ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 338 เหตัุการณ์ที่ไม่คาดคิด
จนกระทั่งเสียงของหลี่หลางเฟิงดังขึ้นและอีกฝึ่ายมาอยู่ตัรงหน้า ทิพย์จักษุข้างนั้นที่ลอยสูงอยู่กลางอากาศถึงได้มองเห็นตััวหลี่หลางเฟิง
“แค่กๆ”
หลี่หลางเฟิงไอหนักยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าของเขาขาวซีดราว กระดาษ ดูเหมือนว่าสภาพของเขาจะย่ำาแย่ยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก
เขาที่เดิมทีก็ผ่อมแห้งราวท่อนฟืนอยู่แล้ว ยามนี้ก็ยิ่งผ่อมเข้าไป ใหญ่ ราวกับว่าแค่ลมพัดมาเขาก็ปลิวหายไปได้ทุกเมื่อ
ทว่าในความรู้สึกของเนี่ยเทียน เขาในเวลานี้กลับยิ่งเปลี่ยนมา เป็นลึกล้ำาสุดจะหยั่ง
แม้แตั่ทิพย์จักษุก็ยังไม่สามารถแยกแยะตับะที่แท้จริงของเขาได้
“เขตัสามัญ!” เนี่ยเทียนแสดงความประทับใจออกมาทางสีหน้า
มีเพียงผู่้ที่เหยียบเข้าสู่เขตัสามัญ พลังจิตัแปรสภาพมาเป็น พลังจิตัวิญญาณแล้วเท่านั้น ทิพย์จักษุถึงจะไม่สามารถวิเคราะห์ตับะของ อีกฝึ่ายได้อย่างแม่นยำา
แม้ว่าหลี่หลางเฟิงในอดีตัจะร้ายกาจ แตั่เมื่อมีทิพย์จักษุ เขาก็ ยังคงจับตัามองจนรู้ตับะที่แท้จริงของอีกฝึ่ายได้
ตัอนนี้แม้แตั่ทิพย์จักษุก็ยังมิอาจแน่ใจในตับะของอีกฝึ่าย พิสูจน์ ให้เห็นว่าหลี่หลางเฟิงได้ข้ามผ่่านอุปสรรคของการฝึ่าทะลุขอบเขตัจนเข้า สู่เขตัสามัญได้สำาเร็จอย่างแท้จริง!
หลี่หลางเฟิงที่ไออย่างรุนแรงพลันเงยหน้าขึ้น
จุดลึกในดวงตัาของเขาคล้ายจะมีเปลวไฟสีเขียวที่ค่อยๆ ลุก โชนขึ้นมา
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
เขาสัมผ่ัสได้อย่างเฉียบไวว่ามีปราณน่าสะพรึงกลัวระลอกหนึ่ง ถูกปล่อยออกมาจากในดวงตัาของหลี่หลางเฟิง แล้วพริบตัาเดียวก็ลอย ขึ้นไปหาทิพย์จักษุข้างนั้นของเขาที่ลอยอยู่กลางอากาศ
“ในที่สุดข้าก็ได้รู้เสียทีว่าเหตัุใดเจ้าถึงหนีพ้นจากการไล่ล่าของ ข้า และหนีพ้นการล้อมโจมตัีของพวกนักล่าที่มีคมเขี้ยวเป็นผู่้นำาได้อย่าง ง่ายดาย” หลี่หลางเฟิงมองทิพย์จักษุข้างนั้นแล้วกล่าวชื่นชมจากใจจริง “การสืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวลึกลับเกินคาดเดาอย่าง แท้จริง ถึงขนาดทำาให้เจ้าที่มีตับะแค่กลางสวรรค์สามารถชุบหลอม พลังจิตัวิญญาณออกมาได้ก่อนส่วนหนึ่ง”
ทิพย์จักษุข้างนั้น เผ่ยฉีฉีที่มีตับะตั้นสวรรค์ช่วงตั้น หรือแม้แตั่เซ วียหลงที่อยู่ช่วงท้ายก็ยังมิอาจสัมผ่ัสได้แม้แตั่น้อย
ก่อนหน้านี้ที่เขายังไม่ได้เหยียบสู่เขตัสามัญ เขาเองก็สัมผ่ัสไม่ได้ เหมือนกัน ไม่รู้สึกนิดเลยว่ามีทิพย์จักษุล้อมวนอยู่รอบกายเนี่ยเทียนและ คอยสังเกตัความเคลื่อนไหวทุกอย่างอย่างใกล้ชิด
“ขอบเขตักลางสวรรค์ สามารถใช้พลังจิตัวิญญาณได้ล่วงหน้า?” เซวียหลงได้ยินอย่างนั้นก็รีบตัามมา แล้วก็มองตัามสายตัาของหลี่หลา งเฟิงขึ้นไปยังกลางอากาศ ทั้งยังใช้พลังจิตัรับสัมผ่ัสอย่างละเอียด
น่าเสียดายที่สายตัาเขารวมไปถึงกระแสจิตัของเขาล้วนมองไม่เห็น ความผ่ิดปกตัิอะไรจากกลางท้องฟ้า ทุกอย่างยังคงมีเพียงความว่างเปล่า
“เจ้าหนู เวทลับการสืบทอดจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่เจ้า ได้รับมาลึกลับมหัศจรรย์อย่างแท้จริง” หลี่หลางเฟิงพยักหน้าแล้วจึงพูด อีกว่า “แตั่เจ้าก็ยังตั้องระวังหน่อย ตั่อไปหากเจอกับคนที่อยู่ในสามเขตัซึ่ง เป็นผู่้ที่มีพลังจิตัวิญญาณก็อย่าคิดอีกว่ายังสามารถใช้มันลอบตัรวจสอบ ทุกสิ่งทุกอย่างได้”
เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน ก่อนจะกล่าวว่า “คนที่มีตับะเขตัสามัญอย่าง ท่าน สามารถหลอกล่อการรับสัมผ่ัสของพลังจิตัวิญญาณข้าได้หรือไม่?”
หลี่หลางเฟิงปรากฏตััวกะทันหันอย่างไม่มีลางบอกเหตัุ ทิพย์จักษุ รับสัมผ่ัสไม่ได้แม้แตั่น้อย นี่หมายความว่าหลี่หลางเฟิงมีความสามารถที่ จะใช้วิธีการพิเศษทำาให้ทิพย์จักษุรับสัมผ่ัสถึงเขาไม่ได้
“ข้าไม่รู้สถานการณ์ของผู่้ที่อยู่เขตัสามัญคนอื่นๆ” หลี่หลางเฟิงก ล่าวอย่างตัรงไปตัรงมา “แตั่ข้ามีวิธีการพิเศษที่สามารถอำาพรางการตัรวจ สอบจากพลังจิตัวิญญาณของเจ้าได้อย่างแท้จริง”
“อีกอย่าง ไม่ว่าผู่้ใดก็ตัามที่อยู่สามเขตั พลังจิตัแปรสภาพกลายมา เป็นพลังจิตัวิญญาณก็ล้วนสามารถมองเห็นกลุ่มพลังจิตัวิญญาณที่ราวกับ ดวงตัานั้นของเจ้าได้”
“นี่จึงหมายความว่าเมื่อเจอกับผู่้ฝึกลมปราณระดับเขตัสามัญ เวท ลับที่เจ้าได้รับมาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็อาจจะไม่มีประโยชน์ เท่าใดนัก”
“แน่นอนว่าอาจเป็นเพราะขอบเขตัของเจ้าตั่ำาเกินไป รอจนเจ้าเข้า สู่เขตัสามัญอย่างพวกเราและพลังจิตัแปรสภาพอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว บางทีเจ้าก็อาจจะสามารถกระตัุ้นอานุภาพที่แท้จริงของวิชาลับนั้นออกมา ได้”
อธิบายจบเขาก็พลันหันมามองเผ่ยฉีฉี แล้วเอ่ยถามด้วยความ แปลกใจ “นางมาได้อย่างไร?”
“เจ้ามาได้ แล้วทำาไมข้าจะมาไม่ได้?” น้ำาเสียงเผ่ยฉีฉีเย็นชา
นางยังจำาได้ถึงความขัดแย้งที่เคยมีกับหลี่หลางเฟิง ตัอนที่อยู่กลาง หุบเขา หลี่หลางเฟิงลงมืออย่างเหี้ยมโหดทำาให้นางหมดสตัิไป หากไม่เพ ราะเนี่ยเทียนแบกนางขึ้นหลัง พากันหนีไปที่ตัำาหนักหินใตั้บาดาลของ กะโหลกเลือด เกรงว่านางก็คงตัายด้วยน้ำามือของหลี่หลางเฟิงไปแล้ว
แตั่ไหนแตั่ไรมา หลี่หลางเฟิงผู่้นี้ก็ทำาอะไรโดยไม่เกรงกลัวใครใน อาณาจักรเลี่ยคงอยู่แล้ว
นางรู้ชัดดีว่าคนที่บ้าระห่ำาอย่างหลี่หลางเฟิงผู่้นี้ย่อมไม่กริ่งเกรง อาจารย์ของนางอย่างแน่นอน
“อันที่จริงหลังจากที่ข้าเหยียบย่างเข้าสู่เขตัสามัญก็ไม่จำาเป็นตั้อง ให้คนมากมายมาเข้าร่วมด้วย” หลี่หลางเฟิงสีหน้ามึนตัึง “หนิงหยางและ ถงเจี้ยนเฟิงสองคนยังมีตับะแค่ตั้นสวรรค์ มีข้าอยู่ด้วย คิดจะกรีดเถือเอา ตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นมาจากมือของคนทั้งสองจึงไม่มีความยาก ใดๆ”
คำาพูดนี้ดังออกมา สีหน้าของเซวียหลงและเผ่ยฉีฉีตั่างก็เปลี่ยนมา เป็นไม่น่ามอง
“ข้าเองก็หวังดีกับพวกเจ้า” หลี่หลางเฟิงยังคงพูดด้วยท่าทาง เฉยชาเช่นเดิม “หนิงหยางและถงเจี้ยนเฟิงตั่างก็เป็นลูกศิษย์ที่วิมาน
สวรรค์ทอดทิ้ง สถานะค่อนข้างอ่อนไหว ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามีความกังวล มากมาย ไม่กล้าล่วงเกินวิมานสวรรค์ แบบนี้เวลาที่พวกเจ้าลงมือก็จะไม่ สามารถแสดงฝึีมือได้อย่างเตั็มที่”
หยุดไปครู่เขาก็พูดขึ้นมาอีกว่า “ข้าไม่เหมือนกับพวกเจ้า”
แม้แตั่เนี่ยเทียนก็ยังมองออกว่าคนอำามหิตัที่ไม่กลัวใครผู่้นี้ อย่าว่า แตั่หนิงหยางและถงเจี้ยนเฟิงที่เป็นลูกศิษย์ซึ่งวิมานสวรรค์ทอดทิ้งเลย ตั่อ ให้คนทั้งสองยังคงเป็นลูกศิษย์คนสำาคัญของวิมานสวรรค์ เขาก็ยังกล้า ลงมือสังหาร
“เจ้ามีวิธีในการจัดการเรื่องราวของเจ้า ข้าเองก็มีวิธีของข้าเหมือน กัน” เซวียหลงแค่นเสียงกล่าว “ข้ามีข้อตักลงร่วมกับผู่้อื่น ในเมื่อรับปาก แล้วก็จะตั้องทำาให้ได้!”
“อีกอย่าง หนิงหยางคือลูกศิษย์ผู่้ทรงเกียรตัิของวิมานสวรรค์ วิมานสวรรค์ยังไม่ได้ประกาศขับไล่เขาออกจากสำานักอย่างเป็นทางการ!”
“ข้าหวังว่าเวลาที่เจ้าลงมือจะพิจารณาถึงผ่ลลัพธ์ให้มากหน่อย! ตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นของหนิงหยางเดิมทีวิมานสวรรค์ก็อยาก มอบให้เนี่ยเทียนอยู่แล้ว หากตัราประทับสะเก็ดดาวตักอยู่ในมือของเนี่ย เทียน วิมานสวรรค์ก็คงไม่พูดอะไรมาก ทว่าหากหนิงหยางตัายไป เมื่อคน
วิมานสวรรค์มาถึงอาณาจักรเลี่ยคง เจ้าและข้าก็คงไม่มีที่ให้ยืนอยู่ใน อาณาจักรเลี่ยคงอีกตั่อไป!”
กล่าวมาถึงตัรงนี้ เขาก็มองเผ่ยฉีฉีด้วยสายตัาลึกล้ำาหนึ่งครั้ง ก่อน จะกล่าวว่า “คุณหนูเผ่ย เรื่องนี้…อันที่จริงเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า จะมีเจ้า หรือไม่ก็ล้วนไม่ส่งผ่ลกระทบใดๆ หากเจ้าคิดจะเข้าร่วมจริงๆ แล้วเกิด เรื่องขึ้นกับหนิงหยาง ตั่อให้เป็นอาจารย์ของเจ้าก็เกรงว่าคงยากที่จะ ปกป้องเจ้าได้ เจ้าเองควรพิจารณาให้ดี!”
“ศิษย์พี่หญิงเผ่ย ถ้าไม่อย่างนั้น…เจ้ากลับไปก่อนดีไหม?” เนี่ย เทียนเองก็เอ่ยเกลี้ยกล่อม
เขามองออกว่าคนบ้าอย่างหลี่หลางเฟิงแทบจะไม่สนใจเลยว่าหนิง หยางจะเป็นหรือตัาย
ขณะที่ตั่อสู้กับหนิงหยาง หากไม่รู้หนักเบาแล้วไปกระตัุ้นให้คนบ้าผู่้ นี้แค้นเคือง เขาก็อาจจะลงมือสังหารอีกฝึ่ายเข้าจริงๆ
แม้แตั่เซวียหลงยังกลัวว่าการตัายของหนิงหยางจะไปกระตัุ้นให้ วิมานสวรรค์เดือดดาล หากเผ่ยฉีฉีเข้ามาเกี่ยวข้องก็อาจตัิดร่างแหไปด้วย
“ข้ายังคงยืนยันประโยคเดิม ข้าคนเดียวก็พอแล้ว พวกเจ้ามีแตั่จะ เป็นส่วนเกินเสียเปล่าๆ” หลี่หลางเฟิงมีสีหน้าโอหัง
“ข้ารับค่าตัอบแทนมาจากเนี่ยเทียนแล้ว จะยังไงก็ตั้องไปด้วย!” เผ่ยฉีฉีกล่าว
“ถ้าอย่างนั้นก็ตัามใจพวกเจ้า” หลี่หลางเฟิงมีท่าทีไม่แยแส “ไปกัน เถอะ พวกเราไปฝึัยงตัะวันออกของซากปรักหักพัง ไปหาหนิงหยางและถง เจี้ยนเฟิงที่พื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตักัน”
หลังจากนั้นกลุ่มคนสี่คนก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่มีหินอุกกาบาตัร่วง ลงมาอย่างตั่อเนื่องภายใตั้การนำาของหลี่หลางเฟิง
มีหลี่หลางเฟิงที่เลื่อนสู่เขตัสามัญและครอบครองพลังจิตัวิญญาณ ตัลอดทางพวกเขาจึงสามารถหลีกเลี่ยงนักล่าทุกคนที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถว ทะเลทรายรกร้างได้อย่างง่ายดาย และไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากผู่้ใด
เมื่ออยู่กับเขา เนี่ยเทียนจึงไม่ได้ปลดปล่อยทิพย์จักษุออกมา เพราะ ว่าการดำารงอยู่ของหลี่หลางเฟิงก็เท่ากับมีทิพย์จักษุล้อมวนอยู่รอบกายเขา แล้ว
หลายวันหลังจากนั้น ในที่สุดคนทั้งสี่ก็มาถึงพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตั ที่เนี่ยเทียนจากไปก่อนหน้านี้
ภายใตั้ม่านรัตัตัิกาลมืดมิด คนทั้งสี่ห้อทะยานมาตัลอดทาง ไม่นาน ก็มาถึงจุดลึกของพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตั
พวกเขาหาสถานที่แห่งหนึ่งเจอก็นั่งลงเงียบๆ รอคอยให้อุกกาบาตั ตักลงมาจากนอกโลก
จากคำาบอกเล่าของเนี่ยเทียน หนิงหยางมาที่นี่ก็เพื่อหาวิธีชุบหลอม ตัราประทับสะเก็ดดาวจากในหินอุกกาบาตัที่ตักลงมา
ขอแค่มีหินอุกกาบาตัร่วงลงมา หนิงหยางก็จะรีบเดินทางไปที่นั้น ทันที เพราะหมายจะค้นหาความลึกลับจากในหินอุกกาบาตั
พวกเขาจึงรอคอยอย่างใจเย็น
ระหว่างนั้นเนี่ยเทียนก็จะใช้หินดวงดาวออกมาฝึกบำาเพ็ญตับะ รวบรวมหยดดาวทีละนิดให้ตักตัะกอนอยู่ในจุดตัันเถียน
กลางดึกหลายวันหลังจากนั้น
ลำาแสงเส้นหนึ่งพุ่งวาบจากท้องฟ้าที่เตั็มไปด้วยหมู่ดาวมาตักห่าง จากคนทั้งสี่ไปหลายสิบลี้
“ตัูม!”
แผ่่นดินสั่นไหวไม่หยุด ร่างของคนทั้งสี่ที่นั่งอยู่กลางทะเลทรายเย็น เยียบโยกคลอนเบาๆ
เนี่ยเทียนที่มีประสบการณ์มาก่อนแล้ว ตัอนที่พื้นดินสั่นสะเทือนจึง พอจะวิเคราะห์ได้ว่าหินอุกกาบาตัก้อนที่ตักลงมานี้ตั้องใหญ่มหึมาอย่าง มากแน่นอน
“มาแล้ว!”
หลี่หลางเฟิงอดรนทนไม่ไหวอยู่นานแล้ว พอแยกแยะทิศทางได้จึง พุ่งออกไปก่อนเป็นคนแรก
เนี่ยเทียนสามคนตัามหลังไปตัิดๆ
ทิพย์จักษุเจ็ดข้างถูกเขาสร้างขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่จะปลดปล่อยมัน ออกไปรอบด้านเงียบๆ
เส้นสายตัาที่เกิดจากทิพย์จักษุทำาให้มองเห็นสภาพเหตัุการณ์รอบ ด้านได้หมด
เมื่อห้อทะยานมาได้พักหนึ่ง ในที่สุดพวกเขาก็ไล่ตัามหลี่หลางเฟิ งมาทัน แตั่กลับพบว่าหลี่หลางเฟิงยืนอยู่ข้างหลุมแห่งหนึ่งด้วยท่าทางที่ คล้ายหยุดรอพวกเขามานานมากแล้ว
เมื่อเห็นว่าพวกเขาสามคนมาถึง หลี่หลางเฟิงก็ขมวดคิ้วแล้วกล่าว ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดเล็กน้อย “มีเหตัุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น”