ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 320 เดินทางร่วมกันอีกครั้ง
เผ่ยฉีฉีมองหน้าเขา เงียบไปนานมากถึงได้กล่าวว่า “เจ้ามีคนที่ ตั้องสังหารเช่นเดียวกับหลี่หลางเฟิงใช่หรือไม่?”
“ทำาไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ?” เนี่ยเทียนงงงัน
“ข้ารู้สึกว่าทุกก้าวที่เจ้าเลือกเดินล้วนอันตัรายอย่างถึงที่สุด” นัยน์ตัาของเผ่ยฉีฉีเตั็มไปด้วยความเห็นใจ “ตัอนที่อยู่ในตัำาหนักหินใตั้ บาดาลของกะโหลกเลือดในเทือกเขาฮว้านคง ข้าเห็นเจ้ากินเนื้อสัตัว์วิเศษ
เลือดเนื้อของสัตัว์วิเศษที่แปรสภาพเหล่านั้นเตั็มไปด้วยสิ่งเจือปน ไม่มีจิงชี่ เลือดเนื้อที่คนจะดูดซับเข้าไปได้เลย”
นางรู้สึกมาโดยตัลอดว่าอันที่จริงแล้วเส้นทางการฝึกบำาเพ็ญ ตับะของเนี่ยเทียนไม่ตั่างไปจากหลี่หลางเฟิงเท่าใดนัก
หลี่หลางเฟิงดึงเอาปราณวิญญาณสีเขียวที่มีพิษร้ายแรงมาจาก ปราณวิญญาณฟ้าดินที่สกปรกของอาณาจักรเลี่ยคง ทว่าปราณวิญญาณ ของอาณาจักรเลี่ยคง นอกจากปราณวิญญาณที่มีพิษร้ายแรงชนิดนั้นแล้ว ยังมีอีกหลายชนิดที่ร่างกายของหลี่หลางเฟิงมิอาจชุบหลอมได้ นี่จึงเป็น เหตัุใดร่างกายของหลี่หลางเฟิงมิอาจแบกรับภาระหนักหน่วงเวลาฝึก บำาเพ็ญตับะ
ตัอนที่เนี่ยเทียนกินเนื้อสัตัว์วิเศษระดับสี่ซึ่งแปรสภาพทุกคืนวัน เพื่อประสานบาดแผ่ลในร่างกาย นางก็มองเห็นอย่างชัดเจน
นางรู้สึกว่าเนี่ยเทียนไม่มีความสามารถที่จะชุบหลอมสิ่งเจือปน มากมายในเลือดเนื้อของสัตัว์วิเศษเหล่านั้นได้
ดังนั้นนางจึงมักรู้สึกว่าเนี่ยเทียนเหมือนหลี่หลางเฟิงที่คงมีชีวิตั อยู่ได้อีกไม่นานนัก
“ข้าไม่เหมือนเขาหรอก” เนี่ยเทียนยิ้มสดใส แตั่กลับไม่ได้ อธิบายอย่างละเอียด ไม่ได้บอกเผ่ยฉีฉีว่าเขามีความสามารถที่จะชุบหลอม สิ่งสกปรกในเลือดเนื้อของสัตัว์วิเศษที่แปรสภาพและขับมันออกไปจาก ร่างกายได้ “บางทีข้าและเขาก็อาจมีส่วนที่เหมือนกัน ข้าร้อนใจมาก อยากทำาเวลาให้เร็วที่สุด แตั่ข้าไม่มีทางเบิกใช้ชีวิตัของตััวเองล่วงหน้าเด็ด ขาด!”
“เป็นอย่างนี้จริงๆ รึ?” เห็นได้ชัดว่าเผ่ยฉีฉีไม่เชื่อเขา
“ข้าตั้องการไปยังสถานที่ที่เจ้าบอก” เนี่ยเทียนยืนกราน
เผ่ยฉีฉีเงียบงันไปครู่ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “ข้าจะไปที่เทือกเขา ฮว้านคงเป็นเพื่อนเจ้าอีกครั้ง หลังจากที่ข้าเหยียบเข้าสู่ขั้นตั้นสวรรค์ก็ จำาเป็นตั้องไปรับสัมผ่ัสกับความมหัศจรรย์ของพลังห้วงมิตัิ และฝึกฝึนวิชา ลับหลายชนิดในเทือกเขาฮว้านคงเช่นกัน นอกจากนี้แล้วข้าเองก็ตั้องการ หาสถานที่ใหม่ในเทือกเขาฮว้านคงที่เหมาะสมสำาหรับจัดวางค่ายกลนำา ส่ง”
“แตั่ว่า ข้าจะไม่ไปที่พื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตัทางตัะวันออกของ ซากปรักหักพังกับเจ้าหรอกนะ”
“อ้อ” เนี่ยเทียนแสดงว่าเข้าใจ
“ไปกันวันนี้เลย!” เผ่ยฉีฉีกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
“ก็ดีเหมือนกัน!”
หลังจากนั้นคนทั้งสองก็ไปยังค่ายกลนำาส่งของกะโหลกเลือดที่ อยู่กลางเมือง คนทั้งคู่ตั่างก็เป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด แค่ตั้อง จ่ายหินวิเศษจำานวนหนึ่งก็สามารถใช้ค่ายกลนำาส่งนั้นเดินทางไปยังฐานที่ ตัั้งของกะโหลกเลือดในเทือกเขาฮว้านคงได้โดยตัรง
หลังจากนำาส่งเรียบร้อย
คนทั้งสองมาถึงเทือกเขาฮว้านคงอีกครั้ง กูนอวี่ที่รับผ่ิดชอบกิจ ธุระของกะโหลกเลือดในฐานที่ตัั้งกลางเทือกเขาฮว้านคง เมื่อมองเห็นคน ทั้งสองมาด้วยกันก็แสดงออกว่าตักใจอย่างเห็นได้ชัด
“คุณหนูเผ่ย หัวเทียน ทำาไมพวกเจ้ากลับมาไวขนาดนี้ล่ะ” กูนอวี่ กล่าวพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ข่าวที่เนี่ยเทียนเพิ่งจะสร้างความปัยนป่วนครั้ง ใหญ่ในแถบเนินเขาและป่ารกร้างที่พวกนักล่าเคลื่อนไหว สังหารพวกนัก ล่าไปมากมายก็ดังมาเข้าหูเขาเช่นกัน
เขายังรู้ด้วยว่าเมื่อครึ่งเดือนก่อน เนี่ยเทียนยังทำาร้ายให้สื่อหนัน บาดเจ็บสาหัสตัอนอยู่ในสนามประลองเลือดของเมืองโพ่เมี่ย
เขาที่เดิมทียังไม่เห็นเนี่ยเทียนอยู่ในสายตัา เมื่อเรื่องราวทั้งหมด นี้เกิดขึ้นมาเนี่ยเทียนจึงได้รับความสำาคัญจากเขาในที่สุด
“มีธุระนิดหน่อย” เผ่ยฉีฉีเอ่ยอย่างไม่ร้อนไม่หนาว
กูนอวี่พยักหน้า ไม่ได้ซักไซ้ตั่ออย่างคนรู้ความ แตั่ทันใดนั้นกลับพู ดกับเนี่ยเทียนว่า “เอ่อ…เมื่อสองวันก่อนสื่อฮุยก็มาที่นี่”
“สื่อฮุย?” เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว
“อืม เขานั่นแหละ” กูนอวี่ลังเลเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวว่า “หัว เทียน ตัอนนี้สื่อฮุยก็อยู่ในเทือกเขาฮว้านคง เอ่อ…”
“เจ้าจงระวังตััวสักหน่อย พยายามอย่าไปเจอกับเขาในเทือกเขา ฮว้านคง ฝึ่ายในของกะโหลกเลือดเรา สมาชิกที่แท้จริงของกะโหลกห้ามไม่ ให้มีการตั่อสู้กันเองอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะในเมืองโพ่เมี่ยหรือสถานที่ อื่นๆ”
“ทว่าขุนนางตั่างถิ่นกลับไม่รวมอยู่ในกฎนั้นด้วย”
“เมืองโพ่เมี่ยยังดี มีกฎที่ท่านผู่้นำากำาหนดเอาไว้จึงไม่มีใครกล้า ทำาตััวระราน ทว่าในเทือกเขาฮว้านคงไม่ใช่ขอบเขตัที่กะโหลกเลือดของ พวกเราจะควบคุมได้ ตั่อให้เป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดเหมือน
กัน หากมีการช่วงชิงทางผ่ลประโยชน์กันในสถานที่แห่งนี้ กะโหลกเลือด ของพวกเราก็จะไม่ยื่นมือเข้าแทรก”
คำาพูดประโยคนี้ของกูนอวี่ก็คือการบอกเป็นนัยกับเนี่ยเทียนว่า ควรระวังสื่อฮุย
เขาพูดเตัือนอย่างคลุมเครือว่าไม่ให้เนี่ยเทียนเผ่ชิญหน้ากับสื่อ ฮุยในเทือกเขาฮว้านคง เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่าหากสื่อฮุยเจอหน้าเนี่ยเทียน ย่อมไม่มีทางปล่อยตััวเนี่ยเทียนไปแน่
“สื่อฮุย!” เผ่ยฉีฉีหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย
“ขอบคุณท่านอากู่มากที่เตัือน” เนี่ยเทียนเอ่ยขอบคุณ
“เจ้าระวังตััวหน่อยก็พอแล้ว” กูนอวี่ไม่สะดวกที่จะพูดโตั้งๆ
จากนั้นเผ่ยฉีฉีและเนี่ยเทียนสองคนก็จากฐานที่มั่นของกะโหลก เลือด มุ่งหน้าไปในเทือกเขาฮว้านคงอีกครั้ง
“เดิมทีข้าคิดว่าเมื่อมาถึงเทือกเขาฮว้านคงก็จะแยกทางกับเจ้า” ตัอนที่อยู่กันแค่สองคน เผ่ยฉีฉีก็มีสีหน้าเคร่งเครียด “ในเมื่อรู้ว่าสื่อฮุยอยู่ ด้วย ข้าจะไปส่งเจ้าออกจากเทือกเขาฮว้านคงก็แล้วกัน รอจนเจ้าออกจาก เทือกเขาฮว้านคงไปยังซากปรักหักพังแล้ว ข้าค่อยแยกทางกับเจ้า”
นางที่ฝึ่าทะลุสู่ขั้นตั้นสวรรค์มีความมั่นใจว่าเมื่ออยู่ในเทือกเขาฮ ว้านคง ตั่อให้เผ่ชิญหน้ากับสื่อฮุยที่มีตับะตั้นสวรรค์ช่วงท้าย นางก็ยัง สามารถรับมือได้
สื่อฮุยค่อนข้างมีชื่อเสียงในบรรดาขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลก เลือด คนไม่น้อยตั่างก็เป็นเส้นสายของเขา
เผ่ยฉีฉีคิดว่าข่าวที่นางและเนี่ยเทียนมายังเทือกเขาฮว้านคง ไม่ ช้าก็เร็วย่อมดังไปเข้าหูของสื่อฮุย
ก็เป็นอย่างที่กูนอวี่ว่าเอาไว้ เมื่ออยู่ในเมืองโพ่เมี่ยสื่อฮุยไม่กล้าทำา อะไรเนี่ยเทียน แตั่หากอยู่ในเทือกเขาฮว้านคง สื่อฮุยคิดจะจัดการเนี่ย เทียน กะโหลกเลือดก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย
ขุนนางตั่างถิ่นอย่างไรก็เป็นแค่ขุนนางตั่างถิ่น ไม่ได้รับข้อจำากัด จากกะโหลกเลือดเท่าใดนัก
“อันที่จริงไม่ตั้องก็ได้” เนี่ยเทียนหยิบเอาหน้ากากที่ตั่งป่ายเจี๋ยม อบให้ออกมาสวมไว้บนหน้าแล้วกล่าวว่า “แบบนี้สื่อฮุยก็จำาข้าไม่ได้แล้ว”
“หน้ากากนี้สร้างขึ้นอย่างประณีตั แค่มองก็รู้ว่าเป็นวัตัถุระดับ สูง ราคาไม่ธรรมดา” เผ่ยฉีฉีตักตัะลึงเล็กน้อย นางวิจารณ์ก่อนแล้วถึงพูด ว่า “แตั่สื่อฮุยมีฝึีมือไม่ธรรมดา ตั่อให้เขาจะอ่อนด้อยกว่าหลี่หลางเฟิงเล็ก น้อย แตั่อย่างไรซะก็ขึ้นชื่อว่าเป็นบุคคลที่ไม่ควรมีเรื่องด้วยของอาณาจักร เลี่ยคง หากเจ้าเจอกับเขาก็ไม่แน่ว่าหน้ากากนี้จะอำาพรางตััวตันเจ้าได้ อย่างแท้จริง”
“นอกจากสื่อฮุยยังมีหลี่หลางเฟิง และยังมีคมเขี้ยว”
“เจ้าไปล่วงเกินคนไว้มากมายนัก ข่าวที่ว่าเจ้าเดินทางกลับมา เทือกเขาฮว้างอีกครั้งคงแพร่ออกไปอย่างง่ายดาย หากหลี่หลางเฟิงและ
คมเขี้ยวก็กำาลังตัามหาเจ้าในเทือกเขาฮว้านคงเช่นเดียวกัน ตั่อให้เจ้า มีหน้ากากนี้ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถปิดบังทุกคนได้”
ได้ยินนางพูดเช่นนี้เนี่ยเทียนก็เริ่มไม่ค่อยวางใจบ้างแล้วเหมือน กัน
“ถอดหน้ากากออกมาก่อนเถอะ ก่อนหน้าที่เจ้าและข้ายังไม่แยก จากกันควรเปิดเผ่ยตััวด้วยรูปโฉมเดิมจะดีกว่า” เผ่ยฉีฉีเอ่ยเกลี้ยกล่อม “มิ ฉะนั้นเวลาคนอื่นเห็นเจ้าอยู่กับข้าก็จะเดาตััวตันเจ้าออกอย่างรวดเร็ว และ หน้ากากนั่นก็จะหมดประโยชน์ลง รอจนเจ้าแยกกับข้าและเจ้าไปยังพื้นที่ ตั้องห้ามแห่งชีวิตัของซากปรักหักพังแล้วค่อยเอาหน้ากากมาสวมน่าจะ เหมาะกว่า”
“งั้นก็ตักลง” เนี่ยเทียนเอาหน้ากากลงตัามคำาพูดของนาง
“ข้าเองก็ไม่ได้ตัั้งใจจะไปส่งเจ้าหรอก” เผ่ยฉีฉีคิดอยู่ครู่จึง อธิบายอีกครั้ง “เพราะข้ายังจำาเป็นตั้องหาสถานที่ที่เหมาะสมสำาหรับจัด วางค่ายกลนำาส่ง ระหว่างที่เดินทางไปพร้อมกับเจ้า ข้าเองก็จะหาเป้า หมายของตััวเองไปด้วย ซึ่งบางทีอาจได้ผ่ลเก็บเกี่ยวที่น่าสนใจ”
อันดับตั่อมา หลังจากคนทั้งสองไปจากฐานที่ตัั้งของกะโหลก เลือด เนี่ยเทียนก็ปลดปล่อยทิพย์จักษุเจ็ดข้างออกมาอย่างเงียบเชียบ
จากทิพย์จักษุทั้งเจ็ดข้างนั้น เขาสามารถรับสัมผ่ัสถึงคนที่ เคลื่อนไหวอยู่รอบๆ รวมไปถึงสัตัว์วิเศษแปรสภาพที่ดุร้ายเหล่านั้น
เมื่อเจอกับผู่้ฝึกลมปราณซึ่งมาเสี่ยงโชคในเทือกเขาฮว้านคง เขาก็จะเลี่ยงออกไป มองเห็นสัตัว์วิเศษระดับตั่ำาที่แปรสภาพเขาก็เลือกที่ จะสังหารพวกมัน
มีทิพย์จักษุทั้งเจ็ดข้างอยู่ด้วย เขาจึงหลบพ้นปัญหามากมายที่ ไม่จำาเป็นไปได้ตัลอดทาง ทั้งยังได้สังหารสัตัว์วิเศษระดับสอง ระดับสาม อีกหลายตััว จนกระทั่งมาถึงพื้นที่เขตัอิทธิพลของเปลวอัคคีในเทือกเขาฮ ว้านคง
เทือกเขาฮว้านคงกว้างใหญ่อย่างถึงที่สุด และพื้นที่ทั้งหมดของ เปลวอัคคีก็หนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก ทั้งยังมีภูเขาน้ำาแข็งตัั้งตัระหง่าน อยู่อีกหลายลูก
ทว่าสถานที่ที่มีลมเย็นเยียบพัดผ่่านกลับมีเปลวเพลิงร้อนลวก ถูกพ่นออกมาจากในรอยแยกห้วงมิตัิ
เปลวเพลิงที่แลบปลาบออกมาจากในรอยแยกห้วงมิตัิหากไปอยู่ ในสถานที่อื่นของเทือกเขาฮว้านคงอาจจะชักนำาให้เกิดอัคคีภัยร้ายแรง
แตั่เนื่องจากพื้นที่ของเปลวอัคคีนั้นหนาวเย็นตัลอดทั้งปี พื้นดิน ก็จับตััวกันเป็นน้ำาแข็ง เมื่อเปลวเพลิงเหล่านั้นถูกพ่นออกมาจึงไม่สามารถ สร้างผ่ลร้ายใดๆ ที่ไม่อาจแก้ไขได้
ตัลอดทางที่เดินมา เนี่ยเทียนเองก็เจอกับคนหลายคนที่สวมชุด ของเปลวอัคคีผ่่านทิพย์จักษุ
เพื่อหลีกเลี่ยงความสนใจจากเปลวอัคคี เขาจึงเลี่ยงเดินไปอีก ทางโดยไม่ได้บอกเผ่ยฉีฉี ลอดผ่่านเทือกเขาน้ำาแข็งที่เหน็บหนาวตั่อไป
วันนี้ขณะที่เนี่ยเทียนและเผ่ยฉีฉีสองคนกำาลังเดินทางไปข้าง หน้า เกราะมังกรเพลิงในกำาไลเก็บของของเขาก็พลันเกิดความผ่ิดปกตัิ
เขาหยุดชะงักทันใด ใช้จิตัวิญญาณไปรับสัมผ่ัสกับเกราะมังกร เพลิงจึงรู้ทันทีว่าในเกราะมังกรเพลิงมีความคิดพร่าเลือนบางอย่างถูกส่ง ออกมา
ความคิดนั้นคล้ายกำาลังชักนำาให้เขาไปยังสถานที่บางแห่ง
สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากทิศทางที่เผ่ยฉีฉีกำาหนดไว้ นั่นจึงทำาให้ เขาลังเลเล็กน้อย
ขณะที่เขาจะเลิกสนใจมัน ความคิดที่ส่งมาจากในเกราะมังกร เพลิงก็ร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็พลันพูดกับเผ่ยฉีฉีว่า “พวกเราไปดูทาง ด้านนั้นดีไหม?” เขาชี้ไปยังทิศทางที่เกราะมังกรเพลิงบอกกับเขา
เผ่ยฉีฉีรู้สึกแปลกใจอย่างมาก “เจ้าค้นพบอะไรอย่างนั้นหรือ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า
“งั้นก็ดี” เผ่ยฉีฉีตัอบรับ ทั้งยังถามขึ้นกะทันหันว่า “เจ้ามีวิธีที่ สามารถจับสัมผ่ัสคลื่นเคลื่อนไหวของพลังชีวิตัที่อยู่ใกล้เคียงได้ใช่ไหม? ดู เหมือนว่าตัลอดทางที่เดินมานี้พวกเราจะไม่พบเจอใครเลยสักคน เจอแตั่ สัตัว์วิเศษระดับตั่ำาที่แปรสภาพไม่กี่ตััวเท่านั้น มันผ่ิดปกตัิเกินไปแล้ว”
อันที่จริงนางรู้สึกได้ตัั้งนานแล้ว
คราวก่อนตัอนที่นางหลบเลี่ยงการไล่ล่าจากหลี่หลางเฟิงมา พร้อมกับเนี่ยเทียน ทุกอย่างก็ราบรื่นผ่ิดปกตัิ
ขณะที่คนทั้งสองอยู่ในสภาวะที่ย่ำาแย่อย่างถึงขีดสุดและควร หลีกเลี่ยงศัตัรูให้ได้มากที่สุด นางที่ถูกเนี่ยเทียนแบกไว้บนหลังกลับไม่เจอ ใครแม้แตั่คนเดียว
และเป็นเพราะไม่เจอใคร ไม่มีใครเห็นพวกเขา หลี่หลางเฟิงถึง ได้หาพวกเขาไม่เจอ
นั่นถือว่าผ่ิดปกตัิมากพอแล้ว
ภายหลังนางได้ยินมาอีกว่าเนี่ยเทียนหลบเลี่ยงการไล่ล่าจาก พวกนักล่ามากมายในแถบเนินเขาและป่ารกร้างตัิดตั่อกัน ทำาเอาคมเขี้ยว ได้รับความเสียหายอย่างหนักจนตั้องเชิญตััวเสี้ยวหลินมาช่วย
เสี้ยวหลินผู่้นี้นางเคยได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว รู้ดีว่าคนผู่้นั้น เชี่ยวชาญในด้านการอำาพรางร่องรอย และถนัดเวทลับในการตัิดตัามตััว
เสี้ยวหลินเข้าร่วมการไล่ล่าเขา เขายังสามารถมีชีวิตัจนมาเจอ กับกะโหลกเลือดได้ นั่นมากพอจะพิสูจน์ได้ถึงความไม่ธรรมดาบนร่างของ เนี่ยเทียนแล้ว
ครั้งนี้คนทั้งสองเดินเคียงบ่ากันมาสิบกว่าวันกลับไม่พบเจอผู่้ใด แม้แตั่คนเดียว เมื่อเอาความแปลกประหลาดหลายเรื่องมาเชื่อมโยงกัน นางก็มองออกถึงเส้นสนกลในทันที
“อืม” เนี่ยเทียนเองก็ไม่คิดจะปิดบัง “ข้ามีวิชาลับอย่างหนึ่งที่ สามารถรับสัมผ่ัสคลื่นพลังชีวิตัในขอบเขตัที่กว้างมากได้อย่างชัดเจน ทั้ง
ยังพอจะวิเคราะห์ออกมาได้คร่าวๆ ว่าคลื่นเคลื่อนไหวทางพลังชีวิตันั้น เป็นของคนหรือว่าของสัตัว์วิเศษ อีกทั้งยังพอจะรู้ขอบเขตัและระดับของ พวกเขาได้ด้วย”
ดวงตัาคู่งามของเผ่ยฉีฉีฉายความประหลาดใจ “มิน่าล่ะเจ้าถึง กล้าเดินทางกลับเมืองโพ่เมี่ยเพียงลำาพัง หากรู้แตั่แรกว่าบนร่างของเจ้ามี ความมหัศจรรย์มากมายเพียงนี้ ข้าก็คงไม่ตั้องเป็นห่วงเจ้าแล้ว”
เมื่อรู้ว่าเนี่ยเทียนมีวิชาลับ นางก็ยิ่งวางใจและปล่อยให้เนี่ย เทียนนำาทางอยู่ข้างหน้า
ไม่นานหลังจากนั้นเนี่ยเทียนก็เดินไปตัามทิศทางที่เกราะมังกร เพลิงชี้นำา และใช้ทิพย์จักษุเดินมาถึงพื้นที่ที่มีรอยแยกห้วงมิตัิรวมตััวกัน อย่างหนาแน่น
ที่นั่นเขายังมองเห็นบุคคลหนึ่งที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี—สื่อฮุย
“สื่อฮุยอยู่ที่นั่น! แถมเขาและคนของเปลวอัคคียังพูดคุยกัน อย่างสบายใจด้วย!”