ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 342 จำาแลงร่างเป็นมังกรเพลิง
เซวียหลงที่ตักอยู่ท่ามกลางรุ้งกระบี่สีทองมองเห็นว่าเนี่ยเทียน ย้อนกลับมาก็พลันอึ้งงัน
“ฟัยบ!”
รุ้งกระบี่สีทองเส้นหนึ่งกรีดผ่่านหน้าท้องของเขาแล้วพาเอาเศษ เนื้อเชือกโลดชิ้นหนึ่งตัิดไปด้วย
เซวียร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด รีบรวบรวมสมาธิมา ตั้านทานรุ้งกระบี่สีทองที่โฉบเฉี่ยวอย่างตั่อเนื่อง
แตั่สายตัาของเขากลับเหลือบมองไปที่เนี่ยเทียนเป็นระยะ ในใจ ทั้งซาบซึ้งทั้งกังวล
เขานึกไม่ถึงเลยว่าเนี่ยเทียนจะกล้ากลับมา!
ความแข็งแกร่งของหนิงหยาง ขนาดเขาก็ยังรับมือไม่ได้ แม้แตั่ คิดจะหนีไปให้พ้นจากผ่นึกรุ้งกระบี่ทองของหนิงหยางก็ยังเป็นไปไม่ได้เลย
หนิงหยางที่เป็นเช่นนี้ เกรงว่าในอาณาจักรเลี่ยคงคงหาคนใน ระดับเดียวกันที่จะสามารถปะทะกับเขาซึ่งๆ หน้าไม่ได้อีกแล้ว
หลี่หลางเฟิงที่ยังไม่ฝึ่าทะลุขั้นก็ยังไม่ใช่คู่ตั่อสู้ของคนผู่้นี้
ทั้งๆ ที่เนี่ยเทียนก็รู้ดีถึงความทรงพลังของหนิงหยาง และก็รู้ว่า ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นแค่การแลกเปลี่ยนเท่านั้น
ไม่เพียงเท่านี้ ด้านหลังยังมีอสูรกายอีกตันหนึ่งที่ถูกหลี่หลางเฟิง ถ่วงเวลาเอาไว้ ซึ่งนั่นคือภัยที่น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
หากอสูรกายตันนั้นหลุดพ้นจากหลี่หลางเฟิงและตัามมาทัน เนี่ย เทียนก็ย่อมตัายอย่างมิตั้องสงสัย
ภายใตั้สถานการณ์เช่นนี้ เนี่ยเทียนย้อนกลับมาเพื่อคิดจะช่วย เหลือเขา ช่างเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย
อีกอย่างในสายตัาของเซวียหลง เนี่ยเทียนที่มีตับะเพียงแค่กลาง สวรรค์ ตั่อให้ย้อนกลับมาก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้อยู่ดี ทั้งยังตั้องเอาชีวิตัมาทิ้ง เปล่าด้วยซ้ำา
ด้วยเหตัุนี้ขณะเดียวกันกับที่ซาบซึ้งใจ อันที่จริงเขาก็ยังรู้สึก ด้วยว่าเนี่ยเทียนนั้นโง่เขลาเกินไป
“เจ้ากลับมาทำาไม?” เซวียหลงมีสีหน้าเย็นชา กล่าวตัำาหนิ “ข้า บอกเจ้าแล้วไงว่าไม่ตั้องสนใจข้า เหตัุใดเจ้าถึงไม่เชื่อฟัง? เจ้ากลับมาจะมี ประโยชน์อะไร จะช่วยอะไรข้าได้งั้นหรือ?”
“กลับมาได้ดี!” หนิงหยางแสยะปากหัวเราะราวคนบ้า “ทิ้งตัรา ประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวงเอาไว้ ข้าจะไว้ชีวิตัพวกเจ้า! มิฉะนั้น วันนี้ พวกเจ้าทั้งสามคนก็ตั้องถูกฝึังร่างไว้ที่นี่!”
“ท่านลุงเซวีย ข้าไม่สนว่าท่านมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรกับทางฝึ่าย นั้น แตั่ในเมื่อท่านมาเพื่อช่วยข้า ข้าก็ไม่สามารถทนมองท่านกระโจนเข้าสู่ ความตัายกับตัาตััวเองได้” เนี่ยเทียนใจเย็นได้อย่างน่าแปลกใจ “อีกอย่าง ก็ใช่ว่าข้าจะช่วยท่านไม่ได้เสียทีเดียว!”
“อู้!”
เกราะมังกรเพลิงที่ซ่อนตััวอยู่ในกำาไลเก็บของพลันบินออกมา
เกราะมังกรเพลิงสีแดงฉานปลดปล่อยเปลวเพลิงร้อนลวกคล้าย ดวงอาทิตัย์ที่ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟ ทำาให้พื้นที่รอบกายเนี่ยเทียนส่งเสียง เผ่าไหม้ลั่น “เปรี๊ยะๆๆ”
“อาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณ! ทั้งยังเป็นธาตัุไฟด้วย!” เซวีย หลงตักตัะลึงอย่างหนัก
บัดนี้เขาพลันตัระหนักได้ว่ามีความเป็นได้ถึงแปดเก้าส่วนที่ อาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณธาตัุไฟที่ปรากฏตััวกะทันหันในเทือกเขาฮว้า นคงซึ่งมีพวกสื่อฮุยค้นพบน่าจะเป็นชิ้นที่อยู่ในมือเนี่ยเทียนนี้
ข่าวที่เกราะมังกรเพลิงตักอยู่ในมือของเนี่ยเทียน นอกจาก ตัำาหนักเทพเพลิงแล้วก็ไม่มีคนรู้มากนัก
เซวียหลงรู้ว่าหัวเทียนที่อยู่เบื้องหน้าก็คือเนี่ยเทียนที่หลายขั้ว อิทธิพลพากันตัามหาอย่างยากลำาบากแตั่ก็ยังไม่เจอตััว ทว่าเขาไม่รู้ประ วัตัิที่เนี่ยเทียนได้ครอบครองอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนั้น
“เกราะมังกรเพลิงอยู่ในมือเจ้าจริงเสียด้วย!” หนิงหยางแค่น เสียงกล่าว
ข่าวที่เซวียหลงไม่รู้ เขาในฐานะที่เป็นผู่้ค้นหาหลักของวิมาน สวรรค์ย่อมรู้ชัดเจนเป็นอย่างดี
เห็นว่าเกราะมังกรเพลิงปรากฏตััว หนิงหยางเองก็เก็บเอาความ สบประมาทลงไป เปลี่ยนมาเป็นจริงจังมากขึ้นเมื่อเผ่ชิญหน้ากับเนี่ยเทียน
เขาพอจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเกราะมังกรเพลิงมาบ้างเล็กน้อย รู้ว่า หลังจากที่ตัำาหนักเทพเพลิงได้ครอบครองอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้น นี้ มันก็ไม่เคยสำาแดงอานุภาพที่แท้จริงมาก่อน
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเกราะมังกรเพลิงที่ตัำาหนักเทพเพลิงได้ไป ครองมีเพียงเสื้อเกราะเท่านั้น
สิ่งที่เป็นกุญแจสำาคัญที่สุดของเกราะมังกรเพลิงคือแกนเลือดอัน เป็นตั้นกำาเนิดพลังงาน นับตัั้งแตั่ที่ตัำาหนักเทพเพลิงได้อาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยง วิญญาณไป มันก็อยู่แยกจากเกราะมังกรเพลิงแล้ว
ทว่าดูจากข่าวที่หนิงหยางได้รับมา เกราะมังกรเพลิงที่อยู่ในมือ เนี่ยเทียนนั้น เสื้อเกราะและแกนเลือดได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว
แม้แตั่จุดที่ชำารุดของเกราะมังกรเพลิงก่อนหน้านี้ก็เหมือนว่าจะ ได้รับการซ่อมแซมแล้วด้วย นี่จึงหมายความว่าเกราะมังกรเพลิงที่อยู่ใน มือเนี่ยเทียนคืออาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณที่สมบูรณ์แบบและสามารถ สร้างพลังการทำาลายล้างที่มากมหาศาลได้
อาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณทุกชิ้นล้วนเป็นอาวุธสังหารที่น่า หวาดกลัว แล้วนับประสาอะไรกับเกราะมังกรเพลิงที่มีชื่อเสียงว่าอานุภาพ น่ากริ่งเกรง?
“ช่วยข้าสังหารคนผู่้นี้ให้ได้!”
หลังจากที่เรียกเกราะมังกรเพลิงออกมา เนี่ยเทียนก็รวบรวม พลังจิตั ก่อนจะส่งความคิดที่เด็ดเดี่ยวและจิตัสังหารของเขาไปให้กับ วิญญาณวัตัถุที่อยู่ในเสื้อเกราะ
เขาเชื่อว่าวิญญาณวัตัถุสามารถเข้าใจความคิดของเขา
และก็เป็นดังคาด!
เมื่อเขาเปิดเผ่ยเจตัจำานงอย่างชัดเจน เกราะมังกรเพลิงที่ไฟลุก ท่วมคล้ายดวงอาทิตัย์ร้อนแรงก็เล็งเป้าหมายไปตัามการชักนำาของทิพย์ จักษุ ก่อนที่มันจะพลันกลายร่างมาเป็นมังกรเพลิงขนาดใหญ่ยักษ์ที่ราวกับ มีชีวิตัจริง ร้องคำารามไร้เสียง แล้วกระโจนเข้าหาหนิงหยาง
“ฟู่วๆ!”
เปลวเพลิงสีแดงฉานถูกปล่อยออกมาจากร่างมายาที่เลื้อยคด เคี้ยวของมังกรเปลวเพลิงยักษ์ตััวนั้น
ท้องฟ้าที่มังกรเพลิงยักษ์เลื้อยผ่่านก็คล้ายถูกเผ่าให้มอดไหม้ พลังงานความร้อนน่าหวาดกลัวทำาให้บริเวณสิบลี้กลายมาเป็นโลกแห่ง เปลวไฟในชั่วพริบตัา
สะเก็ดไฟสาดกระจายออกมาจากร่างมโหฬารของมังกรเพลิง อย่างตั่อเนื่อง
น้ำาเปลวไฟที่หยดตัิ๋งๆ ลงมาก็ราวกับไข่มุกไฟที่ลอยค้างอยู่กลาง อากาศ ไม่ได้รับอิทธิพลใดๆ จากแรงโน้มถ่วง
ไม่นานท้องฟ้าเหนือศีรษะของเนี่ยเทียนก็ปรากฏหยดน้ำาเปลว เพลิงขึ้นมาเป็นจำานวนมาก
“เพล้ง!”
รุ้งกระบี่สีทองที่เกิดจากการโบกสะบัดกระบี่วิเศษของหนิงหยาง เมื่อกระทบเข้าไปหยดเปลวเพลิงทั้งหลายก็พลันปล่อยประกายแสงสีทอง เจิดจ้า และแสงเปลวไฟก็แตักกระจายออกไปรอบด้าน
รุ้งกระบี่สีทองที่หนิงหยางใช้กักตััวเซวียหลงเวลานี้เกรงว่าคงมี มากหลายร้อยเส้น รุ้งกระบี่สีทองหลายร้อยเส้นตั่างก็แฝึงเร้นไว้ด้วย พลังงานสีทองที่คมกริบ ทั้งยังสาดกระเซ็นไปรอบด้าน ปกปิดทุกหนทาง หนีของเซวียหลงไว้อย่างรวดเร็ว ทำาให้เซวียหลงไม่สามารถลอดทะลุรุ้ง กระบี่สีทองที่สกัดกั้นออกไปได้
แสงกระบี่สีทองที่บินว่อนปะทะกับหยาดเปลวเพลิงอย่างตั่อ เนื่อง ปลดปล่อยแสงสีทองและสะเก็ดไฟออกมามากกว่าเดิม
เพียงแค่ครู่เดียว รอบกายเซวียหลงก็กลายมาเป็นดั่งงานเลี้ยง ฉลองเปลวเพลิงที่ไฟลุกโชตัิช่วงชัชวาล
แสงสีทองและแสงเปลวไฟลุกไหม้ สาดกระจายไปทั่วฟากฟ้า ก่อเกิดเป็นภาพที่งดงามจับตัา
ทว่าอนุภาพร้ายแรงที่เกิดจากแสงสีทองและแสงเปลวไฟรวมไป ถึงพลังโจมตัีของความร้อนที่บ้าคลั่งทำาให้ทะเลทรายรกร้างรอบกายเซวีย หลงระเบิดออกอย่างตั่อเนื่อง
เมื่อแสงสีทองสาดกระเซ็นโดนพื้น ทะเลทรายก็ยุบยวบปรากฏ เป็นหลุมขนาดเท่ากำาปั้นหลายหลุม
แสงเปลวเพลิงที่กระเด็นลงบนพื้น พื้นดินก็คล้ายถูกราดรดด้วย ลาวา แม้แตั่เม็ดทรายก็ยังไหม้เกรียม
“อานุภาพของอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณน่าตัะลึงจริงเสีย ด้วย!”
เซวียหลงปิตัิยินดีอย่างยิ่ง ตัอนที่รุ้งกระบี่สีทองเหล่านั้นถูก หยาดเปลวไฟโจมตัีจนแตักกระจาย ในที่สุดเขาก็ไม่ถูกกักตััวอีกตั่อไป แตั่ สามารถพุ่งหนีออกจากวงล้อมของรุ้งกระบี่สีทองได้อย่างง่ายดาย
ยืนอยู่ห่างจากจุดที่เปลวเพลิงยังคงปะทะกับรุ้งกระบี่สีทอง เซ วียหลงหอบหายใจฮักๆ ไม่หยุด รีบหยิบเอายาหลายเม็ดออกมาจากในถุง เก็บของ ก่อนจะกินเข้าไปรวดเดียวหมด
เรือนกายของเขาที่ถูกรุ้งกระบี่สีทองโจมตัีเปรอะไปด้วยเลือด บาดแผ่ลที่ยังคงมีเลือดสดไหลซึมถูกห้ามเลือดอย่างรวดเร็ว
“เกราะมังกรเพลิง!”
หนิงหยางมีสีหน้าเคร่งเครียด อยู่ๆ เขาก็แผ่ดเสียงคำารามกร้าว กระบี่วิเศษสีทองแวววับที่ถืออยู่ในมือพลันพุ่งทะยานสู่ฟากฟ้า
ในสายตัาของเนี่ยเทียนและเซวียหลง บัดนี้หนิงหยางคล้าย ผ่สานร่างเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่วิเศษสีทอง กลายร่างมาเป็นกระบี่กว้างสี ทองที่ใหญ่มหึมาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
กระบี่กว้างสีทองใช้ลำาแสงที่คมกริบมาประชันหน้ากับมังกรไฟ ใหญ่ยักษ์ที่จำาแลงกายออกมาจากเกราะมังกรเพลิง
เกราะมังกรเพลิงและหนิงหยางที่อยู่กลางอากาศหากไม่ใช้ พลังจิตัรับสัมผ่ัส แตั่อาศัยแค่ตัาเปล่ามองไปก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่ากระบี่ กว้างสีทองเล่มนั้นกำาลังตั่อสู้กับมังกรไฟอย่างดุเดือด
ทำาให้มีสะเก็ดแสงสีทองและหยดฝึนเปลวเพลิงมากกว่าเดิมสาด กระเซ็นลงมาจากกลางอากาศ
ท้องฟ้ามีไฟลุกท่วม พื้นดินถูกสะเก็ดแสงสีทองขุดเจาะจนเป็น หลุมเป็นบ่อนับพัน คลื่นพลังวิญญาณที่ส่งตัรงมาจากกลางอากาศน่าตัื่น ตัะลึงจนเนี่ยเทียนหน้าถอดสีด้วยความพรึงเพริด
“หนิงหยางแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวรึ!” เขากล่าวด้วยความ ตัะลึงลาน
“ศิษย์ผู่้ทรงเกียรตัิของวิมานสวรรค์ช่างเก่งกล้าสมคำาร่ำาลือ ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่เคยประมือกับเขา ข้าก็นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะน่ากลัวได้ ถึงขนาดนี้” เซวียหลงยิ้มขื่น
“เคร้ง!”
กระบี่กว้างสีทองเล่มนั้นพลันตัวัดฟันลงไปบนลำาคอของมังกร ไฟทำาให้เสียงปะทะของโลหะดังลอยมา
มังกรเพลิงที่ไฟลุกท่วมร่างเปลี่ยนกลับมาเป็นเกราะมังกรเพลิง อีกครั้งในฉับพลัน
ร่างของหนิงหยางจึงค่อยๆ ปรากฏให้เห็น กระบี่วิเศษสีทองที่ เขาถือไว้ในมือฟันลงบนผ่ิวของเสื้อเกราะพอดี
เกราะมังกรเพลิงไม่มีร่องรอยปริแตักใดๆ ของกระบี่ที่ฟันลงมา ครั้งนี้
ทว่าพลังงานสีทองคมกริบที่มาจากในกระบี่วิเศษสีทองเล่มนั้น กลับกลายร่างเป็นแสงกระบี่เล็กละเอียดที่ลอดทะลุเข้าไปยังส่วนในของ เกราะมังกรเพลิง
“แย่แล้ว!” เซวียหลงหน้าเปลี่ยนสี “จะอย่างไรซะเจ้าก็ขอบเขตั ตั่ำาเกินไป จึงยังไม่สามารถสวมอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนี้ไว้บน ร่างได้ เมื่อเป็นเช่นนี้อานุภาพของอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณจึงมิอาจ ถูกกระตัุ้นออกมาได้อย่างแท้จริง”
เนี่ยเทียนเองก็มองออกว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดี
อาวุธวิเศษที่ตั่อให้จะเป็นระดับสูงแค่ไหนก็ยังเป็นแค่อาวุธวิเศษ มีเพียงรวมร่างเป็นหนึ่งกับเจ้าของเท่านั้นจึงจะสามารถสำาแดงพลังที่ แข็งแกร่งที่สุดออกมาได้
ซึ่งก็หมายความว่ามีเพียงเกราะมังกรเพลิงถูกเขาเอามาสวมลง บนร่าง อีกทั้งตับะของเขาก็ตั้องไตั่ไปถึงระดับที่สามารถเรียกใช้เกราะ มังกรได้ตัามใจชอบเท่านั้นถึงจะทำาให้อานุภาพของเกราะมังกรเพลิงถูก ปลดปล่อยออกมาได้อย่างเตั็มที่
ทว่าตัอนนี้ด้านหนึ่งเป็นเพราะตับะของเขาไม่มากพอ อีกด้าน หนึ่งก็เพราะยังไม่สามารถสวมเกราะมังกรเพลิงชิ้นนั้นได้
ลำาพังเพียงแค่อาศัยพลังของเกราะมังกรเพลิง ถึงแม้จะช่วยให้ เขาสังหารชิวหยางได้ แตั่เมื่อเผ่ชิญหน้ากับหนิงหยางที่มีตับะตั้นสวรรค์ ช่วงท้ายอีกทั้งยังทรงพลังอย่างถึงที่สุดผู่้นี้ หวังพึ่งเกราะมังกรเพลิงอย่าง เดียวก็คล้ายว่าจะยังไม่พอ
“ท่านลุงเซวีย หากไม่ทำาให้หนิงหยางบาดเจ็บสาหัสก็ตั้องฆ่า เขา มิฉะนั้นเขาก็จะตัามกัดไม่ปล่อย” เนี่ยเทียนสีหน้าดุร้าย กล่าวตั่อว่า “ท่านโปรดช่วยข้าทำาให้หนิงหยางผู่้นี้ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือให้ตัามพวกเราอีก ตั่อไป!”
“ตักลง!”