ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 343 สามคนรวมพลัง!
มีเกราะมังกรเพลิงช่วยสกัดกั้นหนิงหยาง เซวียหลงจึงไม่จำาเป็น ตั้องกังวลอีกว่าจะตั้องเผ่ชิญกับการโจมตัีที่ร้ายกาจที่สุดจากเขาเพียง ลำาพัง
ขณะที่เนี่ยเทียนตััดสินใจจะทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อทำาให้ หนิงหยางบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก็ปลิดชีวิตัเขา เซวียหลงที่ก่อนหน้านี้ถูก หนิงหยางเล่นงานจนมีสภาพอเนจอนาถก็ตััดสินใจได้อย่างเด็ดเดี่ยวเช่น กัน
“ไป!”
เมื่อความคิดเขาขยับ กระบี่วิเศษเล่มที่เป็นของเขาก็ห้อทะยาน ออกมา
กระบี่วิเศษเล่มนั้นพอบินออกมาก็ตัวัดแสงกระบี่ยาวสิบเมตัร หนึ่งเส้น
แสงกระบี่พุ่งตัรงไปยังหน้าอกของหนิงหยาง!
หนิงหยางที่ใช้กระบี่วิเศษสีทองมาโจมตัีผ่ิวภายนอกของเกราะ มังกรเพลิงอย่างรุนแรงกำาลังร่ายใช้ความลี้ลับของพลังแห่งทองที่เขาบรรลุ มา หมายทำาลายโครงสร้างภายในของเกราะมังกรเพลิงให้ได้
แสงกระบี่ที่เซวียหลงปลดปล่อยมาพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว ทำาให้เขาจำาตั้องแบ่งสมาธิมารับมือกับความกดดันที่เซวียหลงเป็นผู่้สร้าง
“โล่คุ้มกันกายเกราะทอง!”
โล่สีทองแวววาวชิ้นหนึ่งถูกหนิงหยางโยนออกมา
โล่สีทองนั้นเป็นรูปหกเหลี่ยม มันหมุนตัิ้วอยู่กลางอากาศก่อนจะ สร้างชั้นป้องกันสีทองที่ส่องแสงเจิดจ้าขึ้นมาหนึ่งชั้น
สกัดกั้นแสงกระบี่ยาวสิบเมตัรเส้นนั้นของเซวียหลงเอาไว้
“แยกตััว!”
เซวียหลงแค่นเสียงเย็นหนี่งประโยค เห็นเพียงว่าแสงกระบี่เส้น นั้นพลันแยกตััวจากหนึ่งเป็นสาม
แสงกระบี่สองเส้นอ้อมวนการสกัดกั้นจากโล่สีทอง เส้นหนึ่งอยู่ ซ้ายเส้นหนึ่งอยู่ขวาคล้ายปลาที่ว่ายวนตัรงเข้าไปหมายทิ่มแทงใตั้รักแร้ทั้ง สองข้างของหนิงหยาง
“รนหาที่ตัาย!”
สายตัาของหนิงหยางเย็นเยียบ เขายกมือข้างที่ว่างขึ้นคว้าจับ กลางอากาศและกระชาก
แสงสีทองส่องประกายวิบวับเตั็มฟากฟ้า พลังงานแปลก ประหลาดที่บิดเบือนระลอกหนึ่งพลันบังคับทิศทางการเคลื่อนไหวของแสง กระบี่สองเส้นที่เซวียหลงปล่อยออกมา
ขณะที่แสงกระบี่ทั้งสองนั้นอยู่ห่างจากเขาไปประมาณหนึ่งเมตัร มันกลับบินเลยไปทางด้านหลังของเขา
“หืม?”
หนิงหยางคิ้วกระตัุกคล้ายสัมผ่ัสได้ถึงความผ่ิดปกตัิจึงหันขวับ ไปมอง
เห็นเพียงว่าความว่างเปล่าด้านหลังของเขาพลันมีคลื่น กระเพื่อมเป็นชั้นๆ คล้ายผ่ิวน้ำาที่อยู่ไม่นิ่ง
แล้วอยู่ๆ กระบี่เรียวยาวสี่เล่มก็โผ่ล่ออกมาท่ามกลางรอย กระเพื่อมนั้น
ปลายแหลมของกระบี่ทั้งสี่ทิ่มทะลุความว่างเปล่าดัง “สวบๆ” คล้ายสายฟ้าสี่เส้นที่พุ่งฉิวเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว
“กระบี่ไร้รอย! ศิษย์พี่หญิงเผ่ย!” เนี่ยเทียนร้องอุทานด้วยความ ตักใจ
“สวบๆ!”
แสงกระบี่สองเส้นของเซวียหลงแทงลงไปบนทะเลทราย และ จุดที่แสงกระบี่แตักออกเป็นสะเก็ดเล็กสะเก็ดน้อย ก็พลันมีเงาร่างสีฟ้า พลันเผ่ยตััวออกมา
“อยากตัายรึ!”
หนิงหยางแค่นเสียงเย็น เขาพลันชักกระบี่วิเศษสีทองที่ฟาดลง ไปบนเกราะมังกรเพลิงกลับมา
กระบี่สีทองตัวัดฟันอยู่กลางอากาศสองสามทีก็มีรุ้งกระบี่สีทอง หนายาวหลายเส้นแยกกันบินเข้าไปรับหน้ากระบี่ไร้รอยของเผ่ยฉีฉี
กระบี่ไร้รอยที่ไม่เหลือร่องรอยใดให้ตัามจับเปลี่ยนแปลงทิศทาง อย่างตั่อเนื่องอยู่กลางอากาศ บางครั้งก็หายไป บางครั้งก็โผ่ล่ออกมา กะทันหัน
ทว่ารุ้งกระบี่สีทองเหล่านั้นกลับเหมือนมีจิตัสำานึก มีสตัิปัญญา เป็นของตััวเองจึงสามารถหากระบี่ไร้รอยเจอได้อย่างแม่นยำา
“เคร้งๆๆๆ!”
กระบี่ไร้รอยที่ลอบโจมตัีถูกรุ้งกระบี่สีทองกระแทกใส่อย่างแรง จึงร่วงตัุ้บลงมาบนพื้น
ส่วนเผ่ยฉีฉีที่เพิ่งจะปรากฏตััวก็ร้องอู้อี้อยู่ในลำาคอ มุมปาก กระจับบางใสมีเลือดไหลซึม
“อู้!”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนก็รวบรวมลูกปราณวิญญาณลูกหนึ่ง ขว้างมาโจมตัีหนิงหยาง
หนิงหยางไม่แม้แตั่จะหันกลับมามอง แตั่สายฟ้าสีทองพร่าง พราวเส้นหนึ่งกลับบินออกไปจากด้านหลังของเขา
ขณะที่ลูกปราณวิญญาณยังอยู่ห่างจากเขาไปอีกหลายสิบเมตัร ก็ถูกสายฟ้าสีทองที่คมกริบแทงทะลุจนระเบิดออกล่วงหน้า
ทว่าขณะที่หนิงหยางรับมือกับเผ่ยฉีฉีและเนี่ยเทียน แสงกระบี่ ยาวสิบเมตัรเส้นนั้นของเซวียหลงก็ฝึ่าการป้องกันของโล่สีทองมาได้ใน ที่สุด!
วินาทีที่โล่สีทองถูกแทงทะลุ ในที่สุดสีหน้าของหนิงหยางก็ เปลี่ยนแปลง
เนี่ยเทียนที่กำาลังจะรวบรวมพลังสร้างลูกปราณวิญญาณขึ้นมา อีกครั้งพลันรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดระลอกหนึ่งที่ระเบิดออกมาจากในเกราะ มังกรเพลิงซึ่งอยู่ใกล้กับหนิงหยางมากที่สุด
นาทีถัดมา พลังเปลวเพลิงร้อนแรงในน้ำาวนเปลวเพลิงกลาง มหาสมุทรจิตัวิญญาณของเขาก็ถูกดึงออกไปทันที
พลังเปลวเพลิงกลายมาเป็นธารเปลิวเพลิงเส้นหนึ่งที่ไหลริน เข้าไปในเกราะมังกรเพลิง
ชั่วขณะที่พลังเปลวเพลิงซึ่งมาจากในมหาสมุทรจิตัวิญญาณ หลอมรวมเข้าไปในเกราะมังกรเพลิง เขาก็สัมผ่ัสได้อย่างชัดเจนว่าความ เชื่อมโยงระหว่างเขาและเกราะมังกรเพลิงเปลี่ยนมาเป็นแนบแน่นอย่างถึง ขีดสุด!
เขายังถึงขั้นสัมผ่ัสได้ว่าพลังจิตัของเขากำาลังไหลหายไปปริมาณ มาก
“ฟิ้ว!”
เขาพลันใช้คาถาดาวเปล่งประกาย จึงมาปรากฏกายอยู่ข้างหนิง หยางในพริบตัาเดียว
หลังจากที่เขาเข้ามาใกล้ เกราะมังกรเพลิงที่เปลี่ยนจากมังกรไฟ กลายมาเป็นเสื้อเกราะอีกครั้งก็เป็นฝึ่ายบินกลับมาหาเขาด้วยตััวเอง
ไม่เหมือนกับครั้งใดในอดีตัเลยแม้แตั่นิด คราวนี้เกราะมังกร เพลิงไม่ได้บินกลับเข้าไปในกำาไลเก็บของ แตั่สวมครอบลงมาทางศรีษะ ของเขาโดยตัรง
ความรู้สึกร้อนลวกน่าตักใจส่งผ่่านมาจากในเสื้อเกราะที่หนักอึ้ง ราวขุนเขา
เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ข้างกายหนิงหยางรู้สึกเจ็บร้าวตัรงหัวเข่า ร่าง พลันยุบยวบลงไป ขาทั้งสองข้างคล้ายทวนเล่มยาวที่แทงลึกลงไป ท่ามกลางเม็ดทรายของทะเลทรายรกร้าง
เขาหอบหายใจอย่างตั่อเนื่อง พยายามรวบรวมจิงชี่เลือดเนื้อ กรอกเทเข้าไปในขาทั้งสองข้างอย่างสุดชีวิตั นั่นถึงจะพอแบกรับน้ำาหนักที่ น่าหวาดกลัวของเกราะมังกรเพลิงไว้ได้
หลังจากที่เกราะมังกรเพลิงสวมลงมาบนร่างของเขา เปลวเพลิง แดงฉานที่อยู่บนผ่ิวนอกของมันก็ลุกไหม้แผ่ดเผ่าขึ้นมาอีกครั้ง ลายเส้น เปลวไฟจำานวนมากที่อยู่บนเสื้อคล้ายงูคล้ายมังกรที่เลื้อยคดเคี้ยว
แล้วก็ไม่รู้ว่าทำาไม เปลวเพลิงร้อนระอุที่ปลดปล่อยออกมาจาก เกราะมังกรเพลิงแค่ทำาให้เขารู้สึกไม่สบายตััวนิดหน่อยเท่านั้น
เปลวเพลิงที่โชตัิช่วงเหล่านั้นกลับไม่ทำาร้ายเรือนกายที่มีเลือด เนื้อของเขาแม้แตั่น้อย
เขาลองรับสัมผ่ัสดูก็พบว่าท่ามกลางเปลวไฟที่โหมกระหน่ำานี้มี พลังเปลวเพลิงของเขาดำารงอยู่ด้วย
พลังเปลวเพลิงที่ถูกเกราะมังกรเพลิงดึงออกไปจากมหาสมุทร จิตัวิญญาณของเขาคล้ายผ่สานรวมเข้ากับเกราะมังกรเพลิง เกราะมังกร เพลิงจึงมีปราณของเขา จากนั้นมันก็เป็นฝึ่ายปรับตััวเข้าหาเขาเอง ทำาให้ ร่างของเขาไม่ถูกเผ่าไหม้ด้วยเปลวไฟร้อนแรง
ขณะที่เขาแอบตักตัะลึงอยู่นั้น เขาก็สัมผ่ัสได้อย่างเฉียบไวอีกว่า เกราะมังกรเพลิงดูดเอาพลังเปลวเพลิงในร่างของเขาไปอีกครั้ง
ไม่เพียงเท่านี้ จิงชี่เลือดเนื้อที่ขุ่นข้นบริสุทธิ์กว่าผู่้ฝึกปราณระดับ เดียวกันไม่รู้เท่าไหร่ในร่างกายของเขาก็ไหลทะลักเข้าหาเกราะมังกรเพลิง อย่างบ้าคลั่งเช่นกัน
เกราะมังกรเพลิงที่เดิมทีหนักอึ้งนับแสนชั่ง หลังจากที่ดูดเอาจิง ชี่เลือดเนื้อในร่างของเขาไปแล้วก็คล้ายว่าจะเปลี่ยนมาเป็นเบาขึ้นเยอะ มาก
“เคร้ง!”
เวลานี้กระบี่วิเศษสีทองในมือของหนิงหยางกำาลังฟาดฟันไปยัง กระบี่วิเศษของเซวียหลง เมื่อกระบี่ทั้งสองปะทะเข้าด้วยกัน สะเก็ดแสง เล็กๆ มากมายก็สาดกระเซ็นออกมา
แสงเล็กละเอียดเหล่านั้นคล้ายกริชที่แตักกระจาย ซึ่งส่วนใหญ่ ล้วนบินเข้าหาเนี่ยเทียน
ม่านแสงสีเลือดที่ปะปนไปด้วยเปลวเพลิงและจิงชี่เลือดเนื้อส่วน หนึ่งของเนี่ยเทียนถูกเกราะมังกรเพลิงชักนำาให้ค่อยๆ ลอยตััวขึ้นมา
ตัอนที่สะเก็ดแสงจำานวนมากเข้ามาใกล้เนี่ยเทียน มันก็ได้รับ อิทธิพลจากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก่อน อานุภาพจึงถูกลดทอนลงไปเยอะ มาก
พอสะเก็ดแสงปะทะเข้ากับม่านแสงสีเลือดชั้นนั้นจริงๆ จึงให้ ความรู้สึกเจ็บๆ คันๆ เท่านั้น ไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ ให้กับม่านแสง สีเลือด
เนี่ยเทียนรวบรวมสมาธิไปมองก็พบว่าสะเก็ดแสงที่สาดมาโดน เขาไม่ทำาให้ม่านแสงสีเลือดเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ แม้แตั่น้อย
ดวงตัาของเขาจึงพลันฉายความตัะลึงระคนยินดี
“นี่หรือคืออานุภาพที่แท้จริงของเกราะมังกรเพลิง?”
เมื่อคิดเช่นนี้เขาจึงทดลองขยับเท้า ก่อนจะพบว่าถึงแม้เกราะ มังกรเพลิงที่สวมไว้บนร่างยังคงหนักอึ้ง แตั่กลับไม่ถึงขั้นที่เขาแบกรับไม่ ไหวอีกตั่อไป
“ดูท่า เจ้าคงไม่ยอมมอบตัราประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวงให้ ข้าแน่แล้ว” หลังจากที่หนิงหยางรับมือกับการโจมตัีเตั็มกำาลังของเซวีย หลงได้อย่างราบรื่น ทั้งยังทำาให้เผ่ยฉีฉีกระอักเลือดจนไร้เรี่ยวแรงให้ตั่อสู้ ในที่สุดเส้นสายตัาของเขาก็ตักลงมาอยู่บนร่างของเนี่ยเทียนอีกครั้ง
เนี่ยเทียนในเวลานี้เนื่องจากมีเกราะมังกรเพลิงสวมอยู่บนร่างจึง อยู่ห่างจากเขาไปแค่สิบเมตัรเท่านั้น
เขาจึงขว้างกระบี่สีทองเล่มนั้นเข้าใส่หมายแทงร่างเนี่ยเทียน
กระบี่วิเศษสีทองที่พุ่งทะยานอยู่กลางอากาศพลันส่งเสียงแหลม แสบแก้วหู พริบตัาเดียวก็โผ่ล่เข้าไปอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง
ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง พลังงานตั่างธาตัุมากมายกำาลัง บิดเบือนพลังงานในกระบี่สีทองที่หนิงหยางเป็นคนกรอกเทเข้าไป
ทว่ากระบี่สีทองเล่มนั้นแค่ได้รับผ่ลกระทบเล็กน้อยเท่านั้น ก่อน ที่มันจะยังคงพุ่งเข้ามาหมายแทงตัรงหน้าอกของเนี่ยเทียนอย่างมิอาจสกัด กั้นได้
“ปัง!”
เมื่อกระบี่สีทองแทงทะลุเข้าไปในม่านแสงสีเลือดก็ถูกกั้นขวาง ในที่สุด ไม่สามารถแทงผ่่านม่านแสงที่เกิดจากการรวมตััวกันของเปลว เพลิงและจิงชี่เลือดเนื้อในร่างเนี่ยเทียนได้ในฉับพลัน
ลวดลายเปลวเพลิงจำานวนมากบนชั้นผ่ิวภายนอกของเกราะ มังกรเพลิงพากันเลื้อยขยับอย่างบ้าคลั่ง
เนี่ยเทียนที่สวมเกราะมังกรเพลิงคล้ายกลายมาเป็นดวงอาทิตัย์ ที่มีไฟลุกท่วมซึ่งปลดปล่อยความร้อนและแสงแสบตัาน่าตักใจ
เนี่ยเทียนสัมผ่ัสได้อย่างชัดเจนว่าเพียงแค่ครู่เดียวนี้ พลังเปลว เพลิงทั้งหมดในร่างของเขาและยังมีจิงชี่เลือดเนื้อส่วนใหญ่ล้วนถูกเกราะ มังกรเพลิงดึงเอาไปจนหมด
“เอ๊ะ!”
หนิงหยางที่ยืนอยู่นอกสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงร้องอุทานด้วย ความตักใจ ก่อนที่เขาจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นทำามุทราอย่างตั่อเนื่อง
สายฟ้าโค้งงอสีทองเล็กย่อยหลายเส้นบินพรวดออกมาจากมือ ทั้งสองของเขา พุ่งเข้าไปในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง แล้วจคงผ่สานรวม เข้าไปในกระบี่วิเศษสีทอง
กระบี่วิเศษสีทองได้รับพลังจากเขาที่เพิ่มมากขึ้นจึงค่อยๆ แทง ทะลุเข้าไปในม่านแสงสีเลือดทีละนิด
“ฟิ้วๆ!”
เสียงบินทะยานของกระบี่ไร้รอยดังขึ้นมาอีกครั้ง
เซวียหลงเองก็คำารามอย่างเดือดดาลแล้วกระโจนเข้าใส่หนิง หยาง
หนิงหยางหน้าไม่เปลี่ยนสี จิตัเรียกหาหนึ่งครั้ง โล่สีทองที่ลอย อยู่ด้านนอกชิ้นนั้นก็กลายมาเป็นลำาแสงสีทองเส้นหนึ่งที่บินพรวดกลับมา หาเขาอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ลำาแสงสีทองเข้ามาใกล้หนิงหยางก็ถูกเขาเขมือบกลืนลง ไป
และทันใดนั้นโล่สีทองชิ้นนั้นก็คล้ายจะผ่สานรวมเข้ากับเลือด เนื้อของเขา
“เคร้ง!”
ตัอนที่กระบี่ไร้รอยสี่เล่มซึ่งมาจากเผ่ยฉีฉีแทงลงไปยังหัวใจด้านหลัง ของหนิงหยางก็คล้ายอาวุธแหลมคมที่แทงลงไปบนโลหะ ไม่สามารถแทง ทะลุเลือดเนื้อของหนิงหยางไปได้
เซวียหลงเรียกหากระบี่วิเศษใหม่อีกครั้งก่อนที่จะฟันฉับลงไป บนไหล่ของหนิงหยาง
“เคร้ง!”
ไหล่ของหนิงหยางมีสะเก็ดไฟปลิวออกมา ร่างของเขาพลันสั่น เยือก ดวงตัาเตั็มไปด้วยความบ้าคลั่งเสียสตัิ
เบื้องใตั้อาภรณ์ที่แหวกออกของเขาเผ่ยให้เห็นผ่ิวหนังของเขา ซึ่งตัอนนี้กลายมาเป็นสีโลหะเช่นเดียวกับโล่สีทองนั้นไม่มีผ่ิดเพี้ยน เลือด เนื้อของเขาก็คล้ายผ่สานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโล่สีทองอย่างแท้จริง เปลี่ยนมาเป็นแข็งแกร่งทนทานมิอาจทำาลายได้
“ทำาตั่อไป!”
เซวียหลงเองก็ถูกกระตัุ้นปณิธานในการสู้รบ กระบี่วิเศษที่ถืออยู่ ในมือจึงตัวัดฟันลงไปบนลำาคอและศีรษะของหนิงหยางครั้งแล้วครั้งเล่า
เผ่ยฉีฉีเองก็เข้ามาใกล้หนิงหยาง ใช้เวทลับห้วงมิตัิที่นางบรรลุ มาเพิ่มพลังให้กับกระบี่ไร้รอย ให้มันแทงลงไปยังหัวใจด้านหลังของหนิง หยางอย่างตั่อเนื่องเช่นเดียวกับเซวียหลง
เนี่ยเทียนที่ถูกม่านแสงสีเลือดซึ่งเกราะมังกรเพลิงปลดปล่อย ออกมาปกคลุมไปทั่วร่างก็ยืนอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงด้วยสีหน้าดุร้าย ไม่ตั่างกัน
พลังเปลวเพลิงและจิงชี่เลือดเนื้อในร่างของเขาได้ถูกดึงไปจน หมดเกลี้ยงแล้ว
พลังวิญญาณหลากหลายชนิดที่เหลืออยู่ในร่างของเขาเหมือน ว่าไม่เหมาะสมกับเกราะมังกรเพลิง จึงไม่สามารถถูกเกราะมังกรเพลิงดึง เอามาใช้ได้เพื่อเพิ่มพลานุภาพให้กับม่านแสงสีเลือดได้
ทว่ากระบี่วิเศษสีทองที่แทงลงมาบนม่านแสงสีเลือดกลับมีพลัง เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนใกล้จะแทงให้ม่านแสงสีเลือดแตักกระจายทุกทีแล้ว
“หนิงหยาง!”
เนี่ยเทียนแหงนหน้าแผ่ดเสียงคำาราม เมื่อความตัายใกล้จะมา เยือน หัวใจของเขาก็เตั้นกระหน่ำาขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง