ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 332 เอาตััวรอด
“ไม่ดี” เซวียหลงปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
“พี่เซวีย ฝึีมือของเจ้าและข้าสูสีกัน เรื่องนี้เจ้าเองก็น่าจะรู้ดีอยู่ แก่ใจ” สื่อฮุยมีสีหน้ามืดคล้ำาลงทันที เขาพยักหน้าเบาๆ ให้กับคนทั้งสี่ที่ อยู่รอบกายแล้วจึงกล่าวว่า “หากจะมีเรื่องกันขึ้นมาจริงๆ อันที่จริงแล้ว เจ้าก็ไม่สามารถปกป้องเขาได้ แล้วจะทำาไปเพื่ออะไรล่ะ? อยู่ดีๆ จะมาตั่อสู้ กับข้าเพื่อเด็กโอหังคนหนึ่ง มีประโยชน์กับเจ้าตัรงไหนกัน?”
ภายใตั้สายตัาบอกเป็นนัยจากเขา ขุนนางตั่างถิ่นสี่คนที่มาจาก กะโหลกเลือดได้เข้ามาใกล้เนี่ยเทียนอย่างเงียบเชียบแล้ว
“ข้าได้รับคำาไหว้วานจากคนอื่นให้ดูแลหัวเทียนในช่วงระยะ เวลาหนึ่ง” เซวียหลงที่นั่งนิ่งๆ ผุ่ดลึกขึ้นยืน กระบี่วิเศษเล่มหนึ่งที่ส่องแสง เย็นเยียบพลันโผ่ล่ออกมา
เขาถือกระบี่และมองมายังสื่อฮุย ทว่ากลับพูดกับอีกสี่คนที่เหลือ “หัวเทียนคือเป้าหมายที่ข้าตั้องปกป้อง ใครกล้าทำาอะไรเขาก็อย่ามาโทษ ว่าข้าไม่เกรงใจ!”
“ในเมื่อเจ้าไม่เห็นแก่หน้ากันอย่างนี้ก็อย่าตัำาหนิข้าล่ะ” สื่อฮุย ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง
“อู้ๆๆ!”
เปลวเพลิงหลายกลุ่มพลันลอยออกมาจากกลางฝึ่ามือและชาย แขนเสื้อของสื่อฮุย เปลวเพลิงเป็นกลุ่มๆ เหล่านั้นเรียงตััวกันด้วยรูปแบบ ที่พิเศษอย่างหนึ่ง คล้ายแฝึงเร้นไว้ด้วยความมหัศจรรย์บางอย่าง
เวลาเดียวกันนั้น สื่อฮุยก็หยิบเอาแส้กระดูกงูขึ้นมาหนึ่งเส้น
พอแส้กระดูกงูนั้นบินออกมาก็มีเปลวเพลิงร้อนแรงถูกปลด ปล่อยออกมาจากด้านในด้วย
พริบตัาเดียวแส้กระดูกงูก็เปลี่ยนมาเป็นงูขนาดใหญ่ยักษ์ที่มี เปลวเพลิงลุกโชตัิช่วง สื่อฮุยจับที่หางของงูยักษ์สะบัดเบาๆ แส้กระดูกงู นั้นก็ปลดปล่อยเปลวไฟทะลักทะลาย ทำาให้พื้นที่รอบกายเขากลายมาเป็น ทะเลไฟ
“จับตััวเจ้าหัวเทียนผู่้นั้นให้ได้ เซวียหลงมอบให้ข้าเป็นคน จัดการเอง” เมื่อแส้กระดูกงูบินออกมา สื่อฮุยก็ไม่สนใจอะไรอีก และก็รู้ดี ว่าตั้องแตักหักกับเซวียหลง
“หัวเทียน! ไม่ตั้องสนใจข้า หาโอกาสได้ก็หนีเอาตััวรอดไปเลย!” เซวียหลงสีหน้านิ่งสนิท
เขารู้ว่าเนี่ยเทียนมีเวทลับแปลกประหลาดตัิดตััว และก็รู้ด้วยว่า เนี่ยเทียนเชี่ยวชาญวิชาการหลบหนีที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่ง มิฉะนั้นเนี่ย เทียนย่อมไม่สามารถรอดตััวจากการโอบล้อมโจมตัีของพวกนักล่าได้ครั้ง แล้วครั้งเล่า
“ฮ่าๆ เซวียหลงเจ้ากำาลังพูดเรื่องตัลกอะไรอยู่?” สื่อฮุยแหงน หน้าหัวเราะเสียงดัง “กะอีแค่ผู่้ฝึกลมปราณขอบเขตักลางสวรรค์ผู่้หนึ่ง
หากรอดพ้นจากน้ำามือของพวกเขาสี่คนไปได้ก็เขียนชื่อของข้าสื่อฮุยกลับ หัวได้เลย!”
“เพี๊ยะๆๆ!”
ระหว่างที่พูด แส้กระดูกงูที่กลายมาเป็นงูยักษ์ไฟท่วมร่างก็ สะบัดร่าง ก่อนจะกระโจนเข้าใส่เซวียหลง
เปลวเพลิงโชตัิช่วงที่ล้อมวนอยู่รอบกายสื่อฮุยขยับไปตัามแส้ กระดูกงูนั้นด้วย ทำาให้ร่างของเซวียหลงคล้ายถูกกลบทับไว้ด้วยทะเลเพลิง ที่ไฟลุกท่วม
เวลาเดียวกันนั้น ผู่้ที่มีตับะตั้นสวรรค์ช่วงกลางอีกสี่คนก็หัวเราะ ฮ่าๆ ขยับเข้ามาใกล้เนี่ยเทียน
“ฟิ้ว!”
ปราณกระบี่คมกริบเส้นหนึ่งพวยพุ่งจากในทะเลเพลิงขึ้นไปบน ฟ้าตัรงจุดที่เซวียหลงยืนอยู่
และยังมีแสงกระบี่เล็กละเอียดอีกมากมายคล้ายกระบี่หักที่สาด กระเด็นเข้าไปทิ่มแทงคนทั้งสี่ ขัดขวางไม่ให้พวกเขาลงมือกับเนี่ยเทียนได้
“คู่ตั่อสู้ของเจ้าคือข้า!” สื่อฮุยหัวเราะเสียงเย็น
ท่ามกลางกองไฟลุกโชนนั้นพลันมีอักขระเปลวเพลิงโปร่งใส หลายตััวเปล่งวาบออกมา
อักขระเปลวเพลิงเหล่านั้นเหมือนผ่ลึกสีแดงโปร่งแสงที่นาบ ประทับสัจธรรมแห่งความจริงของเปลวเพลิงเอาไว้
อักขระเปลวเพลิงหลายตััวราวกับมีจิตัสำานึกและชีวิตัเป็นของ ตััวเอง แค่ปรากฏตััวก็เพ่งเล็งไปยังแสงกระบี่เล็กละเอียดที่เซวียหลงปลด ปล่อยออกมา
“ปังๆ!”
พออักขระเปลวเพลิงและแสงกระบี่ปะทะกัน แสงเจิดจ้าแสบตัา ก็ระเบิดออกมา
สื่อฮุยและเซวียหลงแค่นเสียงเบาๆ แทบจะพร้อมกัน แล้วพริบ ตัาเดียวก็กระโจนเข้าตั่อสู้กันอย่างดุเดือด
เนี่ยเทียนหันกลับไปมองก็เห็นแสงกระบี่ตััดสลับอยู่ท่ามกลาง ทะเลไฟโชตัิช่วง งูยักษ์เปลวเพลิงตััวหนึ่งเลื้อยสะบัดไม่อยู่นิ่ง คอยเขมือบ กลืนปราณกระบี่ของเซวียหลงอย่างตั่อเนื่อง
ฝึีมือของเซวียหลงและสื่อฮุยสูสีกัน หากคิดจะตััดสินว่าใครแพ้ ใครชนะเกรงว่าคงยังตั้องใช้เวลาอีกนานมาก
และก็เพราะศักยภาพพอๆ กัน อีกทั้งยังเป็นขุนนางตั่างถิ่นของ กะโหลกเลือดเหมือนกัน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ชอบขี้หน้าอีกฝึ่าย แตั่ก็ ตั่างระงับอารมณ์ของตััวเองเอาไว้
ตัอนที่อยู่ในกะโหลกเลือด พวกเขาไม่เคยทำาความรู้จักสนิทสนม ตั่างคนตั่างอยู่ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน
จนกระทั่งบัดนี้เนื่องจากสื่อฮุยหลุดพ้นจากกะโหลกเลือดแล้ว บวกกับที่เซวียหลงตั้องการปกป้องเนี่ยเทียน คนทั้งสองถึงได้ปะทะกันซึ่งๆ หน้าเป็นครั้งแรก
“ไอ้หนู ยอมโดนจับแตั่โดยดีเถอะ พวกเราะได้ไม่พลั้งมือฆ่าเจ้า โดยไม่ทันระวัง” ในบรรดาคนทั้งสี่ คนผู่้หนึ่งที่ชื่อว่าชิวหยางเอียงหัวพูด ขณะที่เข้ามาใกล้ เขาก็พลันยกฝึ่ามือเข้าหาลำาคอของเนี่ยเทียนแล้วคว้า จับมาแตั่ไกล
เส้นใยดำาสนิทราวเส้นผ่มเล็กละเอียดลอยพรวดออกมาจาก กลางฝึ่ามือของเขา และพุ่งเข้ามาที่ลำาคอของเนี่ยเทียน
อีกสามคนแบ่งกันอยู่ตัรงฝึัยงซ้าย ฝึัยงขวาและด้านหลังของเนี่ย เทียน คนที่อยู่เบื้องหน้าก็คือชิวหยางผู่้นั้น สร้างรูปแบบเป็นการล้อมโจมตัี
เมื่อเห็นว่าชิวหยางลงมือแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้รีบร้อน เอาแตั่ มองเนี่ยเทียนด้วยสายตัาเย็นชา ราวกับตั้องการดูว่าขุนนางตั่างถิ่นที่ ขอบเขตัตั่ำาที่สุดของกะโหลกเลือดผู่้นี้จะเก่งกาจได้สักแค่ไหน
“แน่จริงก็สังหารข้าให้ได้สิ” เนี่ยเทียนที่สร้างสนามแม่เหล็ก ยุ่งเหยิงขึ้นมาตัั้งนานแล้วมีสีหน้าเป็นปกตัิ คล้ายไม่รู้สึกเลยสักนิดว่าตััว เองกำาลังเผ่ชิญกับอะไรอยู่
“ซี่ๆๆ!”
เส้นใยสีดำาเล็กละเอียดราวเส้นผ่มถูกปลดปล่อยออกมาจากมือ ของชิวหยางและลอยเข้ามาในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงในที่สุด
เส้ยใยสีดำาที่ลอยตัรงดิ่ง พอเข้ามาในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก็ พลันบิดเบือน เปลี่ยนมาเป็นคดเคี้ยวทันที
“เอ๊ะ!”
ชิวหยางอุทานเบาๆ สัมผ่ัสได้ถึงความผ่ิดปกตัิอย่างเฉียบไว แล้วก็เตัรียมเพิ่มพลังจิตัเข้าไปบังคับเส้นใยใหม่อีกครั้ง
“อู้!”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนก็สร้างลูกปราณวิญญาณลูกหนึ่งออก มาแล้วก้าวออกมาข้างหน้าหลายก้าว
ลูกปราณวิญญาณที่อยู่ในมือของเขาคล้ายกลุ่มควันสีเทา ขมุกขมัวซึ่งพุ่งเข้ามาโจมตัีชิวหยางกะทันหัน
ชิวหยางส่ายหัว ปลายแขนเสื้อพองตััว แล้วทันใดนั้นร่างของ เขาก็คล้ายถูกเตัิมลมจนลอยขึ้นจากพื้น
“ตัูม!”
ลูกปราณวิญญาณระเบิดออก แตั่ชิวหยางกลับหายตััวไป รอจน ปรากฏตััวอีกครั้งก็มาอยู่ฝึัยงซ้ายของเนี่ยเทียนแล้ว
“ฟิ้ว!”
เนี่ยเทียนกระตัุ้นใช้คาถาดาวเปล่งประกายระยะสั้น อยู่ๆ ก็ หายตััวไปอยู่ด้านหลังของชิวหยาง สร้างหมัดพิโรธที่รวบรวมพลังงานสาม ส่วนตั่อยเข้าไปยังหัวใจทางด้านหลังของชิวหยาง
ชิวหยางที่เนี่ยเทียนพุ่งเข้ามาประชิดตัิดตััว ร่างจึงถูกปกคลุมอยู่ ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง ผ่ิวหนังบนใบหน้าของเขากระตัุกรัวไม่หยุด
พลังงานมากมายในร่างพลันเปลี่ยนมาเป็นยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ แม้แตั่มหาสมุทรจิตัวิญญาณของเขาก็ยังส่งความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวมา ให้ ทำาให้เขาร้องในใจว่าท่าไม่ดีแล้ว
พลังโจมตัีรุนแรงระลอกหนึ่งที่ส่งมาจากทางด้านหลังยังไม่ทัน ร่วงลงมาโดน เขาก็สัมผ่ัสได้อย่างเฉียบไว
ชิวหยางหันขวับกลับมา ตัอนที่หมัดพิโรธเข้ามาใกล้ เขาก็ยกมือ ซ้ายขึ้นไปรับไว้อย่างทันท่วงที
ฝึ่ามือซ้ายของเขามีเส้นใยสีดำาดุจเส้นผ่มบินออกมาอีกครั้ง เส้นใยมากมายเหล่านั้นตัรงเข้ารัดพันหมัดของเนี่ยเทียนทันทีทันใด
“ตัูม!”
แตั่หมัดของเนี่ยเทียนก็ตั่อยลงกลางฝึ่ามือซ้ายของชิวหยาง อย่างรุนแรงเช่นกัน
วินาทีที่หมัดกับฝึ่ามือปะทะกัน เนี่ยเทียนก็มีความรู้สึก ประหลาดอย่างหนึ่งเหมือนตั่อยลงไปบนลูกกลมผ่้าฝึ้าย แรงที่ลงไปจึงไม่ ได้ผ่ลมากอย่างที่คาดเอาไว้
ชิวหยางถอย “ตัึงๆ” ออกไปข้างหลังสองก้าว และจึงหลุดพ้น จากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงไปโดยอัตัโนมัตัิ เส้นใยสีดำาสนิทมากมายที่ พัวพันอยู่บนหมัดของเนี่ยเทียนก็แตักกระจายออกเป็นส่วนใหญ่
ทว่าเส้นใยสีดำาที่แตักกระจายออกกลับยังคงคล้ายเข็มเหล็กที่ ทิ่มแทงลงมาบนหมัดและแขนของเนี่ยเทียนจนเกิดเป็นรอยแผ่ลเล็ก ละเอียดมากมาย
เส้นใยสีดำาสนิทบนหมัดของเนี่ยเทียนที่ยังไม่แตักออกกลับ พยายามแทรกซอนเข้าไปในเลือดเนื้อของเขาอย่างสุดชีวิตั
ชิวหยางที่พ้นออกมาจากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงแสยะปากแยก เขี้ยว สะบัดมือซ้ายของตััวเองอย่างแรง ปากก็ร้องโอดโอยไม่หยุด
เขาสลัดมือพลางพูดกับอีกสามคนที่เหลือด้วยว่า “เจ้าเด็กนี่ แปลกประหลาดอย่างแท้จริง พวกเจ้าระวังตััวให้มากหน่อย สนามแม่ เหล็กประหลาดที่อยู่รอบกายเขาสามารถทำาให้พลังงานในร่างกายของ พวกเรายุ่งเหยิงจนไม่สามารถปลดปล่อยพลังในการตั่อสู้ทั้งหมดออกมาได้ ทุกคนระวังเอาไว้ พยายามอย่าเข้าไปตั่อสู้ประชิดตััวกับเขา พละกำาลัง ของเขาก็มีไม่น้อยเหมือนกัน!”
“ฮ่าๆ ดูเหมือนพี่ใหญ่ชิวจะเสียเปรียบเล็กๆ น่ะเนี่ย”
“น่าสนใจๆ”
“พี่ใหญ่ชิววางใจเถอะ ตั่อให้เจ้าเด็กนี่จะประหลาดแค่ไหนก็หนี ไม่พ้นหรอก”
คนทั้งสามพูดจาหยอกล้อชิวหยางอย่างผ่่อนคลาย เหมือนรู้สึก ว่าชิวหยางทำาเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่
หลังจากที่โจมตัีไปแล้วหนึ่งครั้ง เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่กลางสนามแม่ เหล็กยุ่งเหยิงขมวดคิ้วมองหมัดของตััวเอง
เส้นใบสีดำาหลายเส้นราวผ่มเส้นเล็กนั้นยังคงทะลุทะลวงเข้าไป ในเลือดเนื้อของเขา และแผ่่ขยายตัามเส้นชีพจรของเขาไปทั่วทั้งแขน
แขนของเขาค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นหนาใหญ่ ด้านในก็คล้ายจะถูก เตัิมลมเข้าไป
ความรู้สึกปวดร้าวถูกส่งออกมาจากเลือดเนื้อที่มีเส้นใยสีดำา กระจายอยู่ เมื่อแขนของเขาค่อยๆ พองขยายขึ้น เขาก็มีความรู้สึกอย่าง หนึ่งว่าไม่ช้าก็เร็วแขนข้างนั้นของเขาอาจจะตั้องระเบิดออก
หากเส้นใยสีดำาเหล่านั้นแทรกซอนเข้าไปในอวัยวะตัันห้าอวัยวะ กลวงหกของเขา ร่างกายของเขาก็จะค่อยๆ พองขยายจนกระทั่งระเบิด กระจายในที่สุด
หน้าเขาเปลี่ยนสีน้อยๆ ในที่สุดก็เข้าใจว่าตั่อให้เหยียบเข้าสู่ ขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงกลาง นอกจากใช้เกราะมังกรเพลิงแล้วก็ไม่มี ความเป็นไปได้เท่าไหร่นักที่จะสังหารชิวหยางได้
นอกจากชิวหยางแล้ว ข้างกายเขายังมีคนที่มีตับะตั้นสวรรค์ ช่วงกลางอีกสามคนซึ่งจ้องเขม็งมาที่เขา
เขาไม่ได้รีบร้อนจากไป ที่จงใจปะทะกับชิวหยางตัรงๆ เพราะ อยากจะตัรวจสอบพลังในการตั่อสู้ของตััวเองเสียก่อน
หมัดพิโรธที่รวบรวมพลังไปสามส่วนไม่สามารถทำาให้ชิวหยาง บาดเจ็บได้ จึงทำาให้เขาตัระหนักได้ว่าความตั่างทางขอบเขตัไม่ใช่สิ่งที่เขา จะชดเชยได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้
เขาเหลือบมองเซวียหลงหนึ่งครั้ง รอจนพบว่าการตั่อสู้ระหว่าง เซวียหลงและสื่อฮุยไม่มีทางสิ้นสุดลงง่ายๆ แน่นอน เขาจึงตััดสินใจทันที
“ท่านลุงเซวีย ข้าไปก่อนนะ”
กล่าวจบเขาก็ไม่รอให้เซวียหลงตัอบรับ กระตัุ้นใช้คาถาดาว เปล่งประกายระยะไกลทันควัน
ชั่วพริบตัาเดียวเขาก็หายตััวไปจากวงล้อมของพวกชิวหยางสี่ คน