ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 327 คนเยอะคือภัย
เนี่ยเทียนมีสีหน้าตัะลึงพรึงเพริด
ผู่้ฝึกลมปราณเผ่่ามนุษย์ในดินแดนดาวตักแทบทุกคนล้วนเข้าใจ ดีว่าดินแดนดาวตักไม่ใช่ทั้งหมดของโลกใบนี้
อีกทั้งคนมากมายล้วนรู้ชัดเจนว่าช่วงเวลาแรกเริ่มสุดของดิน แดนดาวตักไม่ใช่ที่อยู่ของเผ่่ามนุษย์ แตั่เป็นแดนสุขาวดีของพวกชนเผ่่า ชั่วร้าย
เทือกเขาฮว้านคงของอาณาจักรเลี่ยคงเดิมทีก็คือหนึ่งในสถานที่ ที่ลึกลับที่สุดของดินแดนดาวตัก ทั้งยังสามารถมองมันเป็นหน้าตั่างบาน หนึ่งที่เปิดออกสู่โลกภายนอกได้อีกด้วย
รอยแยกห้วงมิตัิมากมายที่ปรากฏอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงเชื่อม โยงไปทั่วทุกหนแห่ง มีทั้งที่สามารถทอดตัรงไปยังอาณาจักรของเผ่่าชั่ว ร้าย และก็มีทั้งสถานที่ที่มุ่งตัรงไปสู่ดินแดนลึกลับแห่งความตัาย
คนมากมายที่ค้นหาฟ้าดินแห่งใหม่เจอก็เพราะรอยแยกห้วงมิตัิ เหล่านั้น
แรกเริ่มเดิมที โลกมายามรกตัก็ถูกบุกเบิกจากเทือกเขาฮว้านคง เช่นกัน
และก็เพราะเหตัุนี้ การที่อาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณปรากฏ ขึ้นในเทือกเขาฮว้านคงจึงไม่มีใครรู้สึกแปลกใจ ทุกคนตั่างก็รู้สึกว่าเป็น เรื่องที่สมเหตัุสมผ่ลดีแล้ว
ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเรื่องทำานองเดียวกันนี้เกิดขึ้นในเทือกเขาฮว้า นคง
อาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณที่ไม่มีเจ้าของถูกคนคาดเดากันไป ว่ามันตักลงมาจากอาณาจักรลึกลับบางแห่งผ่่านรอยแยกห้วงมิตัิบางรอย
อาณาจักรหรือดินแดนลึกลับที่มีผู่้แข็งแกร่งเข้าออกก็เหมือน อาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณที่ทำาให้ขั้วอิทธิพลใหญ่ๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ทั่ว เทือกเขาฮว้านคงพากันตัาแดงก่ำาด้วยความกระหายอยากครอบครอง
และก็ด้วยเหตัุนี้ พื้นที่ของเปลวอัคคีซึ่งมีอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยง วิญญาณปรากฏตััวจึงเตั็มไปด้วยผู่้คนวุ่นวาย
ขณะที่ไฉ่โยวเล่าถึงอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนั้นรวมไป ถึงดินแดนลึกลับที่อาจจะดำารงอยู่ให้เนี่ยเทียนฟังด้วยสีหน้าฮึกเหิม เนี่ย เทียนกลับไอแห้งๆ สองครั้งแล้วอยู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า “เอ่อ พวกเจ้ารู้หรือไม่ ว่าสื่อฮุยมีการตัิดตั่อกับคนของเปลวอัคคีเป็นการส่วนตััว?”
ประโยคนี้ดังออกมา ไฉ่โยวแค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง ก่อนจะกล่าว ด้วยสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ราวกับคนกินแมลงวันเข้าไป “ฉีฉีเล่าให้ข้า ฟังแล้ว สื่อฮุยเป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดเรา ได้รับความนับถือ จากกะโหลกเลือด แตั่กลับสมคบคิดกับเปลวอัคคี คนผู่้นี้และขุนนางตั่าง ถิ่นหลายคนที่สนิทสนมกับเขาตั่างก็ถูกพวกเราถอนตัำาแหน่งแล้ว”
“นับจากนี้เขาไม่ใช่ขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดเราอีก แล้ว!”
กูนอวี่เองก็มีสีหน้าไม่น่ามอง “ตัอนที่สื่อฮุยอยู่ในกะโหลกเลือด ของพวกเรามักชอบดึงคนอื่นให้มาเป็นพรรคพวก ถีบเขาออกจากกะโหลก เลือดก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำาหรับพวกเรา”
เนี่ยเทียนรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยจึงพูดขึ้นด้วยน้ำาเสียง ขออภัย “ข้าเองก็มีส่วนผ่ิด หากไม่เป็นเพราะข้าไปทำาให้สื่อหนันหลาน ชายของเขาบาดเจ็บหนักในสนามประลองเลือด เขาก็อาจจะไม่ออกจาก กะโหลกเลือดไปเร็วขนาดนี้”
สื่อฮุยมีตับะตั้นสวรรค์ช่วงท้าย ห่างจากเขตัสามัญอีกไม่ไกล แล้ว บุคคลเช่นนี้มีไม่มากนักในบรรดาขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด
เมื่อสูญเสียสื่อฮุยไป ทั้งยังมีพวกขุนนางตั่างถิ่นที่ความสัมพันธ์ ไม่ธรรมดากับเขาเหล่านั้น ถือว่าเป็นการโจมตัีที่ไม่เล็กสำาหรับกองกำาลัง ขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด
เขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย รู้สึกว่าตันเป็นสาเหตัุทำาให้กะโหลก เลือดได้รับความเสียหาย
“ไม่เกี่ยวกับเจ้าเท่าไหร่หรอก” กูนอวี่ส่ายหน้าเบาๆ ขมวดคิ้ว กล่าวว่า “ตั่อให้ไม่มีเจ้า สักวันเขาก็ตั้องไปจากกะโหลกเลือดอยู่ดี คนผู่้นี้มี ความทะเยอทะยานสูงเกินไป สิ่งที่เขาตั้องการครอบครองมีมากมาย ท่าน ผู่้นำารำาคาญเขามานานแล้ว เขาคิดจะไปอยู่กับเปลวอัคคีก็ปล่อยเขาไป เถอะ วันหน้ายังมีโอกาสที่ตั้องได้เจอกันอีก”
พูดคุยกับไฉ่โยวและกูนอวี่ง่ายๆ อยู่สองสามประโยค คนกลุ่มนี้ ของกะโหลกเลือดก็หยุดพักเพื่อฟื้นตััว
เนี่ยเทียนและเผ่ยฉีฉียืนอยู่ข้างกันอย่างเป็นธรรมชาตัิ
ในด้านของสถานะ คนทั้งสองตั่างก็เป็นขุนนางตั่างถิ่นของ กะโหลกเลือด ไม่ถือว่าเป็นสมาชิกที่แท้จริง บวกกับที่เดิมทีเนี่ยเทียนก็มา จากที่เดียวกับเผ่ยฉีฉีและหลีเหย่อยู่แล้ว คนของกะโหลกเลือดจึงมองว่า พวกเขาคือพวกเดียวกัน
“ขอบเขตัของเจ้าฝึ่าทะลุแล้วรึ?” เผ่ยฉีฉีพูดขึ้นด้วยน้ำาเสียง เฉยชา
เนี่ยเทียนพยักหน้าพร้อมอมยิ้มน้อยๆ “โชคดีไม่น้อย หลังจากที่ แยกกับเจ้า ข้าก็หากุญแจสำาคัญในการฝึ่าทะลุขอบเขตัเจอในพื้นที่ตั้อง ห้ามแห่งชีวิตัและเหยียบย่างเข้าสู่กลางสวรรค์ช่วงกลางได้อย่างราบรื่น”
เหมือนจะรู้ว่าตั้องเป็นแบบนี้แตั่แรก เผ่ยฉีฉีจึงไม่ตักใจเท่าใดนัก นางเหลือบตัามองกลุ่มคนของกะโหลกเลือดที่ห่างออกไปไกลหนึ่งครั้ง แล้ วอยู่ๆ ก็พูดขึ้นเบาๆ ว่า “อาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนั้นมาจากเจ้า ใช่หรือไม่?”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับเงียบๆ
“ข้าว่าแล้วเชียว” เผ่ยฉีฉีถลึงตัาใส่เขา
เนี่ยเทียนหัวเราะแหะๆ
“ตั่อไปหากกล้าเล่นลูกไม้กับข้า จากไปโดยไม่ลาข้าอีก ข้าจะ ไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!” เผ่ยฉีฉีกล่าวอย่างขุ่นเคือง
เนี่ยเทียนตัะลึง
“ตัอนที่จากไปเจ้าได้รับคำาอนุญาตัจากข้าหรือยัง?” เผ่ยฉีฉีขบ ฟันขาวสะอาดของตััวเอง เห็นว่าเขายังไม่เข้าใจนางก็ยิ่งเดือดดาล ดวงตัา กระจ่างราวดวงดาราของนางเปล่งประกายเย็นเยียบ “เจ้ากังวลว่าข้าจะรู้ ความลับของเจ้า หรือกลัวว่าข้าจะตัิดร่างแหไปด้วย?”
ก่อนหน้านี้เนี่ยเทียนใช้คาถาดาวเปล่งประกายระยะสั้นตัิดตั่อกัน ถึงสามครั้งจึงแทบจะหายไปจากเส้นสายตัาของนางในชั่วพริบตัาเดียว
เนี่ยเทียนแค่ทิ้งคำาบอกลาเร่งร้อนเอาไว้ ไม่เปิดโอกาสให้นางเอ่ย คำาใด นั่นทำาให้นางโมโหอยู่ในใจ
“เอ่อ ข้ากลัวว่าจะเกิดเรื่องกับเจ้า” เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน “มีสื่อฮุ ยอยู่ด้วย พวกขุนนางตั่างถิ่นคนอื่นๆ ก็อยู่ แถมยังมีคนของเปลวอัคคี ข้า รู้สึกว่าข้าสามารถเอาตััวรอดได้ ข้ากลัวว่าหากเจ้าตัามไปด้วยคงพาตััว ออกมาไม่ได้ง่ายขนาดนั้น อย่างไรซะสถานที่แห่งนี้ก็อยู่ในขอบเขตัอิทธิพล ของเปลวอัคคี ตั่อให้เจ้าจะเชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิตัิก็อาจจะยุ่งยากเล็ก น้อย”
ในสายตัาของเขา ทุกอย่างที่เขาทำาไปล้วนเป็นเพราะหวังดีตั่อ เผ่ยฉีฉี เขาไม่รู้ว่าเหตัุใดหญิงสาวผู่้นี้ถึงได้โกรธเขา
“ข้าเกลียดการถูกคนอื่นทอดทิ้ง!” เผ่ยฉีฉีกล่าวเสียงเย็นชา “โดยเฉพาะใช้ข้ออ้างว่าทำาไปเพราะหวังดีตั่อข้า!”
ขณะที่พูดประโยคนี้ ดวงตัาวาววับของนางมีความเสียใจและ ขมขื่นวาบผ่่านคล้ายอยู่ๆ ก็ย้อนนึกถึงความทรงจำาที่ไม่ดีเมื่อครั้งอดีตั
เนี่ยเทียนมองนางด้วยสายตัาลึกล้ำา นึกถึงตัอนที่อยู่ในตัำาหนัก หินใตั้บาดาล ครั้งนั้นนางฝึันร้าย ทั้งยังร้องไห้น้ำาตัาไหลอาบแก้ม สะอึก สะอื้นเรียกหาพ่อแม่
เนี่ยเทียนพลันตัระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง เขาพยักหน้ารับ เบาๆ แล้วกล่าวขอโทษด้วยความจริงใจ “ข้าขอโทษ คราวหน้าจะไม่ทำา แบบนั้นอีกแล้ว”
เผ่ยฉีฉีกลับมามีท่าทางเย็นชาเฉกเช่นปกตัิ “ข่าวที่เจ้าปรากฏ ตััวในเทือกเขาฮว้านคงถูกพวกคนที่สนิทสนมกับสื่อฮุยแพร่กระจายออกไป แล้ว ไม่เพียงแตั่สื่อฮุยเท่านั้นที่อยากเล่นงานเจ้า ได้ยินว่าหลี่หลางเฟิงก็ กำาลังตัามหาตััวเจ้าเช่นกัน และยังมีสตัรีผู่้นั้นของคมเขี้ยวที่ดูเหมือนว่าจะ เข้ามาที่นี่ด้วย”
“มาก็มาสิ” เนี่ยเทียนไม่ยี่หระ
“ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเจ้าไปเอาความมั่นใจมาจากไหน” เผ่ยฉีฉี ตัะลึงระคนแปลกใจ แล้วก็พูดขึ้นมาอีกว่า “เซวียหลงก็มาด้วย เมื่อสอง วันก่อนเขาก็อยู่ในกลุ่มของพวกเรา เขาถามข่าวเจ้าจากข้า บอกข้าว่ามี
ธุระจะคุยกับเจ้า หากข้าเจอเจ้าก็ให้บอกกับเจ้าว่าอย่าเพิ่งไปไหน เขายัง จะมาอีกครั้ง”
“เซวียหลง?” เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว “เขามาหาข้าด้วยธุระอันใด? ตัอนที่ข้ากลับจากป่ารกร้างไปยังเมืองโพ่เมี่ย เขาไล่ตัามหลี่หลางเฟิงไป ไม่ใช่หรือ? ภายหลังข้าก็ไม่ได้ยินข่าวว่าเขากลับไปเมืองโพ่เมี่ยนี่นา”
“เขาอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงมาโดยตัลอด” เผ่ยฉีฉีกล่าว
“อ้อ” เนี่ยเทียนที่เดิมทีคิดจะรีบกลับเมืองโพ่เมี่ยเพื่อไปบอก เรื่องการบรรลุตัราประทับสะเก็ดดาวดวงที่หนึ่งของตััวเอง และยังมีเรื่องที่ หนิงหยางอยู่ในพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตัให้หูหรงแห่งพรรคคิชฌกูฏทราบ พอได้ยินเผ่ยฉีฉีบอกอย่างนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ตักลง ข้าจะรอ เขาอีกสามสี่วันก็แล้วกัน ดูสิว่าเขาตั้องการเจอข้าด้วยเรื่องอันใด”
หลายวันหลังจากนั้นเนี่ยเทียนก็อยู่กับคนของกะโหลกเลือดและ เคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณโดยรอบ
เพราะรู้ดีว่าเป้าหมายที่ทุกคนตัามหาก็คือเกราะมังกรเพลิงที่ ซ่อนตััวอยู่ในกำาไลเก็บของของเขา เขาจึงไม่สนใจเรื่องการตัามหาเลย แม้แตั่นิดเดียว
หลังจากที่ฝึ่าทะลุขั้น น้ำาวนพลังวิญญาณตั่างธาตัุมากมายของ เขาล้วนสามารถรวบรวมตั่อไปได้อย่างตั่อเนื่อง ดังนั้นเขาจึงมีเรื่อง มากมายให้ตั้องทำา
นอกจากไม่ได้ฝึกคาถาสะเก็ดดาวแล้ว หลายวันที่ผ่่านมานี้เขา จะตั้องใช้หินวิเศษหลายชนิดมาชุบหลอมพลังวิญญาณตั่างธาตัุทั้งวันทั้ง คืน
กะโหลกเลือดคือหนึ่งในสามขั้วอิทธิพลที่แข็งแกร่งที่สุดของ เทือกเขาฮว้านคง พวกเขามาเดินอยู่ในขอบเขตัอิทธิพลของเปลวอัคคี อย่างไม่เกรงกลัวแม้แตั่น้อย
ผู่้ฝึกลมปราณที่ฝึกตันตัามลำาพังหรือไม่ก็จับกลุ่มกันมา เมื่อได้ เห็นธงของกะโหลกเลือดโบกสะบัดตั่างก็พากันหลีกห่างไปไกลนานแล้ว
หม่าจิ่วแห่งเดือนดับ เนื่องจากคราวก่อนปฏิบัตัิหน้าที่ผ่ิดพลาด ในเทือกเขาฮว้านคงก็ดูเหมือนว่าจะถูกเดือนดับลดตัำาแหน่งแล้ว
ตัอนนี้คนที่รับผ่ิดชอบเทือกเขาฮว้านคงของเดือนดับจึงเปลี่ยน คนเรียบร้อยแล้ว ค่ายกลนำาส่งแห่งมิตัิของเดือนดับก็อยู่ในขั้นตัอนการ สร้างขึ้นมาใหม่ ศักยภาพของพวกเขาจึงอ่อนด้อยมากที่สุด
เนื่องจากผู่้ที่มาเยือนครั้งนี้ของกะโหลกเลือดมีฝึีมือแข็งแกร่ง ก่อนหน้าที่ยังหาอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนั้นไม่พบ และรอยแยก ห้วงมิตัิที่พิเศษนั้นยังไม่เปิดออก แม้แตั่คนของเดือนดับและเปลวอัคคีเองก็ ยังไม่มีความคิดจะประมือกับกะโหลกเลือด
ตั่อให้เดือนดับจะอยากแก้แค้นมากแค่ไหนแตั่ก็ยังตั้องทนข่ม กลั้นเอาไว้ ครั้งก่อนที่ปะหน้ากับกะโหลกเลือด เดือนดับก็เป็นฝึ่ายถอยห่าง ออกไปก่อน
หลายวันตั่อจากนั้นทุกคนล้วนอยู่กันอย่างสงบสุข และไม่มีใคร ค้นพบสิ่งใดในพื้นที่แห่งนี้
ผ่่านไปอีกวัน เซวียหลงก็มาเยือนตัามคำาบอก
เมื่อเซวียหลงมาถึงก็แสดงท่าทีว่าตั้องการพูดคุยกับเนี่ยเทียน เป็นการส่วนตััว เนี่ยเทียนเองก็ตัอบรับ
เซวียหลงพาเนี่ยเทียนมายังสถานที่ที่ค่อนข้างห่างไกลจากคน ของกะโหลกเลือดอย่างพวกกูนอวี่ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นด้วยสีหน้า เคร่งเครียด “พรรคคิชฌกูฏไหว้วานให้ข้าช่วยเจ้าทำาธุระเรื่องหนึ่ง”
“ท่านคือคนของพรรคคิชฌกูฏ?” เนี่ยเทียนตักใจ
“ไม่ใช่” เซวียหลงส่ายหน้า “ข้าแค่ตัิดค้างพรรคคิชฌกูฏ เท่านั้น”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง” เนี่ยเทียนกล่าว
“ฟิ้ว!”
เงาร่างผ่อมแห้งร่างหนึ่งพลันปรากฏตััวด้านหลังตั้นไม้ ดึกดำาบรรพ์ที่แห้งโกรนตั้นหนึ่ง เขามองเนี่ยเทียนด้วยสีหน้าซับซ้อน แค่น เสียงกล่าวว่า “เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์เพทุบาย! พวกเราเจอกันอีกแล้วนะ!”
“หลี่หลางเฟิง!” เนี่ยเทียนตัะลึงพรึงเพริดหน้าถอดสี