ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 317 พรรคคิชฌกูฏ
สิบวันหลังจากนั้น นามของเนี่ยเทียนก็ยิ่งโด่งดังไปทั่วเมืองโพ่เมี่ย
เหตัุการณ์ที่เนี่ยเทียนเอาชนะสื่อหนันได้ในสนามประลองเลือด ถูกเผ่ยแพร่ออกไปทั่วทั้งเมือง ไม่ว่าใครก็ตัามที่ใช้ชีวิตัอยู่ในเมืองโพ่เมี่ย ตั่างก็พากันพูดถึงเรื่องนี้
ไม่เพียงแค่นี้เท่านั้นแม้แตั่พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและซากปรักหักพังก็ มีหลายคนที่ได้ยินเรื่องของขุนนางที่เพิ่งเลื่อนขั้นใหม่ของกะโหลกเลือด
ทว่าเนี่ยเทียนกลับยังอยู่ในห้องฝึกตันของกะโหลกเลือดไม่ได้ ออกมาอีกเลย
หลังจากที่ตั่อสู้กับสื่อหนัน เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเวลากระชั้นชิด รู้ดีว่า ตััวตันที่แท้จริงของเขาคงจะปิดบังได้ไม่นานอีกแล้ว
กลางห้องฝึกตัน เขาใช้ปราณวิญญาณที่เข้มข้นอย่างยิ่งมา ขยายมหาสมุทรวิญญาณทีละนิด ขณะที่ชุบหลอมปราณวิญญาณให้ บริสุทธิ์ไปทีละรอบ เขาก็จะกินเนื้อสัตัว์วิเศษจำานวนมากพร้อมทั้งทำาความ เข้าใจกับคาถาดาวตักอันเป็นคาถาลี้ลับสุดท้ายที่อยู่ในตัราประทับสะเก็ด ดาวไปด้วย
ในศูนย์บัญชาการกะโหลกเลือด พี่น้องตั่งป่ายเจี๋ยและตั่งลี่ไม่มี อะไรทำาก็จะมาเดินเตัร่
พวกเขากำาลังรอวันที่เนี่ยเทียนออกมา
หลังจากแน่ใจในตััวตันของเนี่ยเทียนแล้ว ตั่งป่ายเจี๋ยก็เกิดความ คิดใหม่ว่าหากเป็นไปได้เขาจะทำาทุกอย่างเพื่อกรีดเถือเอาตัราประทับ สะเก็ดดาวสองดวงที่อยู่บนร่างของเนี่ยเทียนมาครองโดยไม่คิดเสียดายค่า ตัอบแทน
แตั่หากเป็นไปไม่ได้ เขาก็จะเกลี้ยกล่อมให้ตั่งลี่วางความแค้น ส่วนตััวที่มีตั่อเนี่ยเทียนไว้ชั่วคราว และพยายามผู่กสัมพันธ์ฉันท์มิตั รกับเนี่ยเทียนให้ได้มากที่สุด
แน่นอนว่าการตััดสินใจของเขาตั่งลี่ยังไม่รับรู้ด้วย
เวลาหนึ่งเดือนผ่่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
เนี่ยเทียนที่ใช้ห้องฝึกตันของกะโหลกเลือดฝึกฝึนอย่างยาก ลำาบากมาเนิ่นนานได้ขยับขยายมหาสมุทรวิญญาณให้กว้างถึงขีดสุดได้ สำาเร็จ พลังวิญญาณก็ถูกชุบหลอมครั้งแล้วครั้งเล่า
แม้แตั่ความลึกลับของคาถาดาวตัก เมื่อผ่่านการทำาความเข้าใจ อย่างลึกซึ้งในช่วงที่ผ่่านมาเขาก็พอจะประจักษ์แจ้งได้บ้าง
หลังจากเผ่าผ่ลาญหินวิเศษไปเป็นจำานวนมาก ในที่สุดเขาก็เดิน ออกมาจากห้องฝึกตัน
เมื่อมาอยู่หน้าประตัูเขาก็จ่ายหินวิเศษที่ตัิดสือชิงไว้จนครบ จำานวน แล้วจึงวางแผ่นว่าจะกลับไปยังที่พักของหลีเหย่
เพิ่งจะออกมานอกประตัู ชายวันกลางคนรูปร่างผ่อมแห้งที่ไว้ เคราแพะก็โผ่ล่พรวดออกมาหยุดยืนอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนด้วยรอยยิ้มเตั็ม ใบหน้า “น้องชาย ไม่เจอกันนานเลยนะ คราวก่อนข้าก็สังเกตัเห็นแล้วว่า เจ้าไม่เหมือนคนอื่น ทว่าข้าก็ยังมีตัาแตั่ไม่มีแวว นึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้เจ้าจะ กลายมาเป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดแล้ว!”
เนี่ยเทียนเหลือบตัามองเขาหนึ่งครั้งก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าเอง รึ?”
ครั้งก่อนที่เขาและหลีเหย่มาที่นี่ ตัอนขากลับก็เจอเข้ากับคนผู่้นี้
คนผู่้นี้ใช้การขายข่าวมาดำารงชีวิตั และเขาก็รู้จากปากของคนผู่้ นี้ว่าญาตัิของเขาในอาณาจักรหลีเทียนสุขสบายดีและรู้ถึงสถานการณ์ของ อาณาจักรหลีเทียนด้วย จากนั้นเขาถึงได้กลับไปฝึกบำาเพ็ญตับะตั่อด้วย ความสบายใจ
“ข้าเอง” คนผู่้นั้นหัวเราะเสียงตั่ำา กลอกตัาหนึ่งครั้งแล้วกล่าว ว่า “คราวก่อนไม่ทันได้แนะนำาตััว ตัอนนี้ข้าขอแนะนำาตััวหน่อยแล้วกัน ข้าชื่อหูหรง”
“อ้อ” เนี่ยเทียนพยักหน้า
“หัวเทียน!”
“เขาก็คือหัวเทียน!”
ขณะที่เนี่ยเทียนกำาลังพูดคุยกับหูหรง ผู่้ฝึกลมปราณที่เดินอยู่ใน บริเวณใกล้เคียงแค่มองมาก็จำาเขาได้ทันที และทุกคนตั่างก็เริ่มวิพากษ์ วิจารณ์กันเบาๆ
หูหรงขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะกล่าวว่า “หัวเทียน หากไม่ถือสา พวกเราเปลี่ยนที่พูดคุยกันดีไหม? ข้ามีข่าวใหม่ๆ มากมายเกี่ยวกับ อาณาจักรหลีเทียน เจ้าสนใจจะฟังหรือเปล่า?”
เนี่ยเทียนหน้ากระตัุก กล่าว “ก็ดีเหมือนกัน”
“ตัามข้ามา” หูหรงรีบเดินออกไปนอกกองบัญชาการกะโหลก เลือดทันที
และเวลานี้สือชิงก็สังเกตัเห็นว่าเขาพูดคุยกับเนี่ยเทียน
“ช้าก่อน!” สือชิงตัวาดเบาๆ หนึ่งครั้ง
หูหรงและเนี่ยเทียนชะงักฝึีเท้าพร้อมกัน
สือชิงมองหูหรงด้วยสายตัาลึกล้ำา เงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะกล่าว ว่า “หัวเทียนคือขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดเรา หากเขาคิดจะ
สอบถามข่าวสารจากเจ้าย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แตั่หวังว่าเจ้าจะไม่หลอก ลวงเขา”
“ข้าจะกล้าที่ไหนกันเล่า” หูหรงมีสีหน้าน้อยใจ
“อย่ามาเล่นลูกไม้นี้” สือชิงแค่นเสียงหนึ่งครั้ง สีหน้าคลายลง “เห็นแก่หน้าข้าบ้าง”
ไม่รู้ว่าเหตัุใดสือชิงที่ไม่เคยเห็นแก่หน้าใคร เมื่อเผ่ชิญหน้ากับหูห รงถึงได้ค่อนข้างให้ความสำาคัญแก่เขา
ได้ยินสือชิงพูดเช่นนี้ หูหรงเองก็มีท่าทีจริงจังขึ้นมา เขาพยัก หน้าเบาๆ แล้วพูดว่า “วางใจเถอะ ข้าไม่มีทางหลอกเขาแน่นอน”
นั่นถึงทำาให้สือชิงวางใจได้ เขาเอ่ยกับเนี่ยเทียนว่า “ข่าวของพี่ ใหญ่หูนั้นเฉียบไวแม่นยำาอย่างแท้จริง แม้แตั่กะโหลกเลือดอย่างพวกเรา บางครั้งหากอยากรู้ว่าโลกภายนอกเกิดเรื่องอะไรก็ยังจำาเป็นตั้องถามเขา”
เนี่ยเทียนทำาท่าเคารพอย่างเคร่งขรึม
เดิมทีเขายังรู้สึกสบประมาทหูหรงน้อยๆ รู้สึกว่าเจ้าหมอนี่เจ้า เล่ห์ ทั้งยังกังวลว่าข่าวของเขาจะเป็นของปลอม
เขานึกไม่ถึงว่าแม้แตั่สือชิงก็ยังให้ความสำาคัญกับคนผู่้นี้
“พวกเราไปกันเถอะ” หูหรงเดินนำาทางอยู่ข้างหน้า
ไม่นานคนทั้งสองก็ไปจากศูนย์บัญชาการของกะโหลกเลือด
นอกศูนย์บัญชาการกะโหลกเลือด ตั่งป่ายเจี๋ยและตั่งลี่ยืนมองหู หรงและเนี่ยเทียนที่ค่อยๆ จากไปไกลอยู่ในมุมหนึ่งของถนน
“เจ้าสังเกตัเห็นแหวนที่คนผู่้นั้นสวมไว้บนนิ้วหรือไม่?” ตั่งป่าย เจี๋ยกล่าวอย่างคนคิดหนัก
“อืม ภาพที่อยู่บนแหวนนั่นหมายความว่าหูหรงผู่้นั้นน่าจะเป็น คนของพรรคคิชฌกูฏ” ตั่งลี่เองก็เตั็มไปด้วยความแคลงใจ นางกล่าวว่า “หูหรงน่าจะเป็นคนรับผ่ิดชอบของพรรคคิชฌกูฏในเมืองโพ่เมี่ย โดยทั่วไป แล้วมีน้อยครั้งนักที่คนของพรรคคิชฌกูฏจะสัมผ่ัสกับคนที่ขอบเขตัตั่ำาตั้อย เฉกเช่นเนี่ยเทียน เป้าหมายที่พวกเขาไปมาหาสู่ด้วย ไม่มีใครที่เป็นคน ธรรมดาเลยสักคนเดียว แล้วเหตัุใดเขาถึงมาหาเนี่ยเทียน?”
“ผ่ีน่ะสิที่รู้” ตั่งป่ายเจี๋ยส่ายหัวกล่าว “เจ้าและข้าล้วนรู้ดีว่าถึง แม้พรรคคิชฌกูฏจะไม่ใช่สำานักผู่้ฝึกลมปราณ ทว่าอิทธิพลนี้ลึกลับอย่าง ถึงที่สุด ทั่วทุกมุมตัลอดทั้งดินแดนดาวตักก็ล้วนมีคนของพรรคคิชฌกูฏ เคลื่อนไหวอยู่ แม้แตั่อิทธิพลที่ยิ่งใหญ่อย่างวิมานสวรรค์ก็ยังหาข่าวได้ไม่ เฉียบไวเท่าพรรคคิชฌกูฏ”
“พรรคคิชฌกูฏให้ความสนใจเนี่ยเทียน หรือเป็นเพราะพวก เขามองออกถึงตััวตันที่แท้จริงของเขา?”
ตั่งลี่หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ “เป็นไปได้มาก! หากจะบอกว่ามีใคร สามารถหาตััวเนี่ยเทียนเจอก่อน คนผู่้นั้นก็ตั้องเป็นพรรคคิชฌกูฏ แน่นอน!”
“แย่แล้ว!” ตั่งป่ายเจี๋ยเจ็บใจ “หากพรรคคิชฌกูฏรู้ตััวตันของ เนี่ยเทียน ถ้าเช่นนั้นอีกไม่นานวิมานสวรรค์ก็ตั้องรู้ด้วยน่ะสิ? หากเป็นเช่น นี้ คนของวิมานสวรรค์ก็ย่อมเร่งรุดเดินทางมาเมืองโพ่เมี่ย”
“แล้วจะทำาอย่างไรดี?” ตั่งลี่กล่าว
“ดูไปก่อนเถอะ” ตั่งป่ายเจี๋ยถอนหายใจ
มุมหนึ่งของเมืองโพ่เมี่ย
เขตัถนนที่ทรุดโทรมแห่งนี้มีหอเรือนหินเล็กเตัี้ยตัั้งวางเรียงราย หอเรือนเหล่านั้นตั่างก็มีสนิมเกาะเขรอะ บนถนนส่งกลิ่นเหม็นชวน อาเจียน
สถานที่แห่งนี้อยู่ในเมืองโพ่เมี่ยซึ่งมีเพียงผู่้ฝึกลมปราณที่ยากจน ข้นแค้นอย่างถึงที่สุดเท่านั้นถึงจะมาอาศัยอยู่ในพื้นที่แบบนี้
ที่พักและหอหินทุกหลังในเมืองโพ่เมี่ยล้วนสร้างขึ้นด้วยน้ำามือ ของกะโหลกเลือด หากคิดจะใช้ชีวิตัอยู่ในสถานที่ที่หรูหราก็จำาเป็นตั้อง จ่ายหินวิเศษให้แก่กะโหลกเลือด
ยิ่งเป็นหอเรือนที่งดงามประณีตัมากเท่าไหร่ก็ยิ่งตั้องจ่ายหิน วิเศษเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น และพื้นที่แห่งนี้ก็เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดใน เมืองโพ่เมี่ยว่ามีราคาเช่าที่ดินถูกที่สุด
หูหรงอยู่อาศัยในห้องหินเรียบง่ายแห่งหนึ่งของพื้นที่นี้
กลางห้องหินนอกจากเตัียงหนึ่งหลัง โตั๊ะหินหนึ่งตััวแล้วก็ไม่มี อะไรอีก
เมื่อเนี่ยเทียนเดินเข้ามาในห้องหินแห่งนั้นเขาก็ขมวดคิ้วมุ่น ได้ กลิ่นเหม็นคลุ้งที่ลอยมาจากถนน หูหรงได้แตั่หัวเราะแห้งๆ สองครั้งก่อน จะเอ่ยขอโทษ “ขออภัยด้วย สภาพแวดล้อมของที่นี่ออกจะย่ำาแย่สัก หน่อย”
กล่าวจบหันหรงก็ปิดประตัูเบาๆ แม้แตั่หน้าตั่างบานเดียวที่มีอยู่ ก็ยังถูกปิดไปพร้อมกันด้วย
หลังปิดประตัูหน้าตั่างแล้ว ม่านแสงสีฟ้าเข้มราวกับน้ำาชั้นหนึ่งก็ พลันแผ่่กระเพื่อมออกมาจากในห้องหินเรียบง่าย ก่อนจะปกคลุมทั้งห้อง เอาไว้
เนี่ยเทียนฉายความแปลกใจออกมาทางดวงตัา
“เอาล่ะ คราวนี้ก็คงไม่มีใครได้ยินบทสนทนาระหว่างเจ้าและข้า แล้ว” หูหรงแสยะปากยิ้ม เผ่ยให้เห็นถึงฟันเหลืองอนอยเตั็มปาก เขาเทชา เข้มๆ ให้ตััวเองหนึ่งถ้วยแล้วดื่มอย่างสบายอารมณ์โดยที่ไม่สนว่าชานั้นจะ ร้อนลวกแค่ไหน ครั้นจึงพูดขึ้นว่า “ตัราประทับสะเก็ดดาวดวงแรกเจ้า ทำาความเข้าใจไปได้มากน้อยแค่ไหนแล้ว?”
เนี่ยเทียนพลันหน้าเปลี่ยนสี
เขาสร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงขึ้นมาทันทีอย่างไม่ลังเล ทั้งยัง สร้างทิพย์จักษุข้างหนึ่งออกมาด้วย
เมื่อสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงเผ่ยตััว ม่านแสงสีฟ้าเข้มชั้นนั้นใน ห้องหินเล็กๆ ก็เกิดกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง
ห้องหินเล็กเตัี้ยมีเสียงประหลาดดัง “เอี๊ยดอ๊าด” ราวกับแบกรับ น้ำาหนักไม่ไหวและใกล้จะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ
“แค่กๆ! อย่า! อย่าตัื่นเตั้นขนาดนี้สิ” หูหรงสำาลักชาที่ดื่มเข้าไป เขาไออย่างหนัก รีบโบกไม้โบกมือให้กับเนี่ยเทียน “ข้าไม่ได้มีเจตันาร้าย!”
“เจ้าเป็นใคร?” เนี่ยเทียนตัวาด
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าเจ้าคนที่ลักษณะปลิ้นปล้อนผู่้นี้จะ เป็นคนแรกที่รู้ตััวตันแท้จริงของเขา
เมื่อเขาใช้ทิพย์จักษุตัรวจสอบแล้วรู้ว่าขอบเขตัของหูหรงมีเพียง กลางสวรรค์ช่วงท้าย ไอสังหารของเขาก็พลันปะทุขึ้นทันที!
ตัราประทับสะเก็ดดาวดวงแรกเขายังไม่บรรลุคาถาดาวตัก นี่ หมายความว่าเขายังไม่สามารถชุบหลอมตัราประทับสะเก็ดดาวได้อย่าง สมบูรณ์แบบแม้แตั่ดวงเดียว
พอเปิดปากหูหรงก็เปิดโปงตััวตันของเขาจึงทำาให้เขารู้สึกถึงภัย คุกคาม
เขาแอบเตัรียมวางแผ่นฆ่าคนเพื่อปิดปากเอาไว้แล้ว
“ข้าเป็นคนของพรรคคิชฌกูฏ” หูหรงหัวเราะหึหึ “ช่วงนี้เจ้า สร้างเรื่องใหญ่โตัขนาดนั้นในเมืองโพ่เมี่ย ข้าแค่จับสังเกตัเล็กน้อยก็รู้แล้ว ว่าเจ้าเป็นใคร”
“พรรคคิชฌกูฏ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน” ดวงตัาเนี่ยเทียน อบอวลไปด้วยไอสังหาร