ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 344 ไม่ทิ้งภัยร้ายไว้ทีหลัง!
เมื่อหัวใจเขาเตั้นกระหน่ำาอย่างรุนแรง ปราณเลือดสีเขียวเส้น นั้นที่ขดตััวอยู่ในหัวใจของเขาก็พลันบินพรวดออกมา
เลือดสดเป็นลิ่มๆ ในหลอดเลือดของเขาถูกปราณเลือดสีเขียว เส้นนั้นชักนำาให้กรอกเทลงไปยังม่านแสงสีเลือดที่เกราะมังกรเพลิงปลด ปล่อยออกมาในฉับพลัน
ม่านแสงสีเลือดได้รับเลือดสดและพลังงานใหม่ทั้งหมดจาก ปราณเลือดสีเขียว ม่านสีเลือดจึงเปลี่ยนมาเป็นทรงพลังทันใด!
ปลายแหลมของกระบี่วิเศษสีทองที่มาจากหนิงหยางซึ่งแทงอยู่ บนม่านแสงสีทองพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง
ขณะที่ปราณเลือดสีเขียวลอยเข้าไปหาม่านแสงสีเลือด เนี่ย เทียนก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเลือดสดของเขาผ่สานรวมเข้าไปในม่าน แสง ทว่าปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นกลับบินดิ่งเข้าหาปลายแหลมของ กระบี่สีทอง
“แกร๊งๆ!”
กระบี่วิเศษสีทองของหนิงหยางสั่นระริกไม่หยุด บัดนี้กระบี่ที่ คมกริบคล้ายกลายมาเป็นแข็งทื่อในฉับพลัน
ปราณเลือดสีเขียวได้โอกาสบินเข้าไปในกระบี่วิเศษสีทอง
กระบี่วิเศษที่ปักคาอยู่บนม่านแสงสีเลือดกลางอากาศคล้ายอยู่ๆ ก็โดนพละกำาลังหนักแสนชั่งกดทับจึงร่วงตัุ้บลงบนพื้นอย่างแรง
ขณะเดียวกันร่างของหนิงหยางที่รวบรวมสะเก็ดแสงสีทองให้ กรอกลงไปในกระบี่วิเศษก็พลันสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง บนหน้าของเขาเผ่ย ความตัะลึงพรึงเพริดและไม่เข้าใจ
มือทั้งคู่ที่ทำามุทราอย่างรวดเร็วของเขาก็พลันระเบิดออกอย่าง ไม่รู้สาเหตัุ
ควันเลือดลอยกรุ่นขึ้นจากแขนของเขา เรือนกายแข็งแกร่ง คล้ายถูกราดรดด้วยโลหะจนมิอาจทำาลายได้ของเขาก็คล้ายถูกฉีกทึ้งให้ ขาดออกจากกัน
“สวบ!”
กระบี่ไร้รอยสี่เล่มของเผ่ยฉีฉีแทงทะลุผ่่านเลือดเนื้อตัรงหัวใจ ด้านหลังของเขาได้ในที่สุด
หนิงหยางร้องอู้อี้อยู่ในลำาคอ ขณะที่กำาลังจะเอาคืน กระบี่เล่ม นั้นของเซวียหลงกลับฟันลงมาบนไหล่ของเขาอย่างแรง
“กร๊อบ!”
เสียงกระดูกแตักดังกังวานขึ้นมาจากไหล่ของเขา ร่างกายที่ตัั้ง ตัรงดุจทวนเล่มยาวของหนิงหยางเมื่อเจอกับกระบี่ที่ฟาดลงมาจากเซวี ยลง ขาทั้งสองก็พลันยุบยวบลงไปในกรวดทราย
“ฟิ้ว!”
ปราณเลือดสีเขียวที่โจมตัีให้กระบี่วิเศษสีทองร่วงลงบนพื้นบิน กลับเข้ามาอยู่ในหัวใจของเนี่ยเทียนอีกครั้ง
เมื่อภัยคุกคามจากกระบี่วิเศษสีทองหายไป เนี่ยเทียนก็ขยับร่าง มาปรากฏกายอยู่หน้าหนิงหยางในชั่วพริบตัา ทั้งยังรวบรวมพลังงาน หลายชนิดในร่างที่เหลืออยู่อีกไม่มากให้ก่อตััวเป็นหมัดพิโรธ ก่อนที่จะตั่อย โครมลงไปบนหน้าอกของหนิงหยางอย่างไร้ซึ่งความลังเล
หน้าอกของหนิงหยางพลันระเบิดกลายมาเป็นควันเลือดหนึ่ง กลุ่ม
เลือดสดยาวเป็นสายพุ่งออกมาจากปากของเขา เรือนกายที่ มั่นคงดุจเขาไท่ซานของเขา เมื่อถูกหมัดของเนี่ยเทียนโจมตัีก็พลันถอย กรูดไปด้านหลัง
กระบี่ไร้รอยสี่เล่มที่เสียบอยู่ตัรงหัวใจด้านหลังของเขาแทงลึกลง มาในเลือดเนื้อของเขาอย่างตั่อเนื่อง
หนิงหยางที่ยืนตัระหง่าน แขน หน้าอกล้วนมีเลือดไหลนองเป็น สาย มุมปากของเขาก็มีเลือดสดไหลรินออกมาไม่หยุด
“ตัึง!”
เรือนกายของเขาค่อยๆ ล้มลงไปช้าๆ ความดุร้ายในดวงตัาถูก แทนที่ด้วยความตัะลึงระคนหวาดกลัว
เขานอนอ้าแขนอ้าขาเหม่อมองท้องฟ้าด้วยความอึ้งงันคล้ายยัง ตัั้งตััวไม่ทัน
เหมือนเขาไม่จะอยากเชื่อว่าเนี่ยเทียนที่มีตับะแค่กลางสวรรค์จะ มีความสามารถตั้านทานการโจมตัีที่รุนแรงอย่างถึงที่สุดของเขา
“เกราะมังกรเพลิง เกราะมังกรเพลิง…”
เขามองท้องฟ้าด้วยความเลื่อนลอย ความคิดในใจพัวพันกัน ยุ่งเหยิง คล้ายกำาลังทอดถอนใจให้กับอานุภาพของอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยง วิญญาณ ทั้งคล้ายกำาลังคิดถึงเรื่องอื่น
“หยุด! หยุดก่อน!”
เวลานี้เอง เซวียหลงพลันตัะโกนเสียงดังห้ามปรามเผ่ยฉีฉี
เดิมทีขณะที่หนิงหยางล้มลง เผ่ยฉีฉีก็กำาลังร่ายเวทลับห้วงมิตัิ นิ้วมือเรียวยาวดุจหยกใสของนางสร้างมีดมิตัิที่ส่องแสงวับวาวขึ้นมาเล่ม หนึ่ง
เผ่ยฉีฉีกำาลังควบคุมมีดมิตัิเล่มนั้น หมายจะสังหารหนิงหยางใน ขณะที่เขาไร้เรี่ยวแรงให้ตั้านทาน
“เคร้ง!”
เซวียหลงใช้กระบี่ที่อยู่ในมือแทงไปยังมีดห้วงมิตัิที่เผ่ยฉีฉี ควบคุมให้หลุดพ้นไปจากลำาคอของหนิงหยาง
ก่อนที่เขาจะตัวาดใส่เผ่ยฉีฉีเสียงดัง “เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือไร? เขาคือลูกศิษย์ของวิมานสวรรค์ ทั้งยังเป็นคนที่เป็นที่จับตัามองมากที่สุด ด้วย! จนถึงตัอนนี้วิมานสวรรค์ก็ยังไม่ได้ประกาศขับไล่เขาออกจากสำานัก นี่หมายความว่าเขายังคงได้รับการปกป้องจากวิมานสวรรค์!”
“หากเจ้าสังหารเขา ด้วยความสามารถของวิมานสวรรค์ จะ ตั้องตัรวจสอบจนเจอปัญหาแน่นอน”
“ล่วงเกินวิมานสวรรค์ ใครก็มิอาจปกป้องเจ้าได้ รวมไปถึง อาจารย์ของเจ้าด้วย!”
เผ่ยฉีฉีที่ถูกเขาตัวาดใส่ค่อยๆ สงบลง นางจึงยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง โดยไม่พูดคำาใด เหมือนนางเองก็รู้ดีว่าหากสังหารหนิงหยางจริงๆ แม้ดิน แดนดาวตักจะกว้างใหญ่ แตั่เกรงว่าก็คงไม่มีที่ใดยอมให้นางใช้ชีวิตัอยู่
“ตัูม!”
และเวลานี้เองก็มีเสียงสะเทือนเลือนลั่นปฐพีดังลอยมาจากจุดที่ หินอุกกาบาตัร่วงลงมา
พวกเนี่ยเทียนสามคนหันหน้ากลับไปมองก็พบว่าพื้นที่แห่งนั้นมี สายฟ้าร้องคำารณ ทั้งยังมีคลื่นพลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านอย่างถึงที่สุดซึ่ง เขย่าคลอนจนผ่ืนดินสั่นสะเทือน
เปลวเพลิงร้อนลวก สายฟ้าที่แลบปลาบอยู่กลางอากาศ บวก กับเศษน้ำาแข็งจำานวนนับไม่ถ้วน คลอเคล้าไปด้วยเสียงอสนีบาตัดังกระหึ่ม ทำาให้พื้นที่แห่งนั้นกลายมาเป็นพื้นที่แห่งความตัายในชั่วพริบตัา
ท้องฟ้าที่มีพลังวิญญาณกระเพื่อมไหวไม่หยุดพอจะมองเห็นเงา ร่างสองร่างคล้ายแมลงวันตััวเล็กๆ ที่บินแทรกอยู่ตัามชั้นเมฆสีเขียว
“อู้!”
หลี่หลางเฟิงที่เดิมทีกำาลังสกัดขวางอสูรกายพลันปรากฏตััวด้วยร่าง ที่โชกไปด้วยเลือด ขณะที่เขาเร่งรุดเดินทางมาที่นี่ก็ไอไม่หยุด
ทุกครั้งที่ไอ เขาจะตั้องกระอักเลือดออกมาหนึ่งคำา
ท่ามกลางเลือดสดแตั่ละคำาที่กระแทกลงบนทะเลทรายคล้ายลูก ระเบิดเหล่านั้นสามารถมองเห็นก้อนแข็งๆ สีเขียวได้อย่างชัดเจน ดู เหมือนว่ามันคือกลุ่มพลังงานแปลกประหลาดในปราณแห่งความมืดมิดที่ เขาไม่สามารถย่อยสลายได้
หลี่หลางเฟิงผู่้แข็งแกร่งเมื่อมาถึงที่นี่แม้แตั่ยืนกลับยังยืนได้ไม่ มั่นคง
เขาจำาตั้องคุกเข่าลงไปบนพื้น ก้มตััวลงกับพื้นเพื่อกระอักเอา พลังงานแปลกประหลาดที่ทำาลายเลือดเนื้อในร่างเขาออกมาทางปาก
การมาถึงของเขาดึงดูดความสนใจจากพวกเนี่ยเทียนสามคน ทันที คนทั้งสามตั่างหันขวับมามองเขา
เผ่ชิญหน้ากับสายตัาแปลกใจจากคนทั้งสาม หลี่หลางเฟิงไอ แห้งๆ ก่อนจะพูดอย่างไร้เรี่ยวแรง “อสูรกายตันนั้นแข็งแกร่งเกินไป หาก
ไม่เป็นเพราะผู่้แข็งแกร่งเขตัสามัญช่วงท้ายสองคนของเปลวอัคคีสัมผ่ัสได้ ถึงความผ่ิดปกตัิขณะที่ข้าประมือกับเขาแล้วเข้ามาช่วยทันเวลา บางทีข้า อาจจะตัายไปแล้ว”
“ว่าไงนะ ผู่้แข็งแกร่งเขตัสามัญของเปลวอัคคีก็ถูกเขาดึงดูดมา ด้วยหรือ?” เซวียหลงตัะลึงอย่างหนัก
หลี่หลางเฟิงสีหน้าซีดขาว นัยน์ตัาเปลี่ยนมาเป็นหม่นมัว เขา พยักหน้าเบาๆ “ความเคลื่อนไหวระหว่างที่ข้าตั่อสู้กับเขามีมากเกินไป พื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตันั้นอยู่ห่างจากซากปรักหักพังไม่ไกลนัก บริเวณใกล้ เคียงจึงมียอดฝึีมือเขตัสามัญของเปลวอัคคีสองคนผ่่านมาพอดี พวกเขา ได้ยินเสียงเลยตัามมาอย่างรวดเร็ว”
“จะอย่างไรอสูรกายตันนั้นก็เป็นคนตั่างเผ่่า ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ เคยมีความสัมพันธ์กับเปลวอัคคี แตั่เมื่อพวกเขาเห็นคนตั่างเผ่่าปรากฏตััว ก็ยังเข้ามาช่วยล้อมโจมตัีอสูรกายตันนั้นทันที”
“เพราะข้าตั่อสู้กับอสูรกายตันนั้นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงจำา ตั้องหนีออกมาก่อน”
หลังจากอธิบายสั้นๆ จบเขาก็หันมาเห็นหนิงหยางที่นอนกาง แขนขาอ้าซ่าไร้เรี่ยวแรงอยู่บนพื้น เงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างเลื่อยลอย ก่อนที่หลี่หลางเฟิงจะถามด้วยความตักตัะลึง “หนิงหยางถูกพวกเจ้าสาม คนโจมตัีจนบาดเจ็บสาหัสเชียวรึ?”
ฝึีมือของหนิงหยาง ถึงแม้หลี่หลางเฟิงจะแค่มองผ่่านๆ แตั่กลับ รู้ว่าเซวียหลงไม่มีทางรับมือกับคนผู่้นี้ได้อย่างแน่นอน
หากเขายังอยู่เขตัตั้นสวรรค์ รับมือกับหนิงหยางเพียงลำาพัง เขา ก็ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะคนผู่้นี้ได้
ในสายตัาของหลี่หลางเฟิง ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยเทียนหรือเผ่ยฉีฉี ตั่างก็มีศักยภาพจำากัด เขาไม่คิดว่าเนี่ยเทียนและเผ่ยฉีฉีจะช่วยเซวียหลง ได้มากเท่าไหร่นัก
“เอ่อ คืออย่างนี้” เซวียหลงยิ้มเจื่อน
หลี่หลางเฟิงตักตัะลึงเพราะเหตัุอันใด เขารู้ดีอยู่แก่ใจ
เขาเองก็รู้ว่าหลี่หลางเฟิงไม่คิดว่าพวกเขามีฝึีมือเท่าใดนัก ดัง นั้นตัั้งแตั่แรกเริ่มหลี่หลางเฟิงจึงได้แตั่บอกให้พวกเขาพยายามหนีให้พ้น จากการไล่ล่าของหนิงหยาง
หลี่หลางเฟิงแค่รู้สึกว่าด้วยพลังของพวกเขาสามคน บางทีอาจ จะแค่พอหลบพ้นการไล่ฆ่าจากหนิงหยางได้
อันที่จริงมาจนถึงกระทั่งบัดนี้ เซวียหลงเองก็ยังรู้สึกว่าภาพ เหตัุการณ์ที่เกิดขึ้นตัรงหน้าเหมือนไม่ใช่ความจริงเท่าไหร่นัก
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าเนี่ยเทียนจะตั้านทานการโจมตัีที่ ทรงพลังที่สุดของหนิงหยางได้!
ทำาให้หนิงหยางได้แตั่รวบรวมพลังทั้งหมดไปสังหารเนี่ยเทียน จนไม่มีพลังเหลือมารับมือกับพวกเขา!
อาศัยตัอนที่หนิงหยางไม่มีเวลามาสนใจพวกเขาและได้แตั่ ป้องกันตััวอย่างเดียว เขาและเผ่ยฉีฉีถึงได้เข้าไปใกล้และโจมตัีหนิงหยาง อย่างตั่อเนื่อง
หากไม่มีเนี่ยเทียนแบกรับพละกำาลังเกินครึ่งของหนิงหยางไป เกรงว่าเขาและเผ่ยฉีฉีสองคนแค่คิดจะเข้าใกล้หนิงหยางก็คงทำาไม่ได้
ศึกนี้ถึงแม้จะถือว่าพวกเขาชนะแล้ว แม้ว่าหนิงหยางจะไร้ เรี่ยวแรงให้ตั่อตั้าน ทว่าเขากลับไม่รู้สึกยินดีเลยแม้แตั่นิดเดียว
หากไม่เป็นเพราะเนี่ยเทียนย้อนกลับมา บางที…แม้แตั่จะหนีเขา ก็คงหนีไม่พ้น และคงถูกหนิงหยางฆ่าตัายไปแล้ว
“พี่เซวีย ข้าขอโทษที่ก่อนหน้านี้ดูถูกเจ้า” หลี่หลางเฟิงกล่าวอ ย่างจริงจัง
เขาเข้าใจไปว่าที่หนิงหยางถูกโจมตัีจนบาดเจ็บสาหัส กำาลังหลัก นั้นมาจากเซวียหลง
ก่อนหน้านี้เขารู้สึกสบประมาทเซวียหลงเล็กน้อย รู้สึกว่าเซวีย หลงที่ขี้กังวลยังมีฝึีมือห่างชั้นกับหนิงหยางไกลนัก
อาการบาดเจ็บหนักของหนิงหยางทำาให้ท่าทีที่เขามีตั่อเซวีย หลงเปลี่ยนไป
แตั่เซวียหลงที่ได้รับคำาชื่นชมจากเขากลับยิ่งมีสีหน้า กระอักกระอ่วน เขาหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะกล่าวว่า “เอ่อ…อันที่จริงแล้ว ตััวหลักคือเนี่ยเทียนตั่างหาก ข้าไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่หรอก”
“ท่านถ่อมตััวเกินไปแล้ว” เนี่ยเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่ง ครั้งแล้วกล่าวว่า “หากไม่มีท่านข้าก็คงตัายไปแล้ว”
กล่าวจบเขาก็พลันมาหยุดอยู่ข้างกายหนิงหยาง ก่อนจะก้มตััว ลงไปมองหนิงหยางที่ตัอนนี้นอนแผ่่อยู่บนพื้น
“เนี่ยเทียน เจ้าคิดจะทำาอะไร?” เซวียหลงร้องอุทานด้วยความ ตักใจ
“ท่านลุงเซวีย ความแค้นระหว่างข้าและหนิงหยางลึกล้ำาจนมิ อาจแก้ไขได้แล้ว” เนี่ยเทียนสีหน้าเย็นชา น้ำาเสียงก็ยิ่งเย็นเยียบดึงดัน “ข้าช่วงชิงเอาโชควาสนาครั้งใหญ่ที่เดิมทีควรเป็นของเขามาครอง ทั้งยัง ชิงเอาตัราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สามบนร่างเขามาได้แล้วด้วย ขอแค่ เขายังมีชีวิตัอยู่ เขาย่อมไม่มีทางปล่อยข้าไปแน่นอน”
“เจ้าจะฆ่าเขารึ?” เซวียหลงแตักตัื่น “อย่านะ! เจ้าอย่าวู่วาม เด็ดขาด! เขาเป็นถึงลูกศิษย์ของวิมานสวรรค์เชียวนะ!”
“เขาร้ายกาจเกินไป ตัอนนี้ยังอยู่แค่ขั้นตั้นสวรรค์ก็น่ากลัวได้ถึง ขนาดนี้แล้ว” เนี่ยเทียนใคร่ครวญมาดีแล้วจึงเอ่ยตั่อว่า “เมื่อผ่่านการตั่อสู้ ครั้งนี้ไปแล้วเขาไม่ตัาย เขาย่อมข้ามสู่เขตัสามัญได้อย่างราบรื่น หากเขา อยู่ในเขตัสามัญเมื่อไหร่ เกรงว่าคงไม่มีวันใดที่ข้านอนหลับสนิท ทิ้งภัยร้าย เช่นเขาเอาไว้ ข้าไม่วางใจจริงๆ”
ระหว่างที่พูดเขาก็เรียกเอากระบี่เปลวเพลิงเล่มที่สังหารพวกชิว หยางสี่คนออกมา ก่อนจะเตัรียมแทงไปยังลำาคอของหนิงหยาง
หนิงหยางพลันคืนสตัิ ก่อนจะตัวาดด้วยท่าทางดุดัน “เจ้ากล้า ฆ่าข้ารึ?”
“เนี่ยเทียน เอางี้ดีไหม ให้ข้าเป็นคนลงมือเองดีไหม?” หลี่หลา งเฟิงเกิดความสนใจ นัยน์ตัาของเขาที่หันไปมองเนี่ยเทียนเตั็มไปด้วยแวว ชื่นชม “ข้าตััวคนเดียวไม่มีสิ่งใดให้ตั้องกังวล ตั่อให้อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง ไม่ได้ ข้าเองก็ยังสามารถไปอยู่อาณาจักรอื่น ข้าไม่กลัววิมานสวรรค์ ให้ข้า สังหารเขาแทนเจ้าดีไหม?”
“ไม่ล่ะ” เนี่ยเทียนสายหัว ก่อนจะยกดาบฟันฉับลงไปท่ามกลาง เสียงคำารามดุร้ายของหนิงหยาง
หนิงหยางที่ไร้เรี่ยวแรงให้ตั้านทาน เมื่อดาบนี้ฟันลงมา ดวงตัา ของเขายังเบิกคงเบิกกว้างคล้ายคนตัายตัาไม่หลับ ไม่อยากเชื่อว่าเนี่ย เทียนจะกล้าลงมือสังหารเขาจริงๆ