ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 336 เรื่องแบบนี้เจ้าก็เชื่อด้วยหรือ?
ชิวหยางสี่คนรู้จักกับสื่อฮุยมาหลายปี แหวนเก็บของของพวก เขา มีสองวงที่สื่อฮุยเป็นคนช่วยหาซื้อมาให้
เขาคุ้นเคยกับแหวนเก็บของของชิวหยางสี่คนดียิ่งนัก แค่มอง ไกลๆ ปราดเดียวเขาก็รู้ว่าแหวนเก็บของสี่วงที่เนี่ยเทียนเอาออกมาเป็น ของชิวหยางสี่คนอย่างแท้จริง
ไม่ว่าผู่้ฝึกลมปราณคนใดก็ตัามตั่างก็เห็นแหวนเก็บของสำาคัญ เท่าชีวิตัของตััวเอง จะไม่มีทางมอบให้อยู่ในมือของคนอื่นเด็ดขาด
ตั่อให้เป็นคนที่สนิทสนมที่สุดก็ยังไม่ยอมมอบให้
ความเป็นไปได้เดียวที่แหวนเก็บของจะหายไปจากตััวนั่นคือ— เจ้าของตัายไปแล้ว
ตัอนนี้แหวนเก็บของของชิวหยางสี่คนอยู่ในมือของเนี่ยเทียน นี่ หมายความว่าพวกชิวหยางตัายไปแล้วจริงๆ
สื่อฮุยตัะลึงพรึงเพริดถึงขีดสุด
ช่วงเวลาที่ผ่่านมานี้แม้แตั่พวกนักล่าก็ยังถูกดึงดูดให้มารวมตััว กันที่เทือกเขาฮว้านคงเพราะอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณ
นี่หมายความว่าบริเวณใกล้เคียงซากปรักหักพังก็น่าจะไม่มีพวก นักล่าที่แข็งแกร่งอยู่มากเท่าใดนัก
ตั่อให้มีอยู่จริง ด้วยฝึีมือของชิวหยางสี่คนก็ไม่ควรถูกสังหารได้ ง่ายดายขนาดนี้
โดยทั่วไปแล้ว ฝึีมือของพวกนักล่านั้นถือว่าอ่อนด้อยกว่า สมาชิกที่แท้จริงของเปลวอัคคี กะโหลกเลือดและเดือนดับที่อยู่ในระดับ เดียวกัน ขุนนางตั่างถิ่นของทั้งสามอิทธิพลก็ยิ่งตั้องแข็งแกร่งกว่าสมาชิกที่ อยู่ในระดับเดียวกัน
นี่ก็คือเงื่อนไขที่คนเป็นขุนนางตั่างถิ่นจำาเป็นตั้องมี
สื่อฮุยรู้แน่ชัดดีว่าที่พวกชิวหยางสี่คนได้รับการยอมรับจาก กะโหลกเลือดนั้นแตักตั่างไปจากสื่อหนันหลานชายของเขาอย่างสิ้นเชิง
พวกชิวหยางคือคนที่มีศักยภาพอย่างแท้จริง
คนทั้งสี่มีตับะตั้นสวรรค์ช่วงกลาง เมื่อเคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณ ของซากปรักหักพัง ตั่อให้เจอกับนักล่าที่มีขอบเขตัตั้นสวรรค์ช่วงท้าย เกรงว่าก็ยังมีโอกาสชนะมากกว่าแพ้
อีกทั้งนักล่าตับะตั้นสวรรค์ช่วงท้ายที่จะเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ ใกล้เคียงกับซากปรักหักพังก็มีน้อยจนนับนิ้วได้
ความคิดมากมายแล่นผ่่านสมองของสื่อฮุยไปอย่างรวดเร็ว ไม่ ว่าเขาจะคาดเดาหรือจินตันาการอย่างไรก็ไม่เข้าใจว่าเหตัุใดชิวหยางสี่คน ถึงตัาย แล้วเหตัุใดแหวนเก็บของที่พวกเขาสวมไว้ตัิดมือถึงมาอยู่ในมือ เนี่ยเทียนได้?
กลับเป็นเซวียหลงเสียอีกที่พอหายตัะลึงก็มีการคาดเดาที่เขาคิด ว่าน่าจะเป็นคำาตัอบที่ถูกตั้อง “หัวเทียน เจ้าเจอกับ…เขาแล้วรึ?”
“เขา” ที่เซวียหลงหมายถึงแน่นอนว่าคือหลี่หลางเฟิงที่จากไป เพื่อเตัรียมฝึ่าทะลุสู่เขตัสามัญ
และก็มีเพียงหลี่หลางเฟิงเท่านั้นถึงจะช่วยเนี่ยเทียน ถึงจะมี ความสามารถสังหารชิวหยางสี่คนได้
เขาคิดด้วยความมาดมั่นว่าหลี่หลางเฟิงตั้องไปเจอเนี่ยเทียนอยู่ ในสถานการณ์ยากลำาบากจึงหยุดการฝึ่าทะลุสู่เขตัสามัญชั่วคราว แล้วมา ช่วยเนี่ยเทียนกำาจัดพวกชิวหยาง
เนี่ยเทียนยิ้มอย่างสบายๆ ไม่ได้ตัอบคำาถามของเซวียหลง เขา เองก็รู้ดีว่าเขาที่มีตับะเพียงกลางสวรรค์ช่วงกลาง หากให้บอกว่าเขา สังหารพวกชิวหยางตัิดตั่อกันก็ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อสำาหรับคนฟัง เกินไป
เขารู้สึกว่าตั่อให้ตัอบว่าเขาเป็นคนทำาเอง ก็ใช่ว่าเซวียหลงจะ ยอมเชื่อ
เพราะว่านี่ขัดแย้งกับหลักเหตัุผ่ลโดยสิ้นเชิง
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้อธิบาย เขาไม่อธิบาย เซวียหลงจึงเชื่อไปโดย ปริยายว่าเป็นฝึีมือของหลี่หลางเฟิงที่สังหารพวกชิวหยาง
เมื่อแน่ใจในความจริงนี้แล้ว เซวียหลงจึงพยักหน้าเบาๆ ก่อน จะย้ายสายตัามาไว้บนร่างของสื่อฮุยอีกครั้ง แล้วจึงพูดด้วยน้ำาเสียงที่ยิ่ง ผ่่อนคลาย “เอาล่ะ นับแตั่บัดนี้เป็นตั้นไป พวกชิวหยางก็จะไม่มารบกวน การตั่อสู้ระหว่างพวกเราอีกแล้ว มีข้าอยู่ด้วย หากเจ้าคิดจะจับตััวเนี่ย เทียนก็เป็นแค่ความฝึันเพ้อเจ้อของคนปัญญาอ่อนเท่านั้น”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าและข้าควรวางทุกอย่างลงแล้วมาประมือ กันตั่อจะดีกว่า”
สื่อฮุยมีสีหน้าเปลี่ยนแปลงยากคาดเดา เขายืนห่างออกไปไกล ครุ่นคิดอย่างหนักโดยที่ไม่ได้รับคำา
เนี่ยเทียนกลับนั่งลงห่างจากคนทั้งสองไปสองร้อยเมตัรอย่าง สบายใจ ทั้งยังหยิบเอาหินวิเศษออกมาดึงเอาพลังงานจากด้านในพลางใช้ สายตัาประหลาดมองประเมินสื่อฮุยเป็นระยะด้วย
แล้วก็ไม่รู้ว่าทำาไม เมื่อเห็นสายตััวของเขามองขึ้นๆ ลงๆ สื่อฮุย ถึงได้รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตััว
เขาแอบมีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า—เนี่ยเทียนสามารถสร้างภัย คุกคามให้แก่เขาได้!
ความรู้สึกเช่นนี้เขามิอาจหาคำาใดมาบรรยาย หากว่ากันตัาม หลักเหตัุผ่ลแล้ว เนี่ยเทียนที่มีตับะแค่กลางสวรรค์ช่วงกลางย่อมไม่ สามารถสร้างภัยคุกคามให้แก่เขาได้แน่นอน
ทว่าเมื่อเนี่ยเทียนมองมาที่เขาเป็นระยะ เขากลับกระวนกระวาย ใจ นี่ทำาให้เขาเริ่มสงสัยว่าเป็นเพราะตััวเองตั่อสู้โรมรันกับเซวียหลงนาน เกินจนประสาทตัึงเครียดมากไปหรือเปล่า?
เขาย่อมไม่รู้ว่าความคิดของเนี่ยเทียนในเวลานี้ก็คือควรจะเรียก เกราะมังกรเพลิงออกมา ใช้อานุภาพน่าเกรงขามของอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยง วิญญาณ บวกกับความลับบนร่างตััวเองมาร่วมมือกับเซวียหลงสังหารเขา ดีหรือไม่?
เขาพอจะเดาได้ว่าเซวียหลงอาจจะรู้ตััวตันที่แท้จริงของเขาแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจึงไม่มีความจำาเป็นตั้องปิดบังอะไรเซวียหลง อีก
เกราะมังกรเพลิง คาถาสะเก็ดดาว ความลับเหล่านี้ที่ทุกคนล้วน รับรู้ ตั่อให้เปิดเผ่ยตั่อหน้าเซวียหลงก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
สิ่งเดียวที่เขากังวลก็คือจะฆ่าสื่อฮุยให้ตัายตัรงนี้ได้หรือไม่
หากสื่อฮุยไม่ตัาย ข่าวที่ว่าหัวเทียนก็คือเนี่ยเทียนจะแพร่ไปทั่ว อาณาจักรเลี่ยคง หนิงหยางเองก็จะได้รับข่าวอย่างรวดเร็ว
ถ้าเช่นนั้นก็จะส่งผ่ลกระทบตั่อแผ่นการในอันดับตั่อมาของเขา
“ตั้นสวรรค์ช่วงท้าย…”
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตััดสินใจว่าจะรอดูสถานการณ์การตั่อสู้ ของสื่อฮุยและเซวียหลงอย่างใกล้ชิดเงียบๆ ไปก่อน
ทว่าหากหาโอกาสที่สามารถสังหารสื่อฮุยได้ในการโจมตัีครั้ง เดียว เขาก็จะใช้เกราะมังกรเพลิงและคาถาสะเก็ดดาว ใช้ความลับ มากมายบนร่างของตััวเองมาปลิดชีวิตัของสื่อฮุยให้ตัายอยู่ตัรงนี้
ดังนั้นขณะที่เขาฝึกตันอยู่ด้านข้างถึงได้คอยใช้สายตัาแปลก ประหลาดมองประเมินสื่อฮุยเป็นระยะ
สายตัาของเขาทำาให้สื่อฮุยรู้สึกเหมือนมีก้างปลาทิ่มอยู่ในลำาคอ ทำาให้ไม่สบายไปทั้งตััว
สายตัาที่เนี่ยเทียนมองมายังเขาชัดเจนว่าเป็นสายตัาที่นักล่าใช้ มองเหยื่อ ทั้งยังเป็นนักล่าที่พร้อมจะลงมือสังหารได้ทุกเมื่อ
สื่อฮุยมีสีหน้ามืดทะมึน ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่เขาก็พลันนึกถึงประโยค นั้นที่เซวียหลงถามเนี่ยเทียน: เจ้าเจอเขาแล้วหรือ?
สื่อฮุยไม่รู้ว่า “เขา” ที่เซวียหลงพูดถึงคือหลี่หลางเฟิง แตั่เขา กลับเชื่อมั่นว่าคนผู่้นั้นที่เซวียหลงกล่าวถึงตั้องเป็นคนที่สังหารชิวหยางสี่ คนแน่นอน
คนผู่้นั้นสามารถสังหารชิวหยางสี่คน ฝึีมือตั้องไม่ธรรมดามาก อีกอย่างเขาก็ยังไม่รู้ด้วยว่าตัอนนี้คนผู่้นั้นอยู่ที่ไหน
เมื่อไตัร่ตัรองอย่างดีแล้วสื่อฮุยก็ตััดสินใจที่จะไม่เสี่ยงอันตัราย “เอ่อ ข้ายังมีธุระอีกเล็กน้อย พี่เซวีย ได้ตั่อสู้กับเจ้าทำาให้ข้าได้รับ ประโยชน์มากมาย ตั่อไปพวกเรายังมีโอกาสได้เจอกันอีก เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราค่อยมาตั่อสู้กันใหม่”
กล่าวมาถึงตัรงนี้เขาก็พลันขมวดคิ้วมุ่น เพราะอยู่ๆ มหาสมุทร จิตัวิญญาณของเขาก็สัมผ่ัสได้ถึงปราณชีวิตัอีกระลอกหนึ่งที่เข้ามาใกล้
นั่นจึงทำาให้เขายิ่งไม่กล้าชักช้าอีก ไม่รอให้เซวียหลงเปิดปาก ใน ร่างของเขาก็มีเปลวเพลิงไหลทะลักออกมาห่อหุ้มกาย พริบตัาเดียวก็กลาย ร่างมาเป็นลำาแสงเปลวเพลิงที่พุ่งดิ่งไปยังทิศที่ตัั้งของเทือกเขาฮว้านคง
“มีคนมาแล้ว!” เซวียหลงเองก็สัมผ่ัสได้ถึงปราณแห่งชีวิตัที่ผ่ิด ปกตัิ
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว ใช้ทิพย์จักษุข้างหนึ่งไปรับสัมผ่ัสจึงมองเห็น ว่าคนที่มาคือใคร
“ทำาไมถึงเป็นนาง?”
ผ่่านไปพักหนึ่ง เผ่ยฉีฉีที่สวมอาภรณ์รัดรึงสีฟ้าดุจธารน้ำา หน้า ผ่ากนูนใสสะอาดมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุ่ดพราย รอบกายมีมีดแสงห้วงมิตัิเปล่ง ประกายแวววาวก็พลันมาถึงที่แห่งนี้
“ข้าไม่ได้มาช้าไปใช่ไหม?”
หลังจากที่มาถึง พอมองเห็นเนี่ยเทียนและเซวียหลงปลอดภัยดี นางถึงได้ผ่่อนลมหายใจออกมาเงียบๆ
นางที่เร่งรุดเดินทางเตั็มเหยียดมาตัลอดเวลา เผ่าผ่ลาญพลัง วิญญาณไปไม่น้อย
เรือนกายที่อาบโชกไปด้วยเหงื่อหอม สองข้างแก้มแดงปลั่งของ นาง สร้างความงดงามมีเสน่ห์อีกรูปแบบหนึ่ง
นางที่หอบหายใจเบาๆ หน้าอกสูงเด่นจึงกระเพื่อมไหวตัามไป ด้วย ขับให้รูปร่างของนางในเวลานี้ยิ่งเย้ายวนน่ามอง ทำาเอาเนี่ยเทียนที่ กำาลังจับจ้องถึงกับหลงใหลเคลิบเคลิ้ม
“ฝึ่ายในของกะโหลกเลือดมีสมาชิกคนหนึ่งที่สนิทกับสื่อฮุย เขา ถูกกูนอวี่เรียกตััวมาสอบสวน พวกเราถึงได้รู้ว่าเขาบอกข่าวที่เจ้ากับท่านลุง เซวียจะเดินทางมาที่นี่ให้สื่อฮุยทราบ” เผ่ยฉีฉีปรับลมหายใจพลางกล่าว
กับเนี่ยเทียนไปด้วย “ข้างกายสื่อฮุยยังมีพวกชิวหยางอีกสี่คน ข้ากังวลว่า พวกเจ้าจะรับมือไม่ไหวถึงได้ตัามมาดู”
เซวียหลงหัวเราะพรืดออกมา ทั้งยังเอ่ยยั่วเย้าเนี่ยเทียน “คุณ หนูเผ่ยใส่ใจเจ้าจริงๆ เลยนะเนี่ย”
เขาอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยมานานหลายปี พอจะรู้จักนิสัยของเผ่ยฉีฉี มาบ้าง รู้ว่าสาวน้อยที่ถูกคนขนานนามว่านางมารเผ่ยผู่้นี้นอกจากอาจารย์ และหลีเหย่ศิษย์น้องของนางแล้วก็ไม่เคยปฏิบัตัิกับผู่้ใดด้วยความจริงใจ
แม้แตั่ไฉ่โยวเองก็ยังเหมือนว่าจะไม่เคยได้เดินเข้าไปในใจของ เผ่ยฉีฉี
นางปฏิบัตัิตั่อนายน้อยแห่งกะโหลกเลือดตัามมารยาทเท่านั้น ไม่ เคยมอบใจให้เขาอย่างแท้จริง
และเซวียหลงย่อมรู้ว่าที่เผ่ยฉีฉีรีบร้อนเดินทางมาก็ตั้องไม่ใช่ เพราะเป็นห่วงเขาแน่นอน
“หัวเทียนคือคนที่สหายของอาจารย์ข้าไหว้วานให้ช่วยดูแล” เผ่ยฉีฉีที่ถูกแซวมีสีหน้าเย็นชา กล่าวด้วยน้ำาเสียงนิ่งสนิทว่า “คนผู่้นั้น ข้า ให้ความเคารพอย่างถึงที่สุด เขาไหว้วานให้ข้าดูแลหัวเทียน ข้าก็ย่อมทำา อย่างเตั็มที่ ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านลุงเซวียคิดหรอกนะ”
“ฮ่าๆ ข้าไม่กล้าคิดลึกหรอก” เซวียหลงหัวเราะฮ่าๆ
มองเผ่ยฉีฉีที่เวลานี้ยังคงหอบน้อยๆ ในใจเนี่ยเทียนบังเกิดความ ซาบซึ้งจึงพูดขึ้นด้วยน้ำาเสียงจริงจังว่า “ขอบคุณศิษย์พี่หญิงเผ่ยที่เป็น ห่วง”
ก็ไม่รู้ว่าทำาไม เขาถึงได้เริ่มเกิดความรู้สึกละเอียดอ่อนบางอย่าง ตั่อเผ่ยฉีฉี
คราวก่อนตัอนที่เขาเดินทางไปเทือกเขาฮว้านคงพร้อมกับหูหัน เผ่ยฉีฉีรู้ว่าหูหันคือตััวปัญหาก็มุ่งหน้าไปที่นั่นทันที หมายพาเขากลับจาก เทือกเขาฮว้านคง
ด้วยเหตัุนี้ เผ่ยฉีฉีจึงตักอยู่ท่ามกลางการล้อมโจมตัีจากพวกหม่า จิ่วแห่งเดือนดับ
คราวนี้หลังจากที่เผ่ยฉีฉีรู้ว่าเขาอาจถูกพวกสื่อฮุยเล่นงาน นาง ก็ตัามมาอีกครั้ง
เขาเองก็รู้ดีว่าสิ่งที่เผ่ยฉีฉีทำา สาเหตัุส่วนใหญ่อาจเป็นเพราะหัว มู่ ทว่าตัั้งแตั่เล็กจนโตั เขาที่ขาดความรักความเอาใจใส่ มีเพียงเนี่ยเฉี่ยน และเนี่ยตังไห่เท่านั้นที่ให้การดูแล ก็ยังรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก
“ข้าทำาเพื่อท่านหัว” เผ่ยฉีฉีพูดด้วยน้ำาเสียงเฉยชา
“ไม่ว่าจะทำาไปเพื่อใคร” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยสีหน้าจริงใจ “แตั่ ในเมื่อเจ้ามาแล้ว ข้าก็ยังตั้องขอบคุณเจ้า”
“เอาล่ะ ไม่ตั้องพูดแล้ว” เห็นได้ชัดว่าเผ่ยฉีฉีไม่คุ้นเคยกับ บรรยากาศแปลกประหลาดแบบนี้ “สื่อฮุยตัามมาหรือยัง?”
“เพิ่งกลับไป เขาจากไปเจ้าก็มาถึงพอดี” เซวียหลงพูดด้วยรอย ยิ้มน้อยๆ “เจ้าวางใจเถอะ พวกเราไม่เป็นอะไร”
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เผ่ยฉีฉีกล่าวอย่างแปลกใจ
“เจ้าถามเขาเถอะ” เซวียหลงชี้มาที่เนี่ยเทียนแล้วพูดว่า “ข้า ประมือกับสื่อฮุยอยู่นานมาก จำาเป็นตั้องใช้เวลาฟื้นตััว ถ้างั้นก็…ไม่รบกวน พวกเจ้าสองคนแล้ว ฮ่าๆ!”
กล่าวจบเขาก็เป็นฝึ่ายเดินห่างออกไปหลายร้อยลี้ ก่อนจะหาส ถานที่เหมาะๆ นั่งลง
ประโยคที่เขาทิ้งไว้ก่อนจากไป เห็นได้ชัดว่าตัั้งใจเอ่ยยั่วหยอก คนทั้งสอง เผ่ยฉีฉีกัดริมฝึีปากล่างเบาๆ ใจอยากจะอธิบาย แตั่เห็นว่าเซวีย หลงจากไปไกลแล้วจึงได้แตั่ข่มกลั้นไว้
กลับเป็นเนี่ยเทียนเสียอีกที่มีสีหน้าเป็นธรรมชาตัิ หลังจากที่นาง เข้ามาใกล้เขาถึงได้พูดว่า “สื่อฮุยและพวกชิวหยางห้าคนมาที่นี่ตัั้งแตั่เมื่อ คืนวาน เป้าหมายของสื่อฮุยคือข้า บางทีอาจเป็นเพราะข้าทำาให้สื่อหนัน
บาดเจ็บสาหัสตัอนอยู่เมืองโพ่เมี่ย เขาเลยเคียดแค้น พอรู้ว่าข้าจะมาที่นี่ พร้อมกับท่านลุงเซวียเลยตัามมาด้วย…”
เขาเล่าเหตัุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นางฟังคร่าวๆ ทว่ากลับปกปิด สาเหตัุการตัายของพวกชิวหยางสี่คนเอาไว้
แตั่เรื่องบางเรื่องนั้นไม่สามารถเลี่ยงได้ เพราะการตัายของชิว หยางสี่คนตั่างหากถึงจะเป็นกุญแจสำาคัญที่ทำาให้สื่อฮุยจากไป เผ่ยฉีฉีมอง เขาด้วยสายตัาลึกล้ำาแล้วจึงถามออกมาโตั้งๆ “ชิวหยางสี่คนนั้นตัาย อย่างไรกันแน่?”
“ถ้าข้าบอกว่าพวกเขาตัายด้วยน้ำามือข้า เจ้าจะเชื่อไหม?” เนี่ย เทียนกล่าวด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
“เชื่อ” เผ่ยฉีฉีพยักหน้า
เนี่ยเทียนตัะลึง “เรื่องแบบนี้เจ้าก็เชื่อด้วยหรือ?”
“หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น แน่นอนว่าข้าย่อมไม่เชื่อ” เผ่ยฉีฉีพลัน กดเสียงลงตั่ำา “แตั่สามารถแย่งชิงตัราประทับสะเก็ดดาวสองดวงมาจาก มือของศิษย์ผู่้ทรงเกียรตัิมากมายในประตัูสวรรค์ อีกทั้งยังครอบครอง เกราะมังกรเพลิง เพราะบนร่างมีความลับอยู่มากมาย ไม่ว่าจะทำาเรื่องที่ น่าตักตัะลึงมากแค่ไหน ข้าก็ยังเชื่ออยู่ดี”