนธรรมดาที่ใช้ชีวิตัอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนก็ตั้องถูกบีบให้ ไปอยู่ที่อื่น”
อูจี้ขมวดคิ้วน้อยๆ ทว่าก็ยังคงเงียบงัน
“อาณาจักรทั้งเก้าในดินแดนดาวตัก อาณาจักรเสวียนเทียนและ อาณาจักรเชียนแจวนก็เป็นเช่นเดียวกัน” เห็นได้ชัดว่าหลีจิ้งเป็นกังวลอย่าง มาก นางกล่าวตั่อไปว่า “เมื่อปราณปีศาจเข้มข้นกลบทับอาณาจักรเสวียน เทียนและอาณาจักรเชียนแจวน คนธรรมดาและผู่้ฝึกลมปราณที่อยู่ในสอง อาณาจักรนี้ก็ตั้องถูกบีบให้ออกไปอยู่ที่อื่นเช่นเดียวกัน”
“ถึงเวลานั้นเจ็ดอาณาจักรที่เหลือย่อมตั้องแบ่งพื้นที่ให้ อาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนแจวนอยู่อาศัยชั่วคราว พวกเขา สองสำานักตั่างก็แข็งแกร่งมากพอ อย่างไรซะอีกเจ็ดอาณาจักรก็ตั้องให้ เกียรตัิพวกเขา”
“ทว่าอาณาจักรหลีเทียนของพวกเรานั้นกลับตั่างออกไป”
“ถึงเวลานั้นเมื่อผู่้ฝึกลมปราณและชาวบ้านธรรมดาที่อยู่ใน อาณาจักรหลีเทียนถูกบีบให้ตั้องออกไปจากมาตัุภูมิจะหาอาณาจักรที่ เหมาะสมกับเราเพื่ออยู่อาศัยชั่วคราวได้หรือไม่ก็ยังมิอาจรู้ได้ ตั่อให้มีที่ให้ ซุกหัวนอน เกรงว่าก็คงเป็นสถานที่ที่มีปราณวิญญาณฟ้าดินบางเบา”
“ชีวิตัที่ตั้องยืมจมูกคนอื่นหายใจนั้นไม่ง่ายเลย เจ้าเองก็คงจะไม่ อยากเห็นคนทั้งอาณาจักรหลีเทียนใช้ชีวิตัไปวันๆ ภายใตั้ลมหายใจของ คนอื่นกระมัง?”
“ข้าบอกแล้วไงว่าข้าใม่รู้ว่เนี่ยเทียนไปอยู่ที่ไหน!” ใบหน้าของอู จี้แฝึงไว้ด้วยความขุ่นเคือง
“ข้ารู้ว่าเจ้ากังวลกับเรื่องอะไรอยู่” หลีจิ้งกลอกดวงตัาคู่งาม หนึ่งครั้ง “ข้าได้ข่าวมาว่า…ตัราประทับสะเก็ดดาวทั้งสามนั้นจำาเป็นตั้อง ทำาความเข้าใจไล่ไปทีละระดับ ถึงแม้คนที่ชื่อหนิงหยางของวิมานสวรรค์ จะได้รับตัราประทับสะเก็ดดาวมาหนึ่งดวง แตั่กลับไม่สามารถทำาความ เข้าใจและฝึกฝึนได้”
อูจี้หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
หลีจิ้งถือโอกาสตัีเหล็กตัอนร้อน “ซึ่งก็หมายความว่า ขอแค่เนี่ย เทียนทำาความเข้าใจกับตัราประทับสะเก็ดดาวได้หนึ่งดวง ทางฝึ่ายวิมาน สวรรค์ก็ไม่สามารถบีบบังคับกรีดเอาตัราประทับไปจากร่างเขา อาณาจักร เสวียนเทียน อาณาจักรหลีเทียน และอาณาจักรเชียนแจวนตั่างก็ตั้องการ
พลังลึกลับจากตัราประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวงเพื่อมาปิดผ่นึกรอยแยก ห้วงมิตัิใหม่อีกครั้ง”
“เนี่ยเทียนจะกลายมาเป็นบุคคลสำาคัญ ขอแค่เขาทำาความ เข้าใจกับตัราประทับสะเก็ดดาวได้หนึ่งดวงก็จะกลายมาเป็นหนึ่งในกุญแจ สำาคัญ”
“ไม่ว่าจะเป็นวิมานสวรรค์หรือสำานักผู่้ฝึกลมปราณในอาณาจักร เชียนแจวนตั่างก็ตั้องการเขาที่มีชีวิตัอยู่”
อูจี้ยังคงเงียบงัน ทว่าดวงตัากลับฉายแววแห่งการครุ่นคิด
“หากเจ้าตัิดตั่อกับเนี่ยเทียนได้จงบอกกับเขาว่าหากเขาชุบ หลอมตัราประทับสะเก็ดดาวได้หนึ่งดวงแล้วก็รีบกลับมาที่อาณาจักรหลี เทียนเถอะ” หลีจิ้งกล่าวด้วยสีหน้าจริงใจ “สามอาณาจักรใหญ่ตั่างก็ ตั้องการให้เขามีชีวิตัอย่างดี พวกเราจำาเป็นตั้องอาศัยพละกำาลังของเขา ตัามความเห็นข้า เขาที่หลอมตัราประทับสะเก็ดดาวได้สำาเร็จหนึ่งดวงก็ เท่ากับมีโชควาสนาครั้งใหญ่”
“โชควาสนาอะไร?” อูจี้เอ่ยถามในที่สุด
“เพราะว่าหนิงหยางไม่สามารถชุบหลอมตัราประทับสะเก็ดดาว ทั้งสามดวงได้ ขอแค่เขาชุบหลอมได้หนึ่งดวง ตัราประทับสะเก็ดดาวที่เป็น ของหนิงหยางก็อาจตั้องถูกวิมานสวรรค์กรีดเถือออกมามอบให้กับมือเขา” สีหน้าหลีจิ้งจริงจัง “มีเพียงตัราประทับทั้งสามรวมเป็นหนึ่งเท่านั้นถึงจะ สามารถปิดผ่นึกรอยแยกห้วงมิตัิได้ หนิงหยางไม่สามารถทำาได้ วิมาน สวรรค์ก็ได้แตั่ฝึากความหวังไว้ที่ตััวเนี่ยเทียนเท่านั้น”
ดวงตัาของอูจี้เป็นประกายน้อยๆ
“ที่ข้ามาครั้งนี้ก็เพราะตัั้งใจมาบอกข่าวนี้แก่เจ้า หวังว่าเจ้าจะ นำาไปบอกตั่อให้กับเนี่ยเทียน ให้เขารีบชุบหลอมตัราประทับสะเก็ดดาว ดวงแรกนั้น แล้วค่อยปรากฏตััวอย่างสมเกียรตัิ ไม่จำาเป็นตั้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกตั่อไป” หลีจิ้งบอกสถานการณ์ทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยก็จากไป ทันทีโดยไม่คิดจะอยู่นาน
อู้จี้นั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เขาครุ่นคิดอยู่เนิ่นนานถึงได้พึมพำาว่า “ข้ารู้ แค่ว่าเขาถูกหัวมู่พาตััวไป ทว่าไปอยู่ที่ไหนนั้นข้าก็ไม่รู้จริงๆ”
……
อาณาจักรหลีเทียนเช่นกัน
ซูหลินแห่งวิมานสวรรค์พลันมาปรากฏกายอยู่บนยอดเขาแห่ง หนึ่ง เดิมทียอดเขาแห่งนั้นก็คือที่พักของหนิงหยางในช่วงที่ผ่่านมา
“อาจารย์อาน้อย อาจารย์อาน้อยท่านอยู่ที่ไหน?” ซูหลินตัะโกน เรียกเบาๆ
นางยังปลดปล่อยกระแสจิตัออกไปรับสัมผ่ัสด้วย แตั่กลับจับไม่ ได้ถึงปราณใดๆ ที่มาจากหนิงหยาง นั่นจึงทำาให้นางขมวดคิ้วมุ่นด้วย สีหน้าเป็นกังวล
บนก้อนหินที่ตัั้งตัระหง่านอยู่บนยอดเขา เมื่อคลื่นพลังจิตัของ นางแผ่่ไปตััวอักษรบรรทัดหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้น
หาเนี่ยเทียนไม่เจอ ยังไม่กลับสำานัก—หนิงหยาง!
“ฟิ้ว!”
ทิวทัศน์บนยอดเขาพลันบิดเบือนพร่ามัว ผู่้เฒ่าคนหนึ่งของ วิมานสวรรค์เผ่ยกายกะทันหัน
เขาจ้องตััวอักษรบรรทัดนั้นที่หนิงหยางทิ้งเอาไว้ด้วยสีหน้า เคร่งขรึม ก่อนจะกล่าวว่า “หนิงหยางได้รับข่าวอะไรหรือเปล่า?”
ซูหลินตัอบกลับอย่างนอบน้อม “ข้าเองก็ไม่ทราบ”
ทว่าในใจของนางกลับรู้ดีว่าเป้าหมายในการปรากฏตััวของผู่้ เฒ่าที่มาจากวิมานสวรรค์ผู่้นี้ก็เพื่อกรีดเถือเอาตัราประทับสะเก็ดดาวที่อยู่ บนร่างของหนิงหยางไป
วิมานสวรรค์เองก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าตัราประทับสะเก็ดดาวทั้ง สามดวงตั่างก็จำาเป็นตั้องค่อยๆ ทำาความเข้าใจจากตัื้นไปลึก และทยอยฝึก ไล่ไปทีละอัน
ตัราประทับสะเก็ดดาวที่หนิงหยางได้รับคือตัราประทับดวง สุดท้าย นอกเสียจากว่าเขาได้ตัราประทับอีกสองดวงมาจากเนี่ยเทียนแล้ว มิฉะนั้นก็ไม่สามารถทำาความเข้าใจและฝึกฝึนได้
ทว่าเนี่ยเทียนได้หายตััวไปนานมาก ตัามหลักเหตัุผ่ลเขาก็น่าจะ ทำาความเข้าใจกับตัราประทับสะเก็ดดาวทั้งสองดวงนั้นอย่างทะลุปรุโปร่ง แล้ว
ปราณปีศาจที่ไหลออกมาจากรอยแยกห้วงมิตัิที่เปิดออกใน อาณาจักรเสวียนเทียนเข้มข้นกว่าอาณาจักรหลีเทียนมากมายนัก
เมื่อวิมานสวรรค์ที่อยู่ใกล้กับรอยแยกห้วงมิตัิแห่งนั้นเห็นว่า ปราณปีศาจเริ่มแผ่่ขยายออกไปมากเรื่อยๆ คนทั้งสำานักก็เกิดความ หวาดหวั่น ร้อนใจราวกับมีไฟลน
หนิงหยางและซูหลิน รวมไปถึงสายของวิมานสวรรค์จำานวนไม่ น้อยตั่างก็ตัามหาร่องรอยของเนี่ยเทียนไปทั่ว ทว่ากลับไม่ได้ผ่ลลัพธ์ใด กลับมา
ในเมื่อหนิงหยางไม่สามารถชุบหลอมตัราประทับสะเก็ดดาวนั่น ได้ หลังจากวิมานสวรรค์ใคร่ครวญถึงผ่ลประโยชน์ส่วนรวมจึงตััดสินใจที่ จะกรีดเถือเอาตัราประทับสะเก็ดดาวมาจากตััวหนิงหยาง
และหากได้ตัราประทับสะเก็ดดาวมาจากตััวหนิงหยาง วิมาน สวรรค์ก็วางแผ่นที่จะป่าวประกาศไปยังแปดอาณาจักรใหญ่ที่เหลืออยู่ บอกกับสำานักผู่้ฝึกลมปราณทั้งหมดที่อยู่ในดินแดนดาวตักให้ช่วยกันแพร่ ข่าวออกไปเชิญตััวเนี่ยเทียนให้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวิมานสวรรค์
ซึ่งของขวัญพบหน้าในการรับเนี่ยเทียนเข้าสำานักก็คือตัราประทับ สะเก็ดดาวดวงที่สามที่อยู่บนตััวหนิงหยาง!
ในสายตัาของวิมานสวรรค์ ขอแค่เนี่ยเทียนที่หายตััวไปนานยังมี ชีวิตัอยู่ เขาก็ตั้องทำาความเข้าใจกับตัราประทับสะเก็ดดาวแน่นอน
ซึ่งนี่หมายความว่าหากพวกเขาไม่อยากย้ายออกไปจากอาณาจักร เสวียนเทียน หากไม่ตั้องการให้อาณาจักรเสวียนเทียน อาณาจักรเชียน
แจวน และอาณาจักรหลีเทียนถูกปราณปีศาจกลบทับจนมิดก็มีเพียงฝึาก ความหวังทั้งหมดไว้ที่ตััวเนี่ยเทียน
ทว่าเมื่อฝึ่ายในของวิมานสวรรค์เพิ่งจะได้ข้อตักลงและส่งคนมายัง อาณาจักรหลีเทียนเพื่อเตัรียมจะกรีดเอาตัราประทับสะเก็ดดาวบนร่างของ หนิงหยาง อยู่ๆ หนิงหยางกลับหายตััวไป
“หนิงหยางฉลาดมาตัั้งแตั่เด็ก บางทีเขาเองก็อาจจะสัมผ่ัสได้ถึง บรรยากาศที่ผ่ิดปกตัิในสำานักจึงหนีไปก่อนล่วงหน้า” ผู่้เฒ่าหน้าตัา เคร่งเครียด “ฉลาดก็ส่วนฉลาด แตั่นี่เขากลับไม่สนใจส่วนรวม! ช่วงเวลา ที่สำานักตั้องการให้เขาสละตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้น เขากลับหนีไป ซ่อนตััว ช่างไม่รู้จักอะไรควรไม่ควรบ้างเลย!”
ซูหลินกล่าวพร้อมยิ้มเจื่อน “เหล่าหวง หากพูดอย่างไม่น่าฟังสัก หน่อย ถ้าท่านเป็นหนิงหยาง ได้การสืบทอดจากพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาว ตั่อให้ยังมิอาจชุบหลอมและทำาความเข้าใจได้ ท่านจะยอมประคอง สองมือยกให้คนอื่นอย่างนั้นหรือ?”
ผู่้เฒ่ามีสีหน้าปั้นยาก เงียบงันไปนานถึงได้ถอนหายใจเบาๆ หนึ่ง ครั้ง
เมื่อถามใจตััวเองดู เขาก็รู้ดีว่าหากเขาเปลี่ยนมาเป็นหนิงหยาง หลังจากที่รับโชควาสนาครั้งใหญ่นี้มาก็ไม่มีทางยอมยกให้คนอื่นเปล่าๆ แน่นอน
……
หลายวันหลังจากนั้น
เมื่อรถศึกเหล็กทองที่เนี่ยเทียน ไฉ่โยวและหลีเหย่นั่งมาพุ่งทะยาน ผ่่านป่ารกร้างกว้างไพศาลก็ได้มาถึงเมืองโพ่เมี่ยในที่สุด
หลังจากที่กะโหลกเลือดระดมพล ป่ารกร้างก็กลับคืนสู่ความสงบอีก ครั้ง กลุ่มนักล่าทั้งหมดทำาได้เพียงหนีหัวซุกหัวซุน ไม่กล้าออกล่าเหยื่ออีก ตั่อไป
ผู่้ฝึกลมปราณหลายคนในเมืองโพ่เมี่ยตั่างก็ฉวยโอกาสนี้พากันออก นอกเมือง มุ่งหน้าไปยังเทือกเขาฮว้านคง
เส้นทางที่เดินทางกลับไม่เจอกับอุปสรรคใดๆ อีก และไม่เจอนักล่า แม้แตั่คนเดียว
มีเพียงผู่้ฝึกลมปราณที่เข้าๆ ออกๆ เมืองโพ่เมี่ยเท่านั้นที่จะเจอเป็น พักๆ เมื่อผู่้ฝึกลมปราณเหล่านั้นมองเห็นรถศึกเหล็กทองห้อทะยานผ่่านไป ตั่างก็หันมามองด้วยความสนใจ
ไฉ่โยวและหลีเหย่นั้นพวกเขาล้วนรู้จักดี มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่ ไม่คุ้นหน้า
ทว่าพอนึกถึงเรื่องโกลาหลในช่วงที่ผ่่านมา พวกเขาตั่างก็เดาออก ถึงตััวตันของเนี่ยเทียน และรู้ว่าเขาก็คือหัวเทียนที่ถูกนักล่าทุกคนประกาศ จับ
คนเหล่านั้นตั่างก็จดจำาหน้าตัาของเนี่ยเทียนไว้อย่างแม่นยำา ในใจก็ ขลาดกลัวเขาไปด้วย
หลังจากกลับมาถึงเมือง เนี่ยเทียนและหลีเหย่ตั่างก็บอกลากับไฉ่โย วทันที
ไฉ่โยวถือเอาถุงหนังใบใหญ่ที่บรรจุเตั็มไปด้วยกำาไลเก็บของซึ่งเนี่ย เทียนเป็นคนมอบให้ไปที่ศูนย์บัญชาการของกะโหลกเลือด หลังจากนับ จำานวนของในนั้นเรียบร้อยก็ช่วยแลกหินวิเศษและค่าความดีในจำานวนที่ เหมาะสมมาให้แก่เนี่ยเทียน
เมื่อได้พักฟื้นหลายวัน มหาสมุทรวิญญาณที่แห้งขอดของเนี่ยเทียน ก็กลับคืนสู่สภาพปกตัิ
มีเพียงน้ำาวนเปลวเพลิงและน้ำาวนพืชหญ้า รวมไปถึงน้ำาวนดวงดาว เท่านั้นที่ไม่สามารถใช้หินวิเศษมาฟื้นตััวได้ จึงยังคงมีสภาพเช่นเดิม
บาดแผ่ลบนร่างกายของเขาก็ประสานตััวได้ถึงเจ็ดแปดส่วนแล้ว รอจนกลับมาถึงที่พักของหลีเหย่และเผ่ยฉีฉีเขาก็รีบหยิบเอาเนื้อสัตัว์วิเศษ ออกมาสวาปามทันที
“ตัามข้ามา!”
หลีเหย่เชิดหน้าเดินนำาไปด้านหน้าด้วยอารมณ์อันฮึกเหิม พาเนี่ย เทียนไปยังห้องหลอมอาวุธวิเศษที่เป็นของเขาโดยเฉพาะ
ในห้องหลอมอาวุธนั้นจัดวางวัสดุแปลกประหลาดสะดุดตัาเอาไว้ มากมาย มีทั้งหินประหลาดที่ใช้วัดธาตัุพลังวิญญาณตั่างชนิด ทั้งยังมี ภาชนะที่ใช้ทดสอบความเร็วในการไหลวนของพลังวิญญาณรวมไปถึง ปราณเลือดเนื้อในร่างและหน้าไม้ลักษณะแปลกประหลาดมากมายที่ใช้ ทดสอบระดับความแข็งแกร่งทนทานของร่างกาย
หลังจากที่เนี่ยเทียนตัามเขามา หลีเหย่ก็เอ่ยถามอย่างละเอียด จาก นั้นก็ใช้เครื่องวัดรูปร่างพิลึกพิลั่นมาวัดมหาสมุทรวิญญาณ เลือดเนื้อ และ ระดับพลังจิตัของเนี่ยเทียนไปทีละอย่าง
“เจ้าตััวประหลาด! เจ้านี่มันเป็นตััวประหลาดแท้ๆ!”
“เจ้าไม่มีธาตัุเฉพาะเป็นของตััวเองตัั้งแตั่เกิด ดังนั้นจึงฝึกธาตัุไฟ และธาตัุไม้ซึ่งเป็นสองในห้าธาตัุ นอกจากนี้แล้วยังมีพลังดวงดาวที่ค่อน ข้างหาได้ยาก”
“ระดับความแข็งแกร่งของเรือนกายเจ้าเทียบเคียงได้กับสัตัว์วิเศษ ในเทือกเขาฮว้านคงที่แปรสภาพ! บาดแผ่ลทั่วไปสามารถฟื้นตััวได้อย่าง รวดเร็ว ซึ่งบางทีอาวุธวิเศษระดับตั่ำาบางอย่างอาจยังไม่สามารถแทงทะลุ เรือนกายของเจ้าได้ด้วยซ้ำา!”
“พลังในการฟื้นตััวที่ไม่ธรรมดา พลังการระเบิดที่แข็งแกร่ง พลังงานตั่างธาตัุสามชนิด”
“…”
หลังจากที่หลีเหย่ใช้วัตัถุเหล่านั้นตัรวจวัดร่างกายของเนี่ยเทียน อย่างละเอียดหนึ่งรอบก็แทบจะตัรวจสอบเจอความลับทั้งหมดในร่างของ เขา
หลีเหย่จุ๊ปากชื่นชม ทั้งยังทอดถอนใจไม่หยุด
เนี่ยเทียนให้ความร่วมมือกับเขาด้วยสีหน้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวเสีย มีความ รู้สึกแปลกๆ เหมือนตััวเองยืนเปลือยกายอยู่ตั่อหน้าเขาและให้อีกฝึ่าย ตัรวจสอบร่างกายตััวเองทุกซอกทุกมุม
เมื่อมองประเมินวัตัถุประหลาดที่อยู่ในห้องหลอมอาวุธแห่งนี้ เนี่ย เทียนก็แอบตักใจอยู่กับตััวเอง
วัตัถุเหล่านั้นที่มองดูแล้วรูปร่างพิลึกพิลั่น เมื่อกวาดผ่่านร่างของ เขากลับสามารถเปิดเผ่ยความลับมากมายที่เขาปิดบังไว้ออกมาอย่าง ชัดเจนละเอียดยิบ ทำาให้เขาทั้งตัะลึงทั้งกระวนกระวายไม่เป็นสุข
นอกจากปราณเลือดสีเขียวของสายเลือดแห่งชีวิตัในหัวใจเส้นนั้น รวมไปถึงสะเก็ดดาวเจ็ดดวงในมหาสมุทรจิตัวิญญาณแล้ว เขาก็แทบไม่มี ความลับใดให้ปิดบังหลีเหย่อีก
และคาถาสะเก็ดดาวที่เขาฝึกฝึนก็ถูกวัตัถุลูกกลมๆ อย่างหนึ่งของ หลีเหย่วัดออกมาได้ด้วย
ยังดีที่ในอาณาจักรทั้งเก้าของดินแดนดาวตักก็มีคนไม่น้อยที่ฝึกพลัง ดวงดาว หลีเหย่จึงไม่ได้เอาเรื่องน้ำาวนดวงดาวในมหาสมุทรวิญญาณของ เขามารวมกับคาถาสะเก็ดดาว
“ได้แล้ว!”
หลังจากผ่่านไปเนิ่นนาน หลีเหย่ก็หันไปมองวัตัถุแปลกประหลาด ข้างกายที่เปล่งแสงวิบวับก่อนจะเอ่ยกับเนี่ยเทียนว่า “ตั่อจากนี้หมดธุระ ของเจ้าแล้ว ข้าจะนำาทรัพยากรที่ข้ามีมาหลอมอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งที่เหมาะ สมกับเจ้าตัามความพิเศษของร่างกายเจ้า!”
“แตั่ข้าก็ตั้องบอกไว้ก่อนว่าสถานการณ์ของเจ้าค่อนข้างพิเศษ อาวุธวิเศษที่ข้าช่วยเจ้าหลอมจำาเป็นตั้องใช้วัตัถุดิบล้ำาค่ามากมาย ซึ่งเจ้า ตั้องจ่ายค่าตัอบแทนมหาศาล!”
“ข้าจะตัิดตั่อกับไฉ่โยวทันที บอกกับเขาว่าไม่ตั้องรีบร้อนเอาผ่ลเก็บ เกี่ยวที่เจ้าได้รับไปแลกเป็นหินวิเศษเสียทั้งหมด”
“ข้ารู้สึกว่าอาวุธวิเศษชิ้นนี้ที่ข้าจะช่วยเจ้าหลอมอาจตั้องเผ่าผ่ลาญ วัตัถุดิบวิเศษที่เจ้าได้มาจนหมดเกลี้ยง เจ้าตั้องเตัรียมใจไว้ก่อน!”
“เจ้าทำาได้ตัามสบายเลย” เนี่ยเทียนกล่าว
“เยี่ยมมาก!” หลีเหย่หัวเราะฮ่าๆ “สามเดือน! ให้เวลาข้าสามเดือน ข้าจะตั้องหลอมอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งที่ไม่ธรรมดาให้เจ้าให้ได้! และข้ารับรอง ว่าเจ้าตั้องชอบแน่นอน!”