ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 34 การประลอง!
การประลองในโลกมายามรกตจัด้ขึ้นสิบปีครั้ง เกี่ยวพันกับ สี่สำานักและยี่สิบห้าตระกูลของเจมด้เมือง
เมืองทั้งเจมด้ที่อยู่ในระด้ับเด้ียวกับเมืองเฮยอวิ๋นมีทั้งหมด้ ยี่สิบห้าตระกูล บางตระกูลที่แสด้งออกได้้ด้ีในช่วงที่ผ่านมา สี่สำานักกม จะมอบอัตราให้เป็นรางวัล
ตระกูลเหล่านั้นจะจัด้หาเด้มกรุ่นเลมกที่มีพรสวรรค์มากที่สุด้ เด้ินทางเข้าไปในโลกมายามรกตพร้อมกับบุคคลที่โด้ด้เด้่นของสี่ สำานัก
ขณะที่การประลองในโลกมายามรกตครั้งนี้ใกล้จะเริ่มขึ้น ยี่สิบห้าตระกูลในเจมด้เมืองต่างกมเตรียมพร้อม นำาทรัพยากรทั้งหมด้ใน ตระกูลมาใช้กับตัวของเด้มกรุ่นเลมกที่จะเข้าร่วมการประลอง
เด้มกรุ่นเลมกบางคนครอบครองอาวุธวิเศษระด้ับสูงในสำานัก บางคนได้้รับยาล้ำาค่า ต่างกมเตรียมพร้อมแสด้งศักยภาพออกมาในโลก มายามรกต
ทว่าเนี่ยตงไห่ เนื่องจากหลายปีมานี้ตกอยู่ในภาวะยาก แค้น สิ่งที่เขาสามารถมอบให้เนี่ยเทียนได้้มีเพียงความเป็นห่วงและ คำาแนะนำาบางอย่าง
วันที่สอง
เนี่ยตงไห่พาเนี่ยเทียนมารออยู่หน้าประตูจวนเนี่ยตั้งแต่เช้า ตรู่
“อันซืออี๋ผู้นั้น แม้จะอำามหิตโหด้เหี้ยม ทว่านางยังเป็นคน เคารพกฎอยู่มาก นางมีเส้นบรรทัด้ฐานของตัวเอง เคารพตัวตนของ ตัวเอง ไม่มีทางลงมือกับเจ้าแน่นอน” เนี่ยตงไห่สีหน้าสงบนิ่ง “มอบ เจ้าให้กับนาง ข้าวางใจมาก ขอแค่เจ้าจำาไว้ว่าเมื่ออยู่ในโลกมายา มรกตต้องระวังตัวให้มาก อย่าเปิด้เผยความลับของตัวเองออกมากม พอ”
เนี่ยเทียนพยักหน้าน้อยๆ “ท่านตา ท่านวางใจเถอะขอรับ ข้าจะดู้แลตัวเองให้ด้ี”
“อืม” เนี่ยตงไห่หรี่ตา มองไปทางตำาแหน่งที่ตั้งของตระกูล อวิ๋นในเมือง “อวิ๋นซงลูกชายอวิ๋นจื้อกั๋ว ครั้งนี้กมได้้ไปโลกมายามรกต ด้้วย หยวนชิวอิ๋งสตรีชั่วข้าผู้นั้นเกลียด้เจ้าเข้ากระดู้ก ข้ากังวลว่า นางจะกำาชับให้อวิ๋นซงลงมือโหด้เหี้ยมกับเจ้าในโลกมายามรกต”
“อวิ๋นซง?” เนี่ยเทียนมุ่ยปาก กล่าวอย่างดู้ถูก: “ตอนที่ข้า หลอมลมปราณสี่กมโจมตีจนเขากระอักเลือด้ นี่เพิ่งผ่านมาได้้ไม่กี่เด้ือน เขาน่าจะยังอยู่ในขั้นหลอมลมปราณหก ส่วนข้า…ตอนนี้กมหลอม ลมปราณหกเช่นกัน หึ ตัวเขาเองมากกว่าที่ควรภาวนาว่าอย่าให้เจอ ข้าในโลกมายามรกต!”
“ที่ข้ากังวลไม่ได้้มีเพียงแค่เขา หยวนเฟิงแห่งตระกูลหยวน เมืองหันสือมีความสัมพันธ์อันด้ีกับหยวนชิวอิ๋งตั้งแต่เด้มก เจ้าเด้มกคน นั้นต่างหากถึงจะเป็นคนที่โหด้เหี้ยมอย่างแท้จริง” เนี่ยตงไห่มีสีหน้า เคร่งขรึม “เมื่อหนึ่งปีก่อนหยวนเฟิงกมฝ่าไปถึงขั้นหลอมลมปราณเก้า ถูกหุบเขาเทารับตัวไปอย่างเป็นทางการแล้ว อีกอย่างในหุบเขาเทา เขากมได้้รับความสำาคัญมาก ผู้นำาทัพการประลองครั้งนี้ของหุบเขาเทา กมคือหยวนเฟิง!”
“หยวนเฟิงอายุมากกว่าเจ้า ขอบเขตกมสูงกว่าเจ้า ในฐานะ ที่เป็นผู้นำาทัพของหุบเขาเทา ครั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วมประลองของหุบเขา เทาทุกคนล้วนฟังคำาสั่งเขาทั้งสิ้น”
“เจ้าจำาเอาไว้ว่าต้องอยู่กับผู้ประลองของหอหลิงเป่าเข้าไว้ พยายามอย่าแยกห่างออกไป”
“หากพลัด้หลงกันโด้ยไม่ได้้ตั้งใจ หากเป็นไปได้้เจ้ากมไปหา เนี่ยเสียน และรวมกลุ่มกับผู้ประลองของสำานักหลิงอวิ๋น แม้ว่าเจ้าจะ เข้าไปกับหอหลิงเป่า แต่ยังไงซะตระกูลเนี่ยกมเป็นตระกูลในสังกัด้ของ สำานักหลิงอวิ๋น ผู้นำาของสำานักหลิงอวิ๋นน่าจะยอมรับเจ้า”
“เมื่ออยู่ในโลกมายามรกต การรวมกลุ่มกันเป็นเรื่องที่ สำาคัญมาก พลังของตัวเองเป็นเพียงด้้านหนึ่งเท่านั้น จำาเอาไว้ให้ด้ี!”
เนี่ยตงไห่กำาชับด้้วยความจริงจัง
เนี่ยเทียนตั้งใจฟัง คอยพยักหน้าอยู่ตลอด้เวลา ยิ่งรอคอย การประลองในโลกมายามรกตมากขึ้น
เขาชื่นชอบการแข่งขันเช่นนี้มาตั้งแต่เกิด้อยู่แล้ว!
มองเนี่ยเทียนที่เตมไปด้้วยปณิธานในการรบ เนี่ยตงไห่ แอบพยักหน้าอยู่กับตัวเอง พลันรู้สึกขึ้นมาว่าการประลองในโลก มายามรกตบางทีอาจจะทำาให้เนี่ยเทียนมีความคิด้ใหม่ เข้าใจได้้ถึง ความอันตรายและความโหด้ร้ายในโลกของผู้ฝึกลมปราณอย่าง แท้จริง
เขาแอบรู้สึกว่าเนี่ยเทียนสามารถปรับตัวเข้ากับที่นั่นได้้
“ท่านผู้อาวุโสเนี่ย คุณหนูของข้าให้ข้ามารับเนี่ยเทียนไปที่ โลกมายามรกต” อันเหอข้ารับใช้เก่าแก่ตระกูลอันขี่รถม้าคันหนึ่งมา ตามทางที่เงียบสงบในยามเช้า
“รบกวนแล้ว” เนี่ยตงไห่กล่าวขอบคุณ จากนั้นกมหันไป กล่าวกับเนี่ยเทียน: “เรียกท่านลุงอันสิ”
“ท่านลุงอัน!” เนี่ยเทียนรีบทำาความเคารพ
อันเหอที่รูปร่างออกไปทางอ้วนฉุ สีหน้าไร้อารมณ์ พยัก หน้าให้เนี่ยเทียนบอกเป็นนัยให้เขาขึ้นรถ
เนี่ยเทียนเองกมไม่ชักช้า เด้ินเข้าไปนั่งในรถม้าท่ามกลาง สายตามองส่งของเนี่ยตงไห่
หลังจากที่เขาขึ้นรถไปแล้ว อันเหอกมพูด้กับเนี่ยตงไห่ว่า: “ท่านผู้อาวุโสไม่ต้องเป็นกังวล ข้าจะเป็นคนปกปองเนี่ยเทียนให้ไป ร่วมการประลองแห่งโลกมายามรกตเอง ระหว่างทางไม่มีทางมีเรื่อง ชั่วช้าอย่างการลอบโจมตีเกิด้ขึ้นแน่นอน”
อันเหอมองไปทางทิศที่ตั้งของจวนตระกูลอวิ๋นด้้วยสายตา เหมือนมีความหมายแต่กมเหมือนไม่มี
“ขอบคุณมาก” เนี่ยตงไห่ประสานมือคารวะ
เหมนได้้ชัด้ว่าเขารู้ถึงตำาแหน่งของอันเหอในตระกูลอันเป็น อย่างด้ี และกมรู้ถึงความสามารถของอันเหอด้้วย ด้ังนั้นจึงวางใจอย่าง มาก
“ครึ่งปีต่อมา ข้าจะพาเนี่ยเทียนกลับมาส่งอย่างปลอด้ภัย” กล่าวจบอันเหอกมไม่พูด้อะไรมากอีก สะบัด้แส้ลงไปบนม้าสีด้ำาบึกบึน สี่ตัวอย่างแรง
บนถนนที่เงียบสงบ มีเสียงทรงพลังของเกือกม้าที่กระทบ พื้นด้ังขึ้นมาทันที และรถม้ากมค่อยๆ เคลื่อนห่างไปไกล ไม่นานกมหาย ไปจากเส้นสายตาของเนี่ยตงไห่
……
สามวันต่อมา ท่ามกลางบึงน้ำาที่เงียบสงัด้ไร้ผู้คนซึ่งอยู่ใกล้ กับเมืองจิงเหลย
พืชหนีท่านเสี่ยน[1] ผืนใหญ่กระจายอยู่เตมบึงน้ำา ตรง ทะเลสาบขนาด้เลมกที่น้ำาค่อนข้างใสแห่งหนึ่ง อันซืออี๋รู้สึกร้อนอบอ้าว มือเรียวยาวราวลำาเทียนโบกสะบัด้พัด้กระด้าษที่อยู่ในมือ กำาลัง อธิบายถึงเรื่องที่จำาเป็นต้องระวังในโลกมายามรกตให้หนุ่มสาวที่แต่ง กายประณีตสิบสี่คนฟัง
หนุ่มสาวอ่อนเยาว์สิบสี่คนเหล่านั้นมีทั้งคนที่มาจากหอ หลิงเป่า และผู้ที่มาจากตระกูลซึ่งพึ่งพาหอหลิงเป่า
ขอบเขตของพวกเขาส่วนใหญ่แล้วอยู่ที่หลอมลมปราณขั้น เจมด้และขั้นแปด้ มีเพียงสามคนเท่านั้นที่หลอมลมปราณขั้นเก้า
สามคนนั้นสวมอาภรณ์สะอาด้สะอ้านสีเหลืองสด้ ตรง หน้าอกข้างซ้ายปักคำาว่า “เป่า” เอาไว้ อาภรณ์ของพวกเขาแตกต่าง ไปจากอีกสิบเอมด้คนอย่างเหมนได้้ชัด้
พวกเขาล้วนเป็นลูกศิษย์ที่ได้้รับการยอมรับจากสำานักหลิง เป่าแล้ว
ลูกศิษย์ของสำานักหลิงเป่า ชายสองหญิงหนึ่ง ผู้นำากลับ เป็นสาวน้อยงด้งามผู้หนึ่ง
หญิงสาวผู้นั้นมีลักษณะเหมือนอันซืออี๋อยู่หลายส่วน อายุ น้อยๆ กมีทรวด้ทรงองค์เอวเว้าโค้งชัด้เจน การกระทำามีลักษณะของ ผู้สูงศักด้ิ์ เหมนได้้ชัด้ว่าเคยชินกับการออกคำาสั่ง
“พอทีๆ พูด้มากขนาด้นี้ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง?” หญิงสาว ที่ชื่อว่าอันอิ่ง ใบหน้าเตมไปด้้วยความไม่สบอารมณ์ “เรื่องพวกนั้นที่ เจ้ากำาชับ ก่อนจะมาที่นี่ผู้อาวุโสในหอกมเคยพูด้แล้ว ไม่จำาเป็นต้องให้ เจ้ามาพูด้ซ้ำาอีกรอบ!”
“เจ้านั่นแหละที่พูด้มาก!” อันซืออี๋ถลึงตาใส่นางหนึ่งที
อันอิ๋งหัวเราะเบาๆ หนึ่งครั้ง เสียงใสกังวานราวนกจาบฝน เสียงสวรรค์ “ใครใช้ให้เจ้าเป็นพี่สาวข้าเล่า? พวกเขารำาคาญเจ้าแต่ ไม่กล้าพูด้ ข้ากมต้องพูด้ให้น่ะสิ”
ไม่รอให้อันซืออี๋กล่าวสั่งสอนนาง นางกมแย่งพูด้ขึ้นมาอีก ว่า: “เจ้าเด้มกตระกูลเนี่ยนั่นเมื่อไหร่จะมาถึง? เขาไม่ใช่คนของหอหลิง เป่าเราสักหน่อย ให้พวกเราหลายคนมารอเขาคนเด้ียวแบบนี้ ช่าง วางมาด้ใหญ่โตยิ่งนัก!”
อันอิ๋งที่ขอบเขตบรรลุถึงหลอมลมปราณขั้นเก้าได้้เป็นลูก ศิษย์ของหอหลิงเป่านานแล้ว และนางกมคือผู้นำาในการประลองครั้งนี้ ของหอหลิงเป่า
เมื่อสามวันก่อน ตอนที่อันซืออี๋กลับไปยังหอหลิงเป่ากมได้้ไป หานาง บอกให้นางยกจำานวนคนเข้าร่วมการประลองของตระกูลอัน ให้กับเด้มกของตระกูลเนี่ยคนหนึ่งที่ชื่อเนี่ยเทียน
อันซืออี๋ให้นางจับตามองเนี่ยเทียนให้ด้ีตอนอยู่ในโลกมายา มรกต คอยสังเกตความผิด้ปกติทุกอย่างที่เกิด้ขึ้นบนร่างของเนี่ย เทียน
จำานวนคนในการเข้าร่วมประลองของตระกูลอันกว่าจะ ช่วงชิงมาได้้ไม่ใช่เรื่องง่าย เด้ิมคิด้จะเตรียมยกให้กับน้องชายคนหนึ่ง ของอันอิ่ง
ทว่าการที่อันซืออี๋ยกรายชื่อนี้ให้กับเนี่ยเทียน จึงทำาให้อัน อิ่งไม่พอใจอย่างมาก
แม้จะรู้ด้ีว่าการที่อันซืออี๋ให้เนี่ยเทียนเข้าไปในโลกมายา มรกตเพราะมีจุด้ประสงค์อื่น แต่อันอิ่งกมยังไม่สบอารมณ์อยู่ด้ี
และด้้วยเหตุนี้ ทั้งๆ ที่นางยังไม่ได้้เจอเนี่ยเทียนจึงเก ลียด้เนี่ยเทียนที่ฮุบเอาอัตราของน้องชายนางไปเสียแล้ว
การประลองใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ทว่าเนี่ยเทียนยังมาไม่ ถึงเสียที ทำาให้พวกเขาต้องรอนานขนาด้นี้จึงยิ่งทำาให้นางไม่พอใจ เข้าไปใหญ่
“เมืองเฮยอวิ๋นอยู่ห่างจากที่นี่นี่นา มาสายหน่อยกมอยู่ใน การคาด้การณ์ของข้าอยู่แล้ว ไม่ต้องรีบร้อน คำานวณเวลาดู้พวกเขา กมน่าจะมาถึงแล้วล่ะ” อันซืออี๋รู้ว่านางมีโทสะอยู่ในใจจึงไม่ถือสา “เสี่ยวอิ่ง แม้ว่าเนี่ยเทียนจะไม่ใช่คนของหอหลิงเป่า ทว่าในเมื่อข้าม อบปอายคำาสั่งเชิญเขาเข้ามาในโลกมายามรกตแล้ว ต่อไปเจ้ากมควรจะ แสด้งความใจกว้างออกมาให้มากหน่อย อย่าให้เนี่ยเทียนต้องลำาบาก ใจมากนัก”
“ข้าใจกว้างจะตาย ถึงได้้ไม่ถือสาเขาไงล่ะ” อันอิ่งทำาเสียง ขึ้นจมูกหนึ่งครั้ง เหล่ตามองชายหนุ่มอีกสองคนที่หลอมลมปราณขั้น เก้าซึ่งเป็นลูกศิษย์สำานักหอหลิงเป่าเหมือนกัน “ส่วนคนอื่น ข้าคง คอยดู้แลได้้ไม่มากขนาด้นั้น”
ชายหนุ่มสองคนนั้น ภายใต้การจับตามองของอันอิ่งต่างกม เชิด้หน้าขึ้นน้อยๆ ใบหน้าเตมไปด้้วยความลำาพองใจ
“ยายเด้มกคนนี้!” อันซืออี๋กล่าวอย่างโมโห
แน่นอนว่านางย่อมรู้ว่าชายหนุ่มที่หอหลิงเป่ารับเข้าเป็น ศิษย์สองคนนั้นชื่นชอบอันอิ่ง ไม่ว่าเรื่องอะไรกมฟังนางหมด้
ขอเพียงอันอิ๋งแสด้งออกว่าไม่ชอบเนี่ยเทียน เจ้าเด้มกสอง คนนั้นที่ชื่อว่าเจิ้งรุ่ยและพันเทาย่อมครุ่นคิด้หาวิธีทั้งหมด้มาก่อกวน เนี่ยเทียนอย่างแน่นอน
เจิ้งรุ่ยและพันเทาต่างกมเป็นหลานของผู้อาวุโสในหอหลิง เป่า ต่อให้เป็นนางเองกมสั่งการไม่ได้้
“กล้าเข้าไปในโลกมายามรกต อีกทั้งยังถือปอายคำาสั่งของ หอหลิงเป่าเข้าไปกมควรจะคิด้มาก่อนแล้วว่าอาจโด้นกลั่นแกล้ง…” อันซืออี๋พึมพำาอยู่กับตัวเองในใจหนึ่งประโยค รู้ว่าต่อให้นางเกลี้ย กล่อมไปกมไร้ประโยชน์ จึงถอด้ใจจะพูด้ต่อ
“พี่หญิง ท่านวางใจเถอะ เมื่ออยู่ในโลกมายามรกต ข้าจะ ‘ดู้แล’ เขาเป็นอย่างด้ีเชียวล่ะ!” อันอิ่งกล่าวด้้วยสีหน้าแน่วแน่
“เขามาแล้ว” และเวลานี้เอง อันซืออี๋คิ้วกระตุกน้อยๆ พลันหันไปมองทางที่ห่างออกไป
บนทางด้ินโคลนเลมกๆ เส้นหนึ่ง อันเหอแห่งตระกูลอันเด้ิน นำาเนี่ยเทียนมาปรากฏตัวให้เหมนช้าๆ พวกเขากำาลังเด้ินมาทางนี้ด้้วย ความรวด้เรมว