ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 33 ปอายคำาสั่งที่ได้้มาโด้ยไม่คาด้คิด้
ขณะที่กล่าว เนี่ยตงไห่กมหยิบปอายคำาสั่งแผ่นหนึ่งจาก หน้าอกออกมาส่งให้กับเนี่ยเทียน
ปอายคำาสั่งขนาด้ใหญ่เท่าฝ่ามือ เมื่อมาอยู่ในมือให้ความ รู้สึกเยมนเฉียบราวกับทำามาจากหยกเยมนชิ้นหนึ่ง
หน้าตรงของป๋ายคำาสั่งสลักรูปหอเรือนแห่งหนึ่งที่มีเครื่อง ประด้ับส่องแสงพราวระยับ บนหลังคาหอเรือนมีอาวุธวิเศษงด้งาม มากมายตั้งกองอยู่ เมื่อพลิกปอายคำาสั่งกลับ เนี่ยเทียนกมเหมนคำาว่า “หอหลิงเป่า” ทันที
“นี่คือ?” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างสงสัย
“ปอายคำาสั่งที่เอาไว้ใช้ร่วมการประลอง” เนี่ยตงไห่ไตร่ตรอง อยู่ครู่หนึ่งกมอธิบายอย่างละเอียด้ “เจ้าเองกมรู้ว่ารอบด้้านเมืองเฮยอวิ๋ นของเรา ยังมีเมืองที่ขนาด้เท่ากันอีกหกแห่ง เมืองหกแห่งนั้นแบ่ง ออกเป็นเมืองซุ่ยกู่ เมืองจิงเหลย เมืองอั้นซิง เมืองหันสือ เมืองเห ลิ่งเยว่ เมืองหวงซา”
“ในบรรด้าเมืองทั้งหกแห่งนั้น มีตระกูลที่เหมือนกับตระกูล เนี่ยของเราอยู่เยอะมาก ซึ่งตระกูลพวกนั้นต่างกมพึ่งพาอำานาจของผู้ ฝึกลมปราณที่ต่างกันออกไป”
“ในภูเขาและแม่น้ำาระหว่างเมืองทั้งเจมด้ มีสำานักผู้ฝึก ลมปราณที่แขมงแกร่งสี่แห่ง สำานักหลิงอวิ๋นเป็นเพียงแค่หนึ่งในนั้น”
“นอกจากสำานักหลิงอวิ๋นแล้วยังมีหอหลิงเป่า หุบเขาเทา และอารามเสวียนอู้”
“เมืองเฮยอวิ๋นของเรา ตระกูลเนี่ยรับใช้สำานักหลิงอวิ๋น ตระกูลอันพึ่งพาหอหลิงเป่า ตระกูลอวิ๋น…ถือเป็นตระกูลในสังกัด้ของ หุบเขาเทา”
“ตระกูลของอีกหกเมืองที่เหลือซึ่งเหมือนตระกูลเนี่ยของเรา ต่างกมเป็นตระกูลมนุษย์ที่อยู่ในสังกัด้ของหอหลิงเป่า สำานักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทาและอารามเสวียนอู้ ช่วยผู้ฝึกลมปราณทั้งสี่ขั้วอำานาจใหญ่ หักร้างถางพงขุด้เขาหาแร่ให้แก่พวกเขา ช่วยพวกเขาปลูกพืชวิเศษ หรือไม่กมจัด้การเรื่องราวต่างๆ ในโลกมนุษย์ให้กับพวกเขา”
เนี่ยเทียนสีหน้าจริงจัง ฟังพลางพยักหน้าไปด้้วย “เป็น อย่างนี้นี่เอง”
“ว่ากันว่าหอหลิงเป่า สำานักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทาและ อารามเสวียนอู้ต่างกมอยู่ในสังกัด้ของพันธมิตรผู้ฝึกลมปราณแห่งหนึ่ง แม้ว่าขั้วอำานาจของผู้ฝึกลมปราณทั้งสี่นี้ต่างกมเป็นพันธมิตรเด้ียวกัน แต่โด้ยส่วนตัวแล้วกลับมีการแข่งขันกันเอง การชิงด้ีชิงเด้่นระหว่าง คนรุ่นเลมกเกิด้ขึ้นให้เหมนบ่อยครั้ง”
“การแข่งขัน เด้ิมทีกมเป็นการขัด้เกลาประสบการณ์ที่ จำาเป็นของผู้ฝึกลมปราณ”
“ผู้ที่ควบคุมอำานาจของผู้ฝึกลมปราณทั้งสี่สำานักนั้น อันที่ จริงแล้วต่างกมจงใจให้ท้ายเรื่องการแข่งขันระหว่างผู้ที่อยู่ใต้บังคับ บัญชาด้้วยกัน ในสายตาของพวกเขา ผู้ฝึกลมปราณที่มีพรสวรรค์ ที่แท้จริง แล้วคิด้จะไต่ขึ้นไปสู่จุด้สูงสุด้ของขอบเขตล้วนจำาเป็นต้อง ผ่านประสบการณ์เหล่านี้ทั้งสิ้น”
“เนื่องด้้วยในปีนั้นตัวพวกเขาเองกมเด้ินนำาหน้าคนรุ่น เด้ียวกันไปทีละก้าวอย่างนี้เช่นกัน สุด้ท้ายถึงได้้ประสบความสำาเรมจ อย่างปัจจุบัน”
“เพื่อขัด้เกลาเด้มกรุ่นเลมก ขั้วอำานาจใหญ่ทั้งสี่นี้จึงมักจะ จงใจสร้างสถานการณ์ความขัด้แย้งที่เป็นเอกลักษณ์ขึ้นมาเป็น ประจำา เพื่อให้เด้มกรุ่นเลมกได้้แข่งขันกันเอง ระหว่างการแข่งขันกมได้้ ฝึกฝนการควบคุมพลังวิญญาณอย่างชำานาญและลึกซึ้ง เพื่อบรรลุถึง ความมหัศจรรย์ที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละขอบเขต”
“แน่นอนว่าภายใต้การวางแผนของพวกเขา ทุกอย่างล้วน อยู่ในความควบคุม”
“เช่นเด้ียวกับครั้งนี้…”
พูด้มาถึงตรงนี้เนี่ยตงไห่กมหยุด้ไปครู่หนึ่ง ให้เนี่ยเทียนได้้คิด้ ตามคำาพูด้ของเขา
เนี่ยเทียนขบคิด้อยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานกมเข้าใจจุด้ประสงค์ของ สำานักผู้ฝึกลมปราณใหญ่ทั้งสี่นั่น พยักหน้า แสด้งว่าให้เขาพูด้ต่อไป ได้้
“ผืนแผ่นด้ินกว้างใหญ่สุด้ลูกหูลูกตามีโลกลึกลับแปลก ประหลาด้ด้ำารงอยู่มากมาย โลกลึกลับเหล่านั้นตั้งอยู่ในฟอาด้ิน เด้ียวกันกับพวกเขา แต่กลับมีความมหัศจรรย์แตกต่างกันออกไป”
“โลกลึกลับบางแห่งอันตรายอย่างถึงที่สุด้ จนถึงทุกวันนี้กม ยังมิอาจถูกปราบปรามได้้”
“แล้วกมีโลกลึกลับบางแห่งที่เมื่อผ่านการกวาด้ล้างจากขั้ว อำานาจใหญ่ทั้งสี่จึงถูกวิเคราะห์ศึกษาอย่างถึงรากถึงโคน ไม่มีความ ลับใด้หลงเหลืออยู่นานแล้ว”
“โลกลึกลับแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า ‘มายามรกต’ ที่หอหลิงเป่า เป็นผู้ควบคุมกมคือโลกลึกลับที่ถูกพิชิตอย่างสมบูรณ์แบบ ข้าได้้ยินมา ว่าโลกมายามรกตเพิ่งถูกค้นพบ ด้้านในนั้นไม่เพียงแต่มีสัตว์วิเศษ ระด้ับสูง ทั้งยังมีเผ่าพันธ์ที่ดุ้ร้ายแตกต่างไปจากพวกเราอยู่ด้้วย”
“แต่ว่าภายใต้การร่วมมือกันของผู้ฝึกลมปราณแขมงแกร่ง ทั้งสี่สำานักใหญ่ เผ่าดุ้ร้ายในโลกมายามรกต รวมไปถึงสัตว์วิเศษ ระด้ับสูงเหล่านั้นจึงถูกถอนรากถอนโคนเสียเกลี้ยง”
“วัตถุวิเศษระด้ับสูงในโลกมายามรกต ซากกระดู้กของ สัตว์วิเศษ ความลับของคนต่างเผ่า ถูกขั้วอำานาจยิ่งใหญ่ทั้งสี่แบ่งฮุบ กันไปนานแล้ว”
“แต่โลกมายามรกตยังคงด้ำารงอยู่”
“เนื่องจากสี่ขั้วอำานาจใหญ่ต้องการฝึกเกลาเด้มกรุ่นเลมกจึง จงใจเหลือสัตว์วิเศษระด้ับต่ำาเอาไว้ไม่ฆ่าทิ้ง ทุกระยะห่างหลายปีกมจะ จัด้ให้เด้มกในขอบเขตหลอมลมปราณเข้าร่วมประลองในโลกมายา มรกต”
“ให้พวกเขาใช้การถูกข่มขู่อย่างเหมาะสมจากสัตว์วิเศษ ใช้การแก่งแย่งชิงด้ีระหว่างกันมาขัด้เกลาเทคนิคการต่อสู้ของตัวเอง ขัด้กล่อมจิตใจของตัวเอง บรรลุถึงความมหัศจรรย์ของขอบเขต”
“เนื่องจากโลกมายามรกตเป็นของหอหลิงเป่า ด้ังนั้นการ ประลองทุกครั้ง หอหลิงเป่าจึงมีอัตราผู้เข้าประลองสิบห้าคน”
“สำานักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทา และอารามเสวียนอู้ ต่างกมี กันสำานักละสิบอัตรา”
“การประลองครั้งนี้กมเป็นเช่นเด้ิม อำานาจยิ่งใหญ่ทั้งสี่จะ จัด้หาเด้มกรุ่นเลมกขั้นหลอมลมปราณสี่สิบห้าคนเข้าไปในโลกมายา มรกต”
“ไม่นานมานี้ข้ากมเพิ่งได้้ยินมาว่าเนี่ยเสียนเองกมเป็นหนึ่งใน สิบชื่อของสำานักหลิงอวิ๋น เนี่ยเสียนถึงหลอมลมปราณขั้นเก้าแล้ว ขาด้อีกแค่ก้าวเด้ียวกมเหยียบย่างเข้าสู่ท้ายสวรรค์ได้้แล้วสำานักหลิงอ วิ๋นเองกมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อผ่านโอกาสครั้งนี้ เขาจะสามารถ บรรลุถึงความมหัศจรรย์ในการใช้พลังวิญญาณ จากนั้นกมเลื่อนขั้นสู่ ท้ายสวรรค์ได้้อย่างราบรื่น”
“ตลอด้ทั้งสำานักหลิงอวิ๋นมีเพียงสิบอัตรา พวกลูกหลาน ของผู้เฒ่าในสำานักกมฮุบกันไปแล้วหลายอัตรา อัตราที่เหลือสำานักหลิ งอวิ๋นจึงมอบให้กับตระกูลอื่นที่พึ่งพาพวกเขาเช่นเด้ียวกับตระกูลเนี่ย ของเรา”
“ตระกูลเนี่ยกลับไม่ได้้เป็นหนึ่งในนั้น”
“เนื่องจากตระกูลเนี่ยของเราไม่ได้้อัตรา ด้ังนั้น…เรื่องนี้ข้า จึงไม่ได้้บอกกับเจ้า”
พูด้มาถึงตรงนี้ เขากมองปอายคำาสั่งในมือของเนี่ยเทียน อย่างลึกล้ำา กล่าว: “ข้านึกไม่ถึงเลยว่า นางหนูตระกูลอันนั่นจะถึงกับ ส่งปอายคำาสั่งมาให้เจ้าอย่างนี้”
“เหมนได้้ชัด้ว่านางคิด้จะให้เจ้าเข้าไปในโลกมายามรกตด้้วย ปอายคำาสั่งแผ่นนี้ เพื่อให้หอหลิงเป่าหรือคนใด้กมตามของตระกูลอัน คอยจับตามองเจ้าในโลกมายามรกต หวังหาความลับของการเกิด้ รอยร้าวห้วงมิติจากตัวเจ้า”
“แม้ว่าข้าจะรู้จุด้ประสงค์ของนาง แต่โอกาสเช่นนี้กมหาได้้ ยากยิ่ง จึงตัด้สินใจให้เจ้าไปลองดู้”
ในความเป็นจริงแล้ว ก่อนหน้าที่จะเข้ามา ใจของเนี่ยตงไห่ ยังคงลังเลว่าจะให้เนี่ยเทียนไปที่โลกมายามรกตด้ีหรือไม่
เด้มกรุ่นเลมกที่เข้าไปในโลกมายามรกต ส่วนหนึ่งนั้นคือลูกศิษย์ ของหอหลิงเป่า สำานักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทา อารามเสวียนอู้ อีกส่วน หนึ่งกมคือผู้มีพรสวรรค์จากแต่ละตระกูลในเจมด้เมือง
ผู้ที่ได้้เข้าไป ส่วนใหญ่แล้วมักจะอยู่ในขั้นหลอมลมปราณ หกจนถึงหลอมลมปราณเก้า แล้วกมีคนหลายส่วนที่มักจะขาด้อีก ก้าวเด้ียวกมถึงท้ายสวรรค์
ในโลกมายามรกต ขอแค่ไม่ให้มีคนตาย ไม่ว่าจะเป็นการสู้ รบแบบใด้กมเกิด้ขึ้นได้้ทั้งสิ้น
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การต่อสู้จึงเกิด้ขึ้นบ่อยครั้งมาก ถูกคนโจมตีจนบาด้เจมบหนักกมไม่สามารถโทษคนอื่นได้้
เนี่ยเทียนที่อยู่แค่หลอมลมปราณหก จะให้ไปโลกมายา มรกตในตอนนี้ เด้ิมทีเขาไม่วางใจอย่างมาก คิด้จะยอมทิ้งโอกาสไป
ทว่าเมื่อเขาเข้ามาในห้องแล้วสังเกตเหมนหินชิงเหยียนนั่น แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ร่วงเตมพื้น…
…เขาจึงเปลี่ยนความคิด้ทันที
“ท่านตา! โลกมายามรกตนั่น ข้าต้องเข้าไปให้ได้้! ท่าน วางใจเถอะ อยู่ในนั้นข้าไม่มีทางเสียเปรียบแน่!” เนี่ยเทียนกำาปอายคำา สั่งที่อันซืออี๋มอบไว้ให้แน่น ตลอด้ร่างของเขาเตมไปด้้วยอารมณ์ ฮึกเหิม ปณิธานในการรบพลุ่งพล่าน
ไม่รู้ว่าเหตุใด้ พอนึกถึงการต่อสู้กับคนวัยเด้ียวกันในโลก มายามรกต เลือด้ของเขากมพลันเด้ือนพล่าน อยากจะพุ่งเข้าไปในนั้น เสียเด้ี๋ยวนี้
ราวกับว่าตั้งแต่เกิด้มาเขากมกระหายการสู้รบอยู่แล้ว!
“ด้ี!” เนี่ยตงไห่เองกมสัมผัสได้้ถึงปรารถนาในการรบของ เขา
“ปอายคำาสั่งนี้มาจากหอหลิงเป่า เจ้าต้องเข้าไปในนั้นพร้อม กับคนของหอหลิงเป่า พรุ่งนี้เช้าจะมีคนของหอหลิงเป่ามารับเจ้าที่ ตระกูลเนี่ย พาเจ้าไปที่โลกมายามรกต”
“สิ่งของใด้ที่อาจก่อให้ห้วงมิติเกิด้การเปลี่ยนแปลง ทางที่ ด้ีที่สุด้เจ้าควรเกมบไว้ในที่มิด้ชิด้ อย่านำาเข้าไปในโลกมายามรกต ด้้วย”
“อีกอย่างเมื่ออยู่ในโลกมายามรกต ข้าเชื่อว่าจะมีคนของ หอหลิงเป่าจับตามองเจ้า เจ้าต้องระมัด้ระวังให้มาก”
“เข้าใจแล้วขอรับ” เนี่ยเทียนพยักหน้า
เขาเองกมรู้ด้ีว่าอันซืออี๋ไม่มีทางนำาปอายคำาสั่งของโลกมายา มรกตมามอบให้โด้ยไร้สาเหตุเป็นแน่ ในโลกมายามรกตจะต้องมีคน ของอันซืออี๋คอยจับตามองเขาอยู่ตลอด้เวลาแน่นอน เพราะหวังจะ ไขปริศนาการเปลี่ยนแปลงของห้วงมิติที่ตระกูลเนี่ย เพื่อจะได้้ครอบ ครองด้ินแด้นลึกลับที่แขมงแกร่งยิ่งกว่าเด้ิมอีกหนึ่งแห่ง
ด้ังนั้นเขาจึงตัด้สินใจว่าจะไม่เอากระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นเข้าไป ที่โลกมายามรกต
……
เวลาเด้ียวกัน ตระกูลอวิ๋น
อวิ๋นจื้อกั๋วสีหน้าปิติยินด้ี ฮัมเพลงมาตลอด้ทางที่กลับ มายังบ้านของตัวเอง
ในห้อง หยวนชิวอิ๋งและอวิ๋นซงลูกของนาง และยังมีคน สนิทอีกสองสามคนที่นางพามาจากตระกูลหยวน รอคอยเขาอยู่ด้้วย ความร้อนใจนานแล้ว
มองเหมนอวิ๋นจื้อกั๋วกลับเข้ามาด้้วยรอยยิ้มเตมใบหน้า หยวนชิวอิ๋งพลันตื่นเต้น รีบถามขึ้น: “เป็นอย่างไรบ้าง? ช่วงชิงมาได้้ หรือไม่?”
อวิ๋นจื้อกั๋วหัวเราะฮ่าๆ
“ซงเอ๋อร์เพิ่งอายุสิบเอมด้ปีกมอยู่ในขั้นหลอมลมปราณหก แล้ว ตลอด้ทั้งตระกูลอวิ๋น แน่นอนว่าต้องเป็นเขาที่มีคุณสมบัติไป โลกมายามรกต!”
“ข้ากมว่าแล้ว” หยวนชิวอิ๋งหัวเราะเบิกบาน “ไม่เหมนแก่ หน้าภิกษุสงฆ์กมควรต้องเหมนแก่หน้าพระพุทธรูป ตระกูลหยวนของข้า คือตระกูลที่แขมงแกร่งที่สุด้ในเมืองหันสือ ต่อให้ในบรรด้าตระกูลที่ พึ่งพาหุบเขาเทาจะมีมากมาย ทว่าตระกูลหยวนของข้ากมอยู่อันด้ับ หนึ่ง ข้าแต่งงานกับเจ้ากมถือว่าลำาบากข้ามากพออยู่แล้ว แน่นอนว่า ตระกูลอวิ๋นต้องให้เกียรติครั้งนี้แก่ท่านพ่อข้า”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว” อวิ๋นจื้อกั๋วหัวเราะเสียงด้ัง
“หากไม่ได้้แต่งงานกับเจ้า เกรงว่าอัตราครั้งนี้คงจะไม่ สามารถเอามาให้ซงเอ๋อร์ได้้จริงๆ ข้าได้้ด้ีเพราะบารมีเจ้าโด้ยแท้”
“เข้าใจกมด้ีแล้ว” หยวนชิวอิ๋งพึงพอใจกับท่าทีของเขามาก
ขณะที่นางกำาลังจะพูด้อะไรบางอย่างกมเหมนว่ามีคนคนหนึ่ง เข้ามาในห้องด้้วยสีหน้าแปลกประหลาด้ คนผู้นั้นกมคือข้ารับใช้อาวุโส ของตระกูลหยวนที่นางจัด้การให้ไปฆ่าเนี่ยเฉี่ยนและเนี่ยเทียน
“นายหญิง ข้าเพิ่งได้้ข่าวมาว่าอันซืออี๋ให้คนนำาปอายคำาสั่ง ไปให้เจ้าเด้มกเนี่ยเทียนนั่น”
“เนี่ยเทียน!” หยวนชิวอิ๋งถลึงตากว้าง นึกถึงคำาพูด้ที่เนี่ย เทียนดู้หมิ่นนางเมื่อครั้งหน้าหอหลิงเป่า โทสะกมพลันพุ่งปะทุขึ้นมาก ลางใจ “ซงเอ๋อร์! รอบนี้หยวนเฟิงพี่ชายของเจ้ากมไปที่โลกมายา มรกตเช่นกัน เสี่ยวเฟิงเป็นหลานที่ข้ารักมาตั้งแต่เด้มก เมื่อหนึ่งปีก่อน เขากมเหยียบย่างเข้าสู่หลอมลมปราณเก้า ถูกหุบเขาเทารับตัวไป แล้ว”
“เมื่อไปถึงโลกมายามรกต เมื่อเจ้ากับเสี่ยวเฟิงเจอเจ้าเนี่ย เทียนนั่น พวกเจ้าต้องพยายามกำาจัด้มันเพื่อข้าให้ได้้!” หยวนชิวอิ๋งก ล่าวสั่งความอย่างโหด้เหี้ยม
“ท่านแม่ ท่านวางใจเถอะ ข้ารู้ว่าควรจะทำาเช่นไร!”