ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 337 นับข้าไปอีกคน!
เนี่ยเทียนตัะลึงอยู่ครู่ถึงได้ถามว่า “เจ้ารู้ตัั้งแตั่เมื่อไหร่?”
“ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอก” เผ่ยฉีฉีนั่งลงข้างกายเขาเบาๆ “หลัง จากที่ข้าเหยียบย่างเข้าสู่ขั้นตั้นสวรรค์ นึกถึงเรื่องราวมากมายที่เกี่ยวกับ เจ้า ความมหัศจรรย์มากมายบนร่างของเจ้าทำาให้ข้ารู้สึกมาตัั้งนานแล้วว่า เจ้าผ่ิดปกตัิกว่าคนอื่น เจ้าสามารถฝึ่าวงล้อมของพวกนักล่าจนมาเจอกับ กะโหลกเลือดได้สำาเร็จก็ยิ่งทำาให้ข้ารู้สึกแปลกใจ”
“ภายหลังข้าตัรวจสอบบันทึกของกะโหลกเลือดจึงพบว่าเจ้ากับ ท่านหัวมาจากอาณาจักรหลีเทียน”
“เมื่อเอารวมกับนามที่เจ้าใช้ ข้าก็ตัระหนักได้ว่าเจ้าคือคนผู่้นั้นที่ อาณาจักรใหญ่มากมายกำาลังตัามหา”
“ขอโทษนะ ข้าไม่ได้มีเจตันาจะปิดบัง” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างไม่ สบายใจ
“ไม่ตั้องขอโทษหรอก ข้าเข้าใจดี ทุกคนตั่างก็มีความลับเป็น ของตััวเอง สถานการณ์ของเจ้าพิเศษ ปกปิดชื่อแซ่เป็นเรื่องที่สมควรทำา แล้ว” เผ่ยฉีฉีหยิบเอาน้ำาสะอาดเหยือกหนึ่งขึ้นมาดื่มก่อนจะพูดตั่อว่า “อย่างไรซะคนที่ใช้ชีวิตัอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงโดยใช้ชื่อจริงอย่างหลี่หลา งเฟิงก็มีอยู่น้อยมาก”
นางเหลือบตัามองเซวียหลงที่ห่างออกไปไกลหนึ่งครั้ง แล้วพูด ตั่อ “ชื่อที่เขาใช้ก็น่าจะเป็นชื่อปลอมเหมือนกัน”
“เป็นชื่อปลอมจริงๆ นั่นแหละ” เนี่ยเทียนยิ้มน้อยๆ “ท่านอาเซ วียมาจากอาณาจักรป่ายจั้น ก่อนหน้านี้เขาชื่อว่าอะไรข้าก็ไม่รู้แน่ชัด แตั่ ทุกคนที่มาอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงตั่างก็มีเรื่องราวของตััวเอง”
“ท่านลุงเซวียมาหาเจ้าด้วยเรื่องอันใด?” เผ่ยฉีฉีถามเบาๆ
“หนิงหยางแห่งวิมานสวรรค์ก็อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงเหมือนกัน อีกทั้งยังอยู่ในพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตัของซากปรักหักพัง” ในเมื่อนางรู้ตััว ตันของเขาแล้ว เนี่ยเทียนก็ไม่คิดจะปิดบังอะไรอีก “บนร่างของหนิงหยาง มีตัราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สาม ตัราประทับดวงนั้นสำาคัญตั่อข้าอย่าง
มาก ท่านลุงเซวียสามารถช่วยข้าช่วงชิงเอาตัราประทับมาจากหนิงหยาง ได้”
“ไม่ค่อยเหมาะกระมัง?” เผ่ยฉีฉีขมวดคิ้วแน่น ครุ่นคิดคำาพูดที่ เหมาะสม “ฝึีมือของท่านลุงเซวียไม่ธรรมดาก็จริง แตั่ข้าเคยได้ยินเรื่อง เกี่ยวกับหนิงหยางผู่้นี้มาก่อน เขาได้รับความสำาคัญจากวิมานสวรรค์ ถูก จัดตััวให้เข้าไปประลองในประตัูสวรรค์เพื่อช่วงชิงเอาการสืบทอดของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาครอง แน่นอนว่าเขาย่อมเป็นลูกศิษย์ที่ ทรงเกียรตัิของวิมานสวรรค์”
“บุคคลเช่นนี้ ลำาพังเพียงแค่ท่านลุงเซวียคนเดียวคงไม่สามารถ รับมือเขาได้ง่ายๆ กระมัง?”
ประโยคนี้ของนางถือว่าบอกเป็นนัยอย่างชัดเจนแล้ว
อันที่จริงในใจของนางก็รู้สึกว่าตับะและขอบเขตัของเซวียหลง ไม่น่าจะจัดการหนิงหยางได้
“ยังมีอีกคนหนึ่งที่ช่วยข้า” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยเสียงทุ้มหนัก
“ใครกัน?” เผ่ยฉีฉีตักใจอย่างมาก
เนี่ยเทียนมาอยู่อาณาจักรเลี่ยคงได้ไม่นาน อีกทั้งเขาก็อยู่กับนาง เสียเป็นส่วนใหญ่
นางนึกไม่ออกว่าเนี่ยเทียนจะอาศัยอะไรมาพูดเกลี้ยกล่อมให้เซ วียหลงช่วยเขารับมือกับหนิงหยางได้
นอกจากเซวียหลงแล้วยังมีผู่้แข็งแกร่งอีกคนหนึ่ง นี่จึงทำาให้นาง ไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่
“คนผู่้นั้นเจ้าเองก็รู้จัก” เนี่ยเทียนยิ้มประจบ “เขาก็คือหลี่หลา งเฟิง”
“หลี่หลางเฟิง!” เผ่ยฉีฉีหน้าถอดสีด้วยความตักใจ สีหน้าของ นางราวกับคนเห็นผ่ี “เจ้า…เจ้าไม่ได้เข้าใจผ่ิดใช่ไหม? คนอำามหิตัผู่้นั้นจะ ช่วยเจ้าได้อย่างไร? เจ้าคงไม่ถูกสองคนนี้ขายให้กับหนิงหยางแห่งวิมาน สวรรค์เพื่อเป็นสินน้ำาใจหรอกนะ?”
“ไม่หรอก” เนี่ยเทียนส่ายหัว
เรื่องเกี่ยวกับพรรคคิชฌกูฎ เขาพูดมากไม่ได้ แตั่เขากลับรู้ว่า หากเซวียหลงและหลี่หลางเฟิงคิดจะขายเขาให้แก่หนิงหยางก็คงลงมือไป นานแล้ว ไม่มีทางรอมาถึงตัอนนี้แน่นอน
“เจ้ายังมีเรื่องอื่นปิดบังข้าอีกใช่ไหม?” เผ่ยฉีฉีกล่าวอย่าง แคลงใจ
“มี แตั่เนื่องจากมันเกี่ยวพันกับคนอื่น ข้าไม่สะดวกที่จะพูด มาก” เนี่ยเทียนตัอบอย่างตัรรงไปตัรงมา
“เข้าใจแล้ว” เผ่ยฉีฉีเองก็ไม่ได้ฝึืนใจเขา “สำาหรับการลงมือตั่อ หนิงหยางแห่งวิมานสวรรค์ นับรวมข้าไปอีกคน อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำา ข้า เองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าศิษย์ผู่้ทรงเกียรตัิของวิมานสวรรค์จะร้ายกาจ สักแค่ไหนกันเชียว”
“หา?” เนี่ยเทียนอึ้งงัน
“หาอะไร?” เผ่ยฉีฉีถลึงตัาใส่เขา
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้าเลยนะ” เนี่ยเทียนกล่าว
“หลังจากที่ข้าเหยียบเข้าสู่ตั้นสวรรค์ก็จำาเป็นตั้องใช้การตั่อสู้มา ฝึกฝึนฝึีมือ” เผ่ยฉีฉีหลับตัาลงช้าๆ รวบรวมสมาธิปรับลมหายใจแล้วจึง เอ่ยเนิบช้า “หนิงหยางแห่งวิมานสวรรค์คือคู่ตั่อสู้ที่ยอดเยี่ยม เอาล่ะ นับ แตั่นี้เป็นตั้นไปห้ามรบกวนข้า ข้าตั้องการเวลาในการฟื้นตััว”
กล่าวจบนางก็ไม่สนใจเนี่ยเทียนอีกและทำาท่าคล้ายจะเข้าฌาน อย่างรวดเร็ว
เนี่ยเทียนเกาหัว รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ใจเขาอยากจะ อธิบายว่าหลี่หลางเฟิงใกล้จะเหยียบเข้าสู่เขตัสามัญแล้ว และเมื่อหลี่หลา งเฟิงเลื่อนขั้นสู่เขตัสามัญ เขาก็มีฝึีมือมากพอจะช่วยให้เนี่ยเทียนบรรลุเป้า หมาย ไม่จำาเป็นตั้องให้เผ่ยฉีฉียื่นมือเข้าช่วย
แตั่ดูจากท่าทางของเผ่ยฉีฉี นางคงจะตััดสินใจเด็ดขาดแล้ว เห็น ได้ชัดว่านางไม่อยากฟังคำาเกลี้ยกล่อมจากเขาอีก
เขาจึงได้แตั่หลับตัาลงด้วยความจนใจ
หลังจากนั้นเขาก็เงียบเสียงลงไม่ตั่างจากเผ่ยฉีฉี ใช้หินวิเศษตั่าง ธาตัุในมือตััวเองมาฟื้นคืนพลังงานที่เผ่าผ่ลาญไป
ระหว่างนั้นมีนักล่าที่เคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณซากปรักหักพังผ่่าน มาบ้างเป็นครั้งคราว
ทุกครั้งที่มีคนนอกเข้ามาใกล้ เซวียหลงที่สัมผ่ัสได้ก่อนจะปลด ปล่อยปราณกระบี่ดุร้ายออกมาทันที
เมื่อนักล่าเหล่านั้นสัมผ่ัสได้ถึงปราณกระบี่จากตััวเซวียหลงก็รู้ว่า อีกฝึ่ายคือกระดูกที่แทะได้ยากจึงเป็นฝึ่ายถอยห่างออกไปเอง
ผ่่านไปอีกวันหนึ่ง
หลังจากอาการบาดเจ็บของเนี่ยเทียนและพลังงานที่เขาเผ่า ผ่ลาญไปฟื้นคืนมาได้พอประมาณแล้ว เขาก็หยิบเอาแหวนเก็บของของชิว หยางสี่คนออกมา
แหวนเก็บของสี่วงมาจากผู่้แข็งแกร่งเขตัตั้นสวรรค์สี่คน เขา อยากรู้มากว่าด้านในมีอะไร
แตั่ที่น่าเสียดายก็คือแหวนเก็บของส่วนใหญ่ล้วนมีตัราผ่นึกชั้น หนึ่งกั้นขวางอยู่
ผู่้ที่ไม่เข้าใจการแก้ผ่นึก หากทะเล่อทะล่าเอาผ่นึกออก อาจจะ ทำาให้แหวนเก็บของระเบิดจนทุกอย่างที่อยู่ข้างในวอดวายไปหมด
เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหันไปมองเผ่ยฉีฉีที่นั่งนิ่งๆ แล้วเอ่ย เบาๆ “คือว่า…”
เผ่ยฉีฉีลืมตัาขึ้น ยื่นมือออกมา “เอามาสิ”
เนี่ยเทียนส่งแหวนเก็บของทั้งสี่วงให้นางแตั่โดยดี
“นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าชิวหยางสี่คนจะตัายด้วยน้ำามือของเจ้า” เผ่ย ฉีฉีพึมพำาเบาๆ ปลายนิ้วปลดปล่อยแสงเล็ก ละเอียดเป็นกลุ่มๆ ท่ามกลาง แสงเหล่านั้นคล้ายจะแฝึงเร้นไว้ด้วยพลังงานที่ลึกลับมหัศจรรย์ราวกับนิ้ว ของนางยื่นเข้าไปในแหวนเก็บของแล้วทำาลายตัราผ่นึกได้อย่างประณีตั
ไม่นานแหวนเก็บของที่มาจากชิวหยางสี่คนตั่างก็ถูกเผ่ยฉีฉี คลายผ่ลึกไปจนหมด
“ไม่เสียแรงที่เป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด แตั่ละคน ร่ำารวยกันไม่น้อย” ตัอนที่คลายผ่นึกออก นางกวาดตัามองหนึ่งครั้งก็เห็น หินวิเศษมากมาย และยังมีหยกวิเศษอีกหลายก้อน บวกกับขวดเล็กๆ ใหญ่ๆ อีกมาก “เอ้า คราวนี้เจ้ารวยอีกแล้ว” นางส่งแหวนเก็บของสี่วงให้ กับเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนรับเอามาตัรวจสอบอยู่ครู่หนึ่งก็พบว่าหินวิเศษที่อยู่ใน แหวนเก็บของสี่วงมีมากพอสองหมื่นกว่าก้อน
หยกวิเศษเองก็มีถึงห้าสิบกว่าก้อน
นอกจากนี้ยังมีอาวุธวิเศษระดับสูงที่คนทั้งสี่ใช้ รวมไปถึงยาและ วัตัถุวิเศษอีกส่วนหนึ่ง
ใบหน้าของเขาเตั็มไปด้วยรอยยิ้มทันที
“เจ้าให้หลีเหย่ช่วยหลอมอาวุธวิเศษก็ตั้องจ่ายค่าตัอบแทนให้ กับเขา บางทีเจ้าอาจจะยังไม่รู้ว่าหลีเหย่เก็บค่าหลอมอาวุธวิเศษแพงหูฉี่” เผ่ยฉีฉีมีสีหน้าตัรงไปตัรงมา พูดกับเขาอย่างไม่มีกั๊ก “เซวียหลงและหลี่ หลางเฟิงช่วยเหลือเจ้า ย่อมตั้องมีการแลกเปลี่ยนอย่างลับๆ กับเจ้า แน่นอน ข้าวางธุระในมือมาเข้าร่วมกับเรื่องนี้ จะอย่างไรก็ไม่ควรกลับไป มือเปล่ากระมัง?”
เนี่ยเทียนยิ้มแย้ม “เจ้าตั้องการอย่างไรก็พูดมาตัรงๆ เถอะ”
“หินวิเศษหนึ่งหมื่นก้อนเป็นของข้า” เผ่ยฉีฉียื่นมือขวาที่ กระจ่างใสราวกับหยกออกมาอีกครั้ง ดวงตัาคู่งามของนางจับจ้องมาที่เขา
“ข้าเองก็มีตับะตั้นสวรรค์เหมือนกัน คิดจะเชิญตััวข้า จ่ายหินวิเศษหนึ่ง หมื่นก้อนถือว่ายุตัิธรรมดีแล้ว”
“ไม่มีปัญหา” เนี่ยเทียนหัวเราะฮ่าๆ หยิบเอาหินวิเศษหนึ่งหมื่น ก้อนมาใส่ไว้ในกำาไลเก็บของที่ว่างเปล่า ก่อนจะวางลงไปบนฝึ่ามือของ นาง
ตัอนที่วางกำาไลเก็บของ ปลายนิ้วของเขาสัมผ่ัสกับมือของนาง เบาๆ
มือของเผ่ยฉีฉีสั่นน้อยๆ ดวงตัากลมโตัที่มองตัรงมายังเนี่ยเทียน พลันเปล่งประกายสดใส
ทว่าเพียงแวบเดียวประกายแสงนั้นก็จางหาย ก่อนที่นางจะหุบ ฝึ่ามือเก็บกำาไลเก็บของชิ้นนั้นไป
หลังจากที่นั่งลงใหม่อีกครั้ง นางก็หลับตัาเบาๆ แล้วกล่าวด้วย น้ำาเสียงราบเรียบ “ช่วงเวลานั้นที่ข้าได้รับบาดเจ็บแล้วหมดสตัิ เจ้า…”
ประโยคหลังนางไม่ได้พูดออกมา ทว่าขนตัางอนยาวเป็นแพของนางกลับ ขยับน้อยๆ
“ข้าไม่ได้ทำาอะไรเลย!” เนี่ยเทียนรีบพูด
เผ่ยฉีฉีทำาเสียงขึ้นจมูกตัอบรับ
พอนางเปิดฉากพูดก็ทำาให้เนี่ยเทียนอดนึกถึงภาพตัอนที่แบก นางไว้บนหลังเมื่อครั้งหนีจากการไล่ฆ่าของหลี่หลางเฟิงไม่ได้
เนี่ยเทียนที่จินตันาการเพ้อไปไกลจิตัใจเริ่มฟุ้งซ่าน บางครั้งที่ เหลือบตัามามองเผ่ยฉีฉีที่อยู่ด้านหน้าก็มักจะไพล่นึกไปถึงภาพที่มือทั้งสอง ข้างของเขาแนบสนิทไปกับเอวบางอ้อนแอ้นและขาเรียวยาวของนาง
“เจ้าคิดอะไรอยู่?” เผ่ยฉีฉีพลันลืมตัามามองเขาด้วยสายตัาเย็น เยียบ
เนี่ยเทียนใจแกว่ง รีบตัอบ “กำาลังคิดถึงหลี่หลางเฟิง”
“โกหก!” เผ่ยฉีฉีขุ่นเคืองทันควัน
“หึหึ ไม่นึกเลยว่าจะมีคนกำาลังคิดถึงข้าด้วย” และเวลานี้เอง เสียงของหลี่หลางเฟิงก็พลันดังมาจากทิศไกล พริบตัาเดียวก็มาอยู่ด้าน หน้าคนทั้งสอง
เห็นว่าอยู่ๆ หลี่หลางเฟิงก็โผ่ล่พรวดมาอยู่ตัรงหน้า เนี่ยเทียนก็ หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
ทิพย์จักษุที่เขาปลดปล่อยออกไปกลับรับสัมผ่ัสถึงปราณของหลี่ หลางเฟิงไม่ได้ ไม่รู้ตััวเลยว่าหลี่หลางเฟิงเข้ามาใกล้แล้ว!