ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 321 แย่งชิง!
ภายใตั้รอยแยกห้วงมิตัิมากมาย สื่อฮุยกับขุนนางตั่างถิ่นของ กะโหลกเลือดหลายคน และยังมีผู่้ฝึกลมปราณของเปลวอัคคีที่บนอาภรณ์ มีรูปภาพเปลวเพลิงสลักอยู่กำาลังพูดคุยกันด้วยท่าทีเอาจริงเอาจัง
“ฟัยบ ฟัยบ!”
ในรอยแยกห้วงมิตัิมีเปลวเพลิงแลบออกมาอย่างตั่อเนื่อง เปลว เพลิงเหล่านั้นแฝึงเร้นไว้ด้วยปราณที่ร้อนแผ่ดเผ่าอย่างถึงที่สุด
หลังจากที่เปลวเพลิงร่วงกระทบลงพื้น บนพื้นน้ำาแข็งก็เกิดเป็นรู โหว่มากมาย ความหนาวเย็นหายไปอย่างรวดเร็ว
สื่อฮุ่ยและพวกขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดที่มีใบหน้าคุ้นตัา และยังมีคนของเปลวอัคคีตั่างก็หลบเหลี่ยงเปลวเพลิงที่ร่วงลงมาอย่าง ระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าสะเก็ดไฟจะแลบมาโดนตััว
รอจนเปลวเพลิงละลายให้พื้นน้ำาแข็งเกิดเป็นรูโหว่ พวกเขาก็จะ เดินออขึ้นหน้ากันไปคล้ายกำาลังตัามหาอะไรบางอย่างอยู่ในรูน้ำาแข็งที่ หลอมละลายเหล่านั้น
“อู้!”
หินผ่ลึกสีชาดก้อนหนึ่งถูกสื่อฮุยเอาออกมาจากรูน้ำาแข็งรูหนึ่ง หิน ผ่ลึกเปลวเพลิงนั้นเปล่งแสงวิบวับราวอัญมณีที่โปร่งใส
ในหินผ่ลึกแฝึงเร้นไว้ด้วยเส้นแสงสีแดงมากมายคล้ายสายฟ้าสีแดง ที่กำาลังเตั้นระริก
ใบหน้าของสื่อฮุยเตั็มไปด้วยรอยยิ้ม ประคองหินผ่นึกสีชาดก้อนนั้น ไว้ในมือ ดวงตัาฉายแววหลงไหลเคลิบเคลิ้ม
ธาตัุในการฝึกตันของเขาดูเหมือนว่าจะเป็นพลังเปลวเพลิงพอดี หินผ่ลึกสีชาดที่เขาได้มาคล้ายว่าจะมีประโยชน์มหาศาลตั่อการฝึกบำาเพ็ญ ตับะของเขา
เขาคอยพูดคุยกับคนของเปลวอัคคีด้วยท่าทีเบิกบานอยู่เป็นระยะ
เนี่ยเทียนที่เห็นภาพเหตัุการณ์นั้นจากทิพย์จักษุอย่างชัดเจนพลัน ชะงักฝึีเท้าแล้วหันไปเอ่ยกับเผ่ยฉีฉีที่อยู่ข้างกาย “สื่อฮุยและขุนนางตั่าง ถิ่นหลายคนของกะโหลกเลือดกำาลังพูดคุยกับคนบางส่วนของเปลวอัคคี และเก็บรวบรวมเอาหินผ่ลึกเปลวเพลิงประเภทหนึ่งมา ไหนว่าไม่อนุญาตั ให้ขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดไปมาหาสู่กับคนของเดือนดับและเปลว อัคคีอย่างไรล่ะ?”
เผ่ยฉีฉีตักตัะลึงอย่างมาก “เจ้ามองเห็นการกระทำาทุกอย่างของ พวกเขาได้อย่างชัดเจน?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า
“เจ้าฝึกวิชาลับอะไรกันแน่?” เผ่ยฉีฉีไม่ได้สนใจคำาถามของเขา กลับสนใจความพิเศษของเขามากกว่า “จากที่ข้ารู้มา มีเพียงผู่้ที่อยู่ในเขตั สามัญจนมหาสมุทรพลังจิตัแปรสภาพเป็นมหาสมุทรพลังจิตัวิญญาณ เท่านั้นถึงจะใช้พลังจิตัวิญญาณมามองภาพเหตัุการณ์ในบริเวณใกล้เคียง ได้อย่างชัดเจน”
“แตั่เจ้ามีแค่ตับะกลางสวรรค์เท่านั้นนี่นา!”
เนี่ยเทียนหัวเราะแห้งๆ “แค่วิชาลับที่ข้าฝึกไม่ธรรมดาก็เท่านั้น แหละ”
และเวลานี้เอง เขาก็สัมผ่ัสได้ถึงความวู่วามของเกราะมังกรเพลิงอีก ครั้ง เกราะมังกรเพลิงร้อนรนอย่างถึงที่สุดคล้ายตั้องการบุกฝึ่าออกไปให้ได้ เดี๋ยวนี้
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วแน่น
สื่อฮุยมีตับะตั้นสวรรค์ช่วงท้าย ขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด ข้างกายเขาส่วนใหญ่ก็มีตับะตั้นสวรรค์กันทั้งสิ้น
ลำาพังเพียงแค่พวกสื่อฮุย เขาและเผ่ยฉีฉีก็ไปมีเรื่องด้วยไม่ได้แล้ว นับประสาอะไรกับที่นี่อยู่ในขอบเขตัอิทธิพลของเปลวอัคคี แถมรอบด้าน ยังมีผู่้แข็งแกร่งของเปลวอัคคีมากมายเคลื่อนไหวอยู่?
เขาพยายามบอกความกังวลใจของตััวเองให้กับวิญญาณวัตัถุของ เกราะมังกรเพลิงทราบ บอกกับมันว่าเวลานี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
แตั่ดูเหมือนว่าเกราะมังกรเพลิงไม่ได้สนใจสถานการณ์ในตัอนนี้เลย สักนิด หลังจากที่มันรับรู้ความกังวลมากมายของเขาก็ยังบินพรวดออกมา จากในกำาไลเก็บของของเขาอย่างมิอาจควบคุมได้
“ฟิ้ว!”
เกราะมังกรเพลิงกลายร่างเป็นลำาแสงเปลวเพลิงที่ส่องแสงเจิดจ้า ก่อนจะบินพรวดออกไป พริบตัาเดียวก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
“นั่น…นั่นคืออะไร?” เผ่ยฉีฉีมองเห็นไม่ชัดเจน รู้สึกถึงเพียง พลังงานเปลวเพลิงที่รุนแรงอย่างถึงขีดสุดซึ่งปะทุออกมาจากมือของเนี่ย เทียน
เมื่อนางมองอย่างละเอียดเกราะมังกรเพลิงก็ถูกเปลวเพลิงเป็น กลุ่มๆ ห้อมล้อมแล้วตััวกระชากออกไปไกล เห็นเป็นเพียงแค่ลำาแสงเปลว เพลิงยาวๆ เท่านั้น
“พวกเราจากกันตัรงนี้เลยเถอะ” เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี รีบพูดกับ เผ่ยฉีฉี “เจ้าไม่ตั้องเป็นห่วงข้า บนร่างข้ามีความลึกลับมากมาย ไม่มีทาง ถูกเปลวอัคคีและสื่อฮุยหาตััวเจอแน่ ตัำาแหน่งที่เจ้าบอก ข้าพอจะรู้แล้วว่า อยู่ตัรงไหน ข้าจะไปตัามหาเจ้าทีหลังเอง!”
กล่าวจบเขาไม่รอให้เผ่ยฉีฉีเอ่ยถามก็กระตัุ้นใช้เวทลับดาวเปล่ง ประกายในระยะทางสั้นๆ แล้วหายตััวไปสามร้อยเมตัรในชั่วพริบตัาเดียว
เผ่ยฉีฉียืนอึ้งอยู่ที่เดิม มองเขาใช้วิธีการหายตััวในชั่ววินาทีไป ปรากฏอยู่อีกตัำาแหน่งหนึ่ง รอจนนางพยายามจะตัะโกนเรียกเนี่ยเทียน กลับพบว่าร่างของเนี่ยเทียนหายตััวไปอีกครั้งแล้ว
“เขาใช้วิธีการเช่นนี้ถึงได้หนีพ้นการล้อมโจมตัีของพวกนักล่าครั้ง แล้วครั้งเล่าน่ะหรือ?”
เผ่ยฉีฉีพลันกระจ่างแจ้งขึ้นมาในบัดดล หลังจากที่พอจะรู้ความ มหัศจรรย์บนร่างของเนี่ยเทียนบ้างเล็กน้อย ในที่สุดนางก็ตัระหนักได้ว่าถึง แม้ขอบเขตัของเนี่ยเทียนจะตั่ำาตั้อย ทว่าเพราะความแปลกประหลาดใน ร่างเขา หากคิดจะมีชีวิตัอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงอย่างอิสระเสรีก็ไม่มี ปัญหาเท่าใดจริงๆ
“เจ้าคนบ้า!”
นางสบถด่าอีกฝึ่ายหนึ่งประโยคก็ไม่สนใจเนี่ยเทียนอีก หันตััวกลับ ได้ก็เดินย้อนไปทางเดิม
“ฟิ้ว!”
หลังจากที่ใช้ดาวเปล่งประกายระยะสั้นอีกครั้ง เนี่ยเทียนก็มา ปรากฏตััวอยู่อีกฝึัยงหนึ่งของพวกสื่อฮุย ทิ้งระยะห่างจากเผ่ยฉีฉีมานาน แล้ว
เขาใช้ทิพย์จักษุตัรวจสอบอย่างละเอียด
ในขณะที่เขาใช้ดาวเปล่งประกายเปลี่ยนตัำาแหน่ง จงใจบอกลากับ เผ่ยฉีฉีเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เผ่ยฉีฉีตัิดร่างแหด้วย เกราะมังกรเพลิงที่แปลง กายเป็นลำาแสงเปลวเพลิงหนึ่งเส้นก็พลันมาปรากฏตััวอยู่ในตัำาแหน่งที่ พวกสื่อฮุยยืนอยู่
“อู้!”
หินผ่ลึกสีแดงชาดก้อนหนึ่งที่สื่อฮุยประคองไว้ในมือราวกับของ ล้ำาค่าพลันได้รับแรงชักนำารุนแรงจนหลุดลอยออกจากมือของเขา
และเวลานี้เอง เกราะมังกรเพลิงก็บินผ่่านกลางอากาศมาดูดดึงเอา หินผ่ลึกสีแดงชาดก้อนนั้นไป
หินผ่ลึกสีแดงชาดถูกเกราะมังกรเพลิงดูดเอาไปอย่างเงียบเชียบ คล้ายถูกก้อนแม่เหล็กดึงดูด
“นั่นมันอะไร?”
สื่อฮุยและขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดรวมไปถึงคนของเปลว อัคคีตั่างก็ตัะลึงงันไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหัน
“ผ่ลึกเพลิงฟ้าของข้า!”
สื่อฮุยอึ้งไปครู่หนึ่งก็พลันเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะคำารามใส่ ลำาแสงเปลวเพลิงเส้นนั้น
เกราะมังกรเพลิงที่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงเป็นชั้นๆ คล้ายดาวตัก ที่ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟพุ่งทะยานไปทั่วบริเวณที่พวกเขายืนอยู่ ทำาให้ พวกเขามองเห็นเกราะมังกรเพลิงที่อยู่ด้านในได้ไม่ชัดเจน
เกราะมังกรเพลิงบินฉิวอย่างตั่อเนื่อง รวดเร็วราวสายฟ้าแลบ ทั้ง ยังชิงไปดักเอากลุ่มแสงเปลวเพลิงที่แลบออกมานอกรอยแยกห้วงมิตัิด้วย
มีหินผ่ลึกที่สื่อฮุยเรียกว่าผ่ลึกเพลิงฟ้าอีกสามก้อนซึ่งยังไม่ทันร่วง ลงพื้นก็ถูกเกราะมังกรเพลิงฮุบดูดเอาไปไว้บนเสื้อเกราะจนหมด
“อาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณ! น่าจะเป็นอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยง วิญญาณที่มีธาตัุไฟ!” ผู่้ฝึกลมปราณคนหนึ่งของเปลวอัคคีมองเกราะมังกร
ที่ห้อทะยานอย่างตั่อเนื่องด้วยดวงตัาแดงก่ำา ก่อนจะตัะโกนอย่างบ้าคลั่ง “เทือกเขาฮว้านคงมีอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณปรากฏขึ้น! อาวุธล้ำาค่า เชื่อมโยงวิญญาณธาตัุไฟนี้เนื่องจากมีสตัิปัญญาถึงได้พุ่งเข้ามาแย่งผ่ลึก เพลิงฟ้าด้วยตััวเอง!”
เมื่อคำาพูดนี้ดังขึ้น สื่อฮุยก็สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง ดวงตัาพลันแดงก่ำา ทันใด
และยังมีอีกหลายคนที่ฝึกวิชาเปลวเพลิงเหมือนกันที่ตั่างก็ฉาย ความละโมบอย่างดุเดือดออกมาทางดวงตัาเพราะคำาพูดของคนผู่้นั้น
“จับอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนี้มาให้ได้!”
พริบตัาเดียวคนทั้งกลุ่มก็เกิดอารมณ์ห้าวเหิม คนมากมายที่ฝึกวิชา ธาตัุไฟซึ่งรวมไปถึงสื่อฮุยตั่างก็ร่ายเวทมหัศจรรรย์ หมายชักนำาเกราะ มังกรเพลิงลงมาจากฟ้าเพื่อครอบครองเป็นของตััวเอง
“อู้ๆๆ!”
เปลวเพลิงหลายกลุ่มที่แฝึงเร้นไว้ด้วยพลังจิตัของพวกเขา กลุ่มแสง สีแดงฉานมากมาย รวมไปถึงอาวุธวิเศษเปลวเพลิงที่แปลกประหลาด มหัศจรรย์หลายชนิดตั่างก็ทะยานขึ้นไปบนฟ้าเพื่อไล่ล่าเกราะมังกรเพลิง
ทว่าเกราะมังกรเพลิงยังคงใช้ความเร็วที่ไวกว่าสายฟ้าบินโฉบฉิว ผ่่านศีรษะของพวกเขา ก่อนจะช่วงชิงเอาผ่ลึกเพลิงฟ้าไปอีกสองก้อน
รอยแยกห้วงมิตัิเหล่านั้นที่มีเปลวเพลิงพุ่งออกมาก็ได้แตั่ยืนหยัดอยู่ เพียงครู่เดียว
ไม่นานก็ไม่มีแสงเปลวเพลิงที่มหัศจรรย์แลบออกมาจากในรอยแยก ห้วงมิตัิอีก
เกราะมังกรเพลิงที่ช่วงชิงเอาผ่ลึกเพลิงฟ้าไปได้หลายก้อนเมื่อบรรลุ เป้าหมายและพบว่าไม่ได้รับผ่ลพวงใดๆ อีกแล้วก็วิเคราะห์ปราณของเนี่ย เทียน ก่อนจะบินพรวดไปหาเขา
“ตัาม!”
“นี่คืออาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณที่เกิดขึ้นในเทือกเขาฮว้านคง! ใครที่เอามาได้ก็คือความโชคดีอย่างใหญ่หลวงของคนผู่้นั้น!”
“อาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณระดับนี้หากเจ้านายของมันอยู่ที่นี่ไม่ ช้าก็เร็วตั้องเผ่ยตััวแน่นอน! หากเจ้าของไม่ปรากฏตััวก็หมายความวัตัถุชิ้น นี้ยังไม่มีนาย!”
คนเหล่านั้นโหวกเหวกเสียงดัง ตั่างก็ไล่กวดไปยังทิศทางที่เกราะ มังกรเพลิงหนีไปอย่างบ้าคลั่งด้วยดวงตัาแดงก่ำา
ในสายตัาของพวกเขา ผู่้ที่สามารถครอบครองอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยง วิญญาณเช่นนี้ได้อย่างน้อยก็ตั้องเป็นผู่้แข็งแกร่งที่มีเขตัลี้ลับ
บุคคลเช่นนี้หากอยู่ในบริเวณใกล้เคียงสามารถเปิดเผ่ยตััวตันได้ อย่างตัรงไปตัรงมา และช่วงชิงเอาผ่ลึกเพลิงฟ้าทั้งหมดไปเป็นของตััวเอง
ไม่มีเจ้านายเผ่ยตััวนั่นก็หมายความว่าอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณ ที่อยู่ๆ ก็โผ่ล่ออกมานี้อาจจะยังไม่มีเจ้าของ
อาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณที่ไม่มีเจ้าของ ขอแค่พวกเขาที่ไม่ว่า ใครก็ตัามซึ่งฝึกคาถาธาตัุเปลวเพลิงได้รับไปก็ล้วนสามารถผ่สานมันเข้า กับเรือนกายได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับศักยภาพของ พวกเขาได้อีกหลายเท่า!
“ฟิ้ว!”
เกราะมังกรเพลิงที่ได้รับผ่ลึกเพลิงฟ้ามาหลายก้อนห้อทะยานมา หยุดอยู่ข้างกายเนี่ยเทียน ก่อนจะหายกลับเข้าไปอยู่ในกำาไลเก็บของอีก ครั้ง
และเวลานี้เนี่ยเทียนก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ดังตัามมาด้าน หลัง
“หาเรื่องมาใส่หัวข้าจริงๆ!”
เนี่ยเทียนพึมพำา แตั่ก็ไม่ได้ลนลาน เขารีบใช้พลังดวงดาวในร่างกาย กระตัุ้นเวทลับคาถาดาวเปล่งประกายระยะทางไกลทันที
“พรวด!”
เขาที่กระอักเลือดสดออกมาหนึ่งคำารู้สึกว่าฟ้าดินพลิกกลับ พอจะ มองเห็นได้อย่างเลือนรางว่าสภาพทิวทัศน์รอบกายพุ่งผ่่านเขาไปไกลอย่าง รวดเร็ว
เขาคล้ายคนที่เหาะเหินบนก้อนเมฆ เจ็บร้าวไปทั่วเรือนกาย หลบ หนีไปไกลจากพื้นที่เดิม
“ปัง!”
พริบตัาเดียวเขาก็มาโผ่ล่อยู่ข้างธารน้ำาแห่งหนึ่งในหุบเขาด้วย อาการเวียนหัวตัาลาย
แค่ตัรวจสอบอาการบาดเจ็บเล็กน้อยเขาก็ปลุกระดมจิตัใจให้ ฮึกเหิม รอจนทิพย์จักษุทั้งเจ็ดข้างค่อยๆ กลับคืนมาดังเดิมก็รีบขยับตััวใช้ ความเร็วที่มากที่สุดหนีไป