ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 319 หินดวงดาว
ดึกดื่นค่อนคืน เนี่ยเทียนกลับมาถึงที่พักของหลีเหย่และเผ่ยฉีฉี เพียงลำาพัง
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องหินที่เป็นของเขา เขาก็ย้ายหินดวงดาวที่อยู่ ในกำาไลเก็บของของตั่งป่ายเจี๋ยมาไว้ที่กำาไลเก็บของของตััวเองจนหมด
เขาเพิ่งได้รู้จากปากของตั่งป่ายเจี๋ยว่าหินประหลาดที่แฝึงเร้น พลังดวงดาวมีชื่อว่าหินดวงดาว
ในเมื่อตั่งป่ายเจี๋ยรู้ตััวตันที่แท้จริงของเขาก็ย่อมตั้องรู้ว่าเขา กำาลังฝึกคาถาสะเก็ดดาว เนื่องจากเมืองโพ่เมี่ยมีเขตัอาคมชั้นหนึ่งป้องกัน ตัลอดทั้งเมืองเอาไว้ เขาจึงไม่สามารถชักนำาพลังดวงดาวมาฝึกฝึนได้ และ หินวิเศษก็เป็นวัตัถุที่เขาขาดแคลนอย่างแท้จริง
นอกจากหินดวงดาวแล้วยังมีหน้ากากชิ้นหนึ่งที่สร้างขึ้นด้วย ความประณีตั เขาจึงหยิบมันออกมาสวมไว้บนใบหน้าเบาๆ
แสงสีขาวขมุกขมัวถูกปล่อยออกมาจากหน้ากาก หน้ากากที่เย็น เยียบแนบตัิดไปกับใบหน้าทั้งหมดของเขา เปลี่ยนแปลงรูปโฉมดั้งเดิมของ เขาไปอย่างสิ้นเชิง
หยิบเอากระจกทองแดงบานหนึ่งออกมาส่องดูแล้วก็ได้เห็นว่าใน กระจกคื ใบหน้าที่ธรรมดามากจนไม่มีจุดพิเศษใดๆ แม้แตั่นิดเดียว
ใบหน้านี้แตักตั่างไปจากรูปโฉมเดิมของเขาอย่างมาก
“ก่อนที่จะเข้ามาในอาณาจักรเลี่ยคง หากมีหน้ากากแบบนี้ให้ สวมก็ไม่ตั้องกังวลว่าตััวตันจะเปิดเผ่ยอีกแล้ว”
เวลานี้เขาถึงตัระหนักได้ว่าหน้ากากแบบนี้มีความสำาคัญตั่อคนที่ ตั้องการปกปิดตััวตันแท้จริงอย่างเขามากเพียงใด
“ตั่งป่ายเจี๋ยตั้องการอะไร? ทั้งๆ ที่เขารู้ว่าข้าคือใคร ไม่เพียงแตั่ ไม่คิดจะเปิดโปงข้า ยังมอบหน้ากากและหินวิเศษให้ข้าอีกด้วย คนผู่้นี้มา จากอาณาจักรป่ายจั้น มีคุณสมบัตัิได้เข้าร่วมการประลองประตัูสวรรค์ อีก ทั้งยังเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับตัราประทับสะเก็ดดาวในเขตักลางสวรรค์ของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว นั่นแสดงให้เห็นว่าคนผู่้นี้ย่อมไม่ธรรมดา อย่างแน่นอน”
“บุคคลเช่นนี้อยู่ๆ ก็มาเยือนอาณาจักรเลี่ยคง ทั้งยังเป็นฝึ่าย มาตัามหาข้าด้วยตััวเอง เขาคิดอะไรอยู่กันแน่?”
เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนัก ทว่าก็ยังนึกตั้นสายปลายเหตัุ อะไรไม่ออก
เก็บหน้ากากลงไป มองพระจันทร์เสี้ยวเย็นกระจ่างตัาที่อยู่ด้าน นอก เขาใช้พลังจิตัรับสัมผ่ัสเล็กน้อยก็รู้ว่าน้ำาวนพลังวิญญาณแตั่ละลูกใน มหาสมุทรวิญญาณจุดตัันเถียนของเขาตั่างก็เคลื่อนโคจรอย่างรวดเร็ว
เขารู้ว่าเมื่อผ่่านการเข่นฆ่าขัดเกลาประสบการณ์ที่เทือกเขาฮว้า นคง แถบเนินเขา และยังมีที่ป่ารกร้างครั้งแล้วครั้งเล่า สภาพจิตัใจของ เขาก็บรรลุไปถึงริมเขตัของการฝึ่าทะลุกลางสวรรค์ช่วงตั้น
ช่วงที่ผ่่านมานี้เขาอาศัยห้องฝึกตันของกะโหลกเลือดฝึกบำาเพ็ญ ตับะทั้งวันทั้งคืน แล้วก็ได้ชุบหลอมมหาสมุทรวิญญาณให้บริสุทธิ์อยู่หลาย ครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นกายใจ หรือสภาพภายในร่างกายก็ล้วนส่งสัญญาณ หนึ่งบอกกับเขาว่า—เขาใกล้จะฝึ่าทะลุขั้นแล้ว
เพียงแตั่ว่าคล้ายมีม่านหมอกบางๆ ชั้นหนึ่งที่มองไม่เห็นกั้น ขวางเขาเอาไว้
หากม่านหมอกชั้นนั้นไม่ขาดออก ขั้นตัอนสำาคัญในการฝึ่าทะลุ ขั้นของเขาก็จะไม่สามารถถูกตัอบสนองได้
“จะเป็นอะไรนะ?”
เมื่อคิดเช่นนี้เขาก็หยิบเอาเนื้อสัตัว์วิเศษส่วนหนึ่งออกมากัดกิน
กระแสจิตักลุ่มหนึ่งบินไปยังหัวใจ ก่อนที่เขาจะรับสัมผ่ัสอย่าง เงียบๆ
ไม่นานนักจิงชี่เลือดเนื้อที่ถูกปล่อยออกมาจากในหัวใจก็ถูก ปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นจับได้แล้วเขมือบกลืนอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากปราณเลือดสีเขียวกลืนกินพลังงานทั้งหมดที่มาจากใน เลือดเนื้อสัตัว์วิเศษถึงได้สงบลงไปอีกครั้ง
“สายเลือดแห่งชีวิตั การพัฒนาเพื่อแปรสภาพในทุกครั้งล้วน จำาเป็นตั้องใช้จิงชี่เลือดเนื้อมหาศาล”
เขาทอดถอนใจด้วยความปลงอนิจจัง
ตัอนอยู่ในห้องฝึกตันของกะโหลกเลือด ขอแค่มีเวลาว่างเขาก็ จะกินเนื้อสัตัว์วิเศษทุกครั้ง สัตัว์วิเศษระดับสี่ที่ได้มาจากเทือกเขาฮว้านคง ล้วนถูกเขากินลงท้องไปแล้วเกินครึ่ง จิงชี่เลือดเนื้อที่เกิดขึ้นก็ถูกปราณ เลือดสีเขียวดูดซับไปหมด
ทว่าจนกระทั่งบัดนี้ก็ราวกับว่ายังไม่สามารถเตัิมเตั็มความ ตั้องการของปราณเลือดสีเขียวที่แฝึงเร้นไว้ด้วยความลี้ลับเส้นนั้นได้ เขา ยังคงสัมผ่ัสได้ถึงความกระหายใคร่และโลภมากจากปราณเลือดสีเขียว
“ดาวตัก…”
เมื่อความคิดขยับไหว เขาก็สงบจิตัใจลง ใช้กระแสจิตัไปล่อง ลอยอยู่ในตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นเพื่อทำาความเข้าใจกับความลึกลับ ของมัน
การฝึกคาถาดาวตักไม่ค่อยเหมือนกันคาถาดาวเคลื่อนย้ายและ คาถาดาวเปล่งประกายเท่าไหร่นัก เพราะมันไม่ได้แค่ใช้พลังวิญญาณใน ร่างกายง่ายๆ แค่นั้น
จุดที่ลี้ลับมหัศจรรย์ที่แท้จริงของคาถาดาวตักก็คือชักนำาดาวตัก ที่บินผ่่านท้องฟ้า ใช้คาถาลับดวงดาวมาฝึืนเปลี่ยนแปลงทิศทางการแล่น แหวกอากาศของดาวตัก ให้ดาวตักที่ร่วงลงมาไปสังหารเป้าหมาย
เขาทำาความเข้าใจกับดาวตักอยู่นานมาก และก็ยิ่งตัระหนักรู้ได้ ถึงความลี้ลับมหัศจรรย์ตั่างๆ ของมันอย่างลึกซึ้งมากขึ้น
เขาคิดว่าเขาจับกุญแจสำาคัญของมันได้แล้ว ตัอนนี้ขาดแค่หาส ถานที่ที่มีดาวตักเท่านั้นก็สามารถปฏิบัตัิจริงได้
“ก็ยังตั้องออกไปจากเมืองโพ่เมี่ยอยู่ดี อาณาจักรเลี่ยคงกว้าง ใหญ่ขนาดนี้ อย่างไรก็ตั้องมีสถานที่บางแห่งที่มีดาวตักลอยผ่่านท้องฟ้า ขอแค่หาสถานที่แบบนั้นได้เจอก็น่าจะสามารถทดลองใช้ความลี้ลับของ ดาวตักได้สำาเร็จ และนำาคาถาลึกลับสุดท้ายนี้มาใช้ได้แล้ว”
เขาครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนจะใช้พลังจิตัว่ายเวียนอยู่ในตัรา ประทับสะเก็ดดาวตั่อไป อ่านทวนอักขระบรรพกาลที่บันทึกไว้ในคาถาลับ ดาวตักอยู่ในสมองซ้ำาไปซ้ำามา
เช้าตัรู่
เผ่ยฉีฉีคล้ายจะรู้ว่าเขากลับมาแล้วจึงมายืนรออยู่หน้าประตัูห้อง ของเขาตัั้งแตั่เช้า
เมื่อตัื่นขึ้นจากการครุ่นคิดเงียบๆ เขาก็ลุกขึ้นมาเปิดประตัูให้เผ่ย ฉีฉีเข้ามา
เผ่ยฉีฉีที่สวมชุดรบสีฟ้าอ่อนดวงตัากระจ่างใสราวอัญมณีที่ไร้ซึ่ง ความขุ่นมัวใดๆ หลังจากที่นางเข้ามาในห้องก็เหลือบตัามองเนี่ยเทียน หนึ่งครั้งก่อนจะพูดด้วยน้ำาเสียงเย็นชา “กลับมาแล้วรึ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า
เผ่ยฉีฉีแค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง “ก่อนหน้าที่เจ้าจะไปกะโหลก เลือด ข้ากำาชับเจ้าไว้ว่าอย่างไร? ข้าบอกเจ้าแล้วว่าให้ทำาตััวสงบเสงี่ยม อย่าก่อเรื่องไปทั่ว แตั่เจ้าไม่ฟังใช่ไหม? ไม่ฟังก็ยังว่าไปอย่าง แตั่นี่เจ้ายังไป ตั่อสู้กับสื่อหนันที่สนามประลองเลือดของศูนย์บัญชาการกะโหลกเลือด อีก!”
“ทีนี้ดีนักล่ะ หลังจากศึกครั้งนั้น คนแทบทั้งเมืองโพ่เมี่ยก็ล้วน รู้จักเจ้ากันหมดแล้ว”
“หากท่านหัวอยู่ที่นี่ด้วยย่อมไม่ตั้องการเห็นเจ้าโอ้อวดตันเกินไป นัก แม้ว่าเจ้าจะไม่พูด ข้าเองก็รู้ว่าเจ้าน่าจะมาหลบภัยชั่วคราวที่อาณา จักรเลี่ยคง เมื่อหลบภัยก็ตั้องรู้จักหลีกเลี่ยงปัญหา!”
“เจ้าทำาเช่นนี้เกรงว่าคงอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงได้อีกไม่นาน แล้ว!”
เนี่ยเทียนที่ถูกสั่งสอนซ้ำาอีกรอบได้แตั่หัวเราะแห้งๆ ไม่ได้ตัอบโตั้ คำาใด
มีประสบการณ์จากเทือกเขาฮว้านคง เขารู้ว่ามีเพียงคนที่นาง มารเผ่ยผู่้นี้ห่วงใยเท่านั้น นางถึงจะพูดมาก
คนที่นางไม่สนใจ ไม่ว่าอีกฝึ่ายจะเป็นใคร แม้แตั่ประโยคเดียว นางก็คร้านจะพูดด้วย
“ข้าผ่ิดไปแล้ว ตัอนนั้นข่มกลั้นไม่ไหวจริงๆ” เนี่ยเทียนยอมรับ ผ่ิดอย่างว่าง่าย
เผ่ยฉีฉีถลึงตัาใส่เขาหนึ่งครั้ง มองเห็นท่าทางยอมรับผ่ิดแตั่โดยดี ของเขา นางก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรอีก
“อ้อ ใช่แล้ว เมื่อหลายวันก่อนไฉ่โยวมาที่นี่” นางหยุดการตัำา หนิเนี่ยเทียน แตั่พูดว่า “ไฉ่โยวพูดบอกหลีเหย่ว่าผ่ลเก็บเกี่ยวที่เจ้าได้มา จากคนของเดือนดับและพวกนักล่า เขานำาส่วนหนึ่งไปแลกเป็นหินวิเศษ มาให้เจ้า และอีกส่วนหนึ่งก็ช่วยเจ้าซื้อวัตัถุดิบบางอย่างมาให้”
“ดูเหมือนว่าอาวุธวิเศษชิ้นนั้นที่หลีเหย่ช่วยเจ้าหลอมจำาเป็น ตั้องสิ้นเปลืองวัสดุวิเศษอย่างยิ่ง แม้ว่าคราวก่อนผ่ลเก็บเกี่ยวของเจ้าจะ
ค่อนข้างมาก แตั่เกรงว่าคงยังไม่พอให้หลีเหย่ช่วยเจ้าหลอมอาวุธวิเศษชิ้น นั้นได้สำาเร็จ”
เนี่ยเทียนตัะลึง “อาวุธวิเศษชิ้นนั้นจำาเป็นตั้องเผ่าผ่ลาญวัตัถุดิบ วิเศษเยอะขนาดนี้เชียวหรือ?”
เผ่ยฉีฉีพยักหน้าเบาๆ “ร่างกายของเจ้าพิเศษมากเกินไป อาวุธ วิเศษชิ้นนั้นที่หลีเหย่สร้างขึ้นเพื่อเจ้าโดยเฉพาะ เจ้าสามารถกรอกพลัง เปลวเพลิง พลังพืชหญ้าและพลังดวงดาวเข้าไป อาวุธเช่นนี้ในอาณาจักร เลี่ยคงนอกจากอาจารย์ข้าแล้วก็มีเพียงหลีเหย่เท่านั้นที่สามารถช่วยเจ้า หลอมได้”
เนี่ยเทียนยิ่งตัื่นตักใจ
“อาวุธวิเศษชิ้นนี้ยังจำาเป็นตั้องใช้เหล็กดวงดาวจำานวนมาก เหล็กดวงดาวนั้นหลอมออกมาจากหินดวงดาว ทว่าหินดวงดาวค่อนข้าง จะหาได้ยาก มีเพียงพื้นที่ใกล้กับซากปรักหักพังเท่านั้นถึงจะพอมีหิน ดวงดาวจำานวนมากให้เห็น” เผ่ยฉีฉีขมวดคิ้ว “พื้นที่นั้นอันตัรายยิ่งกว่า เทือกเขาฮว้านคงเสียอีก หากคิดจะเอาหินดวงดาวมาจากที่นั่นก็เรียกได้ ว่ายากลำาบากอย่างยิ่งยวด”
“เหล็กดวงดาว…” เนี่ยเทียนสีหน้ากระตัุก รีบหยิบเอาหิน ดวงดาวสองร้อยก้อนออกมาจากในกำาไลเก็บของทันที ก่อนจะวางไว้ด้าน หน้าเผ่ยฉีฉี “พวกนี้พอไหม?”
เผ่ยฉีฉีตัะลึงไปอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าไปเอาหินดวงดาวมากมาย ขนาดนี้มาจากไหน?”
“จากตััวของพวกนักล่า” เนี่ยเทียนหัวเราะแหะๆ
“สองร้อยก้อนยังไม่พอ” เผ่ยฉีฉีส่ายหัว
“บวกกับของพวกนี้ล่ะ?” เนี่ยเทียบหยิบเอาหินดวงดาวส่วน ใหญ่ในกำาไลเก็บของออกมารวดเดียว ตััวเองเหลือเก็บไว้แค่ห้าสิบก้อน
“พอสมควรแล้วล่ะ” เนี่ยเทียนจ้องเขาอย่างตักใจระคนสงสัย
“แหะๆ” เนี่ยเทียนไอแห้งๆ สองครั้ง แล้วอยู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า “สถานที่นั้นที่เจ้าพูดถึงอยู่ตัรงไหนกันแน่หรือ? และอีกอย่าง ทำาไมที่นั่นถึง ได้อันตัรายยิ่งกว่าเทือกเขาฮว้านคงล่ะ?”
“ที่นั่นมักจะมีหินอุกกาบาตัร่วงลงมาเป็นประจำา หินดวงดาวก็ มาจากหินอุกกาบาตัพวกนั้น” เผ่ยฉีฉีอธิบาย
ดวงตัาของเนี่ยเทียนพลันฉายแสงเจิดจ้า
การฝึกฝึนคาถาดาวตักของเขา จุดที่เป็นกุญแจสำาคัญมากที่สุด ก็คือตั้องมองเห็นดาวตักที่ลอยผ่่านให้ได้ ดาวตักที่ว่าก็คือหินอุกกาบาตัที่ เผ่ยฉีฉีพูดถึง
เขากำาลังกลุ้มใจอยู่เชียวว่าไม่มีสถานที่ที่เหมาะสมให้ฝึกคาถา ดาวตัก
ข้อมูลนี้ที่เผ่ยฉีฉีมอบให้ช่างสำาคัญอย่างยิ่งยวด ทำาให้เขามอง เห็นความหวังในการฝึกคาถาดาวตักได้ในชั่วพริบตัา
“มีแผ่นที่ให้เดินทางไปที่นั่นไหม?” เนี่ยเทียนรีบถาม
“ไม่จำาเป็นตั้องใช้แผ่นที่ สถานที่แห่งนั้นอยู่ทางทิศตัะวันออก ของซากปรักหักพัง พื้นที่ใกล้เคียงก็มีพวกนักล่าเข้าออก” เผ่ยฉีฉีตัอบรับ หนึ่งประโยคถึงคิดตัามทัน “หรือว่าเจ้าอยากไปที่นั่น? เจ้าเป็นบ้าไปแล้ว หรือไร?”
“ข้าตั้องการหินดวงดาว! หินดวงดาวจำานวนมาก!” เนี่ยเทียน กล่าว