ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 35 คลื่นใต้น้ำาที่เริ่มปรากฏให้เหมนเด้่นชัด้
- Home
- ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี
- บทที่ 35 คลื่นใต้น้ำาที่เริ่มปรากฏให้เหมนเด้่นชัด้
อยู่ห่างจากทะเลสาบที่อันซืออี๋อยู่ประมาณสิบกว่าเมตร เนี่ยเทียนกมสัมผัสได้้ถึงสายตาไม่เป็นมิตรมากมายที่ตกมาอยู่บนร่าง ของตัวเองอย่างพร้อมเพรียง
เนี่ยเทียนสีหน้าราบเรียบ เด้ินตามอันเหอมาด้้วยท่าทาง ปกติ
ขณะที่ห่างในระยะใกล้พอประมาณ เขากมอ้าปากยิ้มสด้ใส กล่าวชมอันซืออี๋: “พี่สาวคนสวย พวกเราได้้เจอกันอีกแล้ว”
“ฮ่า!” อันซืออี๋เม้มปากยิ้ม “เมื่อหลายวันก่อน เด้ิมทีพวก เรากมสามารถเจอกันได้้ที่เมืองเฮยอวิ๋น น่าเสียด้ายที่เจ้าป่วยกะทันหัน มิฉะนั้นบางทีข้าอาจเป็นคนพาเจ้ามาที่นี่ด้้วยตัวเอง”
“เป็นความผิด้ของข้าเอง” เนี่ยเทียนสีหน้ากระอักกระอ่วน เลมกน้อย “ข้ารู้ว่าพี่สาวด้ีกับข้า รายชื่อเข้าร่วมการประลองโลกมายา มรกตในครั้งนี้ล้ำาค่าถึงเพียงนี้ แม้แต่ตระกูลเนี่ยของข้าเองกมยังไม่มี พี่ สาวกลับยกให้ข้าแบบนี้ ข้าเนี่ยเทียนจะจด้จำาไว้ขึ้นใจ ต่อไปหากพี่ สาวพบเจอปัญหาใด้ และข้ามีความสามารถพอที่จะช่วยเหลือได้้ ข้า จะต้องทุ่มเทสุด้ชีวิตเพื่อพี่สาวอย่างแน่นอน”
“ช่างเป็นคนที่พูด้จากลิ้งกลอกได้้เก่งนัก!” อันซืออี๋ยัง ไม่ทันได้้ตอบ อันอิ่งกมแค่นเสียงหนึ่งครั้ง กล่าวเสียด้สี: “ต่อให้พี่สาว ข้าเกิด้เรื่องจริง อย่างเจ้าน่ะหรือจะช่วยได้้? ความสามารถของตระ
กูลเนี่ยในเมืองเฮยอวิ๋นของพวกเจ้าอ่อนแอมากที่สุด้ ถูกตระกูลอวิ๋ นกด้หัวจนลืมตาอ้าปากไม่ได้้แล้ว เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาคิด้ว่าเจ้า สามารถช่วยพี่สาวของข้าได้้?”
“เจ้าคือ?” เนี่ยเทียนถามอย่างแปลกใจ
“นางคือน้องสาวของข้า อันอิ่ง อยู่เมืองเฮยอวิ๋นของเรา เหมือนกัน เจ้าน่าจะเคยได้้ยินชื่อของนางมาบ้าง” อันซืออี๋กล่าวด้้วย รอยยิ้มน้อยๆ
“อันอิ่ง…” ใจเนี่ยเทียนกระตุกวาบ พยักหน้าเบาๆ “แน่นอนว่าต้องเคยได้้ยินอยู่แล้ว”
อันอิ่งคือน้องสาวแท้ๆ ของอันซืออี๋ ทั้งยังเป็นบุคคลที่ สะดุ้ด้ตาที่สุด้ในบรรด้าเด้มกรุ่นเลมกของตระกูลอันเมื่อหลายปีมานี้ ตอนนี้อายุแค่สิบสามปี ปีก่อนกมสามารถฝ่าทะลุขั้นหลอมลมปราณ เก้าได้้ เด้ินออกไปจากตระกูลอันในเมืองเฮยอวิ๋น กลายเป็นศิษย์ของ หอหลิงเป่าแล้ว
ว่ากันว่าพรสวรรค์ในการฝึกบำาเพมญตบะของนางโด้ด้เด้่น เสียยิ่งกว่าอันซืออี๋เสียอีก!
คนตลอด้ทั้งตระกูลอันต่างคิด้ว่าความสำาเรมจของนางในวัน ข้างหน้า อาจเหนือล้ำาเกินกว่าอันซืออี๋ด้้วยซ้ำา!
“เจ้าพูด้ถูกแล้ว ตอนนี้ขอบเขตของข้าต่ำาต้อยจริง ตระกูล เนี่ยเองกมีความสามารถไม่เพียงพอ แต่ว่าเรื่องบนโลกนี้ยากจะคาด้ เด้า เรื่องที่จะเกิด้ขึ้นในวันหน้าใครเล่าจะบอกได้้?” นึกถึงความ ลึกลับของด้ินแด้นต่างถิ่นแห่งนั้น เนี่ยเทียนกมพูด้ด้้วยน้ำาเสียงที่เตมไป ด้้วยความมั่นใจ: “บางทีวันหนึ่งตอนที่พี่สาวของเจ้าประสบปัญหา ข้าอาจช่วยนางได้้กมได้้!”
“ถ้าอย่างนั้นข้ากมต้องขอขอบคุณเจ้าไว้ก่อนแล้วกัน” อันซื ออี๋กล่าวหยอกล้อหนึ่งประโยค ถลึงตาใส่อันอิ่งที่คิด้จะพูด้ประชด้ประ ชันเนี่ยเทียน ห้ามไม่ให้นางพูด้อีก จากนั้นกมกล่าวว่า: “พอสมควรแก่ เวลาแล้ว ข้าจะเรียกอีกสามสำานักที่เหลือ บอกให้พวกเขามาที่นี่กัน ได้้แล้ว”
พูด้จบนางกมหยิบปอายคำาสั่งแผ่นหนึ่งออกมาจากปลายแขน เสื้อ นิ้วเรียวราวลำาเทียนกด้ลงไปบนปอายคำาสั่งเบาๆ
แสงสว่างขมุกขมัวกระจายออกมาจากปลายนิ้วของนาง พริบตาเด้ียวกมแผ่ไปเตมปอายคำาสั่ง
เสียงร้องเบาๆ ด้ังออกมาจากในปอาย
เนี่ยนเทียนมองไปอย่างตั้งใจ พบว่าปอายคำาสั่งที่นางถืออยู่ นั้นไม่ได้้ทำามาจากหยก แต่ทำามาจากโลหะหลอมพิเศษบางอย่าง
เหมนได้้ชัด้ว่าปอายคำาสั่งของอันซืออี๋ ไม่เหมือนกับอันที่เขา ครอบครองอยู่
“ในเมื่อเจ้าถือปอายคำาสั่งของหอหลิงเป่าเราเข้าไปในโลก มายามรกต หลังจากเข้าไปแล้วต้องเชื่อฟังข้าทุกอย่าง ข้าให้เจ้าทำา อะไร เจ้ากมห้ามต่อต้านเด้มด้ขาด้!” อันอิ่งมองเขา กล่าวอย่าง เผด้มจการ
เนี่ยเทียนหัวเราะแหะๆ ไม่ได้้กล่าวอะไร
“ข้าไม่สนว่าเจ้าคิด้ยังไง รอเข้าไปถึงโลกมายามรกตแล้ว ข้าย่อมทำาให้เจ้าเชื่อฟังได้้แน่นอน” ราวกับมองเหมนว่าเขาหัวเราะ รับคำาไปงั้นๆ อันอิ่งจึงเชิด้หน้าขึ้นน้อยๆ เหมนได้้ชัด้ว่ามั่นใจอย่างมาก
เด้มกหนุ่มข้างกายนางเหล่านั้นต่างกมทำาตัวเป็นผู้ตามนาง เป็นอย่างด้ี เวลานี้จึงใช้สายตาไม่เป็นมิตรมองมายังเนี่ยเทียน
แต่เนี่ยเทียนเลือกทำาเป็นมองเมิน
ไม่นานหลังจากนั้น คนกลุ่มหนึ่งของสำานักหลิงอวิ๋น ภาย ใต้การนำาของลี่ฝาน กมปรากฏตัวขึ้นมาในกอหญ้าที่สูงเท่าเอว
“ท่านลุงลี่…”
แค่มองไกลๆ เขากมพบทันทีว่าผู้นำากมคือลี่ฝานที่ช่วงก่อน หน้านี้ยังอาศัยอยู่ที่ตระกูลเนี่ย เนี่ยเทียนหวาด้ผวาด้อยู่ในใจ หด้คอ
ลงอย่างไม่รู้ตัว แอบเข้าไปรวมตัวอยู่กับกลุ่มของเด้มกหนุ่มข้างกา ยอันอิ่ง
เขาเป็นคนของตระกูลเนี่ย ตอนนี้กลับมาปรากฏ ตัวอยู่กับคนของหอหลิงเป่า เหมนได้้ชัด้ว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด้ อย่างมาก
เขากังวลว่าลี่ฝานจะคิด้มาก
“หึหึ” เหมือนจะมองออกถึงความลำาบากใจของเขา อันอิ่ง ถึงได้้หัวเราะขึ้นมาอย่างเป็นสุข คว้าหมับเข้าที่แขนของเขาแล้วด้ึง ออกมาจากกลุ่มคน “หลบอะไรเล่า? สำานักหลิงอวิ๋นไม่มีอัตราเหลือม อบให้เจ้า สำานักหลิงเป่าของเราใจกว้างจึงมอบให้เจ้าแทน เรื่องแค่นี้ มีอะไรให้ต้องกังวลงั้นหรือ?”
“มาๆๆ ให้ท่านลี่มองเหมนเจ้าชัด้ๆ หน่อย!”
มือเลมกๆ ของนางจับเข้าที่แขนของเนี่ยเทียนแน่น พละ กำาลังเยอะมากจนน่าตกใจ ถึงขั้นกระชากเนี่ยเทียนออกมาจากกลุ่ม คนได้้
เนี่ยเทียนสีหน้ากระอักกระอ่วน แต่ในใจกลับทั้งตะลึงและ สงสัยต่อพละกำาลังของนาง อด้ไม่ได้้ที่จะมองอันอิ่งด้้วยสายตาลึกล้ำา หนึ่งครั้ง มองเหมนนางเป็นศัตรูตัวฉกาจคนหนึ่ง
เขาเชื่อว่าตอนที่อันอิ่งกระชากเขาออกมา ไม่ได้้ใช้พลัง วิญญาณในร่างกายเลย และเมื่อครู่นี้เขากมยังไม่ทันได้้ตั้งตัว แต่พอรู้ ถึงจุด้ประสงค์ของอันอิ่งจึงเริ่มต่อต้าน
แน่นอนว่าเขาไม่ได้้ใช้แรงทั้งหมด้ แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้น เด้มกหญิงทั่วไปกมอย่าได้้คิด้จะทำาให้เท้าของเขาขยับได้้แม้แต่ก้าวเด้ียว
ทว่าอันอิ่งกลับทำาได้้!
ขณะที่เขาแอบตกใจอยู่กับตัวเอง สายตาของลี่ฝานกมฉาย ประกายแปลกประหลาด้ขึ้นมา สังเกตเหมนเขาทันที “เนี่ยเทียน? เจ้า มาอยู่ที่นี่ได้้อย่างไร?”
“คารวะท่านลุงลี่” เนี่ยเทียนยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน รู้ว่า ในเมื่อหลบเลี่ยงไม่ได้้กมต้องกล้าเผชิญหน้า หันไปทำาความเคารพต่อลี่ ฝาน “คือว่า พี่หญิงอันมอบปอายคำาสั่งอันหนึ่งให้แก่ข้า ให้ข้ามีโอกาส ได้้มาประลองในโลกมายามรกต ท่านลุงลี่ ข้าไม่ได้้ตั้งใจปิด้บังท่านนะ เพียงแต่ว่า…”
“เจ้าไม่ต้องอธิบาย” ลี่ฝานตัด้บทคำาพูด้ของเขา ขมวด้คิ้ว มองอันซืออี๋ที่ยิ้มราวกับด้อกไม้ผลิบาน “ลงทุนไปไม่น้อยเลยนี่นา?” วินาทีที่มองเหมนเนี่ยเทียน เขากมรู้ได้้ทันทีว่าอันซืออี๋ไม่ได้้มีเจตนาด้ี อะไร
อันซืออี๋สีหน้าเป็นปกติ ปากยกขึ้นยิ้ม “ข้ากับตระกูลเนี่ยมี วาสนาต่อกัน จึงให้ความสำาคัญกับเขาเป็นพิเศษ ยังไงซะอัตราของผู้ เข้าร่วมการประลองของหอหลิงเป่าของข้ากมเยอะอยู่แล้ว อีกทั้งข้า ยังตัด้สินใจเองได้้ มอบให้เขาแค่คนเด้ียวไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
ขณะที่ลี่ฝานกับอันซืออี๋ปะทะฝีปากกัน เนี่ยเทียนกมสังเกต เหมนเจียงหลิงจูที่เขาเคยเจอหน้าหอหลิงเป่า นางอยู่ด้้านหลังลี่ฝาน กำาลังยิ้มแปอนโบกมือให้กับเขา
ในบรรด้าคนเก้าคนที่อยู่ข้างกายเจียงหลิงจู กมคือเนี่ยเสีย นที่ช่วงก่อนหน้านี้ทางสำานักหลิงอวิ๋นเพิ่งมารับตัวไป
ตอนนี้ เด้ี๋ยวๆ เนี่ยเสียนกมองเจียงหลิงจูทีหนึ่ง เด้ี๋ยวๆ กม มองเขาทีหนึ่ง สีหน้าแปลกประหลาด้อย่างบอกไม่ถูก
“เนี่ยเทียน ข้าเอง เจ้ายังจำาข้าได้้ไหม?” เจียงหลิงจูตะโกน พูด้
เนี่ยเทียนที่พบว่าเนี่ยเสียนกมอยู่ด้้วยจึงเอาความสนใจ ทั้งหมด้ไปไว้ที่ตัวเนี่ยเสียน ลืมตอบรับเจียงหลิงจู พอได้้ยินเสียงของ นางตะโกนถึงได้้คืนสติกลับมา
“อ้อ เจ้ากมาด้้วยหรือ!” เขาโบกมือกลับไปทันที
สีหน้าของเนี่ยเสียนยิ่งพิกลมากกว่าเด้ิม
“เจ้ารู้จักเจียงหลิงจูได้้ยังไง?” อันอิ่งส่ายหัว มองเขาด้้วย ความแปลกใจ “ในเมื่อเจ้ารู้จักเจียงหลิงจู ต่อให้ไม่ได้้รับการช่วย เหลือจากพี่สาวข้ากมน่าจะได้้รับปอายคำาสั่งเหมือนกันนี่นา”
“เจียงหลิงจูมีความสามารถมากขนาด้นั้นเชียวหรือ?” เนี่ย เทียนสงสัย
“นางคือลูกสาวของเจ้าสำานักหลิงอวิ๋น แล้วกมเป็นผู้นำาการ ประลองของทางสำานักหลิงอวิ๋นด้้วย หากนางเรียกร้องย่อมสามารถ พาเจ้าเข้าไปในโลกมายามรกตได้้แน่นอน” อันอิ่งกล่าว
เนี่ยเทียนพลันอึ้งตะลึง “นางเป็นถึงลูกสาวของเจียงจือซู เชียวหรือ!”
ก่อนหน้านี้เขาแค่เจอกับเจียงหลิงจูเพียงครั้งเด้ียว ไม่รู้ จริงๆ ว่าตัวตนของเจียงหลิงจูจะสูงศักด้ิ์ถึงเพียงนี้
เขายังนึกว่าเจียงหลิงจูเป็นเหมือนเนี่ยเสียนที่ต่างกมเป็นลูก หลานของตระกูลใหญ่ที่พึ่งพาสำานักหลิงอวิ๋น จะไปคิด้ได้้อย่างไรว่า เจียงหลิงจูจะมีเบื้องหลังยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้น
ขณะที่เขากำาลังตื่นตะลึงอยู่กับตัวเอง ผู้ประลองของ หุบเขาเทาและอารามเสวียนอู้กมพากันทยอยมาถึง
ฝ่ายของหุบเขาเทามีผู้เฒ่าสวมชุด้สีเทาคนหนึ่งเป็นผู้นำา เบื้องหลังของผู้เฒ่าคือชายหนุ่มผู้หนึ่ง หลังจากเด้ินมาหยุด้ยืนอย่าง
มั่นคงแล้ว ร่างของเขากมราวกับทวนยาวแท่งหนึ่ง คมกริบเกินสิ่งใด้ เปรียบ!
อวิ๋นซงที่เคยต่อสู้กับเขาครั้งหนึ่งในเมืองเฮยอวิ๋น ยืนอยู่ ข้างชายหนุ่มผู้นั้น เวลานี้กำาลังชี้มาที่เขาพูด้อะไรเบาๆ กับชายหนุ่ม ผู้นั้น
สายตาของชายหนุ่มผู้นั้นคมกริบ ราวกับกระบี่ที่พุ่งเข้าทิ่ม แทงมาจากที่ไกล
เนี่ยเทียนประสานสายตากับเขาอยู่ครู่หนึ่งกมสัมผัสได้้ถึง ความเจมบปวด้ สีหน้าจึงพลันเคร่งขรึมขึ้น
เขาตระหนักได้้ทันทีว่าชายหนุ่มผู้นั้นกมคือหยวนเฟิงที่เนี่ย ตงไห่พูด้ถึง ผู้นำาการประลองของหุบเขาเทาในครั้งนี้
“เมื่อหนึ่งปีก่อนกมฝ่าทะลุหลอมลมปราณขั้นเก้า ถูกหุบเขา เทารับเข้าเป็นศิษย์ สมคำาร่ำาลือตามที่คาด้ไว้ไม่มีผิด้” สำาหรับหยวน เฟิง เขาแอบจด้จำาไว้ขึ้นใจ รู้ว่าคนผู้นี้จะต้องเป็นศัตรูที่แขมงแกร่ง ของเขาคนหนึ่งในโลกมายามรกต
ทางฝ่ายของอารามเสวียนอู้ ผู้นำาคือหญิงชราคนหนึ่ง นาง นำาขบวนผู้ประลองของอารามเสวียนอู้มาถึงเป็นกลุ่มสุด้ท้าย
เพิ่งจะมาถึงนางกมกล่าวด้้วยความร้อนรนว่า: “นางหนู ตระกูลอัน รีบเปิด้ประตูโลกลึกลับเรมวเข้า! ข้ายังมีธุระต้องไปทำา หลัง
จากส่งเด้มกพวกนี้เข้าไปในโลกมายามรกตหมด้แล้วยังต้องรีบกลับ ไป”
“ตกลง” อันซืออี๋กล่าวด้้วยรอยยิ้มน้อยๆ
ปอายคำาสั่งที่นางใช้เรียกทั้งสามสำานักก่อนหน้านั้น เมื่อนาง หลอมรวมพลังวิญญาณเข้าไป มันกมพลันสว่างไสวราวกับด้วงจันทร์
“อู้!”
ปอายคำาสั่งในมือของนางคำารามออกไปลอยอยู่กลาง ทะเลสาบที่น้ำาใสแจ๋วแห่งนั้น ปลด้ปล่อยคลื่นพลังที่น่าตกตะลึง ระลอกหนึ่งออกมา
“ซู่ๆๆ!”
แสงสว่างสีขาวเงินเป็นกลุ่มก้อนลอยกระเพื่อมขึ้นมาเป็น ระลอกคลื่น ระลอกคลื่นยิ่งขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ กลายร่าง มาเป็นน้ำาวนที่จมลึกลงไปใต้ก้นทะเลสาบ
ไม่นานนัก น้ำาวนลูกหนึ่งที่หมุนวนอยู่ตลอด้เวลากมปรากฏ ตัวขึ้นมากลางทะเลสาบ
“อันอิ่ง เจ้าพาผู้ประลองของหอหลิงเป่าของเราเข้าไปใน น้ำาวน เด้ินทางไปสู่โลกมายามรกต” อันซืออี๋กล่าว
“ทราบแล้ว”
ร่างกายของอันอิ่งที่มองดู้เหมือนอ้อนแอ้น เพิ่มความเรมว กระโด้ด้ลอยตัวขึ้นกลางอากาศ บินนำาเข้าไปในน้ำาวนก่อน พริบตา เด้ียวกมหายไป
หลังจากนาง ลูกศิษย์หอหลิงเป่าหลอมลมปราณขั้นเก้า สองคนนั้นกมกระโด้ด้ตัวขึ้นสูง หายวับไปในน้ำาวน
ด้้านหลังเด้มกหญิงเด้มกชายของแต่ละตระกูลที่โด้นอันซืออี๋ เร่งเร้า กมทยอยกันพุ่งเข้าไปด้้านใน
หลังจากที่พวกเขาทยอยเข้าไปแล้ว ภายใต้สายตาที่เตมไป ด้้วยความหมายลึกล้ำาจากอันซืออี๋ เนี่ยเทียนกมกระโด้ด้ตัวขึ้นรวด้เรมว ราวกระสุนปืน แล้วพุ่งตัวเข้าไปในน้ำาวน
“แปลกจัง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของห้วงมิติใด้ๆ เลย แม้แต่นิด้เด้ียว หรือว่าข้าเข้าใจผิด้”
อันซืออี๋ที่จ้องมองเขาอยู่ตลอด้เวลา จนกระทั่งเขาหาย เข้าไปในน้ำาวนแล้วกมยังไม่สามารถสัมผัสได้้ถึงความผิด้ปกติ ในใจจึง เกิด้ความสงสัย
“ถึงคราวพวกเราแล้วใช่ไหม?” ลี่ฝานตะโกนถาม
“อืม สำานักหลิงอวิ๋นของพวกเจ้าสามารถเข้าไปได้้แล้ว” อันซืออี๋ตอบด้้วยความผิด้หวัง
“ไปเถอะ หากเจอเนี่ยเทียนในโลกมายามรกต จำาไว้ว่าต้อง ช่วยกันดู้แลเขา เขาอยู่กับคนของหอหลิงเป่า จะต้องถูกกลั่นแกล้ง แน่นอน หากเป็นไปได้้กมควรพาเขามาอยู่กับพวกเจ้า” ลี่ฝานกล่าว กลับเจียงหลิงจูด้้วยเสียงอันเบา: “ไม่ว่าจะอย่างไร เขากมเป็นคนของ ตระกูลเนี่ย ตามหลักแล้วพวกเราควรจะดู้แลเขา”
“กลัวกมแต่เขาจะเจอเข้ากับคนของหุบเขาเทาก่อน” เจียง หลิงจูเหล่ตามองหยวนเฟิง “ข้าสังเกตเหมนว่าหลังจากที่เจ้าหมอนั่น ยืนยันตัวตนของเขาแล้วกมเกิด้จิตสังหารต่อเขาทันที”
“เจ้าระวังหน่อยกมแล้วกัน”
“ตกลง”
จากนั้นผู้ประลองของสำานักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทา และ อารามเสวียนอู้กมพากันทยอยเข้าไปในน้ำาวนกลางทะเลสาบ