ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 328 ผู่้ช่วยสองคน
การปลดปล่อยทิพย์จักษุออกไปตั้องเผ่าผ่ลาญพลังจิตัและ พลังจิตัวิญญาณเล็กน้อย
เนื่องจากช่วงที่ผ่่านมานี้เขาอยู่กับกะโหลกเลือดตัลอดเวลา อีก ทั้งกะโหลกเลือดก็คือผู่้พิชิตัในเทือกเขาฮว้านคง เขาจึงไม่จำาเป็นตั้องกังวล ว่าจะเจอกับปัญหาอะไร
ดังนั้นตัอนที่อยู่กับกะโหลกเลือด เขาเลยไม่ได้ปล่อยทิพย์จักษุ ออกมารับสัมผ่ัสความเคลื่อนไหวรอบด้าน
อีกทั้งตัอนนี้พวกคนของกะโหลกเลือดก็อยู่ห่างไปไม่ไกล แน่นอนว่าเขายิ่งไม่มีความจำาเป็นให้ตั้องสร้างทิพย์จักษุขึ้นมา
ด้วยเหตัุนี้เขาจึงสัมผ่ัสไม่ได้ถึงการดำารงอยู่ของหลี่หลางเฟิง
การที่อยู่ๆ หลี่หลางเฟิงก็โผ่ล่พรวดออกมาทำาให้เขาเข้าใจไปว่า เซวียหลงคิดจะเล่นงานเขา หน้าจึงพลันเปลี่ยนสี ทั้งยังสร้างสนามแม่ เหล็กยุ่งเหยิงขึ้นมาทันที แถมยังเตัรียมจะตัะโกนขอความช่วยเหลือ
“หัวเทียน!” เซวียหลงรีบร้องห้ามด้วยเสียงตัวาดเบาๆ “หลี่ หลางเฟิงเป็นเหมือนข้าที่ได้รับการไหว้วานจากพรรคคิชฌกูฏ พวกเรา สองคนคิดจะร่วมมือกันช่วยเจ้ารับมือกับหนิงหยาง!”
ประโยคนี้ดังขึ้น เนี่ยเทียนสงบสตัิได้ทันที
แตั่เขาก็ยังรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยกับหลี่หลางเฟิง สนามแม่ เหล็กยุ่งเหยิงถูกแทนที่ด้วยแสงจากกำาไลหยกสีเขียวที่ปกป้องรอบกาย
หลี่หลางเฟิงที่เผ่ยกายจากมุมมืดยังคงมีสีหน้าซีดขาวราวกับคน ป่วย เขาไอเบาๆ คล้ายรู้ว่าเนี่ยเทียนกังวลเรื่องอะไร ดังนั้นจึงไม่ได้รีบร้อน ที่จะขยับเข้ามาใกล้
“ข้ากับพรรคคิชฌกูฏมีการแลกเปลี่ยนกัน การแลกเปลี่ยนนี้ก็ คือช่วยเจ้ารับมือกับหนิงหยาง” หลี่หลางเฟิงแค่นเสียงเย็นกล่าวว่า “และ หลังจากจบเรื่อง เจ้าเองก็จำาเป็นตั้องใช้เวลาช่วงหนึ่งช่วยในการฝึก บำาเพ็ญตับะของข้า”
เซวียหลงอธิบาย “หนิงหยางแห่งวิมานสวรรค์มีตับะตั้นสวรรค์ ช่วงท้าย เป็นบุคคลที่ย่างเข้าสู่เขตัสามัญมาครึ่งก้าวแล้ว เขามาจากวิมาน สวรรค์ ไม่เพียงแตั่มีคาถาวิเศษที่แปลกประหลาดตัิดตััว ทั้งยังครอบครอง อาวุธวิเศษระดับสูง บุคคลเช่นนี้ข้าไม่มั่นใจว่าจะจัดการเขาได้เพียงลำาพัง มีเพียงร่วมมือกับหลี่หลางเฟิงเท่านั้นถึงจะมีความเป็นไปได้”
“พรรคคิชฌกูฏ…” เนี่ยเทียนแอบตักตัะลึง
สำาหรับองค์กรลึกลับอย่างพรรคคิชฌกูฏนี้ ก่อนหน้านั้นเขาไม่ เคยได้ยินมาก่อนจึงไม่รู้เบื้องหลังและศักยภาพขององค์กรนี้
ทว่าเมื่ออยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง พรรคคิชฌกูฏกลับมีความ สามารถที่จะเชิญตััวให้เซวียหลงขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดมาช่วย
และยังโน้มน้าวหลี่หลางเฟิงแห่งเดือนดับได้สำาเร็จจนหลี่หลางเฟิงยอมวาง ความขัดแย้งส่วนตััวกับเขาลง เปลี่ยนมาทำาการแลกเปลี่ยนกับเขาแทน
จากการแอบสังเกตัการณ์ เขาก็ตัระหนักได้ว่าพรรคคิชฌกูฏนี้ เกรงว่าคงมีรากฐานลึกล้ำาอย่างยิ่ง
ในพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตัทางฝึัยงตัะวันออกของซากปรักหักพัง เขาเคยใช้ทิพย์จักษุตัรวจสอบหนิงหยางมาก่อน และบังเกิดความกริ่งเกรง ในตััวหนิงหยางอย่างถึงที่สุด
เขาแอบรู้สึกได้ว่าพลังในการตั่อสู้ที่หนิงหยางแห่งวิมานสวรรค์ สามารถสำาแดงออกมาได้น่าจะเหนือกว่าคนที่มีตับะตั้นสวรรค์ช่วงท้าย ระดับเดียวกันกับเขา
ตั่อให้เป็นหลี่หลางเฟิงและเซวียหลง หากคิดจะรับมือกับเขา เพียงลำาพังก็ใช่ว่าจะสามารถเอาชนะหนิงหยางได้
แตั่หากพวกเขาสองคนร่วมมือกัน เซวียหลงและหลี่หลางเฟิงที่ ตั่างก็เป็นบุคคลโดดเด่นในบรรดาคนระดับเดียวกันบางทีอาจจะพอกำาราบ
หนิงหยาง และช่วงชิงเอาตัราประทับสะเก็ดดาวดวงหนึ่งมาจากร่างของ หนิงหยางได้
พอคิดถึงตัราประทับสะเก็ดดาว สีหน้าเขาก็เปลี่ยนมาเป็น ฮึกเหิม พลันกล่าวว่า “พวกท่านรู้อะไรบ้าง?”
“พวกเรารู้แค่ว่าพรรคคิชฌกูฏตั้องการตัราประทับสะเก็ดดาวที่ อยู่บนร่างของหนิงหยาง เพราะดูเหมือนพวกเขาจะจัดการธุระให้กับวิมาน สวรรค์” เซวียหลงพูดด้วยดวงตัาโชนแสง “จากคำาบอกของพรรคคิชฌ กูฏ บนร่างของเจ้ามีวัตัถุที่มหัศจรรย์บางอย่างซึ่งอาจจะสามารถตัามหา ตััวหนิงหยางเจอ หากเฉือนเอาตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นมาจากร่าง ของหนิงหยางได้ก็ให้มอบให้แก่เจ้า”
ข้อมูลที่พรรคคิชฌกูฏบอกมามีจำากัด แตั่เรื่องเกี่ยวกับหนิงหยาง และเรื่องที่หนิงหยางเดินออกจากวิมานสวรรค์กลับโด่งดังไปทั่วจนเซวีย หลงเองก็ยังได้ยินเข้าหู
แน่นอนเขาย่อมรู้ว่าตั้นกำาเนิดของปัญหาทุกอย่างล้วนอยู่ที่ตัรา ประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นบนร่างของหนิงหยาง
ตัราประทับสะเก็ดดาวยังเกี่ยวข้องกับคนผู่้หนึ่ง คนผู่้นั้นมีนาม ว่าเนี่ยเทียน นั่นคือเด็กหนุ่มคนหนึ่งของอาณาจักรหลีเทียนที่อยู่ดีๆ ก็ หายตััวไปนาน จนถึงกระทั่งตัอนนี้วิมานสวรรค์และสำานักผู่้ฝึกลมปราณ ใหญ่ตั่างๆ ก็ยังคงตัามหาคนที่ชื่อเนี่ยเทียนผู่้นั้น
เนี่ยเทียน หัวเทียน ตัราประทับสะเก็ดดาว หนิงหยาง…
เมื่อนำาเรื่องราวเหล่านี้มาปะตัิดปะตั่อกัน อันที่จริงเซวียหลงเอง ก็เดาออกถึงตััวตันที่แท้จริงของเนี่ยเทียนแล้ว เพียงแตั่เขาไม่ได้พูดออกมา อย่างชัดเจนก็เท่านั้น
“พวกท่านกล้าลงมือกับหนิงหยางจริงๆ รึ?” เนี่ยเทียนกล่าว อย่างแคลงใจ
เซวียหลงเงียบงันไปครู่ถึงได้ตัอบว่า “หากหนิงหยางไม่ได้มา จากวิมานสวรรค์ ทั้งยังเป็นศิษย์ผู่้ทรงเกียรตัิของวิมานสวรรค์ ข้าไม่มี ความกล้ามากพอจะลงมือกับเขาหรอก”
กล่าวมาถึงตัรงนี้เขาก็เหลือบตัามองหลี่หลางเฟิงหนึ่งครั้งแล้ว กล่าวตั่อว่า “พี่หลี่น่าจะมีความกล้านี้”
“แตั่วันนี้ไม่เหมือนในอดีตั หนิงหยางเพิกเฉยตั่อคำาสั่งของวิมาน สวรรค์ นี่ก็เท่ากับว่าเขาแตักหักกับวิมานสวรรค์แล้ว บวกกับที่มีการ รับรองจากพรรคคิชฌกูฏ ข้าจึงรู้สึกว่านี่ไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่มากนัก” เซ วียหลงเปลี่ยนหัวข้อพูดขึ้นมาใหม่ว่า “แตั่ข้าขอพูดให้ชัดเจนก่อนตัั้งแตั่ แรกนะ ข้าแค่ช่วยเจ้าช่วงชิงเอาตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นมาจากตััว ของหนิงหยางเท่านั้น แตั่จะไม่สังหารเขาเด็ดขาด!”
“ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ยังเป็นคนของวิมานสวรรค์ ความเป็น ความตัายของเขาสุดท้ายแล้วก็ยังตั้องให้วิมานสวรรค์เป็นคนตััดสิน ข้าไม่ อยากมีเรื่องกับวิมานสวรรค์หรอกนะ!”
“เซวียหลง เจ้าจะทำาอะไรก็มัวแตั่กังวลนู่นนี่นั่น นี่คือจุดที่เจ้าสู้ ข้าไม่ได้” หลี่หลางเฟิงที่เงียบมานานเอ่ยเสียดสี “ในใจมีความกังวล มากมาย เจ้าถึงไม่ใช่คู่ตั่อสู้ของข้า หากข้าเป็นเจ้า ปีนั้นตัอนที่อยู่อาณา จักรป่ายจั้น ข้าคง…” ประโยคหลังของเขาไม่ได้พูดออกมาอย่างชัดเจน
เซวียหลงกลับมีสีหน้าเย็นชา “เรื่องของข้าไม่จำาเป็นตั้องให้เจ้า มาวิจารณ์!”
“อาณาจักรป่ายจั้น…” เนี่ยเทียนสีหน้ากระตัุก
เขาแอบฟังบทสนทนาของซ่งลี่และหันมู่ รู้ว่าซ่งลี่รู้จักกับเซวีย หลงมาก่อน แล้วก็รู้ด้วยว่าชื่อจริงของเซวียหลงไม่ใช่ชื่อนี้
ดูเหมือนว่าหลี่หลางเฟิงจะรู้ความเป็นมาของเซวียหลง พอได้ ยินว่าเขามาจากอาณาจักรป่ายจั้น นี่จึงทำาให้เนี่ยเทียนเดาออกว่าซ่งลี่และ หันมู่แห่งคมเขี้ยวก็น่าจะมาจากอาณาจักรป่ายจั้นเช่นกัน
“หนิงหยางอยู่ที่พื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตัทางฝึัยงตัะวันออกของ ซากปรักหักพัง” เนี่ยเทียนโพล่งขึ้นกะทันหัน
เซวียหลงดวงตัาเป็นประกาย กล่าวว่า “เจ้ารู้ก็ดีแล้ว! เวลาไม่ คอยใคร พวกเราไปกันเดี๋ยวนี้เลย รีบชิงเอาตัราประทับสะเก็ดดาวมา ตัั้งแตั่ตัอนที่หนิงหยางยังอยู่ในขั้นตั้นสวรรค์ ข้าได้ยินมานานแล้วว่าคนผู่้นี้
หากไม่เป็นเพราะถูกพันธนาการด้วยตัราประทับสะเก็ดดาว เกรงว่าคงฝึ่า ทะลุไปถึงเขตัลี้ลับได้แล้ว”
เห็นได้ชัดว่าเขาหวาดเกรงหนิงหยางอย่างมาก
“มีแค่พวกท่านสองคนรึ?” เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว
“พวกเราสองคนก็พอแล้ว” เซวียหลงยิ้มน้อยๆ “ฝึีมือของพี่หลี่ ข้านั้นรู้ดี เขากับหนิงหยางมีฝึีมือไม่ตั่างกันเท่าไหร่นัก บวกข้าเข้าไปอีกคน จัดการหนิงหยางก็ไม่ใช่ปัญหาอีกตั่อไป”
“ไม่พอ” เนี่ยเทียนส่ายหัว ก่อนจะบอกปัญหาให้ทุกคนรับรู้ “ข้างกายหนิงหยางยังมีขุนนางตั่างถิ่นของเปลวอัคคีอีกคนหนึ่ง ขอบเขตั ของคนผู่้นั้นก็คือตั้นสวรรค์ช่วงท้ายเหมือนกัน อีกทั้งยังมาจากวิมาน สวรรค์ด้วย เขาคือลูกศิษย์ที่วิมานสวรรค์ทอดทิ้ง ข้ายังรู้ด้วยว่าหนิงหยาง เรียกคนผู่้นั้นว่าศิษย์พี่ เขาไม่น่าจะมีฝึีมืออ่อนด้อยไปกว่าพวกท่านเท่าใด นัก”
“เจ้าเห็นคนผู่้นั้นมาก่อน?” เซวียหลงหน้าเปลี่ยนสี “เจ้าพอจะ บอกรูปร่างของคนผู่้นั้นให้ข้าฟังคร่าวๆ ได้ไหม”
เนี่ยเทียนอธิบายรูปร่างของคนผู่้นั้นที่หนิงหยางเรียกว่าศิษย์ ผ่่านคำาพูดโดยอาศัยความทรงจำาของเขา
ฟังคำาอธิบายของเขาจบ หลี่หลางเฟิงและเซวียหลงตั่างก็พากัน หน้าถอดสี ร้องตัะโกนขึ้นมาพร้อมกันว่า “ถงเจี้ยนเฟิง!”
“พวกท่านรู้จักคนผู่้นั้นรึ?” เนี่ยเทียนตัะลึงระคนแปลกใจ
เซวียหลงมีสีหน้าเคร่งเครียด หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม “ถง เจี้ยนเฟิงน่าจะเป็นชื่อปลอม เขาคือขุนนางตั่างถิ่นของเปลวอัคคี ตัำาแหน่ง ของคนผู่้นี้ในบรรดาขุนนางตั่างถิ่นของเปลวอัคคีไม่ตั่างจากตัำาแหน่งของ พี่หลี่ในเดือนดับ ฝึีมือของคนผู่้นี้น่าจะสูสีกับพี่หลี่ หรือบางทีอาจจะ แข็งแกร่งกว่าข้าเล็กน้อยด้วย”
“หากเขาอยู่กับหนิงหยาง ด้วยกำาลังของพวกเราสองคนก็คง จัดการพวกเขาไม่ได้จริงๆ”
เมื่อรู้ว่าข้างกายหนิงหยางยังมีถงเจี้ยนเฟิงแห่งเปลวอัคคีอยู่ด้วย แม้แตั่หลี่หลางเฟิงก็ยังเงียบงันไป
“สถานการณ์เปลี่ยนแปลง ตัอนนี้คงยังไม่สามารถไปยังพื้นที่ ตั้องห้ามแห่งชีวิตัทางฝึัยงตัะวันออกของซากปรักหักพังได้” เซวียหลง ใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่แล้วจึงกล่าวว่า “ข้าจะตัิดตั่อกับพรรคคิชฌกูฏเพื่อ บอกเรื่องนี้ให้พวกเขาทราบทันที เว้นเสียแตั่ว่าพรรคคิชฌกูฏจะจัดหาผู่้ แข็งแกร่งมาเพิ่มแล้วล่ะก็ มิฉะนั้นการลงมือตั่อหนิงหยางครั้งนี้ก็ไม่มีความ เป็นไปได้ที่จะทำาสำาเร็จ!”
สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งเขาก็พูดตั่อว่า “ยังดีที่เจ้าบอกพวก เราก่อนว่าถงเจี้ยนเฟิงเคยเป็นศิษย์พี่ของหนิงหยาง เลยได้รู้ว่าถงเจี้ยนเฟิ งก็มีเอี่ยวในเรื่องนี้ด้วย มิฉะนั้นหากพวกเราทะเล่อทะล่าลงมือ คงตั้องเสีย เปรียบอย่างหนักแน่นอน!”
“ไม่จำาเป็นตั้องบอกพรรคคิชฌกูฏ เรื่องนี้ยังมีอีกวิธีหนึ่งในการ แก้ปัญหา” ในร่างกายทรุดโทรมของหลี่หลางเฟิงคล้ายจะปลดปล่อย ความดุร้ายออกมากะทันหัน “หัวเทียน! ช่วงเวลานี้เจ้ามาช่วยข้าฝึก
บำาเพ็ญตับะ! ข้ามีลางสังหรณ์ว่าเมื่อได้การช่วยเหลือจากเจ้า ข้าสามารถ เหยียบเข้าสู่เขตัสามัญได้ภายในสิบวัน!”
“หากข้าข้ามสู่เขตัสามัญเมื่อไหร่ ข้าคนเดียวก็สามารถจัดการ หนิงหยางและถงเจี้ยนเฟิงได้อย่างอยู่หมัด!”
“ว่าไงนะ เจ้าใกล้จะฝึ่าทะลุขั้นแล้วรึ?” เซวียหลงพูดด้วยน้ำา เสียงตัื่นตัระหนก
“ขาดอีกแค่ก้าวเดียว! ก้าวนี้ยากลำาบากอย่างมาก ด้วยกำาลัง ของข้าคนเดียว หากคิดจะผ่่านก้าวนี้ไปให้ได้ อาจยังจำาเป็นตั้องใช้เวลา สามเดือน ทว่าหากมีหัวเทียนช่วยเหลือข้า ข้าสามารถข้ามผ่่านอุปสรรค ของขอบเขตันี้ เลื่อนขั้นสู่เขตัสามัญได้ในเวลาสิบวัน” หลี่หลางเฟิงกล่าว ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ “ขอแค่ข้าเลื่อนสู่เขตัสามัญ หนิงหยางและถง เจี้ยนเฟิงผู่้นั้นก็ไม่น่ากลัวเลยสักนิด แถมไม่ตั้องให้เจ้าเซวียหลงลงมือ ด้วย!”
เซวียหลงสีหน้าเปลี่ยนแปลงยากจะคาดเดา ก่อนที่เขาจะกล่าว ว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าจะแจ้งให้พรรคคิชฌกูฏทราบ เจ้าก็ให้หัว เทียนช่วยเจ้าฝึกบำาเพ็ญตับะไปด้วย หากเจ้าสามารถเลื่อนสู่เขตัสามัญได้
ในสิบวัน พวกเราก็ทำาตัามแผ่นเดิม แตั่หากทำาไม่ได้ก็ตั้องฟังแผ่นการใหม่ ที่พรรคคิชฌกูฏมอบให้”
“ตักลง!” หลี่หลางเฟิงรับคำา
“เจ้าล่ะ?” เซวียหลงถาม
“ข้าก็ไม่มีปัญหา” เนี่ยเทียนตัอบรับ