ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 330 ภูตัผ่ีปีศาจ อสูรกาย กระดูกขาว เผ่่าทมิฬ
- Home
- ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี
- บทที่ 330 ภูตัผ่ีปีศาจ อสูรกาย กระดูกขาว เผ่่าทมิฬ
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอาณาจักรเลี่ยคง หลังจากที่ถูก ปราณวิญญาณหลากชนิดนอกอาณาจักรทำาให้สกปรก เป็นเหตัุให้ผู่้ฝึก ลมปราณที่อยู่ที่นี่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งตั่อปราณวิญญาณแปลก ประหลาดเหล่านั้น
เป้าหมายในการมาเยือนอาณาจักรเลี่ยคงของหลี่หลางเฟิงผู่้ฝึก วิชาพิษร้าย สาเหตัุหนึ่งย่อมเป็นเพราะตั้องการหลบภัย
อีกด้านหนึ่งก็เพราะเห็นแก่พลังงานสีเขียวที่สามารถช่วยในการ ฝึกบำาเพ็ญตับะของเขาได้
บางทีอาจเป็นเพราะเหตัุนี้ เขาจึงมีความรู้ที่ชัดเจนอย่างยิ่งตั่อ ปราณวิญญาณสกปรกของเทือกเขาฮว้านคง
จากคำาอธิบายของเขา เนี่ยเทียนจึงมีความรู้ใหม่ตั่อปราณ วิญญาณแปลกประหลาดของสถานที่แห่งนี้ไปด้วย
ตัามคำาบอกเล่าของหลี่หลางเฟิง พลังงานอันเป็นรากฐานที่สุด ของโลกใบนี้ก็คือปราณวิญญาณฟ้าดินที่เผ่่ามนุษย์ใช้ในการฝึกฝึนและรับ เข้าไปไว้ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตัันเถียน
ปราณวิญญาณมีอยู่ทั่วทุกอาณาจักรใหญ่ ทั่วทุกพื้นที่ลึกลับที่ แตั่ละเผ่่าใช้ชีวิตัอยู่
ทว่ามีบางอาณาจักรและบางพื้นที่ลับที่เนื่องจากความพิเศษ ส่วนตััวจึงทำาให้ปราณวิญญาณฟ้าดินเกิดการเปลี่ยนแปลง
หรือจะยกตััวอย่างง่ายๆ ก็คือเทือกเขาชื่อเหยียนอันเป็นที่ตัั้ง ของหอหลิงเป่า เนื่องจากพื้นที่แห่งนั้นร้อนระอุตัลอดทั้งปี และมีภูเขาไฟ ปะทุอยู่เป็นระยะจึงทำาให้ปราณวิญญาณของที่นั่นปะปนไปด้วยพลังงาน เปลวเพลิงมากมาย
ผู่้ฝึกลมปราณที่ฝึกคาถาเปลวเพลิงและธาตัุเพลิง เมื่อฝึก บำาเพ็ญตับะอยู่ในหอหลิงเป่าแล้วรับเอาปราณวิญญาณเข้าไปใน มหาสมุทรวิญญาณจุดตัันเถียนก็จะสามารถแบ่งพลังงานเปลวเพลิงออก มาชุบหลอมเข้าไปในน้ำาวนเปลวเพลิงได้ ส่วนปราณวิญญาณที่เหลืออยู่ก็ จะถูกชักนำาไปยังน้ำาวนพลังวิญญาณ
นี่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกบำาเพ็ญตับะให้กับผู่้ฝึก ลมปราณที่ฝึกคาถาเปลวเพลิง
เช่นเดียวกัน บางพื้นที่ที่หนาวเย็นอย่างถึงที่สุด ปราณวิญญาณ ที่อยู่ในนั้นจึงมีพลังแห่งความเย็น สถานที่แห่งนี้จะเหมาะสมสำาหรับผู่้ที่ฝึก คาถาความเย็น
และก็มีบางพื้นที่ที่มีสายฟ้าผ่่าปกคลุมตัลอดทั้งปี พลังสายฟ้าที่ แฝึงเร้นอยู่ในปราณวิญญาณก็ช่วยให้ผู่้ที่ฝึกวิชาสายฟ้าสามารถรวบรวม พลังได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
และก็อนุมานไปตัามวิธีการเช่นนี้
อาณาจักรที่เผ่่าชั่วร้ายใช้ชีวิตัอยู่อาศัยอย่างเช่นโลกของภูตัผ่ี ปีศาจ เนื่องจากความพิเศษของอาณาจักร ปราณวิญญาณจึงค่อยๆ แปร สภาพมาเป็นปราณปีศาจ
ภูตัผ่ีปีศาจสามารถใช้ปราณปีศาจมาชุบหลอมเรือนกายให้ แข็งแกร่ง ผ่สานรวมเข้าไปในเลือดสดเพื่อเพิ่มพลังของสายเลือด
ที่ในอาณาจักรเลี่ยคงมีปราณวิญญาณสกปรกก็เพราะปราณ ประหลาดที่รั่วไหลออกมาจากอาณาจักรอื่นผ่่านรอยแยกห้วงมิตัิ
ปราณเหล่านี้เมื่อผ่สานรวมกับปราณวิญญาณฟ้าดินก็จะทำาให้ ปราณวิญญาณที่เดิมทีเหมาะสำาหรับการฝึกบำาเพ็ญตับะของเผ่่ามนุษย์เกิด การเปลี่ยนแปลง
จากคำาอธิบายของหลี่หลางเฟิง เนี่ยเทียนถึงได้รู้ว่าปราณ วิญญาณสกปรกของอาณาจักรเลี่ยคงเกิดขึ้นเพราะเหตัุใดกันแน่
“เท่าที่ข้ารู้มาปราณวิญญาณสกปรกของอาณาจักรเลี่ยคงอย่าง น้อยตั้องปะปนไปด้วยปราณปีศาจ ปราณแห่งความมืดมิด ปราณแห่ง ความตัาย ปราณพิษร้าย นอกจากนี้แล้วยังมีพลังงานแปลกประหลาด อย่างอื่นที่กระจายออกมาผ่่านรอยแยกห้วงมิตัิ ซึ่งพลังงานเหล่านั้นแม้แตั่ ข้าเองก็ยังไม่รู้ว่าพวกมันคืออะไรกันแน่”
หลี่หลางเฟิงกล่าวช้าๆ
“เผ่่าที่ใช้ปราณปีศาจฝึกบำาเพ็ญตันคือเผ่่าภูตัผ่ีปีศาจ เผ่่าที่ใช้ ปราณแห่งความมืดฝึกตันคือเผ่่าอสูรกาย เผ่่าที่ใช้ปราณแห่งความตัายฝึก ตันคือเผ่่ากระดูกขาว เผ่่าที่ใช้ปราณแห่งพิษร้ายฝึกบำาเพ็ญตับะคือเผ่่า ทมิฬ”
“ภูตัผ่ีปีศาจ อสูรกาย กระดูกขาว เผ่่าทมิฬ ล้วนเป็นเผ่่าที่พวก เราเรียกกันว่าเผ่่าชั่วร้าย”
“ก่อนหน้านี้เผ่่าชั่วร้ายทั้งสี่เคยใช้ชีวิตัอยู่ในดินแดนดาวตักมา ก่อน อันที่จริงแล้วช่วงแรกเริ่มสุด ผู่้ที่ใช้ชีวิตัอยู่ในอาณาจักรใหญ่ๆ ของ ดินแดนดาวตักก็คือชนเผ่่าชั่วร้ายเหล่านี้”
“เท่าที่ข้ารู้มา อาณาจักรหลีเทียนเคยเป็นแดนสุขาวดีของภูตัผ่ี ปีศาจ มีเผ่่าภูตัผ่ีปีศาจที่แข็งแกร่งเผ่่าหนึ่งครอบครอง”
“ข้ามาจากอาณาจักรอั้นหมิงซึ่งเคยเป็นของเผ่่าอสูรกาย เผ่่า ดั้งเดิมที่ใช้ชีวิตัอยู่ในอาณาจักรเฮยเจนอคือเผ่่าทมิฬ ส่วนอาณาจักรตั้าฮ วาง ก่อนหน้านั้นเมื่อนานมาแล้วเคยเป็นของเผ่่ากระดูกขาว”
“แน่นอนว่าดินแดนดาวตักในช่วงเวลานั้นไม่ได้เรียกว่าดินแดน ดาวตัก แตั่มีชื่ออื่น”
“ปีนั้นภูตัผ่ีปีศาจ อสูรกาย กระดูกขาว และเผ่่าทมิฬของแตั่ละ อาณาจักรใหญ่ก็ยังเป็นเพียงแค่ชนเผ่่าเล็กๆ ส่วนหนึ่งของสี่เผ่่าพันธุ์ใหญ่ เท่านั้น ไม่ใช่พลังหลักที่ทรงพลังอย่างแท้จริงของพวกเขา”
“คนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวและยังมีผู่้แข็งแกร่งจาก นอกอาณาจักรบางส่วนได้มาที่นี่ และตั้องผ่่านการรบราฆ่าฟันกันอยู่หลาย ปีถึงจะกำาจัดพวกตั่างเผ่่าเหล่านั้นได้อย่างสิ้นซาก”
“พวกเขาเองก็ใช้วิชาลึกลับมาทำาให้ปราณวิญญาณสะอาด สุดท้ายจึงทำาให้ดินแดนดาวตักกลายมาเป็นแดนสุขาวดีที่เหมาะสมให้เผ่่า มนุษย์อยู่อาศัย”
“…”
หลี่หลางเฟิงอธิบายให้เนี่ยเทียนฟังอย่างละเอียดโดยไม่มีปิดบัง
เนี่ยเทียนตัั้งใจรับฟังและค่อยๆ ย่อยความรู้ที่ได้รับ เริ่มเข้าใจ ตั่อเผ่่าชั่วร้ายทั้งสี่ รวมไปถึงพลังงานที่พวกเขาใช้ฝึกฝึนมากขึ้น
“เอาล่ะ! พวกเรามาตั่อกันเถอะ!”
ขณะที่หลี่หลางเฟิงอธิบายความพิเศษของพลังงานตั่างชนิดให้ เขาฟังก็ไม่ได้เสียเวลาในการฝึกบำาเพ็ญตับะไป เขาลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เดิน ออกห่างจากเนี่ยเทียน ก่อนจะบอกให้เนี่ยเทียนสร้างลูกปราณวิญญาณตั่อ ไป
เนี่ยเทียนหยุดความคิดวุ่นวายแล้วจึงสร้างลูกปราณวิญญาณ อีกสี่ลูก ก่อนจะโจมตัีไปยังจุดที่ใกล้กับหลี่หลางเฟิง
ท่ามกลางขั้นตัอนการสร้างลูกปราณวิญญาณ เขายังทดลองใช้ พลังจิตัของเขาไประงับการปะทะกันของพลังงานบ้าคลั่งในลูกปราณ วิญญาณ
น่าเสียดาย ผ่ลลัพธ์ที่ได้กลับมีไม่มาก ลูกปราณวิญญาณทั้งสี่ยัง คงระเบิดตััวอย่างรวดเร็ว
หลายวันหลังจากนั้น หลี่หลางเฟิงฝึกวิชาพิษร้ายพลางอธิบาย ความพิเศษของปราณวิญญาณที่แตักตั่างกันในอาณาจักรเลี่ยคง รวมไป ถึงเล่าความลับเกี่ยวกับเผ่่าชั่วร้ายให้เนี่ยเทียนฟังอีกไม่น้อย
ทว่าในด้านการควบคุมลูกปราณวิญญาณของเนี่ยเทียนกลับไม่ พัฒนาไปมากเท่าไหร่นัก เขายังคงไม่สามารถระงับการระเบิดในช่วงเวลา สั้นๆ ของลูกปราณวิญญาณได้
ทว่าจากการสร้างลูกปราณวิญญาณครั้งแล้วครั้งเล่า สัมผ่ัสได้ ถึงปราณแห่งความมืดมิด ปราณปีศาจ ปราณแห่งความตัายและปราณ พิษร้าย เขาจึงค่อยๆ เริ่มแยกแยะปราณวิญญาณที่พิเศษทั้งสี่ชนิดนั้นได้
สีดำาคือปราณแห่งความมืดมิด สีม่วงคือปราณปีศาจ สีขาวซีด คือปราณแห่งความตัาย สีเขียวคือปราณพิษร้าย
พลังงานสี่ชนิดนี้พลุ่งพล่านอย่างถึงที่สุด และก็เป็นพลังงานที่มี ปะปนมากที่สุดในลูกปราณวิญญาณ
นอกจากนี้แล้วยังมีพลังงานสีอื่นที่เขาไม่รู้ว่าตั้นกำาเนิดของมัน มาจากไหน ทว่าอัตัราของพลังงานเหล่านั้นกลับมีอยู่ไม่มากนักในอาณา จักรเลี่ยคง
ปราณที่มีมากที่สุดก็คือปราณแห่งความมืดมิด ปราณปีศาจ ปราณแห่งความตัายและปราณพิษร้าย
ปราณวิญญาณทั้งสี่ชนิดนี้ล้วนบ้าคลั่งพลุ่งพล่านอย่างถึงที่สุด หากถูกนำามารวมอยู่ด้วยกันในลูกปราณวิญญาณและชุบหลอมให้บริสุทธิ์ เมื่อใดมันก็จะปะทะกันและกระเพื่อมไหวอยู่ไม่นิ่ง
เมื่อเปรียบเทียบกับพลังงานที่เผ่่าชั่วร้ายนอกอาณาจักรฝึกฝึน แล้ว ปราณวิญญาณฟ้าดินที่เหมาะสมกับเผ่่ามนุษย์จะถือว่าเป็นปราณที่ สงบนิ่งมากที่สุด
ทว่าอัตัราส่วนของปราณวิญญาณฟ้าดินที่อยู่ในลูกปราณ วิญญาณยังอยู่ห่างชั้นกันไกลกับพลังงานที่เผ่่าชั่วร้ายทั้งสี่ฝึกฝึนจนไม่ สามารถปลอบให้พลังงานทั้งสี่ชนิดสงบลงได้
“หากอัตัราส่วนของปราณวิญญาณฟ้าดินที่อยู่ในลูกปราณ วิญญาณมีจำานวนมากกว่าจะช่วยให้ควบคุมลูกปราณวิญญาณได้ง่ายขึ้น หรือเปล่า?”
วันนี้ในที่สุดเขาก็นึกถึงได้กุญแจสำาคัญของปัญหา
ดังนั้นตัอนที่สร้างลูกปราณวิญญาณครั้งตั่อมาเขาจึงจงใจชักนำา ปราณวิญญาณในมหาสมุทรวิญญาณจุดตัันเถียนมาเพิ่มอัตัราส่วนของ ปราณวิญญาณในลูกปราณวิญญาณอย่างตั่อเนื่อง
เขาค้นพบด้วยความตัะลึงระคนดีใจว่าเมื่อปราณวิญญาณราบ เรียบที่เหมาะสมสำาหรับการฝึกบำาเพ็ญตับะของเผ่่ามนุษย์ไหลทะลักเข้าไป ในลูกปราณวิญญาณเป็นจำานวนมาก ถึงแม้พลังงานสี่ชนิดที่เผ่่าชั่วร้ายใช้ ในการดำารงชีวิตัจะยังคงปะทะกันอยู่และลูกปราณวิญญาณก็ยังคง กระเพื่อมไหว ทว่าเนื่องจากเขาใช้พลังจิตัไปปรับเปลี่ยนปราณวิญญาณ ที่มาจากตััวเอง ทดลองแยกพลังงานทั้งสี่ที่ผ่่านการชุบหลอมให้ออกจาก กันก็ได้ผ่ลลัพธ์อย่างที่คาดไว้
ยิ่งปราณวิญญาณที่มาจากเขามีอยู่ในลูกปราณวิญญาณมาก เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งควบคุมลูกปราณวิญญาณให้มั่นคงได้มากขึ้นเท่านั้น
ปราณวิญญาณเป็นกลุ่มๆ ของเขาซึ่งอยู่ในลูกปราณวิญญาณ เป็นเหมือนเขตัอาคมหลายชั้นที่แยกพลังงานสี่ชนิดที่พลุ่งพล่านและบ้า คลั่งที่สุดให้ห่างจากกัน ช่วยคลายการปะทะของพลังงานทั้งสี่ได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ ลูกปราณวิญญาณจึงยิ่งมั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ เวลาในการระเบิดออกก็ช้าลงจนสามารถควบคุมได้
แม้ว่านี่จะตั้องเผ่าผ่ลาญพลังงานจากตััวเขาไปบางส่วน แตั่หาก นำามาใช้ตั่อสู้ เขาก็จะสามารถควบคุมลูกปราณวิญญาณให้ไปโจมตัีเป้า
หมายได้อย่างแม่นยำา และไม่ตั้องกังวลว่าลูกปราณวิญญาณจะระเบิด กลางทางจนไร้ศักยภาพอย่างที่ควรมี