ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 345 ชื่นชม
“เยี่ยมมากไอ้หนู!”
หลี่หลางเฟิงออกปากชมอย่างอดไม่ได้ เขาเองก็คาดไม่ถึง เหมือนกันว่าเนี่ยเทียนจะกล้าตััดคอหนิงหยางเช่นนี้!
ตััวตันของหนิงหยางวางอยู่ตัรงนั้น ก่อนหน้าที่วิมานสวรรค์ยัง ไม่ประกาศขับไล่เขาออกจากสำานักอย่างเป็นทางการ เขาก็ยังเป็นลูกศิษย์ ของวิมานสวรรค์
อีกทั้งวิมานสวรรค์ยังฝึากความหวังมหาศาลไว้ที่ตััวเขา สิ้น เปลืองแรงกายแรงใจและวัตัถุวิเศษจำานวนนับไม่ถ้วนเพื่อสร้างเขาให้ กลายมาเป็นดวงดาวที่ส่องแสงสุกสกาวมากที่สุด!
ข้อนี้ดูออกได้จากกระบี่วิเศษสีทองและโล่สีทองที่เขาเป็นผู่้ครอบ ครอง
นับตัั้งแตั่ที่เซวียหลงได้ข้อตักลงร่วมกับพรรคคิชฌกูฎ เขาก็ไม่ เคยมีความคิดจะฆ่าหนิงหยางมาก่อน เมื่อเซวียหลงรู้ว่าผู่้ที่รับทำาเรื่องนี้ยัง มีหลี่หลางเฟิงอีกคน เขาเองก็แสดงท่าทีอย่างตั่อเนื่องว่าห้ามเอาชีวิตัหนิง หยางเด็ดขาด
และก่อนหน้านี้ ด้วยความแค้นเคือง เผ่ยฉีฉีเองก็เกือบจะลงมือ สังหารหนิงหยางไปแล้ว
ทว่าหลังจากที่เซวียหลงอธิบายถึงผ่ลร้ายที่จะตัามมา เผ่ยฉีฉี เองก็สงบสตัิลงมาได้ และไม่กล้าลงมืออีกครั้ง
นี่หมายความว่าไม่ว่าจะเป็นเซวียหลงหรือเผ่ยฉีฉีตั่างก็ไม่กล้า ลงมือสังหารหนิงหยางอย่างแท้จริง
ในใจของหลี่หลางเฟิง เนี่ยเทียนเองก็เหมือนเผ่ยฉีฉีที่มีความ กังวลมากมาย ไม่กล้าปลิดชีพหนิงหยางผู่้มาจากวิมานสวรรค์
ทว่าเนี่ยเทียนกลับทำาตัรงข้ามกับที่เขาคิด!
อีกทั้งตัอนที่เขาแสดงเจตัจำานงอย่างชัดเจนว่าจะช่วยสังหาร หนิงหยางให้เนี่ยเทียนเอง เนี่ยเทียนกลับปฏิเสธทันใด จากนั้นก็ตััดหัวหนิง หยางอย่างไร้ซึ่งความลังเล
หลี่หลางเฟิงชื่นชมวิธีการของเนี่ยเทียนไม่หยุดปาก
“ลำาพังเพียงแค่เรื่องที่เจ้ากล้าสังหารหนิงหยางนี้ก็มากพอจะ พิสูจน์ได้ว่าที่เจ้าช่วงชิงตัราประทับสะเก็ดดาวมาได้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และ ก็มีเพียงผู่้ที่ไร้ความหวาดกลัวเท่านั้นถึงจะคู่ควรกับการสืบทอดของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ไอ้หนู เจ้าใช้ได้จริงๆ!”
เซวียหลงและเผ่ยฉีฉีมองอึ้งไปยังศีรษะของหนิงหยางที่ตัายตัา ไม่หลับ ตั่างก็สะทกสะท้านไปกับความโหดเหี้ยมของเนี่ยเทียน
คนทั้งสองตั่างเงียบงันไม่พูดไม่จา
เนี่ยเทียนสุขุมได้อย่างน่าแปลกใจ เขากล่าวขึ้นด้วยน้ำาเสียงเฉยชา “ข้าไม่เหมือนกับพวกท่าน ความเกลียดแค้นที่หนิงหยางมีตั่อข้า ข้า สามารถสัมผ่ัสได้อย่างลึกล้ำา หากเขาไม่ตัาย สักวันหนึ่งเขาก็จะตั้องตัาม
มาเอาคืน คนผู่้นี้น่ากลัวเกินไป ถ้าไว้ชีวิตัเขา คราวหน้าคนที่ตัายก็น่าจะ ตั้องเป็นข้า”
“เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ข้าจึงทำาได้เพียงสังหารเขา ให้เขาไม่สามารถสร้างภัยคุกคามใดๆ ตั่อข้าได้อีก!”
“ถูกตั้อง เจ้าควรทำาเช่นนี้แหละ” หลี่หลางเฟิงเผ่ยรอยยิ้มอย่างที่ เห็นได้ยาก
“ท่านลุงเซวีย ศิษย์พี่หญิงเผ่ย ทรัพย์สินบนร่างของหนิงหยางข้า จะไม่เอาแม้แตั่ชิ้นเดียว พวกท่านสองคนเอาไปแบ่งกันเถอะ” เนี่ยเทียนนั่ง แปะลงไปกับพื้น รู้สึกเหนื่อยล้าไร้เรี่ยวแรงราวกับใกล้จะตัาย แม้แตั่ขยับ คอเล็กน้อยก็ยังกินแรงอย่างมาก
ขณะที่เขานั่งลงเงียบๆ เกราะมังกรเพลิงก็พลันบินกลับมาลอยอยู่ เหนือศีรษะของเขาอีกครั้ง ก่อนจะกลายมาเป็นแสงไฟเส้นหนึ่งที่หายวับ เข้าไปในกำาไลเก็บของ
ม่านแสงสีเลือดชั้นนั้นซึ่งภายในมีเลือดสดที่เป็นของเขา รวมไปถึง พลังเปลวเพลิงที่หลงเหลืออยู่ก็ไหลเข้ามาผ่สานรวมในร่างของเขา
เลือดสดที่มาจากตััวเขากลับเข้าไปอยู่ในหลอดเลือดของเขาอีกครั้ง ส่วนพลังเปลวเพลิงก็บินเข้าไปหาน้ำาวนเปลวเพลิงในจุดตัันเถียน
เขารวบรวมสมาธิไปรับสัมผ่ัสก็พบว่าตั่อสู้กับหนิงหยางครั้งเดียวก็ แทบจะเผ่าผ่ลาญพลังงานทั้งหมดของเขาไป
เขาหันมาสังเกตัดูก็พบว่าไม่ว่าจะเป็นเซวียหลงหรือเผ่ยฉีฉีตั่างก็มี สภาพกระเซอะกระเซิง สีหน้าเหมือนคนใกล้สิ้นเรี่ยวแรงไม่ตั่างกัน
“ทุกอย่างบนกายหนิงหยาง เจ้าไม่ตั้องการเลยสักอย่างเดียว?” เซ วียหลงพูดขึ้นเบาๆ
“ไม่เลย” เนี่ยเทียนมีสีหน้าจริงใจ “เพื่อสังหารคนผู่้นี้พวกท่านตั้อง ลงแรงเยอะมากจนเกือบจะเอาชีวิตัมาทิ้งที่นี่ ทุกอย่างที่พวกท่านทำาลงไป ก็เพื่อข้า ทรัพย์สินที่อยู่บนร่างของเขาจึงสมควรเป็นของพวกท่าน”
อารมณ์ของเผ่ยฉีฉีก็กลับคืนสู่ความสงบหลังจากได้เห็นการสังหาร หนิงหยางอย่างบ้าคลั่งของเนี่ยเทียน นางจึงกล่าวว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่า กระบี่วิเศษสีทองเล่มนั้นรวมไปถึงโล่สีทองของหนิงหยางตั่างก็เป็นอาวุธ วิเศษระดับสูงทั้งสิ้น? ตัามความเห็นข้า อาวุธวิเศษสองชิ้นนี้เป็นรองแค่ วัตัถุระดับเชื่อมโยงวิญญาณเท่านั้น อีกทั้งมูลค่าของมันก็มีมากพอจะซื้อ เมืองหนึ่งได้ทีเดียว”
“อืม อาวุธวิเศษสองชิ้นที่วิมานสวรรค์มอบให้เขานั้นไม่ธรรมดา อย่างแท้จริง” เซวียหลงเองก็รับคำา “ทุกชิ้นล้วนมีมูลค่าอย่างน้อยหนึ่ง แสนหินวิเศษ”
“สิ่งที่ข้าได้รับมามีมูลค่ามากเกินกว่าอาวุธวิเศษสองชิ้นนั้นเสียอีก” เนี่ยเทียนชี้ไปที่หน้าอกของตััวเอง
เบื้องใตั้สาบเสื้อตัรงหน้าอกของเขาก็คือตัราประทับสะเก็ดดาว
เซวียหลงและเผ่ยฉีฉีมองตัามไปก็เข้าใจขึ้นมาทันใด
เมื่อพวกเขาตัระหนักได้ว่าสิ่งที่เนี่ยเทียนได้รับมาจากหนิงหยางคือ ตัราประทับสะเก็ดดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว พวกเขาก็ไม่รู้สึก อีกว่าตััวเองเอาเปรียบเนี่ยเทียน
คนทั้งสองส่งสายตัาให้กันแล้วจึงเดินไปหยุดอยู่ข้างศพของหนิง หยาง เผ่ยฉีฉีเก็บเอากระบี่สีทองเล่มนั้นขึ้นมา
มือข้างหนึ่งของเซวียหลงกดลงบนหน้าท้องของหนิงหยางเบาๆ ดึง เอาโล่สีทองที่เขากลืนเข้าไปออกมาทีละนิด
หลังจากนั้นเผ่ยฉีฉีที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิตัิก็รูดแหวนเก็บของบน นิ้วของหนิงหยางออกมา ทำาลายผ่นึกทิ้ง แล้วจึงกวาดตัามองข้างในหนึ่ง ครั้ง
“พรวด!”
วัตัถุทุกชิ้นที่อยู่ในแหวนเก็บของล้วนถูกเผ่ยฉีฉีเทออกมา
เซวียหลงเหลือบมองหนึ่งครั้งก็พบว่าในแหวนเก็บของของหนิง หยางมีเพียงหินวิเศษสำาหรับฝึกตันและฟื้นฟูกำาลังกายเท่านั้น แม้แตั่ยาสัก เม็ดก็ยังไม่มี
นอกจากหินวิเศษแล้วยังมีหินดวงดาวอีกหลายร้อยก้อน
หนิงหยางมั่นใจในตััวเองอย่างถึงที่สุด สิ่งที่เขามองเป็นชีวิตัของตััว เองมีเพียงกระบี่และโล่สีทองชิ้นนั้น
เขาไม่คิดว่าเวลาตััวเองตั่อสู้กับคนอื่นจะบาดเจ็บได้ถึงขั้นสาหัส สากรรจ์ ดังนั้นแม้แตั่ยาที่ใช้รักษาอาการบาดเจ็บก็ไม่มีเก็บไว้แม้แตั่ขวด เดียว
“หินดวงดาวมอบให้เจ้า เจ้าเอาไว้ใช้ได้” เผ่ยฉีฉีผ่ลักหินดวงดาว หลายร้อยก้อนที่นางและเซวียหลงตั่างไม่ได้ใช้มาไว้ที่เบื้องหน้าเนี่ยเทียน รวดเดียว
จากนั้นนางก็แบ่งสิ่งของที่เหลือกับเซวียหลง
“ข้ารู้ว่าสภาพของทุกคนแย่มาก” หลี่หลางเฟิงรอจนพวกเขาทำา เรื่องเหล่านี้เสร็จถึงได้เอ่ยเนิบช้า “อันที่จริงบาดแผ่ลของข้าก็หนักหนา มากเช่นกัน แตั่ข้าก็ยังตั้องพูดว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ควรอยู่นาน ผู่้แข็งแกร่ง เขตัสามัญของเปลวอัคคีสองคนนั้นก็ใช่ว่าจะสามารถโจมตัีให้อสูรกายผู่้ นั้นพ่ายแพ้ได้”
“ตัามความเห็นข้า ทุกคนควรชะลอการฟื้นอาการบาดเจ็บไว้ก่อน แล้วก็ไม่ตั้องรีบร้อนใช้หินวิเศษมาชดเชยพลังวิญญาณ แตั่ควรจะรีบไป จากที่นี่ให้เร็วที่สุด”
“อสูรกายตันนั้นน่ากลัวขนาดนี้เชียวหรือ?” เซวียหลงกล่าวอย่าง เคร่งเครียด
หลี่หลางเฟิงพยักหน้ารับเบาๆ “น่ากลัวถึงขีดสุด”
เซวียหลงหน้าเปลี่ยนสี รีบร้อนลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าวว่า “ในเมื่อ เป็นเช่นนี้ ทุกคนก็กลับไปที่เทือกเขาฮว้านคงก่อนเถอะ”
เนี่ยเทียนและเผ่ยฉีฉีเองก็พยักหน้าแสดงว่าเห็นด้วย
“ฟิ้ว!”
กลุ่มควันสีเขียวเข้มเส้นหนึ่งลอยจากปลายนิ้วของหลี่หลางเฟิง เข้าไปในศพของหนิงหยาง
เห็นได้ด้วยตัาเปล่าว่าศพของหนิงหยางละลายกลายเป็นน้ำาเลือด อย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อยๆ หายวับไปท่ามกลางกรวดทรายของทะเล ทรายรกร้าง
“เนี่ยเทียน เจ้าเองก็ไม่ตั้องเป็นกังวลมากเกินไป” หลี่หลางเฟิงที่ ทำาลายร่องรอยศพของหนิงหยางเรียบร้อยแล้วจึงหันมาพูดกับเขาด้วย ท่าทีสงบนิ่ง “พวกเราพูดให้เป็นเสียงเดียวกัน ตั่อไปหากมีคนซักถามหรือ ถูกวิมานสวรรค์ตัรวจสอบเจอก็บอกไปว่าหนิงหยางถูกอสูรกายตันนั้น สังหาร จะอย่างไรซะอสูรกายก็ลงมือกับหนิงหยางก่อนจริงๆ การตัายของ เขาก็มีแตั่พวกเราที่รู้”
“ข้าตัั้งใจเช่นนี้อยู่พอดี” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลี่หลางเฟิง “อืม” หนึ่งคำาแล้วจึงพูดตั่อว่า “ปิดได้ก็ปิด หากปิด ไม่ได้จริงๆ เจ้าก็สามารถผ่ลักภาระมาให้ข้าได้ อย่างไรซะข้าก็มีชีวิตัอยู่ได้ อีกไม่นานแล้ว บางทีวิมานสวรรค์ยังไม่ทันหาตััวข้าเจอ ข้าก็อาจจะไป ยมโลกก่อนแล้ว”
กล่าวมาถึงตัรงนี้ เขาก็มุ่งหน้าไปยังเทือกเขาฮว้านคงก่อนใคร
ก็ไม่รู้ว่าทำาไม ตัอนที่เนี่ยเทียนมองเขาแล้วนึกถึงคำาพูดประโยคเมื่อ ครู่ของเขาถึงได้รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
“เฮ้อ” เซวียหลงถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง
“พวกเราก็ไปกันเถอะ” เผ่ยฉีฉีกล่าวด้วยเสียงเฉยชา
“ตักลง”
หลังจากนั้นคนทั้งสี่ที่เจ็บหนักก็ลากเอาเรือนกายที่เหนื่อยล้าเตั็มทน เดินทางไปยังเทือกเขาฮว้านคง
ระหว่างทางกลับเทือกเขาฮว้านคงของพวกเขาราบรื่นผ่ิดปกตัิ ไม่ เจอกับนักล่าแม้แตั่คนเดียว
พวกเขาไม่รู้ว่าในขณะที่พวกเขาเดินทางกลับเทือกเขาฮว้านคงก็มี หินอุกกาบาตัอีกสองก้อนตักลงมาจากนอกโลกแทบจะเวลาเดียวกัน
ด้านในหินอุกกาบาตัทั้งสองก้อนมีอสูรกายที่เรือนกายพร่าเลือนและ ถูกห่อหุ้มอยู่ในปราณแห่งความมืดมิดสีดำาเข้มข้นสองตันเดินอกอมา
ขณะที่อสูรกายตันแรกตั่อสู้โรมรันอยู่กับผู่้แข็งแกร่งเขตัสามัญสอง คนของเปลวอัคคีในพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตั
เมื่อหินอุกกาบาตัตักลงมาแล้วมีอสูรกายอีกสองตันทยอยกันเดิน ออกมา ทั้งยังปลดปล่อยปราณตัามหาสหายที่มาถึงก่อนหน้า ผู่้แข็งแกร่ง เขตัสามัญสองคนนั้นของเปลวอัคคีก็สัมผ่ัสได้ทันใด
ผู่้แข็งแกร่งสองคนของเปลวอัคคีตักตัะลึง ไม่กล้ามีความคิดจะตั่อสู้ อีก แตั่รีบกลับไปยังซากปรักหักพังทันที
ไม่นานนักอสูรกายสามตันก็มาเจอกันตัรงจุดที่หินอุกกาบาตัก้อน แรกตักลงมา
อสูรกายสามตันที่ถูกปราณแห่งความมืดมิดสีดำาล้อมวนร่างเป็น ชั้นๆ เริ่มสนทนากันทันที
“บังเอิญมาก ตัอนที่ข้าเพิ่งมาถึงได้เจอกับคนสองคนที่ครอบครอง การสืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ที่น่าเสียดายก็คือข้าถูกผู่้ แข็งแกร่งเขตัสามัญสามคนขัดขวางเอาไว้ ไม่สามารถสังหารคนทั้งสอง แล้วช่วงชิงตัราประทับสะเก็ดดาวมาได้”
“ตัราประทับสะเก็ดดาวสามดวงสามารถปิดผ่นึกรอยแยกห้วงมิตัิ สามรอยที่แตักออก หากสามารถสังหารสองคนนั้นแล้วทำาลายตัราประทับ สะเก็ดดาวทิ้งซะ ค่ายกลที่ระงับรอยแยกห้วงมิตัิก็จะไม่สามารถถูกกระตัุ้น ใช้ได้อีก แล้วอีกไม่นานภูตัผ่ีปีศาจก็จะแห่กันมาที่นี่ นี่จะช่วยให้แผ่นการ ของพวกเราสำาเร็จได้ง่ายขึ้น”
“พวกเขาเดินทางไปยังเทือกเขาที่มีรอยแยกห้วงมิตัิอยู่หนาแน่น”
“บังเอิญจริง เป้าหมายของพวกเราก็เป็นที่นั่นพอดี หวังว่าจะ สามารถทำาลายตัราประทับสะเก็ดดาวได้ที่เทือกเขาแห่งนั้นเพื่อช่วยเหลือ พวกภูตัผ่ีปีศาจอีกแรง”
“ไป!”
อสูรกายสามตันมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาฮว้านคงเช่นกัน