ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 334 สำาเร็จตัิดตั่อกัน!
“การอำาพรางพลังชีวิตั! ของดีจริงๆ!”
เนี่ยเทียนหัวเราะร่า เดินออกจากในหลุมทรายมาหยุดอยู่ข้างศพ ของซางจื้อ
กระบี่กว้างใหญ่เล่มนั้นเขาได้มาจากนักล่าขอบเขตักลาง สวรรค์ช่วงท้ายคนหนึ่งซึ่งมันคมกริบอย่างถึงที่สุด
เวลานี้กระบี่เล่มใหญ่ยังเสียบคาอยู่ตัรงหน้าอกยาวมาจนถึงหน้า ท้องของซางจื้อ เดิมทีกระบี่เล่มใหญ่นี้ก็มีธาตัุไฟอยู่แล้ว เนี่ยเทียนสามารถ กรอกพลังเปลวเพลิงเข้าไปได้ เขาจึงเก็บมันไว้
“ฟู่วๆ!”
เปลวเพลิงเป็นกลุ่มๆ ยังคงลุกไหม้อยู่ตัรงหน้าอกและหน้าท้อง ของซางจื้อ เห็นได้ชัดว่าซางจื้อตัายไปแล้ว
เขาเดินรุดหน้าเขาไปดึงเอากระบี่เล่มใหญ่ออกมา แล้วจึงรูด แหวนเก็บของของซางจื้อมาไว้กับตััว รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งเบิกบาน
เขานึกไม่ถึงว่าเมื่อใช้การอำาพรางพลังแห่งชีวิตัซึ่งเป็นพรสวรรค์ ของสายเลือดแห่งชีวิตัที่เพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่มาลอบโจมตัีจะทำาให้เขาสังหาร ผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์คนหนึ่งได้ง่ายดายถึงเพียงนี้
หากไม่มีการอำาพรางพลังแห่งชีวิตั และเขาใช้วิธีการทั่วไป ย่อม ไม่สามารถสังหารซางจื้อได้อย่างแน่นอน
หากปะทะกันซึ่งๆ หน้า ด้วยขอบเขตัตับะของเขาในเวลานี้ไม่ เพียงแตั่ฆ่าซางจื้อไม่ได้ อาจจะตั้องเป็นฝึ่ายถูกซางจื้อฆ่าด้วยซ้ำา
ทว่าการลอบโจมตัีอย่างไม่มีวี่แววมาก่อนเช่นนี้กลับได้ผ่ลลัพธ์ที่ ทำาให้ศัตัรูตัายด้วยการโจมตัีเพียงครั้งเดียว ภายใตั้สถานการณ์ที่ซางจื้อรับ มือไม่ทัน ไร้ซึ่งการป้องกันตััวใดๆ จึงถูกกระบี่แทงทะลุหน้าอกจนขาดใจ ตัายไปทันที
“การอำาพรางพลังชีวิตั ด้านหนึ่งสามารถหลบพ้นจากการไล่ล่า ของศัตัรูตััวฉกาจ สามารถเก็บซ่อนปราณเลือดเนื้อและปราณชีวิตัทั้งหมด เอาไว้ แม้แตั่คลื่นเคลื่อนไหวของพลังวิญญาณก็ยังอำาพรางเอาไว้ได้ ขอ แค่เป็นผู่้ฝึกลมปราณที่ยังไม่เหยียบเข้าสู่สามเขตั พลังจิตัยังไม่แปรสภาพ เป็นพลังจิตัวิญญาณก็ล้วนถูกล่อหลอกไม่ให้สัมผ่ัสถึงได้!”
“อีกด้านหนึ่งคือสามารถนำามาใช้ลอบโจมตัี ทำาให้คนไร้ป้องกัน ตััวไม่ทัน!”
“เป็นวิชาที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง!”
เนี่ยเทียนหรี่ตัาลง ก่อนจะค้นหาไปทั่วร่างของซางจื้อ ไม่นาน เขาก็คลำาเจอหินส่งข้อความเสียงก้อนหนึ่ง
ถือหินส่งข้อความเสียงไว้ในมือ เขาใช้พลังจิตัไปรับฟังจึงได้ยิน ข้อมูลจากชิวหยางและคนอีกสองคน
ชิวหยางและอีกสองคนกำาลังกำาลังแลกเปลี่ยนข้อมูลการตัามหา เขาในทิศทางตั่างๆ
“ยังมีอีกสามคน!”
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเบาๆ ดวงตัาเตั็มไปด้วยความเย็นชา หลัง จากแยกแยะทิศทางหนึ่งได้แล้วก็พลันกระตัุ้นใช้คาถาดาวเปล่งประกาย ระยะสั้นห้อทะยานไปอย่างตั่อเนื่อง
ชิวหยางและสองคนนั้นไม่ได้ไล่ล่าเนี่ยเทียนเป็นเส้นแนวตัรง
เพราะพวกเขาไม่รู้ที่อยู่ที่แน่ชัดของเนี่ยเทียน ดังนั้นเมื่อพวกเขา เลือกทิศทางได้แล้วก็จะไล่ตัามเป็นแนวเส้นโค้ง หรือบางครั้งยังวนเป็น วงกลม เปลี่ยนแปลงทิศทางพลางใช้พลังจิตัรับสัมผ่ัสความเคลื่อนไหว ของพลังชีวิตัไปด้วย
เมื่อเป็นเช่นนี้ความเร็วในการดำาเนินการของพวกเขาจึงเปลี่ยน มาเป็นล่าช้า
เขาอาศัยหินส่งข้อความเสียงตัามหาคนที่อยู่ใกล้กับเขามาก ที่สุดเจอแล้วจึงตัรงดิ่งเข้าหาอีกฝึ่าย ทั้งยังใช้พลังดวงดาวกระตัุ้นใช้คาถา ดาวเปล่งประกายระยะสั้นอย่างไม่เสียดาย
สองชั่วยามให้หลัง
เมื่อมีทิพย์จักษุและหินส่งข้อความเสียงเขาจึงรู้ตัำาแหน่งของคน ผู่้นั้นอย่างแน่ชัด
ดังนั้นเขาจึงวางกับดักอีกครั้ง
……
ม่านรัตัตัิกาลถอยร่นไป ดวงอาทิตัย์ลอยขึ้นสูงกลางฟ้า
เที่ยงตัรงวันตั่อมา เขาก็ใช้วิธีที่สังหารซางจื้อวางกับดักเอาไว้ ล่วงหน้า แล้วลอบสังหารคนอีกสองคนได้อย่างราบรื่น
ท่ามกลางแสงแดดแผ่ดเผ่า เขาซ่อนตััวอยู่ในกองทรายแห่งหนึ่ง
บนกองทรายก็มีอาภรณ์เปื้อนเลือดที่เขียนตััวอักษรเล็กๆ วาง เอาไว้เช่นเดิม
เขาใช้ทิพย์จักษุสังเกตัสภาพการณ์รอบด้านอย่างละเอียด ไม่ได้ รีบร้อนกระตัุ้นใช้พรสวรรค์แห่งสายเลือดอย่างการอำาพรางพลังชีวิตั แตั่ รอให้ชิวหยางเข้ามาใกล้อย่างสงบ
ผ่่านไปครึ่งชั่วยามเตั็มๆ
ทิพย์จักษุข้างหนึ่งก็พบเงาร่างของชิวหยาง รู้ว่าชิวหยางได้ตัาม รอยเลือดที่เขาทิ้งเอาไว้จนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
เขาถึงได้กระตัุ้นใช้พรสวรรค์แห่งสายเลือดใหม่อีกครั้ง อำาพราง พลังแห่งชีวิตั ปราณและคลื่นพลังวิญญาณไปพร้อมๆ กันอย่างไม่รีบร้อน
เขาที่อยู่ล่างกองทรายก็เหมือนทรายเม็ดหนึ่ง ไม่มีเลือดลมและ พลังวิญญาณใดๆ ถูกปล่อยออกมาไม่ตั่างจากสิ่งที่ตัายไปแล้ว
ผู่้ที่ไม่ได้อยู่ในเขตัสามัญ พลังจิตัยังไม่เปลี่ยนแปลงเป็นพลังจิตั วิญญาณ พลังจิตัจึงได้แตั่รับสัมผ่ัสกับพลังชีวิตั เลือดลม ความเคลื่อนไหว ทางพลังวิญญาณ ไม่สามารถจับปราณของจิตัวิญญาณได้อย่างแม่นยำา
ชิวหยางและอีกสามคนตั่างก็มีตับะแค่ตั้นสวรรค์ ไม่สามารถ ตัรวจสอบถึงคลื่นกระเพื่อมไหวที่เล็กละเอียดของจิตัวิญญาณได้อย่าง เฉียบไว ดังนั้นเขาจึงเร่งรุดเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตััวเลยสักนิดเดียว
“แปลกจริง หรือว่าเจ้าสามคนนั้นอยู่ห่างจากข้ามากเกินไปถึง ส่งข้อความผ่่านหินส่งข้อความเสียงไม่ได้” ชิวหยางพึมพำาเบาๆ แตั่ ดวงตัากลับเป็นประกายเมื่อสังเกตัเห็นอาภรณ์เปื้อนเลือดชิ้นนั้น
หลายชั่วยามที่ผ่่านมานี้ เขาไม่สามารถใช้หินส่งข้อความเสียง ตัิดตั่อกับพวกซางจื้อสามคนได้
เขาไม่รู้ว่าซางจื้อสามคนนั้นได้ตัิดกับที่เนี่ยเทียนวางเอาไว้ และ ถูกเนี่ยเทียนลอบโจมตัีกะทันหันจนไปพบกับยมบาลเรียบร้อยแล้ว
เขาจึงเข้าใจไปว่าเป็นเพราะตัำาแหน่งการค้นหาของทั้งสามคน ได้หลุดพ้นจากขอบเขตัที่หินส่งข้อความเสียงสามารถใช้การได้
ตัอนที่มาถึงเขามองเห็นหยดเลือดที่กระเด็นอยู่บนพื้น แม้จะ รู้สึกฮึกเหิมเล็กน้อย แตั่ก็ไม่กล้ายืนยันว่าเลือดพวกนั้นมาจากเนี่ยเทียน
เพราะถึงแม้ว่าช่วงที่ผ่่านมานี้นักล่าที่เคลื่อนไหวอยู่บริเวณใกล้ เคียงกับซากปรักหักพังจะพากันยกขบวนไปที่เทือกเขาฮว้านคงเพื่อตัาม หาอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณ
แตั่ก็ไม่แน่ว่าอาจมีนักล่าบางส่วนยังคงเข้าๆ ออกๆ อยู่ใน บริเวณใกล้เคียงและสังหารพวกคนที่มาเยือนที่นี่
แรกเริ่มเขารู้สึกว่าหยดเลือดพวกนั้นเป็นของพวกนักล่า หรือไม่ ก็ผู่้ฝึกลมปราณของซากปรักหักพังที่ถูกนักล่าโจมตัี
จนกระทั่งมองเห็นอาภรณ์เปื้อนเลือดชิ้นนั้น
อาภรณ์ชิ้นนั้นถูกเนี่ยเทียนฉีกออกจากร่าง ชิวหยางมองปราด เดียวก็รู้สึกคุ้นตัาอย่างมากจึงแยกแยะออกอย่างรวดเร็วว่าอาภรณ์ชิ้นนั้น เป็นของเนี่ยเทียนจริงๆ
ในที่สุดเขาก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาอย่างแท้จริง “ใกล้จะหาเจ้าเจอ แล้ว!”
มาหยุดอยู่ตัรงจุดที่อาภรณ์เปื้อนเลือดตักอยู่ มองเห็นอักษรที่ เขียนด้วยเลือดบรรทัดเล็กๆ ตัรงมุมผ่้า เขาก็ก้มตััวลงนั่งยองเช่นเดียวกับ พวกซางจื้อสามคน ก่อนจะหยิบเอาผ่้าเปื้อนเลือดขึ้นมาอ่านตััวอักษร อย่างชัดเจน
ตัั้งแตั่ตั้นจนกระทั่งตัอนนี้ เขาเองก็เหมือนคนทั้งสามที่สัมผ่ัสไม่ ได้ถึงปราณแห่งชีวิตัใดๆ
หยิบเอาผ่้าเปื้อนเลือดชิ้นขึ้นมา ตัอนที่เขาหันไปอ่านอักษรเลือด บรรทัดนั้น กระบี่กว้างเล่มหนึ่งก็พลันโผ่ล่พรวดออกมาจากกองทรายใตั้ ร่างเขาและไฟก็ลุกท่วมกระบี่ในชั่วพริบตัา
ขณะเดียวกันกับที่เขาเห็นตััวอักษรเลือดอย่างชัดเจน กระบี่ กว้างโชตัิช่วงด้วยเปลวเพลิงก็แทงทะลุเข้ามาที่ช่องท้องของเขาแล้ว!
“อู้!”
ร่างของชิวหยางคล้ายลูกหนังลูกใหญ่ที่ถูกเตัิมลมจนพองขยาย ทันใด!
“ตัูม!”
เนี่ยเทียนที่พุ่งออกมาจากในกองทรายรวบรวมพลังในร่างเกือบ ครึ่งหนึ่งสร้างหมัดพิโรธขึ้นมาแล้วตั่อยลงไปบนหน้าอกของชิวหยางอย่าง แรง
ชิวหยางที่ร่างพองป่องเป็นลูกหนังพลันลอยลิ่วขึ้นไปบนฟ้า เลือดสดกระเซ็นออกจากปาก
“หัวเทียน!”
ตััวอยู่กลางอากาศ ขณะที่กระอักเลือดอย่างบ้าคลั่งเขาก็แผ่ด เสียงคำารามด้วยความเดือดดาลไปด้วย
เนี่ยเทียนที่ออกมาจากกองทรายอย่างเตั็มตััว เงยหน้าขึ้นมอง ท้องฟ้าด้วยหน้าที่เปลี่ยนสีน้อยๆ
เขาสัมผ่ัสได้อย่างชัดเจนว่าขณะที่แทงกระบี่เข้าไปตัรงหน้าท้อง ของชิวหยาง ทุกชุ่นที่แทงเข้าไปล้วนยากลำาบากอย่างถึงที่สุด
ชิวหยางฝึกฝึนวิชาที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เป็นเหตัุให้เขาไม่ สามารถสังหารชิวหยางได้ด้วยการโจมตัีครั้งเดียวอย่างที่ทำากับพวกซางจื้ อสามคน
หมัดพิโรธที่เขาตั่อยลงไปบนหน้าอกของชิวหยางอย่างกะทันหัน ก็ราวกับตั่อยลงไปบนลูกหนังลูกใหญ่ แรงที่ลงไปจึงคล้ายเสียเปล่า
เห็นชิวหยางลอยอยู่กลางอากาศทั้งยังกระอักเลือดออกมาอย่าง หนัก เขาก็รู้ว่าชิวหยางเองก็บาดเจ็บสาหัสเช่นกัน
แตั่ขณะเดียวกันเขาก็เข้าใจด้วยว่าหมัดพิโรธที่เพิ่มพละกำาลัง เกือบครึ่งร่างของเขาเข้าไปก็ยังไม่สามารถสังหารคนผู่้นี้ได้ในพริบตัา
มีตับะตั้นสวรรค์ช่วงกลางเหมือนกัน ทว่าชิวหยางผู่้นี้กลับมีการ ป้องกันทางเรือนกายที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกซางจื้อสามคน
ตั่อให้อยู่ในสภาวะที่ไม่ทันตัั้งตััว แตั่เมื่อกระบี่เล่มใหญ่แทงเข้าที่ หน้าท้อง เขาก็ยังมีปฏิกิริยาตัอบสนองอย่างฉับพลัน สามารถใช้วิชาลับที่ ฝึกฝึนมาสกัดกั้นไม่ให้กระบี่ใหญ่แทงทะลุเข้าไปมาก
“เจ้ารนหาที่ตัาย!”
สาบเสื้อตัรงหน้าอกของชิวหยางโชกไปด้วยเลือด ตัรงหน้าท้อง ยังคงมีกระบี่กว้างท่วมเปลวไฟห้อยร่องแรง สภาพน่าสังเวชอย่างถึงที่สุด
แตั่ขณะที่เขาจะร่วงลงพื้น มือทั้งสองข้างของเขากลับ เคลื่อนไหวอย่างตั่อเนื่องเพื่อสร้างเส้นใยสีดำาเล็กละเอียดราวเส้นผ่มนับพัน เส้นขึ้นมา พวกมันเหมือนฝึูงปลากระหายเลือดที่พุ่งกระโจนเข้าหาเนี่ย เทียน
“สวบๆๆ!”
ครู่เดียวก็มีเส้นใยสีดำาสนิทหลายเส้นแทงทะลุมาที่ไหล่และเอว ของเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนปวดร้าวไปทั้งร่าง รีบโคจรเอาจิงชี่พืชหญ้ามาฟื้นฟู บาดแผ่ลของตััวเอง
แม้แตั่ปราณเลือดสีเขียวที่นาบประทับพลังแห่งชีวิตัเอาไว้ก็ยัง คล้ายจะรับรู้ถึงสภาพที่ย่ำาแย่ของร่างกายเขา มันจึงบินออกมาจากหัวใจ
ก่อนจะเขมือบกลืนพลังงานแปลกประหลาดที่มาจากเส้นใยสีดำาเหล่านั้น อย่างตั่อเนื่อง
พลังประหลาดระลอกนั้น เนี่ยเทียนเคยเผ่ชิญหน้ากับมันมาก่อน ตัอนที่ใช้คาถาดาวเปล่งประกายระยะทางไกลก่อนหน้านี้
เขารู้ชัดเจนดีว่าเมื่อพลังงานแปลกประหลาดที่ค่อนข้างลึกลับ ระลอกนี้ไหลวนไปทั่วร่างของเขา มันจะแผ่่ลมที่ทำาให้เลือดเนื้อของเขา พองตััวอย่างรวดเร็ว
วิชาลี้ลับนี้ของชิวหยางสามารถควบคุมให้ร่างกายพองตััว ทั้ง ยังกลายมาเป็นวิธีการป้องกันตััวที่ได้ผ่ลอัศจรรย์อย่างยิ่งสำาหรับเขา
ทว่าเนี่ยเทียนที่เมื่อร่างกายถูกเตัิมลมประหลาดจนร่างพอง ขยายขึ้นมาทีละน้อย ร่างของเขาก็จะระเบิดออกและตัายไปในท้ายที่สุด
ก็เหมือนกับลูกหนังที่ถูกสูบลมมากเกินจำาเป็นจนระเบิดกระจาย
ยังดีที่พอปราณเลือดสีเขียวบินออกมาจากหัวใจก็ได้ฉีกทึ้ง เส้นใยสีดำาเหล่านั้นอย่างบ้าระห่ำา นั่นถึงทำาให้ร่างของเขาที่พองขยาย ไม่ ระเบิดออก
“ไป!”
เมื่อความคิดบังเกิด แสงดาวเป็นจุดๆ ก็รวมตััวกันขึ้นมากลาง ฝึ่ามือของเขา
แสงดาวห้าดวงก่อตััวขึ้นในพริบตัาเดียว ก่อนจะสร้างเป็นค่าย กลดวงดาวคล้ายดวงดาวกลุ่มน้อยที่พุ่งพรวดเข้าหาชิวหยาง
“พลังดวงดาว เวทลับดวงดาว!”
มองเห็นค่ายกลที่ก่อตััวจากแสงดาวห้าดวงซึ่งทอประกายวิบวับ ท่ามกลางแสงอาทิตัย์ ชิวหยางก็อึ้งตัะลึง แล้วพลันตัระหนักได้ถึงอะไรบาง อย่าง “หัวเทียน เนี่ยเทียน! เจ้าก็คือเนี่ยเทียนที่ได้รับการสืบทอดจาก พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!”