ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 331 สื่อฮุยตั้องการคน
ลูกปราณวิญญาณอีกลูกหนึ่งค่อยๆ ก่อตััวขึ้นมากลางฝึ่ามือของ เนี่ยเทียน
ในลูกปราณวิญญาณสีเทาขมุกขมัวปะปนไปด้วยลำาแสง มากมายที่ผ่่านการชุบหลอมมาแล้วจนทำาให้ลูกปราณวิญญาณสั่นไหวไม่ หยุดนิ่ง เนี่ยเทียนดึงเอาพลังวิญญาณในจุดตัันเถียนแทรกลงไปด้านใน ได้ทีละนิด
รอจนพลังวิญญาณของเขามีอัตัราส่วนได้ถึงระดับหนึ่งในลูก ปราณวิญญาณ เขาก็ใช้พลังจิตัไปควบคุมปราณแห่งความมืดมิดสีดำา ปราณปีศาจสีม่วง ปราณแห่งความตัายสีเทาขาว และปราณพิษร้ายสี เขียวให้แยกห่างออกจากกัน
พลังงานหลักทั้งสี่ชนิดที่กำาลังปะทะกันเองจึงถูกฝึืนระงับเอาไว้
เมื่อเป็นเช่นนี้ ถึงแม้ลูกปราณวิญญาณจะยังคงกระเพื่อมไหวไม่ หยุด แตั่ความรู้สึกที่ว่ามันอาจระเบิดออกได้ตัลอดเวลานั้นกลับไม่มีอีก แล้ว
“ผู่้อาวุโสหลี่!”
เนี่ยเทียนตัะโกนเรียกเสียงดังบอกเป็นนัยให้หลี่หลางเฟิงมาหา
หลี่หลางเฟิงที่สีหน้าซีดขาว ดวงตัาคล้ายทาไว้ด้วยวัตัถุสีเขียว พลันลอยมาถึง
ขณะที่ดูดซับเอาปราณพิษร้ายที่เผ่่าทมิฬใช้ในการฝึกตันมาไว้ กับตััว หลี่หลางเฟิงเองก็จำาเป็นตั้องหล่อหลอมมันอย่างละเอียดเพื่อรับเอา ปราณพิษร้ายที่บริสุทธิ์เข้ามาไว้ในจุดตัันเถียน วัตัถุตักตัะกอนจากปราณ พิษร้ายจะที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายเขาจะกัดกินเรือนกายที่มีเลือดเนื้อนี้ ของเขาทั้งวันคืน
ท่ามกลางขั้นตัอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่สร้างความสุขให้เลยแม้แตั่นิด นับ ตัั้งแตั่ที่เขายิ่งไอถี่มากขึ้นเรื่อยๆ เนี่ยเทียนก็รู้แล้วว่าขณะที่เขาร้อนใจ
อยากฝึ่าทะลุขั้นให้ได้โดยเร็วที่สุดก็เป็นการเพิ่มอาการบาดเจ็บให้กับ ร่างกายของเขาไปด้วย
“มีเรื่องอะไร?”
หลี่หลางเฟิงมาถึงก็เหลือบตัามองลูกปราณวิญญาณที่ถูกเขา สร้างขึ้นมาใหม่ด้วยอาการตักตัะลึง
เขาอยู่กับเนี่ยเทียนมาหลายวันจึงรู้แตั่แรกแล้วว่าลูกปราณ วิญญาณเหล่านั้นไม่สามารถถูกควบคุมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ลูกปราณวิญญาณทุกลูกที่ก่อตััวได้ไม่นานจะตั้องระเบิดออกใน ช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ตั่างกัน
หลี่หลางเฟิงสังเกตัเห็นว่าเนี่ยเทียนถือลูกปราณวิญญาณลูกนั้น ได้นานพอสมควรแล้ว
จากครั้งที่ผ่่านๆ มา ลูกปราณวิญญาณจะสามารถระเบิดออกได้ ทุกเวลา
“ลูกปราณวิญญาณลูกนี้สามารถอยู่ได้นานถึงหนึ่งเค่อโดยที่ไม่ ระเบิดออก” เนี่ยเทียนเขย่ามือเบาๆ ลูกปราณวิญญาณสีเทาคล้ายฟอง อากาศก็กระเด้งไปหาหลี่หลางเฟิง “ลูกปราณวิญญาณที่ไม่ระเบิดออก ปราณพิษด้านในที่เผ่่าทมิฬใช้ฝึกฝึนจึงบริสุทธิ์อย่างถึงที่สุด! ท่านลองรับ เอาเข้าไปไว้ในร่างกายดูเถอะ”
ดวงตัาที่เหมือนพลอยสีขี้นกการเวกของหลี่หลางเฟิงปลดปล่อย ประกายความตักตัะลึงระคนยินดี
เขาพยักหน้า กลางฝึ่ามือพลันมีแรงดึงดูดเกิดขึ้น ก่อนจะดูดเอา ลูกปราณวิญญาณนั้นเข้าหาตััว และเขาก็หรี่ตัาลง รวบรวมสมาธิไปรับ เอาปราณพิษร้ายสีเขียวที่อยู่ภายใน
เนี่ยเทียนจับตัามองอย่างละเอียดก็สังเกตัเห็นอย่างชัดเจนว่า ปราณพิษร้ายสีเขียวรุบรู่ที่อยู่ในลูกปราณวิญญาณคล้ายธารน้ำาสีเขียวที่ ค่อยๆ ไหลรินเข้าหากลางฝึ่ามือของหลี่หลางเฟิง
มือข้างนั้นของหลี่หลางเฟิงเปลี่ยนมาเป็นสีเขียวเข้มอย่าง รวดเร็ว และในรูขุมขนก็ยังปล่อยควันสีเขียวอ่อนจางออกมา
เมื่อปราณพิษสีเขียวถูกดึงออกมาทีละนิด ลูกปราณวิญญาณที่ ปะปนไปด้วยพลังงานตั่างธาตัุกันก็ยิ่งเปลี่ยนมาเป็นมั่นคงมากขึ้น
เดิมทีตัามการคำานวณของเขา ลูกปราณวิญญาณนั้นจะมั่นคง อยู่ได้แค่หนึ่งเค่อเท่านั้น
ทว่าหลังจากที่ปราณพิษสีเขียวไหลออกไปอย่างรวดเร็ว ปราณ วิญญาณที่ราบเรียบของเขาก็ถูกดึงออกมา เอาพลังงานที่มากกว่าเดิมไป สกัดกั้นปราณปีศาจ ปราณแห่งความมืดมิด และปราณแห่งความตัายให้ แยกห่างจากกันได้มากขึ้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ ความมั่นคงของลูกปราณวิญญาณจึงยิ่งเพิ่มมาก ขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ
ไม่จำาเป็นตั้องใช้เวลาถึงหนึ่งเค่อ เพียงแค่ห้านาที ปราณพิษร้าย บริสุทธิ์ที่แฝึงเร้นอยู่ในลูกปราณวิญญาณนั้นก็ล้วนถูกหลี่หลางเฟิงดูดซับ เอาไปจนเกลี้ยง
หลี่หลางเฟิงหยุดมือ ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ลูกปราณวิญญาณที่ปราณ พิษร้ายหายไปแล้วลูกนั้นก็ลอยกระเด็นออกไปไกล
และเวลานี้เนี่ยเทียนจึงเลิกใช้พลังจิตัไปแยกพลังงานตั่างธาตัุ ด้านในลูกปราณวิญญาณ
“ตัูม!”
ลูกปราณวิญญาณระเบิดออกทันที คราวนี้เนื่องจากเสียปราณ พิษร้ายไป พลังโจมตัีที่เกิดขึ้นจึงลดน้อยลงไปหนึ่งระดับ
หลี่หลางเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ขณะที่ฝึกบำาเพ็ญตับะ ดวงตัาที่เปลี่ยนมาเป็นสีเขียวเข้มของเขาได้ปลดปล่อยแสงแห่งความตัื่น เตั้น
เขารับสัมผ่ัสอย่างละเอียดอยู่พักหนึ่ง พบว่าปราณพิษร้ายสี เขียวที่เขาดึงออกมาจากในลูกปราณวิญญาณนั้นบริสุทธิ์อย่างถึงที่สุด ซึ่ง ส่วนใหญ่ล้วนถูกรับเข้าไปในจุดตัันเถียนโดยตัรง ไม่จำาเป็นตั้องให้เขาชุบ หลอมให้บริสุทธิ์เป็นครั้งที่สอง
และการดึงเอาแค่ปราณพิษร้ายออกมาจากในลูกปราณ วิญญาณ วัตัถุตักตัะกอนซึ่งทำาร้ายร่างกายเขาก็จะหลงเหลืออยู่เพียงส่วน น้อยมากเท่านั้น
หากยังคงดึงเอาปราณพิษร้ายของเผ่่าทมิฬจากในลูกปราณ วิญญาณมาได้อย่างตั่อเนื่อง ความเร็วในการสะสมพลังงานของเขาไม่ เพียงแตั่จะเร็วขึ้นเยอะมาก แรงกดดันที่เรือนกายนี้ได้รับก็จะลดลงไปไม่ น้อย
“เอ่อ…” เขาถูมือเข้าหากันอย่างฮึกเหิม มองเนี่ยเทียน ทำาท่าจะ พูดอะไรบางอย่างแตั่ก็หยุดชะงักไป
ดวงตัาของเขาที่เหลืออีกแค่ก้าวเดียวก็เหยียบย่างเข้าสู่เขตั สามัญเป็นประกาย แน่นอนว่าย่อมมองออกว่าในลูกปราณวิญญาณนี้มี พลังงานจากตััวเนี่ยเทียนปะปนอยู่ด้วย
และก็เป็นเพราะเนี่ยเทียนใช้พลังงานของตััวเองมาแทรกแซง การปะทะและการกระเพื่อมไหวในลูกปราณวิญญาณถึงได้ทำาให้ลูกปราณ วิญญาณนั้นไม่ได้ระเบิดออกในทันที
ลูกปราณวิญญาณที่ไม่ระเบิดออกเช่นนี้ ปราณพิษร้ายที่ดำารงอยู่ ด้านในจึงทั้งบริสุทธิ์และทั้งหนาแน่น สามารถเพิ่มประสิทธิผ่ลในการฝึก บำาเพ็ญตับะของเขาได้มาก และยังลดภาระของเลือดเนื้อเขาลงไปด้วย
ใจเขาอยากจะให้เนี่ยเทียนสร้างลูกปราณวิญญาณแบบนี้ตั่อไป
แตั่เขาเองก็รู้ดีว่าทำาเช่นนี้เนี่ยเทียนจะเผ่าผ่ลาญพลังงานของตััว เอง และอาจทำาให้การฝึกบำาเพ็ญตับะของเนี่ยเทียนช้าลง
“ท่านและข้ามีผ่ลประโยชน์ร่วมกัน ท่านฝึ่าทะลุสู่เขตัสามัญ สามารถช่วยให้ข้าเอาตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นมาจากร่างของหนิง หยางได้” เนี่ยเทียนใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่จึงกล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ท่านยังไม่ ฝึ่าทะลุสู่เขตัสามัญ ข้าจะช่วยท่านอย่างเตั็มกำาลัง แตั่เมื่อท่านฝึ่าทะลุขั้น
แล้ว ข้าก็ไม่สามารถช่วยท่านแบบนี้ได้อีก เพราะมันจะส่งผ่ลกระทบตั่อ การฝึกบำาเพ็ญตับะของข้า”
“เข้าใจ ข้าเข้าใจ” หลี่หลางเฟิงพยักหน้าตัิดตั่อกัน ทั้งยังเอ่ย ปากรับรอง “ไอ้หนู หากข้าสามารถฝึ่าทะลุสู่เขตัสามัญ นอกจากข้อตักลง ระหว่างข้าและพรรคคิชฌกูฎที่ตั้องช่วยเจ้าเอาตัราประทับสะเก็ดดาวมา จากหนิงหยางแล้ว ข้าจะถือว่าข้าตัิดค้างบุญคุณเจ้าหนึ่งครั้ง”
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็ตั้องขอขอบคุณไว้ล่วงหน้า” เนี่ยเทียนเองก็ไม่ เกรงใจ ยอมรับความหวังดีของเขาอย่างตัรงไปตัรงมา
หลายวันตั่อมา ทุกครั้งที่สร้างลูกปราณวิญญาณขึ้น เขาจะใส่ พลังวิญญาณในร่างกายของตััวเองเข้าไปเพิ่มเตัิม ทำาให้ลูกปราณ วิญญาณไม่ระเบิดออก
หลี่หลางเฟิงเองก็ดึงเอาปราณพิษร้ายสีเขียวของเผ่่าทมิฬจาก ในลูกปราณวิญญาณมาสะสมพลังงานของตััวเองอย่างรวดเร็ว
วันที่แปด หลี่หลางเฟิงก็เป็นคนบอกให้หยุด
กลางค่ำาคืนมืดมิดที่ไม่มีทั้งแสงดาวและแสงจันทร์ ดวงตัาทั้งคู่ ของเขาคล้ายดวงวิญญาณสีเขียวที่ถูกไฟลุกไหม้ สีเขียวรุบรู่นั้นมองแล้ว น่าตักใจอย่างยิ่ง
“ได้แล้ว! เจ้าและเซวียหลงรออยู่ที่นี่ ข้าจะไปหาสถานที่อีกแห่ง หนึ่งฝึ่าทะลุขอบเขตั รอจนข้าเหยียบเข้าสู่เขตัสามัญแล้ว ข้าจะกลับมาหา พวกเจ้า!”
กล่าวจบเขาก็ตัะโกนเรียกเซวียหลงที่ห่างออกไปไกลหนึ่งครั้ง ก่อนจะกลายร่างเป็นภาพตัิดตัาสีเขียวเข้มเส้นหนึ่งที่พุ่งตััวออกไปไกลใน ฉับพลัน
ผู่้ที่มีตับะตั้นสวรรค์ช่วงท้ายเช่นเขา ขณะที่ฝึ่าขอบเขตัแน่นอน ว่าย่อมตั้องระวังตััวมากเป็นพิเศษ
ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยเทียนหรือเซวียหลงก็ล้วนเป็นคนที่มีผ่ล ประโยชน์ร่วมกับเขาเท่านั้น ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับเขา เขากังวลว่าตัอนที่
ฝึ่าทะลุขั้น ตัอนที่ตััวเองอ่อนแอจะถูกคนฉวยโอกาสลงมือเล่นงาน ดังนั้น จึงเป็นฝึ่ายถอยห่างออกไปเอง
เมื่อเขาจากไปแล้ว เนี่ยเทียนก็ไม่เอ่ยคำาใด แตั่หยิบหินวิเศษ หลายก้อนออกมาฟื้นฟูพลังวิญญาณที่ตััวเองสูญเสียไป
ดูเหมือนว่าเซวียหลงเองก็รู้แตั่แรกว่าหลี่หลางเฟิงไม่ได้เชื่อใจ เขา และก็เข้าใจว่าเมื่อหลี่หลางเฟิงตั้องการฝึ่าทะลุขั้นจริงๆ เขาจะตั้องไป จากที่แห่งนี้
ดังนั้นเซวียหลงจึงไม่รู้สึกแปลกใจตั่อการจากไปของหลี่หลา งเฟิงแม้แตั่นิดเดียว
สิ่งเดียวที่เขาประหลาดใจก็คือเวลาตัอนนี้เร็วว่าที่หลี่หลางเฟิง คำานวณเอาไว้ก่อนหน้าเล็กน้อย
เดิมทีตัามคำาบอกของหลี่หลางเฟิง เขาจำาเป็นตั้องใช้เวลาสิบวัน ถึงจะสะสมพลังงานที่มากพอจนถึงระดับที่ฝึ่าทะลุขั้นได้
นี่เพิ่งจะแปดวันเท่านั้นหลี่หลางเฟิงก็รีบร้อนจากไป แสดงให้ เห็นว่าเขาสะสมพลังงานที่จำาเป็นสำาหรับการฝึ่าทะลุขั้นได้แล้ว
“เจ้าเด็กหัวเทียนผู่้นี้ช่วยในการฝึกบำาเพ็ญตับะของหลี่หลางเฟิง ได้มากขนาดนี้เชียวรึ?” เซวียหลงแอบตักตัะลึง
ค่อนคืนตั่อมา
เนื่องจากหลี่หลางเฟิงใกล้จะฝึ่าทะลุสู่เขตัสามัญ ส่วนเซวียหลง ก็มีแรงกดดันในใจจึงหลับตัาตัั้งใจฝึกบำาเพ็ญตับะ
ทันใดนั้นดวงตัาของเขาที่ปิดสนิทก็พลันเบิกโพลง
เขามองไปยังทิศทางหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและเอ่ยเบาๆ “หัวเทียน!”
เนี่ยเทียนตัื่นขึ้นมาทันที กล่าวอย่างงุนงงว่า “มีอะไรหรือ?”
ตัอนที่เขาอยู่กับหลี่หลางเฟิงและเซวียหลงก็ไม่ได้ปล่อยทิพย์ จักษุเจ็ดข้างออกมารับสัมผ่ัสความเคลื่อนไหวของทุกสิ่งที่อยู่รอบด้าน อย่างใกล้ชิด
นี่ก็เป็นเพราะเซวียหลงและหลี่หลางเฟิงแข็งแกร่งมากพอ ใน สายตัาของเขา ตั่อให้เผ่ชิญกับการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน หลี่หลางเฟิง และเซวียหลงก็สามารถรับมือได้
“มีคนมา” เซวียหลงตัวาดเบาๆ
เนี่ยเทียนตักใจ
เขาเห็นความเคร่งเครียดเล็กๆ บนใบหน้าของเซวียหลง แล้วก็ เข้าใจทันทีว่าคนที่มาทำาให้เซวียหลงรู้สึกกดดัน
เขาจึงรีบพุ่งตััวไปหาเซวียหลงทั้งยังสร้างทิพย์จักษุขึ้นมาโดย อัตัโนมัตัิ หมายจะสังเกตัการณ์สภาพแวดล้อมรอบด้าน
ทว่าเมื่อทิพย์จักษุข้างแรกเพิ่งจะก่อตััวขึ้นมาได้ คนทั้งห้าที่มีสื่อ ฮุยเป็นหัวหน้าก็มาถึงอย่างกะทันหัน
“สื่อฮุย!” เขาตัวาดเบาๆ
“พี่เซวีย ไม่เจอกันนานเลยนะ” สื่อฮุยแสยะปากยิ้มเบิกบาน “ช่วงเวลาที่ผ่่านมานี้ไม่ใช่ว่าเจ้าตั้องไล่ตัามหลี่หลางเฟิงแห่งเดือนดับไป หรอกหรือ? เหตัุใดถึงมาอยู่กับหัวเทียนได้ล่ะ?”
ข้างกายสื่อฮุยมีขุนนางตั่างถิ่นจากกะโหลกเลือดอีกสี่คน ซึ่งทุก คนตั่างก็มีรอยยิ้มชั่วร้าย
คนทั้งสี่นี้ตั่างก็มีตับะตั้นสวรรค์ช่วงกลาง ตับะและขอบเขตัเป็น รองสื่อฮุยและเซวียหลงแค่ระดับเดียวเท่านั้น
ปราณแห่งกระบี่ดุร้ายระลอกหนึ่งลอยตัรงดิ่งขึ้นมาเหนือศีรษะ ของเซวียหลง
ในความรู้สึกที่เนี่ยเทียนสัมผ่ัสได้จากทิพย์จักษุ บัดนี้คล้ายมี กระบี่คมกริบเล่มหนึ่งลอยออกมาจากกลางกระหม่อมของเซวียหลงและ แทงทะลุเข้าไปบนฟ้าอย่างแท้จริง
“สื่อฮุย เจ้าตัั้งใจมาหาข้าเอง หรือว่าแค่บังเอิญผ่่านทางมา?” เซวียหลงขมวดคิ้ว
“ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง” สื่อฮุยหัวเราะฮ่าๆ สายตัาพลันมาตักอยู่ บนร่างเนี่ยเทียน แล้วกล่าวอย่างเป็นธรรมชาตัิว่า “ข้าได้ยินมาโดย บังเอิญว่าหัวเทียนอยู่กับเจ้า ที่ข้ามาคราวนี้ก็เพราะเขา”
“เจ้าเองก็รู้ อย่างไรซะข้าก็เคยเป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลก เลือดมาก่อน ตัอนนี้ถึงแม้ว่าจะถูกกะโหลกเลือดปลดจากตัำาแหน่ง ทว่า กลับยังมีเพื่อนบางส่วนอยู่ในกะโหลกเลือด ข้าและกะโหลกเลือดแตักคอ กัน เจ้าเด็กนี่ก็มีส่วนช่วยผ่ลักดันให้มันเกิดขึ้น ข้าสื่อฮุยก็เป็นคนมีหน้ามี ตัา ในเมื่อข้าถูกตััดออกจากกะโหลกเลือดเพราะเขา จะให้ไม่ทำาอะไรเลย คงไม่ใช่กระมัง?”
เซวียหลงแค่นเสียงกล่าว “ด้วยวิธีการที่เจ้าทำาตัอนอยู่ใน กะโหลกเลือด ตั่อให้ไม่มีหัวเทียน ไฉ่หลันก็ไม่มีทางเอาเจ้าไว้!”
“พี่เซวีย พูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกนะ” สื่อฮุยสีหน้าเย็นชาน้อยๆ “อยู่ ในกะโหลกเลือดเจ้าและข้าตั่างก็เป็นขุนนางตั่างถิ่น แตั่ไรไหนมาเราล้วน ตั่างคนตั่างอยู่ ข้าไม่ไปมีเรื่องกับเจ้า เจ้าก็ไม่เคยมีเรื่องกับข้า แตั่ข้าเองก็ พอจะได้ยินมาว่าอันที่จริงเจ้านั้นมีอคตัิกับข้าอยู่ไม่น้อย”
“ก็มีอคตัิจริงอย่างที่ว่า” เซวียหลงกล่าวอย่างตัรงไปตัรงมา
“งั้นก็ไม่ตั้องรีบร้อน” สื่อฮุยลูบคลำาปลายคาง ดวงตัาเรืองแสง วาววับ ก่อนจะพูดเนิบช้า “ตั่อไปทุกคนไม่ได้อยู่ฝึ่ายเดียวกัน แตั่ก็ยังมี โอกาสได้เจอกัน ทว่าคราวนี้…”
เขายื่นมือมาชี้ที่เนี่ยเทียน เพิ่มระดับเสียงพูดว่า “ข้ามาเพราะ เขา! เจ้าจงมอบตััวเด็กนี่มาให้ข้า ข้าได้ตััวเขาแล้วจะไปทันที ไม่มีทางอยู่ นานเด็ดขาด เจ้าและข้าสองคนก็ถือซะว่าไม่เคยเจอกันมาก่อน ตั่อไปหาก มีเรื่องอะไรอีกพวกเราค่อยว่ากันทีหลัง เจ้าคิดดีไหมล่ะ?”